แชร์

ข้าหิวน้ำ

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-02 16:56:47

บทที่สาม

ข้าหิวน้ำ 🔥18+

ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาด

สายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่ง

ดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ้ม ปลายหางตาปริ่มน้ำเล็กน้อยจนน่าสงสัย ทั้งยังฉายแวววูบไหวอย่างประหลาด คล้ายร่างกายตนเองกำลังร้อนรุ่ม คล้ายกำลังปรารถนาบางสิ่งอย่างแรงกล้า

“ท่านแม่ทัพ...” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาอย่างระวัง “ท่านเป็นอันใดหรือขอรับ”

สายตานั้นยังคงจับอยู่ที่นางไม่ละไป ซ่งเหวินจิ่นขยับกายเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ ปลดกระดุมบนคอเสื้อออก

“ข้าร้อน...”

เสียงของเขาแหบพร่า ดวงหน้าซึ่งเคยสงบนิ่งบัดนี้แดงระเรื่อราวถูกเปลวไฟแผดเผา ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม

“ข้ารู้สึกแปลกประหลาดนัก...” เขากล่าวต่อแผ่วเบา ขณะค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกเผยให้เห็นเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและแดงจัดจนผิดปกติ

เทียนอวิ๋นสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรง ๆ ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาม่านมืด หากดวงตากำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“หรือจะเป็นพิษสุรา...” นางพึมพำกับตนเองเบา ๆ แล้วเอ่ยเสียงเร่ง

“ท่านแม่ทัพน้อยกระหายน้ำหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจะไปนำน้ำเย็นมาให้ดื่มเดี๋ยวนี้”

“อืม หิวน้ำ หิวมากยิ่งนัก...” เสียงตอบรับแผ่วช้า ช่างไม่เหมือนเจ้านายผู้เคร่งขรึมคนเดิมเลยแม้แต่น้อย

เทียนอวิ๋นไม่รอช้า นางลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นเหยือกเคลือบใบเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมุมห้องแล้วรีบสาวเท้าไปหยิบทันที

เมื่อเทียนอวิ๋นกลับมาถึงหน้าห้องพร้อมกับจอกน้ำเย็นในมือ ใจนางยังคงว้าวุ่นกับสีหน้าของเจ้านายที่ผิดแผกไป

ทว่าทันทีที่หันหลังกลับมานั้น สิ่งที่หญิงสาวในคราบบุรุษเห็นคือ...

ร่างกำยำสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มยืนอยู่กลางห้องซึ่งบัดนี้มันเกือบเปลือยเปล่า เสื้อผ้าส่วนบนถูกปลดทิ้งระเนระนาดอยู่ที่พื้น แผ่นอกแน่นตึงชุ่มไปด้วยเหงื่อ ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่นทรงพลัง ราวกับรูปสลักหยกหยาบที่มีชีวิต ดวงตาคมปรือฉ่ำ มองมาทางนาง

พรึ่บ

เสียงผ้าเสียดสีดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อมือหนากำลังถอดกางเกงอันเป็นปราการสุดท้ายออก ดังนั้นเวลานี้ร่างกำยำแข็งแกร่งนั้นจึงไร้อาภารณ์กำบังกายเนื้อเลยสักชิ้นเดียว

ภาพตรงหน้า ที่ทำให้นางชะงักเท้า จอกน้ำในมือนางพลันร่วงจากมือกระแทกพื้นหินเสียงดังกังวาน

เพล้ง!

ชั่ววินาทีนั้น เทียนอวิ๋นยืนตะลึง ใบหน้าแข็งค้าง หัวใจราวกับหยุดเต้น

ต่อมานั้นร่างสูงใหญ่ของซ่งเหวินจิ่นยืนพิงเสา สองมือที่เคยมั่นคงยามจับดาบ บัดนี้กลับกำลังเลื่อนขยับไปทั่วร่างกายตนเองราวกับต้องการเช็ดเอาความร้อนผ่าวออกไป

อึก

เสียงกลืนน้ำลายหนืดคอของเทียนอวิ๋นดังขึ้นมาหากแต่ยังไม่สามารถดังกลบเสียงครางกระเส่าของเจ้านายเหนือหัวของตนเองตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

“แฮ่ก อื้ม~”

เนื่องจากอาภรณ์ล่างของเขาถูกปลดออกทั้งหมด ผืนผ้าหลุดจากบั้นเอวตกกองกับพื้นโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป แท่งหยกที่อยู่ใต้ร่มผ้าจึงปรากฏสู่สายตาโดยไร้การปิดบัง

มันตั้งชันราวกับขึงตึงด้วยแรงพิษ มือหนาของเขารูดไปมาตามแนวลำเนื้อแน่นที่บัดนี้ขยายเต็มที่ จนเส้นเลือดนูนพาดเป็นทางชัดเจน แสดงถึงความทรมานที่ก่อตัวจากภายใน

ร่างหนาสั่นระริกยามมือตนเองขับเคลื่อนแท่งหยกนั้นอย่างไร้หนทางปลดปล่อย

ใบหน้าคมแดงจัด เหงื่อผุดซึมทั่วไรผม หัวไหล่กว้างสั่นเล็กน้อยตามแรงสะท้านภายใน

เทียนอวิ๋นเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าว ริมฝีปากสั่นเบา ๆ อย่างไม่อาจควบคุม

“ท่าน...” นางหลุดเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงตกตะลึงระคนประหม่า

นางหลุดเสียงออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงตกตะลึงระคนประหม่า ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนถูกเพลิงลูบไล้

ในห้วงลมหายใจเดียวกันนั้น ร่างนางกลับเกิดอาการร่างกานตนเองพลันสะท้านรประหลาดขึ้นมาโดยมิทันตั้งตัว มือบางเลื่อนลงแตะหน้าท้องเบา ๆ  ตรงช่วงท้องน้อยที่อยู่ดี ๆ ก็วูบโหวงดั่งมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวภายใน

ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างตกตะลึง ก่อนจะหลุบต่ำลงน้อย ๆ อย่างไม่เข้าใจตนเอง

แถมยัง...ภายใต้ชั้นอาภรณ์บางเบาในที่ลับของตัวเองนั้น กลับตอดรัดเคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา

นางมิอาจหยุดยั้งความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นผ่านกายได้ ท่อนขาทั้งสองจึงขยับเบียดชิดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ราวกับหวังต้านทานบางสิ่งที่มิอาจเอ่ยนาม

เทียนอวิ๋นกัดริมฝีปากแน่น ปลายหูแดงซ่านจนแทบจะมองเห็นได้ใต้แสงตะเกียง

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่...

ทำไมข้าจึงรู้สึกราวกับมีผีเสื้อล้านตัวมาบินวนในช่องท้องกันเล่า

ซ่งเหวินจิ่นยังคงหอบถี่ เสียงแหบพร่าดังแผ่วขึ้นจากด้านหลัง

“ร้อน ข้าบอกแล้วมิใช่หรือว่าร้อน ข้ารู้สึกเหมือนจะขาดใจตายให้ได้ ทั้งมึน ทั้งอึดอัด หายใจก็ไม่ทั่ว คิดอะไรก็มิออก...”

“ท่านแม่ทัพเป็นอะไรไปกันแน่ขอรับ”

“เจ้า เจ้าเป็นใคร...” เขาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาปรือลงมองร่างนางอย่างเลื่อนลอย “ทำไมใบหน้าเจ้าดู เบลอไปหมด...”

เทียนอวิ๋นหันขวับกลับมาอย่างตกใจ

“ท่านแม่ทัพจำข้าไม่ได้หรือขอรับ ข้าน้อยคือบ่าวชายผู้ติดตามของท่านอย่างไรเล่า”

ซ่งเหวินจิ่นหลับตาแน่น ก่อนครางออกมาเบา ๆ “ตอนนี้ข้าคิดอะไรไม่ออกเลย เหมือนเลือดในร่างพลุ่งพล่านจะเผาตัวข้าให้ตาย...”

เทียนอวิ๋นยืนนิ่ง ใจเต้นระรัวอย่างไม่อาจห้าม มือบางกำชายเสื้อแน่นพลางครุ่นคิดด้วยความตื่นตระหนก

ร้อนเช่นนี้

ถอดเสื้อผ้าเช่นนี้

หายใจไม่ทั่วและจำใครไม่ได้...

ภาพสายตาร้ายกาจของเหมยซูอวิ๋นก่อนออกจากห้องวาบขึ้นในความคิดของนาง

“ยากระตุ้นกำหนัด...”

นางเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเสียงของบิดาในความทรงจำจะดังแว่วขึ้นในหัว

‘จำไว้เทียนอวิ๋น หากผู้ใดถูกยากำหนัดชนิดแรง และหากไม่ได้ปลดปล่อยอาจถึงตายได้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่นโดยเด็ดขาด!’

ดวงตาของนางเบิกกว้าง อกสั่นน้อย ๆ ไม่ใช่เพราะหวาดกลัวท่าทางของเจ้านายตนเองแต่เพราะนางต้องตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่

‘จะทำเช่นไรดี... หากปล่อยไว้เช่นนี้ ท่านแม่ทัพต้องไม่รอดแน่...’

เสียงหอบหายใจหนัก ๆ ดังก้องอยู่ในห้อง เงาของร่างสูงกระเพื่อมตามจังหวะอกที่ยกขึ้นลง ลำคอขาวระเรื่อเคลื่อนไหวชัดเจน มือที่เคยจับอาวุธบัดนี้กลับไม่มีสิ่งใดยึดเหนี่ยวได้ นอกจากความทรมานในกายตนเอง

เทียนอวิ๋นกะพริบตาถี่ กลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ร่างของนางแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น

‘...เขาเจ็บปวดเพียงนี้เลยหรือ...’

นางรู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้เขาทนต่อไปเช่นนี้ได้

เทียนอวิ๋นหลับตาแน่น สูดลมหายใจลึก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   6สายรัดอก

    บทที่ห้าสายรัดอก🔥🥵18+แม้เปลวพิษในร่างจะมอดลงแล้ว แต่เปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในใจชายหนุ่มกลับยังลุกไหม้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างสูงที่ยังเปลือยเปล่าภายใต้แสงตะเกียงสลัว โน้มกายก้มเข้าหาเบื้องหน้าช้า ๆ เพื่อเข้าใกล้ตรงที่หญิงสาวยังคุกเข่าหอบหายใจแรงอยู่หยาดขาวอุ่นที่เขาหลั่งออกเมื่อสักครู่ยังเปื้อนไหลออกาจากขอบริมฝีปากของนาง ราวกับมุกขุ่นที่กลิ้งอยู่บนกลีบบุปผาแดงมือใหญ่ค่อย ๆ ยื่นไปแตะใบหน้าของหญิงสาวอย่างเงียบงัน นิ้วโป้งหยาบกร้านแตะมุมปาก ก่อนจะลากผ่านแนวแก้มอ่อนนุ่ม เนื้อเนียนอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวลนางมิได้หลบหนี มิได้ผละออก มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ปิดลงช้า ๆ ราวกับยินยอมให้เขาใช้ปลายนิ้ววาดรอยไว้บนใบหน้านิ้วโป้งลูบผ่านคางมน แล้ววนขึ้นอีกครั้งตรงรอยเปื้อนของหยาดพิรุณที่ยังค้างอยู่ มือนั้นเคลื่อนไปตามแนวกราม เหมือนศิลปินผู้กำลังลบสีเกินบนผืนผ้าไหมด้วยความอ่อนโยนแต่ในใจเขานั้นหาได้ต้องการลบออกไม่ หากกลับอยาก นางจำไว้ว่าระหว่างเขากับนาง เคยใกล้ชิดกันเพียงนี้ทุกสัมผัสนั้นดูเหมือนจะอ่อนโยน หากแฝงแรงอารมณ์ที่ถูกเก็บกดจนใกล้ระเบิดเต็มทีเสียแล้วมืออีกข้างวางลงบ

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   ช่วยข้าด้วย

    บทที่สี่ช่วยข้าด้วย 🔥🥵18+มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปคว้าแท่งหยกที่ร้อนจัด ร้อนราวกับเพิ่งหล่อออกจากเตาเปลวไฟ ร่างสูงกระตุกเล็กน้อยยามที่ฝ่ามือหยาบของตนเคลื่อยขยับขึ้นลงช้า ๆ โดยไร้ซึ่งแบบแผนเนื่องจากหวังเพียงเพื่อระบายความร้อนในร่างที่กำลังแผดเผาตอนนี้เสียงหอบดังสม่ำเสมอ หยาบกระด้างและติดขัด สะท้อนก้องในห้องเงียบงันทุกจังหวะ กลืนกับเสียงผิวเนื้อเสียดสีที่เบาแต่คมชัด จนไม่อาจหลีกหนีเทียนอวิ๋นยืนอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าของนางซีดขาวก่อนแดงซ่านขึ้นแทบจะทันทีที่เห็นภาพนั้นนางควรหลบตา ควรหันหลังหนี...แต่กลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับปลายเท้าถูกตรึงไว้กับพื้นภายในร่างของนางเองก็วูบไหวไม่ต่างกัน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบจากท้องน้อยไปจนถึงบุปผาใจกลางกายร่างกายที่เคยสงบกลับเกิดอาการสั่นสะท้านโดยไม่ทราบสาเหตุมันไม่ใช่เพียงความเขินอาย แต่มันมากกว่านั้นมันลึกซึ้งยากจะอธิบายมือบางเลื่อนลงกดเบา ๆ ที่หน้าท้องตนเอง หวังกลบความปั่นป่วนใต้ผิวเนื้ออุ่นวาบ ในถ้ำบุปผาที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีแรงเต้นเป็นจังหวะบีบรัดอยู่ภายใน จนท่อนขาของนางต้องเบียดเข้าหากันโดยมิรู้ตัว“ท่านแม่ทัพ…” เสียงนางแผ่วเบา ค

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   ข้าหิวน้ำ

    บทที่สามข้าหิวน้ำ 🔥18+ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดสายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่งดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ้ม ปลายหางตาปริ่มน้ำเล็กน้อยจนน่าสงสัย ทั้งยังฉายแวววูบไหวอย่างประหลาด คล้ายร่างกายตนเองกำลังร้อนรุ่ม คล้ายกำลังปรารถนาบางสิ่งอย่างแรงกล้า“ท่านแม่ทัพ...” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาอย่างระวัง “ท่านเป็นอันใดหรือขอรับ”สายตานั้นยังคงจับอยู่ที่นางไม่ละไป ซ่งเหวินจิ่นขยับกายเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ ปลดกระดุมบนคอเสื้อออก“ข้าร้อน...”เสียงของเขาแหบพร่า ดวงหน้าซึ่งเคยสงบนิ่งบัดนี้แดงระเรื่อราวถูกเปลวไฟแผดเผา ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม“ข้ารู้สึกแปลกประหลาดนัก...” เขากล่าวต่อแผ่วเบา ขณะค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกเผยให้เห็นเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและแดงจัดจนผิดปกติเทียนอวิ๋นสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรง ๆ ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาม่านมืด หากดวงตากำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ“หรื

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   คณิกาคิดปีนเตียง

    บทที่สองคณิกาคิดปีนเตียงเสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเพิ่งได้สาวใหม่เข้ามา ทั้งผิวเนียนทั้งเสียงนุ่ม” คุณชายไป๋จิ่นโหวเอ่ยพลางยักคิ้วให้เพื่อน สร้างเสียงโห่ฮาขึ้นอีกระลอก“โธ่ ไอ้ไป๋ เรื่องพรรค์นี้ เจ้าจำแม่นเสียยิ่งกว่าเลขบันทึกภาษีเสียอีก” คุณชายเว่ยอวิ้นหลางแกล้งทักพร้อมเทสุราลงจอกให้เพื่อนข้าง ๆจากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอย่างภูมิใจ เอ่ยเสียงดัง “คืนนี้พวกเจ้าทุกคนอย่าได้กังวลเรื่องกลับจวนให้เมื่อยล้า ข้าจองห้องพักให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้ว มีฉลากชัดเจนบนประตู ใครเมาก็คลานเข้าไปนอนได้เลย!”“โห ไม่เมาไม่หยุดใช่หรือไม่”“ใช่สิ ไม่ได้รวมตัวเช่นนี้นานแล้ว!” เสียงโห่ร้องดังสนั่นจนม่านห้องสะบัดไหวเทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องยังเงียบงัน นางจับจ้องเพียงผู้เป็นนายอย่างเงียบ ๆ ไม่ก้าวออกนอกเส้นเงาของตนเองแม้ครึ่งก้าวเบื้องหน้านางคณิกาสวมชุดแพรโปร่งบางนั่

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   เกือบโดนจับได้

    บทที่หนึ่งเกือบโดนจับได้เรือนหลักของแม่ทัพน้อยซ่งเหวินจิ่นในยามเย็นยิ่งเงียบขรึมกว่าเคย แสงอาทิตย์สุดท้ายคล้ายกลืนหายไปกับผืนฟ้าเบื้องหลังแนวกำแพงเมือง เงาเรือนใหญ่ทอดยาวลงบนลานหินแกรนิตจนแลดูเย็นเยียบเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นบนเฉลียงเรือน พร้อมกับกล่องไม้ใส่อาหารที่แผ่กลิ่นหอมอบอวลออกมาเทียนอวิ๋นในคราบของเซี่ยเทียนหรงยกถาดอาหารมื้อเย็นขึ้นประคองในมือสองข้าง ก้มหน้าเรียบร้อยก่อนเอ่ยเสียงต่ำ“ท่านแม่ทัพน้อยขอรับ ข้าน้อยนำสำรับมื้อเย็นมาให้ขอรับ”ซ่งเหวินจิ่นที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือเลื่อนสายตาขึ้นจากม้วนบัญชีรายงาน เสียงของบ่าวข้างกายเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่หูของเขาที่ผ่านการฝึกในสนามรบย่อมไม่อาจมองข้ามเขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนหรี่ตาลง “เสียงของเจ้าเปลี่ยนไป เหตุใดจึงแหลมกว่าเดิมเล็กน้อย ดูเบากว่าทุกวัน”หัวใจเทียนอวิ๋นเต้นโครมคราม นางก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม รีบตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามปรับให้ทุ้มขึ้นอีก “คงเพราะเจ็บคอนิดหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินจิ่นไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับยังคงระแคะระคายอยู่ แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ พร้อมโบกมือให้นางนำอาหารมาวาง“เจ้าวางสำรับไว้ แล

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   บทนำ

    บทนำเรือนเก้าท้ายในจวนแม่ทัพเมืองเฟิ่งซีเงียบสงัดยามอรุณ ปลายไผ่โยกไหวแผ่วเบาเพราะสายลมเหนือพัดผ่าน ผ่านเอาปัญหามายังบ้านเล็กหลังหนึ่งของเรือนรับใช้ในจวนในเรือนนั้นครอบครัวเซี่ยนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อผ้าฝ้ายเรียบง่าย ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวล“ข้า... ข้าขอโทษจริง ๆ ขอรับท่านพ่อ ท่านแม่...”เสียงแหบแห้งของบุรุษหนุ่มดังแผ่วในห้อง เขานอนอยู่บนฟูกบาง ผ้าห่มห่มถึงอก ดวงหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกระแหงเซี่ยเทียนหรง พี่ชายฝาแฝดของเทียนอวิ๋นร่างเล็กที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มือบางของนางกุมชายผ้าไว้แน่น ดวงตากลมโตหม่นเศร้าเซี่ยป้อเฉียงบิดาของทั้งสองขมวดคิ้วแน่น “เหตุใดเจ้าถึงได้ดื้อด้านถึงเพียงนี้ เจ้าออกไปนอกจวนตอนกลางคืน ทั้งที่รู้ว่าเป็นบ่าวประจำตัวท่านแม่ทัพ”“ข้าไม่ได้จะเที่ยวขอรับ...” เทียนหรงเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ “ข้าแค่... เห็นสาวชาวบ้านถูกพวกนักเลงลากตัวไปตรงตรอกเปลี่ยว ข้าเลย ข้าเลยเข้าไปช่วย ไม่คิดเลยว่าจะโดนพวกมันรุมแทน”“เฮ้อ...บาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ แค่เพราะเห็นใจคนอื่น” เสียงของอวี้ซื่อเบาหวิว ข้างตานางมีหยาดน้ำใสคลออยู่ “หากพวกนายท่านรู้เข้า ลูกข้าอาจถูกลงโทษจนไม่เหลือแม้สิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status