แชร์

คณิกาคิดปีนเตียง

ผู้เขียน: น้องเหม่ยเหมย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-02 16:56:18

บทที่สอง

คณิกาคิดปีนเตียง

เสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย

“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเพิ่งได้สาวใหม่เข้ามา ทั้งผิวเนียนทั้งเสียงนุ่ม” คุณชายไป๋จิ่นโหวเอ่ยพลางยักคิ้วให้เพื่อน สร้างเสียงโห่ฮาขึ้นอีกระลอก

“โธ่ ไอ้ไป๋ เรื่องพรรค์นี้ เจ้าจำแม่นเสียยิ่งกว่าเลขบันทึกภาษีเสียอีก” คุณชายเว่ยอวิ้นหลางแกล้งทักพร้อมเทสุราลงจอกให้เพื่อนข้าง ๆ

จากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอย่างภูมิใจ เอ่ยเสียงดัง “คืนนี้พวกเจ้าทุกคนอย่าได้กังวลเรื่องกลับจวนให้เมื่อยล้า ข้าจองห้องพักให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้ว มีฉลากชัดเจนบนประตู ใครเมาก็คลานเข้าไปนอนได้เลย!”

“โห ไม่เมาไม่หยุดใช่หรือไม่”

“ใช่สิ ไม่ได้รวมตัวเช่นนี้นานแล้ว!” เสียงโห่ร้องดังสนั่นจนม่านห้องสะบัดไหว

เทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องยังเงียบงัน นางจับจ้องเพียงผู้เป็นนายอย่างเงียบ ๆ ไม่ก้าวออกนอกเส้นเงาของตนเองแม้ครึ่งก้าว

เบื้องหน้านางคณิกาสวมชุดแพรโปร่งบางนั่งแนบอยู่ข้างกายซ่งเหวินจิ่น รินสุราให้อย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมเสน่ห์

หญิงคณิกาผู้มีชื่อเสียงเป็นหนึ่งในหอเมฆหยก เหมยซูอวิ๋น ผู้นี้แท้จริงไม่ได้มาด้วยใจบริสุทธิ์ นางรินสุราใส่จอกของแม่ทัพน้อยด้วยมืออ่อนช้อย พลางเอ่ยเสียงหวานเยิ้ม “ท่านแม่ทัพเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน ขอสุรานี้ดับร้อนเถิดเจ้าค่ะ”

ซ่งเหวินจิ่นมิได้ตอบรับอะไรมาก เพียงยกจอกขึ้นกระดกตามมารยาทเท่านั้น รสของสุราหวานซ่อนคมรุนแรง แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้รสนั้นยิ่งอันตรายกว่า

เหมยซูอวิ๋นหรี่ตาเพียงนิด รอยยิ้มของนางเยือกเย็นแผ่วร้าย

สุราจอกนั้นนางใส่ยากำหนัดชนิดแรงลงไปเล็กน้อย  ยาไม่ถึงกับทำลายสติ แต่จะกระตุ้นความเร่าร้อนให้โหมกระพือจนมิอาจฝืนทาน หากใครลุ่มหลงนางก็จะตกลงในบ่วงทันที และหากเป็นไปได้ นางก็หวังจะเข้าไปอยู่ในเรือนแม่ทัพให้ได้ในสักวัน

เทียนอวิ๋นเฝ้าดูภาพนั้นโดยมิได้ทันความจริง นางเพียงเห็นว่าสุราถูกส่งไปรินกลับมาไม่รู้กี่จอก พอรู้ตัวอีกครั้ง นายของนางก็ดูเอนตัวมากขึ้นกว่าปกติ ใบหน้าเริ่มแดงเล็กน้อย

“ท่านแม่ทัพ...” นางขยับปากจะเรียกเบา ๆ แต่ยังมิได้ก้าวเท้า

เสียงของเว่ยอวิ้นหลางก็ดังขึ้น

“คืนนี้พอแค่นี้เถอะ! เห็นทีแต่ละคนเริ่มหน้าแดงไปหมดแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”

เขาหัวเราะแล้วหันไปหาคนอื่น “แยกย้ายกันไปพักในห้องเลย ห้องพวกเจ้าอยู่ปีกตะวันตก ชั้นบนสุด ตามป้ายได้เลย”

กลุ่มคุณชายเริ่มทยอยลุกขึ้นจากเบาะ บ้างยังหัวเราะ บ้างหาว บ้างยกถ้วยสุดท้ายขึ้นดื่มรวดเดียวก่อนโบกมือร่ำลา

เทียนอวิ๋นหลุบตาลงทันที หันไปกวาดตามองกลุ่มรับใช้ของคุณชายแต่ละคน แล้วจึงขยับกายเข้าใกล้เจ้านายตนที่นั่งนิ่งอยู่อีกครั้ง

ซ่งเหวินจิ่นเอนพิงพนักเบา ๆ ดวงตาคมปลาบที่เคยนิ่งสงบ บัดนี้กลับมีร่องรอยของความวูบไหว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับกำลังฝืนสภาวะบางอย่าง

เหล่าคุณชายหัวเราะตอบรับอย่างเหนื่อยอ่อน ขยับกายอย่างช้า ๆ ขณะมีสาวใช้คอยช่วยประคองข้างกาย

เทียนอวิ๋นขยับเข้าใกล้เจ้านายตนอย่างระมัดระวัง ซ่งเหวินจิ่นนั่งนิ่งอยู่บนเบาะ ทว่าริมแก้มแดงระเรื่อ ดวงตาคมเริ่มพร่าเล็กน้อยจนมองเห็นได้ชัด

“ท่านแม่ทัพ…” นางเรียกแผ่วเบา “ให้ข้าน้อยพาท่านไปยังห้องพักเถิดขอรับ”

มือบางของนางแตะเบา ๆ ที่แขนเสื้อของเขา ร่างสูงสง่าที่เคยมั่นคงกลับเอนเอียงเล็กน้อยตามแรงสัมผัส กลิ่นสุราผสมน้ำหอมจาง ๆ ลอยกรุ่นอยู่รอบกาย

ทว่าก่อนที่นางจะได้ประคองพาออกจากห้อง เสียงนุ่มชวนฝันก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ บ่าวจะดูแลท่านแม่ทัพเอง”

เสียงนั้นเป็นของคณิกาเหมยซูอวิ๋น คณิกาสาวที่นั่งเคียงข้างท่านแม่ทัพมาตลอดทั้งคืน นางยิ้มอย่างสุภาพ ดวงตาฉายแววบางอย่างที่แม้เรียบเฉย หากแต่แฝงด้วยความหมายไม่ชอบมาพากล

“เชิญบ่าวน้อยไปพักก่อนเถิด” นางว่าเสียงอ่อน “ข้าจะพานายท่านของเจ้าไปพักให้เรียบร้อยเอง”

เทียนอวิ๋นขมวดคิ้วเล็กน้อย สบตากับนางอย่างไม่ไว้วางใจ ก่อนจะก้มศีรษะลงเพียงน้อย แล้วก้าวถอยออกมา แต่ก็หาได้กลับออกจากห้องไม่

นางเงียบเสียง ซ่อนตัวตามเงาระเบียงของชั้นบน ห่างจากสองร่างชายหญิงข้างหน้าเพียงเล็กน้อย จนกระทั่งเห็นเหมยซูอวิ๋นประคองซ่งเหวินจิ่นออกไปยังห้องพักด้านตะวันตกที่มืดสงัด

พอแน่ใจว่าทั้งสองเข้าไปในห้องจริง เทียนอวิ๋นจึงรีบย่องตามแทรกตัวเข้าไปทันที

ประตูไม้บานนั้นกำลังจะถูกปิดลงต่อหน้าต่อตา หากแต่นางไวเท้ากว่าครึ่งก้าว

“เดี๋ยวก่อน!”

มือบางดันบานประตูเข้าเต็มแรงจนเสียงดังแอ๊ด เสี้ยวหน้าของนางยังคงเงียบเรียบ หากดวงตาเปล่งประกายด้วยแรงต้านไม่แพ้ใคร

เหมยซูอวิ๋นชะงัก “เจ้า...”

“เจ้าต้องการทำสิ่งใดไม่ดีต่อคุณชายของข้าใช่หรือไม่” เทียนอวิ๋นเอ่ยเรียบ ๆ แต่หนักแน่น “หากเจ้าคิดร้าย หรือแตะต้องแม้แต่ปลายเสื้อของเจ้านายข้า ข้าจะร้องให้เจ้าหน้าที่ในหอมาจับตัวเจ้าเดี๋ยวนี้!”

นางคณิกาสาวผู้นั้นหน้าถอดสีไปชั่วครู่ นัยน์ตาที่เคยหยิ่งผยองพลันหวาดระแวง นางเหลือบมองซ้ายขวาราวกับหาทางออก พลางรีบส่ายหน้า

“ข้าเปล่า ข้าไม่ได้ทำอะไร เจ้าอย่ามาใส่ความข้าเช่นนี้นะ!” เสียงสูงสั่นเครือ

“เช่นนั้น… ก็รีบไปเสียเถอะ” เทียนอวิ๋นกล่าวด้วยเสียงต่ำ ไม่ขยับออกจากหน้าประตูแม้แต่นิ้วเดียว

ความนิ่งเฉยนั้นกลับทำให้เหมยซูอวิ๋นตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม นางขบริมฝีปากแล้วรีบผละตัว วิ่งกึ่งเร่งรีบออกจากห้องอย่างร้อนรน ปล่อยให้บานประตูไม้ค้างอยู่นั้น

เทียนอวิ๋นยืนนิ่ง หัวใจยังเต้นโครมครามด้วยแรงตึงเครียด

“นางยอมแพ้เร็วยิ่งนัก...” นางคิดแค่นั้น ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

เมื่อลับเงาหญิงผู้นั้นแล้ว นางจึงกลับเข้าห้องอย่างสงบ ปิดประตูลงอย่างเงียบงัน แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปยังฟูกนอนที่ตั้งไว้มุมห้อง

ร่างของซ่งเหวินจิ่นยังนั่งเอนอยู่บนตั่ง ริมฝีปากแดงจัดกว่าเดิม หายใจหอบเบา ๆ ดวงตาฉ่ำปรือ ริมคิ้วขมวดเล็กน้อยราวกับมีความร้อนบางอย่างก่อตัวอยู่ภายใน

“ท่านแม่ทัพ... ท่านเป็นอะไรไปหรือไม่ขอรับ”

ไม่มีเสียงตอบจากผู้เป็นนาย มีเพียงลมหายใจร้อนผ่าวที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อย ๆ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   6สายรัดอก

    บทที่ห้าสายรัดอก🔥🥵18+แม้เปลวพิษในร่างจะมอดลงแล้ว แต่เปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในใจชายหนุ่มกลับยังลุกไหม้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะดับเขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ร่างสูงที่ยังเปลือยเปล่าภายใต้แสงตะเกียงสลัว โน้มกายก้มเข้าหาเบื้องหน้าช้า ๆ เพื่อเข้าใกล้ตรงที่หญิงสาวยังคุกเข่าหอบหายใจแรงอยู่หยาดขาวอุ่นที่เขาหลั่งออกเมื่อสักครู่ยังเปื้อนไหลออกาจากขอบริมฝีปากของนาง ราวกับมุกขุ่นที่กลิ้งอยู่บนกลีบบุปผาแดงมือใหญ่ค่อย ๆ ยื่นไปแตะใบหน้าของหญิงสาวอย่างเงียบงัน นิ้วโป้งหยาบกร้านแตะมุมปาก ก่อนจะลากผ่านแนวแก้มอ่อนนุ่ม เนื้อเนียนอย่างเชื่องช้าและนุ่มนวลนางมิได้หลบหนี มิได้ผละออก มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ปิดลงช้า ๆ ราวกับยินยอมให้เขาใช้ปลายนิ้ววาดรอยไว้บนใบหน้านิ้วโป้งลูบผ่านคางมน แล้ววนขึ้นอีกครั้งตรงรอยเปื้อนของหยาดพิรุณที่ยังค้างอยู่ มือนั้นเคลื่อนไปตามแนวกราม เหมือนศิลปินผู้กำลังลบสีเกินบนผืนผ้าไหมด้วยความอ่อนโยนแต่ในใจเขานั้นหาได้ต้องการลบออกไม่ หากกลับอยาก นางจำไว้ว่าระหว่างเขากับนาง เคยใกล้ชิดกันเพียงนี้ทุกสัมผัสนั้นดูเหมือนจะอ่อนโยน หากแฝงแรงอารมณ์ที่ถูกเก็บกดจนใกล้ระเบิดเต็มทีเสียแล้วมืออีกข้างวางลงบ

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   ช่วยข้าด้วย

    บทที่สี่ช่วยข้าด้วย 🔥🥵18+มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนลงไปคว้าแท่งหยกที่ร้อนจัด ร้อนราวกับเพิ่งหล่อออกจากเตาเปลวไฟ ร่างสูงกระตุกเล็กน้อยยามที่ฝ่ามือหยาบของตนเคลื่อยขยับขึ้นลงช้า ๆ โดยไร้ซึ่งแบบแผนเนื่องจากหวังเพียงเพื่อระบายความร้อนในร่างที่กำลังแผดเผาตอนนี้เสียงหอบดังสม่ำเสมอ หยาบกระด้างและติดขัด สะท้อนก้องในห้องเงียบงันทุกจังหวะ กลืนกับเสียงผิวเนื้อเสียดสีที่เบาแต่คมชัด จนไม่อาจหลีกหนีเทียนอวิ๋นยืนอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าของนางซีดขาวก่อนแดงซ่านขึ้นแทบจะทันทีที่เห็นภาพนั้นนางควรหลบตา ควรหันหลังหนี...แต่กลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับปลายเท้าถูกตรึงไว้กับพื้นภายในร่างของนางเองก็วูบไหวไม่ต่างกัน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวาบจากท้องน้อยไปจนถึงบุปผาใจกลางกายร่างกายที่เคยสงบกลับเกิดอาการสั่นสะท้านโดยไม่ทราบสาเหตุมันไม่ใช่เพียงความเขินอาย แต่มันมากกว่านั้นมันลึกซึ้งยากจะอธิบายมือบางเลื่อนลงกดเบา ๆ ที่หน้าท้องตนเอง หวังกลบความปั่นป่วนใต้ผิวเนื้ออุ่นวาบ ในถ้ำบุปผาที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับมีแรงเต้นเป็นจังหวะบีบรัดอยู่ภายใน จนท่อนขาของนางต้องเบียดเข้าหากันโดยมิรู้ตัว“ท่านแม่ทัพ…” เสียงนางแผ่วเบา ค

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   ข้าหิวน้ำ

    บทที่สามข้าหิวน้ำ 🔥18+ไม่รู้ว่าเจ้านายเป็นอันใดไปดังนั้น เทียนอวิ๋นยื่นผ้าเย็นแตะหน้าผากของซ่งเหวินจิ่นอย่างเบามือ ทว่าขณะกำลังจะชักมือกลับ นางพลันรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่แปลกประหลาดสายตาคมดุของชายหนุ่มที่ควรจะหลับหรือมึนเบลอในห้วงมึนเมากลับกำลังจ้องมาทางนางแน่วนิ่งดวงตาคู่นั้นฉ่ำเยิ้ม เคลิบเคลิ้ม ปลายหางตาปริ่มน้ำเล็กน้อยจนน่าสงสัย ทั้งยังฉายแวววูบไหวอย่างประหลาด คล้ายร่างกายตนเองกำลังร้อนรุ่ม คล้ายกำลังปรารถนาบางสิ่งอย่างแรงกล้า“ท่านแม่ทัพ...” นางขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเสียงเบาอย่างระวัง “ท่านเป็นอันใดหรือขอรับ”สายตานั้นยังคงจับอยู่ที่นางไม่ละไป ซ่งเหวินจิ่นขยับกายเล็กน้อยก่อนยกมือขึ้นช้า ๆ ปลดกระดุมบนคอเสื้อออก“ข้าร้อน...”เสียงของเขาแหบพร่า ดวงหน้าซึ่งเคยสงบนิ่งบัดนี้แดงระเรื่อราวถูกเปลวไฟแผดเผา ใบหน้าเริ่มมีเหงื่อซึมตามไรผม“ข้ารู้สึกแปลกประหลาดนัก...” เขากล่าวต่อแผ่วเบา ขณะค่อย ๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออกเผยให้เห็นเนื้อตัวที่เปื้อนเหงื่อและแดงจัดจนผิดปกติเทียนอวิ๋นสะดุ้งเล็กน้อย รีบเบือนหน้าหลบ ไม่กล้ามองตรง ๆ ใบหน้าซ่อนอยู่ใต้เงาม่านมืด หากดวงตากำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจ“หรื

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   คณิกาคิดปีนเตียง

    บทที่สองคณิกาคิดปีนเตียงเสียงหัวเราะเริงร่าดังลั่นอยู่ภายในห้องรับรองชั้นบนของหอเมฆหยก เมื่อสุราไหที่สี่เริ่มพร่องลง ถ้อยคำที่เคยกล่าวอย่างขรึมขลังของเหล่าคุณชายก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเรื่องราวรื่นรมย์ ปนหยอกล้อเร่าร้อนที่ต่างผลัดกันนำมาคุย“ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าเมื่อคืนก่อนเรือนใต้ของหอเมฆหยกเพิ่งได้สาวใหม่เข้ามา ทั้งผิวเนียนทั้งเสียงนุ่ม” คุณชายไป๋จิ่นโหวเอ่ยพลางยักคิ้วให้เพื่อน สร้างเสียงโห่ฮาขึ้นอีกระลอก“โธ่ ไอ้ไป๋ เรื่องพรรค์นี้ เจ้าจำแม่นเสียยิ่งกว่าเลขบันทึกภาษีเสียอีก” คุณชายเว่ยอวิ้นหลางแกล้งทักพร้อมเทสุราลงจอกให้เพื่อนข้าง ๆจากนั้นเขาก็หันไปยิ้มอย่างภูมิใจ เอ่ยเสียงดัง “คืนนี้พวกเจ้าทุกคนอย่าได้กังวลเรื่องกลับจวนให้เมื่อยล้า ข้าจองห้องพักให้แต่ละคนเรียบร้อยแล้ว มีฉลากชัดเจนบนประตู ใครเมาก็คลานเข้าไปนอนได้เลย!”“โห ไม่เมาไม่หยุดใช่หรือไม่”“ใช่สิ ไม่ได้รวมตัวเช่นนี้นานแล้ว!” เสียงโห่ร้องดังสนั่นจนม่านห้องสะบัดไหวเทียนอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องยังเงียบงัน นางจับจ้องเพียงผู้เป็นนายอย่างเงียบ ๆ ไม่ก้าวออกนอกเส้นเงาของตนเองแม้ครึ่งก้าวเบื้องหน้านางคณิกาสวมชุดแพรโปร่งบางนั่

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   เกือบโดนจับได้

    บทที่หนึ่งเกือบโดนจับได้เรือนหลักของแม่ทัพน้อยซ่งเหวินจิ่นในยามเย็นยิ่งเงียบขรึมกว่าเคย แสงอาทิตย์สุดท้ายคล้ายกลืนหายไปกับผืนฟ้าเบื้องหลังแนวกำแพงเมือง เงาเรือนใหญ่ทอดยาวลงบนลานหินแกรนิตจนแลดูเย็นเยียบเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นบนเฉลียงเรือน พร้อมกับกล่องไม้ใส่อาหารที่แผ่กลิ่นหอมอบอวลออกมาเทียนอวิ๋นในคราบของเซี่ยเทียนหรงยกถาดอาหารมื้อเย็นขึ้นประคองในมือสองข้าง ก้มหน้าเรียบร้อยก่อนเอ่ยเสียงต่ำ“ท่านแม่ทัพน้อยขอรับ ข้าน้อยนำสำรับมื้อเย็นมาให้ขอรับ”ซ่งเหวินจิ่นที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือเลื่อนสายตาขึ้นจากม้วนบัญชีรายงาน เสียงของบ่าวข้างกายเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่หูของเขาที่ผ่านการฝึกในสนามรบย่อมไม่อาจมองข้ามเขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนหรี่ตาลง “เสียงของเจ้าเปลี่ยนไป เหตุใดจึงแหลมกว่าเดิมเล็กน้อย ดูเบากว่าทุกวัน”หัวใจเทียนอวิ๋นเต้นโครมคราม นางก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม รีบตอบกลับด้วยเสียงที่พยายามปรับให้ทุ้มขึ้นอีก “คงเพราะเจ็บคอนิดหน่อยขอรับ”ซ่งเหวินจิ่นไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ เพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับยังคงระแคะระคายอยู่ แต่ก็พยักหน้าเบา ๆ พร้อมโบกมือให้นางนำอาหารมาวาง“เจ้าวางสำรับไว้ แล

  • ทาสรักแม่ทัพทมิฬ   บทนำ

    บทนำเรือนเก้าท้ายในจวนแม่ทัพเมืองเฟิ่งซีเงียบสงัดยามอรุณ ปลายไผ่โยกไหวแผ่วเบาเพราะสายลมเหนือพัดผ่าน ผ่านเอาปัญหามายังบ้านเล็กหลังหนึ่งของเรือนรับใช้ในจวนในเรือนนั้นครอบครัวเซี่ยนั่งล้อมวงอยู่บนเสื่อผ้าฝ้ายเรียบง่าย ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความกังวล“ข้า... ข้าขอโทษจริง ๆ ขอรับท่านพ่อ ท่านแม่...”เสียงแหบแห้งของบุรุษหนุ่มดังแผ่วในห้อง เขานอนอยู่บนฟูกบาง ผ้าห่มห่มถึงอก ดวงหน้าซีดเผือด ริมฝีปากแห้งแตกระแหงเซี่ยเทียนหรง พี่ชายฝาแฝดของเทียนอวิ๋นร่างเล็กที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ มือบางของนางกุมชายผ้าไว้แน่น ดวงตากลมโตหม่นเศร้าเซี่ยป้อเฉียงบิดาของทั้งสองขมวดคิ้วแน่น “เหตุใดเจ้าถึงได้ดื้อด้านถึงเพียงนี้ เจ้าออกไปนอกจวนตอนกลางคืน ทั้งที่รู้ว่าเป็นบ่าวประจำตัวท่านแม่ทัพ”“ข้าไม่ได้จะเที่ยวขอรับ...” เทียนหรงเบา ๆ ก่อนกล่าวต่อ “ข้าแค่... เห็นสาวชาวบ้านถูกพวกนักเลงลากตัวไปตรงตรอกเปลี่ยว ข้าเลย ข้าเลยเข้าไปช่วย ไม่คิดเลยว่าจะโดนพวกมันรุมแทน”“เฮ้อ...บาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ แค่เพราะเห็นใจคนอื่น” เสียงของอวี้ซื่อเบาหวิว ข้างตานางมีหยาดน้ำใสคลออยู่ “หากพวกนายท่านรู้เข้า ลูกข้าอาจถูกลงโทษจนไม่เหลือแม้สิ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status