تسجيل الدخولเสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย
“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเพิ่งได้สาวใหม่เข้ามา ทั้งผิวเนียนทั้งเสียงนุ่ม” คุณชายไป๋จิ่นโหวเอ่ยพลางยักคิ้วให้เพื่อน สร้างเสียงโห่ฮาขึ้นอีกระลอก
“โธ่ ไอ้ไป๋ เรื่องพรรค์นี้ เจ้าจำแม่นเสียยิ่งกว่าเลขบันทึกภาษีเสียอีก” คุณชายเว่ยอวิ้นหลางแกล้งทักพร้อมเทสุราลงจอกให้เพื่อนข้าง ๆ
จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอย่างภูมิใจ เอ่ยเสียงดัง “คืนนี้พวกเจ้าทุกคนอย่าได้กังวลเรื่องกลับจวนให้เมื่อยล้า ข้าจองห้องพักให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้ว มีฉลากชัดเจนบนประตู ใครเมาก็คลานเข้าไปนอนได้เลย!”
“โห ไม่เมาไม่หยุดใช่หรือไม่”
“ใช่สิ ไม่ได้รวมตัวเช่นนี้นานแล้ว!” เสียงโห่ร้องดังสนั่นจนม่านห้องสะบัดไหว
เทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องยังเงียบงัน นางจับจ้องเพียงผู้เป็นนายอย่างเงียบ ๆ ไม่ก้าวออกนอกเส้นเงาของตนเองแม้ครึ่งก้าว
เบื้องหน้านางคณิกาสวมชุดแพรโปร่งบางนั่งแนบอยู่ข้างกายซ่งเหวินจิ่น รินสุราให้อย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมเสน่ห์
หญิงคณิกาผู้มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในหอเมฆหยก เหมยซูอวิ๋น ผู้นี้แท้จริงไม่ได้มาด้วยใจบริสุทธิ์ นางรินสุราใส่จอกของแม่ทัพน้อยด้วยมืออ่อนช้อย พลางเอ่ยเสียงหวานเยิ้ม “ท่านแม่ทัพเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ขอสุรานี้ดับร้อนเถิดเจ้าค่ะ”
ซ่งเหวินจิ่นมิได้ตอบรับอะไรมาก เพียงยกจอกขึ้นกระดกตามมารยาทเท่านั้น รสของสุราหวานซ่อนคมรุนแรง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รสนั้นยิ่งอันตรายกว่า
เหมยซูอวิ๋นหรี่ตาเพียงนิด รอยยิ้มของนางเยือกเย็นแผ่วร้าย
สุราจอกนั้นนางใส่ยากำหนัดชนิดแรงลงไปเล็กน้อย ยาไม่ถึงกับทำลายสติ แต่จะกระตุ้นความเร่าร้อนให้โหมกระพือจนมิอาจฝืนทาน หากใครลุ่มหลงนางก็จะตกลงในบ่วงทันที และหากเป็นไปได้ นางก็หวังจะเข้าไปอยู่ในเรือนแม่ทัพให้ได้ในสักวัน
เทียนอวิ๋นเฝ้าดูภาพนั้นโดยมิได้ทันความจริง นางเพียงเห็นว่าสุราถูกส่งไปรินกลับมาไม่รู้กี่จอก พอรู้ตัวอีกครั้ง นายของนางก็ดูเอนตัวมากขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าเริ่มแดงเล็กน้อย
“ท่านแม่ทัพ...” นางขยับปากจะเรียกเบา ๆ แต่ยังมิได้ก้าวเท้า
เสียงของเว่ยอวิ้นหลางก็ดังขึ้น
“คืนนี้พอแค่นี้เถอะ! เห็นทีแต่ละคนเริ่มหน้าแดงไปหมดแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”
เขาหัวเราะแล้วหันไปหาคนอื่น “แยกย้ายกันไปพักในห้องเลย ห้องพวกเจ้าอยู่ปีกตะวันตก ชั้นบนสุด ตามป้ายได้เลย”
กลุ่มคุณชายเริ่มทยอยลุกขึ้นจากเบาะ บ้างยังหัวเราะ บ้างหาว บ้างยกถ้วยสุดท้ายขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนโบกมือร่ำลา
เทียนอวิ๋นหลุบตาลงทันที หันไปกวาดตามองกลุ่มรับใช้ของคุณชายแต่ละคน แล้วจึงขยับกายเข้าใกล้เจ้านายตนที่นั่งนิ่งอยู่อีกครั้ง
ซ่งเหวินจิ่นเอนพิงพนักเบา ๆ ดวงตาคมปลาบที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความวูบไหว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังฝืนสภาวะบางอย่าง
เหล่าคุณชายหัวเราะตอบรับอย่างเหนื่อยอ่อน ขยับกายอย่างช้า ๆ ขณะมีสาวใช้คอยช่วยประคองข้างกาย
เทียนอวิ๋นขยับเข้าใกล้เจ้านายตนอย่างระมัดระวัง ซ่งเหวินจิ่นนั่งนิ่งอยู่บนเบาะ ทว่าริมแก้มแดงระเรื่อ ดวงตาคมเริ่มพร่าเล็กน้อยจนมองเห็นได้ชัด
“ท่านแม่ทัพ…” นางเรียกแผ่วเบา “ให้ข้าน้อยพาท่านไปยังห้องพักเถิดขอรับ”
มือบางของนางแตะเบา ๆ ที่แขนเสื้อของเขา ร่างสูงสง่าที่เคยมั่นคงกลับเอนเอียงเล็กน้อยตามแรงสัมผัส กลิ่นสุราผสมน้ำหอมจาง ๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบกาย
ทว่าก่อนที่นางจะได้ประคองพาออกจากห้อง เสียงนุ่มชวนฝันก็ดังขึ้นจากด้านข้าง
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ บ่าวจะดูแลท่านแม่ทัพเอง”
เสียงนั้นเป็นของคณิกาเหมยซูอวิ๋น คณิกาสาวที่นั่งเคียงข้างท่านแม่ทัพมาตลอดทั้งคืน นางยิ้มอย่างสุภาพ ดวงตาฉายแววบางอย่างที่แม้เรียบเฉย หากแต่แฝงด้วยความหมายไม่ชอบมาพากล
“เชิญบ่าวน้อยไปพักก่อนเถิด” นางว่าเสียงอ่อน “ข้าจะพานายท่านของเจ้าไปพักให้เรียบร้อยเอง”
เทียนอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย สบตากับนางอย่างไม่ไว้วางใจ ก่อนจะก้มศีรษะลงเพียงน้อย แล้วก้าวถอยออกมา แต่ก็หาได้กลับออกจากห้องไม่
นางเงียบเสียง ซ่อนตัวตามเงาระเบียงของชั้นบน ห่างจากสองร่างชายหญิงข้างหน้าเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งเห็นเหมยซูอวิ๋นประคองซ่งเหวินจิ่นออกไปยังห้องพักด้านตะวันตกที่มืดสงัด
พอแน่ใจว่าทั้งสองเข้าไปในห้องจริง เทียนอวิ๋นจึงรีบย่องตามแทรกตัวเข้าไปทันที
ประตูไม้บานนั้นกำลังจะถูกปิดลงต่อหน้าต่อตา หากแต่นางไวเท้ากว่าครึ่งก้าว
“เดี๋ยวก่อน!”
มือบางดันบานประตูเข้าเต็มแรงจนเสียงดังแอ๊ด เสี้ยวหน้าของนางยังคงเงียบเรียบ หากดวงตาเปล่งประกายด้วยแรงต้านไม่แพ้ใคร
เหมยซูอวิ๋นชะงัก “เจ้า...”
“เจ้าต้องการทำสิ่งใดไม่ดีต่อคุณชายของข้าใช่หรือไม่” เทียนอวิ๋นเอ่ยเรียบ ๆ แต่หนักแน่น “หากเจ้าคิดร้าย หรือแตะต้องแม้แต่ปลายเสื้อของเจ้านายข้า ข้าจะร้องให้เจ้าหน้าที่ในหอมาจับตัวเจ้าเดี๋ยวนี้!”
นางคณิกาสาวผู้นั้นหน้าถอดสีไปชั่วครู่ นัยน์ตาที่เคยหยิ่งผยองพลันหวาดระแวง นางเหลือบมองซ้ายขวาราวกับหาทางออก พลางรีบส่ายหน้า
“ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอะไร เจ้าอย่ามาใส่ความข้าเช่นนี้นะ!” เสียงสูงสั่นเครือ
“เช่นนั้น… ก็รีบไปเสียเถอะ” เทียนอวิ๋นกล่าวด้วยเสียงต่ำ ไม่ขยับออกจากหน้าประตูแม้แต่นิ้วเดียว
ความนิ่งเฉยนั้นกลับทำให้เหมยซูอวิ๋นตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม นางขบริมฝีปากแล้วรีบผละตัว วิ่งกึ่งเร่งรีบออกจากห้องอย่างร้อนรน ปล่อยให้บานประตูไม้ค้างอยู่นั้น
เทียนอวิ๋นยืนนิ่ง หัวใจยังเต้นโครมครามด้วยแรงตึงเครียด
“นางยอมแพ้เร็วยิ่งนัก...” นางคิดแค่นั้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
เมื่อลับเงาหญิงผู้นั้นแล้ว นางจึงกลับเข้าห้องอย่างสงบ ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปยังฟูกนอนที่ตั้งไว้มุมห้อง
ร่างของซ่งเหวินจิ่นยังนั่งเอนอยู่บนตั่ง ริมฝีปากแดงจัดกว่าเดิม หายใจหอบเบา ๆ ดวงตาฉ่ำปรือ ริมคิ้วขมวดเล็กน้อยราวกับมีความร้อนบางอย่างก่อตัวอยู่ภายใน
“ท่านแม่ทัพ... ท่านเป็นอะไรไปหรือไม่ขอรับ”
ไม่มีเสียงตอบจากผู้เป็นนาย มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ
บทส่งท้าย18+ทิ้งท้ายภายในรถสองเงาร่างนั่งอยู่เคียงกัน นิ้วเรียวของหญิงสาวยังถูกมือใหญ่ของบุรุษจับไว้แน่น อบอุ่นจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทว่าเทียนอวิ๋นรู้สึกได้ ว่าดวงตาของคนรักหนุ่มเหลือบมองตนเองอยู่เนือง ๆ คล้ายมีบางสิ่งที่เขาคิดจะพูด แต่ก็กดเก็บไว้ใต้แววตาคู่นั้นอยู่หลายคราในที่สุดนางก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน“ท่านแม่ทัพ ท่านมีสิ่งใดอยากพูดกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”ซ่งเหวินจิ่นชะงักเล็กน้อย หันกลับมาสบตานาง ก่อนจะกลืนน้ำลายเบา ๆ อย่างลังเลสายตาคมสบนางอย่างไม่หลบ แต่กลับแฝงความเก้อเขินที่หาได้ยากยิ่งในตัวเขา“พูดมาเถิดเจ้าค่ะ...” นางพูดอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มบาง “หากเป็นสิ่งที่ข้าให้ได้ ข้ายินดี”คำพูดของนาง ทำให้เขาหลุดหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคม พร้อมดวงตาที่คล้ายจะซุกซนขึ้นมาอย่างมิอาจห้าม“สิ่งที่ข้าขอ เจ้าทำได้อยู่แล้วทุกอย่างจริงรึ” เขาเอนตัวเข้าใกล้ สายตาอบอุ่นจนหัวใจนางเต้นระรัว “มีสิ่งหนึ่งที่ข้าต้องการมานานแล้ว”“...”เขากระซิบเบา ๆ“เมื่อก่อน ข้าไม่เคยได้สัมผัสความอ่อนนุ่มจากซาลาเปาน้อยสองลูกนี้ของเจ้าเลย ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่ามันจะนุ่มขนาดไหนและมีลักษ
บทที่สิบเก้าบนรถม้าผ่านไปสองวัน...ท้องฟ้าเหนือจวนแม่ทัพแจ่มใสดุจไร้สิ่งใดเคยเกิดขึ้นมาก่อน แสงตะวันยามเช้าไล้ผ่านชายหลังคา ลูบไล้ยอดไม้ และทอดเงาเบา ๆ บนแผ่นหินหน้าครัวเรือนในจวนด้านในชีวิตประจำวันของเทียนอวิ๋นกลับมาเป็นดั่งเดิมนางตื่นแต่เช้า มาช่วยจัดเตรียมอาหารในโรงครัว สามารถแต่งกายด้วยอาภรณ์สตรีเรียบง่าย ได้ผูกผมขึ้นเป็นมวยเล็กตามแบบสาวใช้ทั่วไป ใบหน้าไม่ต้องหลบซ่อนตัวตน ไม่ต้องพันผ้ารัดอก ไม่ต้องฝึกย่ำเท้าแบบบุรุษอีกและที่น่าแปลกไปมากกว่านั้นคือหลังจากบิดาของนางไปแจ้งเรื่องขอพักงานเนื่องจากอาการป่วยของพี่ชายฝาแฝดกับท่านพ่อบ้านชราผู้ดูแลจวนกลับได้รับอนุมัติอย่างง่ายดายโดยที่ไม่โดนไล่ออก หรือแม้กระทั่งโดนลงโทษเลยสักนิดเดียวหากครอบครอบนางรู้เช่นนี้คงไม่สร้างเรื่องยุ่งยากอย่างการให้เทียนอวิ๋นปลอมตัวเป็นพี่ชายหรอก เฮ้อดี แล้ว นางมีคติประจำตัวว่าสิ่งที่ผ่านไปแล้วดีเสมอ เพราะคนเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตได้นี่นาขณะนี้เทียนอวิ๋นเดินออกมาจากเรือนบ่าวด้วยฝีเท้าเร่งร้อนอย่างเคยหลังจากคืนวันเปลี่ยนไปหลายวันทุกอย่างกำลังลงตัวกลับไปเหมือนอดีตอย่างที่ควรเป็น เช่นเดียวกับที่นางก
บทที่สิบแปดไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป🔥🔥ภายในห้องเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ และเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกันแผ่วเบา แสงตะเกียงบนผนังสั่นไหวตามแรงลมอ่อน ๆ จากหน้าต่างสะท้อนเงาร่างสองร่างที่แนบแน่นกันอยู่บนขอบเตียงซ่งเหวินจิ่นค่อย ๆ ละริมฝีปากลงจากเรียวปากของนางไล้จูบลงข้างแก้ม ลำคอ ไล่ลงตามสาบเสื้อผ้าบางเบาราวกับเขาต้องการประทับรอยไว้เพื่อประกาศว่า ‘ผู้นี้ เป็นของเขาเท่านั้น’ทุกจุมพิตของเขามิได้เร่งเร้าแต่กลับปลุกปลอบ ปลุกเร้าให้ต้องการโดนสัมผัสมากกว่านี้จนนางที่ในใจยังลังเล...ก็เริ่มละลายลงในอ้อมแขนของเขาอย่างช้า ๆมือใหญ่ของเขาเลื่อนมาช่วยปลดสายผ้าตรงช่วงไหล่ อาภรณ์ที่เคยปกปิดมิดชิด ค่อย ๆ หลุดร่วงลงตามแรงโน้มของใจที่ไม่อาจห้ามและในจังหวะที่นางกำลังเคลิ้ม ลืมเลือนโลกทั้งใบปลายนิ้วของเขาก็เลื่อนเข้าหากึ่งกลางผ้ารัดอก เพราะคิดว่าเป็นเพียงผ้าชั้นในของบุรุษตามประสาบ่าวปกติเสียงพรืดของผ้าที่หลุดจากร่างและในวินาทีนั้นเอง เรือนร่างที่เขาคิดว่าเป็นของบุรุษกลับเผยส่วนเว้าโค้งที่ไม่ควรมีในชายผู้ใดยอดเขาขาวนวลอ่อนนุ่มสองลูกที่ควรมีเฉพาะในสตรีเพศกลับปรากฏอยู่ตรงหน้าเขารูปร่างน
บทที่สิบเจ็ดเจ้าเป็นของข้าโดยชอบธรรม🔥บานประตูปิดลงอย่างเงียบงัน เสียงตะเกียงไส้ฝ้ายแตกดังแจะ กลายเป็นเพียงสิ่งเดียวที่กล้าขัดจังหวะความเงียบในห้อง แผ่นหลังของเทียนอวิ๋นแนบประตูไม้ ขณะที่มือยังถูกชายตรงหน้ากุมไว้แน่นซ่งเหวินจิ่นยืนอยู่ใกล้...ใกล้เสียจนเงาร่างของเขาซ้อนทับกับนาง ใบหน้าคมเข้มยังคงมืดครึ่งหนึ่งภายใต้แสงไฟ หากแต่ดวงตาของเขากลับทอประกายวาบน่ากลัวที่นางอ่านไม่ออก“เจ้าทำอะไรลงไป” เสียงของเขาดังขึ้นช้า ๆ แต่ชัดเจน หนักแน่นดุจค้อนกระทบหิน“...”“เหตุใดจึงส่งนางผู้นั้นเข้ามาแทนตนเอง” เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกครึ่งก้าว มือยังคงไม่ปล่อยและดวงตายังจับจ้องเพียงใบหน้านางคนเดียวเทียนอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ และเอ่ยตอบอย่างนอบน้อม“เพราะข้าน้อยรู้ตัวว่าไม่สามารถให้ในสิ่งที่คุณชายต้องการได้ทุกอย่างขอรับ”นางพยายามประคองเสียงให้เรียบ แต่ความสั่นเครือในแววตากลับทรยศใจที่ฝืนไว้“บ่าวเป็นผู้ชาย” เสียงนางเบาลงราวมลายละลายไปกับลม “ท่านแม่ทัพคงรังเกียจบ่าวที่เป็นผู้ชาย ไม่มีส่วนนุ่มนิ่มและน่ามองเหมือนเหล่าสตรี ข้าเพียงไม่อยากให้คุณชายต้องฝืนตนเอง และลำบากใจอีกต่อไปขอรับ”ป
บทที่สิบหกตัวแทนอุ่นเตียงจ๊อกเสียงของเหลวสีขาวขุ่นผสมกับน้ำสะอาดที่เทียนอวิ๋นใช้ล้างและล้วงออกมาจากช่องทางสวาทของตนเองดังลั่นสถานที่เอาไว้อาบน้ำของสาวใช้ที่นางแอบเข้ามาข้างในเพื่อใช้บริการชั่วคราวในตอนที่ไม่มีใครมาใช้เพราะต่างแยกย้ายไปทำงานของตนเองในช่วงเวลาใกล้เย็นต้องรีบจัดการงานตนเองให้เสร็จไม่เช่นนั้นคงไม่ได้นอนมือบางไล้น้ำผ่านซอกคออย่างแผ่วเบา ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านลำตัว คล้ายสายฝนที่พยายามลบล้างร่องรอยกลีบบุปผาที่เบ่งบานโดยไม่อาจควบคุม“คืนนี้ ข้าจะต้องไม่ไปปรนนิบัติท่านแม่ทัพ”ขอเพียงคืนนี้ นางต้องการพักหัวใจและร่างกายของตนเพียงแค่คืนเดียวเพื่อหาเวลาคิดใคร่ครวญหาวิธีที่สามารถทั้งช่วยเจ้านายที่ตนเองภักดีและช่วยหัวใจตนเองไม่ให้ตกลงไปในหลุมที่ลึกล้ำยากปีนขึ้นมาในอนาคตอันใกล้ที่จะมาถึงนี้ในที่สุดยามค่ำคืนก็มาถึง จวนแม่ทัพแสงตะวันลับเหลือเพียงแสงตะเกียงที่ไหวริกไปตามลมเย็นปลายวสันต์รอบเรือนเงียบสงบตามธรรมเนียมของจวนทหาร หากแต่หัวใจของหญิงสาวผู้หนึ่งกลับไม่อาจสงบลงได้แม้แต่น้อยเทียนอวิ๋นยืนเงียบอยู่เสาต้นหนึ่งไม่ไกลจากห้องนอนของท่านแม่ทัพ มือของนางกำชายเสื้อแน่น สายตาแน่วแน่มองไป
บทที่สิบห้าบนม้า 18+🔥🥵นางคิดว่าทุกอย่าง…คงจบลงเพียงค่ำคืนนั้นค่ำคืนที่นางยอมมอบกายเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตนเองพูดไปและยืนยันความบริสุทธิ์ใจคว่าตนเองนั้นไม่ได้เป็นพวกของฝ่ายหอคณิกาแต่อย่างไรทว่า...แต่นนางหาได้เคยคิดมาก่อนว่าว่านับจากคืนนั้นจะยังมี ‘อีกหลายคืน’ ถัดจากนั้นท่านแม่ทัพเรียกหานางที่เป็นบ่าวชายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในยามราตรีท่ามกลางเงาจันทร์ภายใต้ข้ออ้างว่าพิษในกายเขายังมิได้สร่าง และทุกครั้งที่เขาเอ่ยนางที่ตกหลุมรักเขามานานนมก็ยินยอมโดยไม่เอ่ยปฏิเสธเลยแม้แต่ครั้งเดียวแต่แน่นอนว่านางต้องช่วยเขาไปด้วยและพยายามปิดความเป็นสตรีของตนเองไปด้วยโชคดีที่เจ้านายคนนี้เป็นคนยอมรับเงื่อนไขง่ายดายไม่ว่านางจะขอให้ปิดตา มัดมือ หรือไม่ให้จับตรงไหน เขาก้ยอมทุกอย่าง ขอเพียงนางซึ่งเขาเข้าใจว่าเป็นชายไม่อาจท้องได้ยอมช่วยเขาถอนพิษนั้นให้สิ้นซากนางเคยถามเขา ด้วยความสงสัยว่าพิษชนิดนี้นั้นจะอยู่นานอีกเท่าใดกันท่านแม่ทัพหลุบตาต่ำแล้วกล่าวอย่างจริงจัง ว่าหมอชราผู้เชี่ยวชาญบอกว่าพิษนี้ถอนด้วยยาไม่ได้ต้องให้คนโดนพิษปลดปล่อยออกจนพิษออกจากตัวหมดจึงจะสงบลงนางฟังแล้วเงียบงันตีความด้วยสมองอันน้อยนิดของตน
บทที่เก้าจำไม่ได้ (?)รุ่งเช้าวันถัดมาแสงแดดอุ่นสาดลอดบานหน้าต่างไม้เข้ามายังห้องนอนในเรือนรับรองในหอหยกเมฆ เสียงนกบนกิ่งหลี่ยังไม่ทันแว่วชัดนัก ร่างสูงบนเตียงก็ค่อย ๆ พลิกกาย ลืมตาขึ้นซ่งเหวินจิ่นกระพริบตาเบา ๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองเพดานไม้เหนือศีรษะ ศีรษะของเขาหนักเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับเวียน เพียงรู
บทที่หกตอบรับทุกสัมผัส🔥🥵18+ซ่งเหวินจิ่นโน้มกายลงอีกครั้ง ใบหน้าคมคร้ามซุกเข้าหาเนินเนื้อที่กลมกลึงดุจลูกพีชคู่สุกงอม ฝังปลายจมูกไว้ตรงจุดอ่อนโยนซึ่งกลิ่นหอมละมุนคล้ายกลีบบุปผาแรกแย้มยามย่ำค่ำเคราหนานุ่มตรงปลายคางของเขาสัมผัสผิวเนียนละเอียดของนาง ทำเอาร่างใต้ร่างสะดุ้งเล็กน้อย กลั้นหัวเราะไว้ไม
บทที่ห้าสายรัดอก🔥🥵18+แม้เปลวพิษในร่างจะมอดลงแล้ว แต่เปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในใจชายหนุ่มกลับยังลุกไหม้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างสูงที่ยังเปลือยเปล่าภายใต้แสงตะเกียงสลัว โน้มกายก้มเข้าหาเบื้องหน้าช้า ๆ เพื่อเข้าใกล้ตรงที่หญิงสาวยังคุกเข่าหอบหายใจแรงอยู่หยาดขาวอุ่นที่เขาหลั่งออ
บทที่สี่ช่วยข้าด้วย 🔥🥵18+มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปคว้าแท่งหยกที่ร้อนจัด ร้อนราวกับเพิ่งหล่อออกจากเตาเปลวไฟ ร่างสูงกระตุกเล็กน้อยยามที่ฝ่ามือหยาบของตนเคลื่อยขยับขึ้นลงช้า ๆ โดยไร้ซึ่งแบบแผนเนื่องจากหวังเพียงเพื่อระบายความร้อนในร่างที่กำลังแผดเผาตอนนี้เสียงหอบดังสม่ำเสมอ หยาบกระด้างและติดขัด สะ







