ログイン“หนูไม่เข้าใจ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ยังจะสงสัยอีกหรือไง ฉันบอกเธอไปแล้วไงว่าพ่อเธอขโมยเพชรประจำตระกูลของฉันไปขาย”
“หนูรู้ แต่ของมันถูกขายไปแล้ว จะมาโกรธแค้นอะไรหนูอีกล่ะคะ หนูกับพ่อก็คนละคนกัน” พิมพ์พลอยพูดอย่างเหนื่อยอ่อน รามินทร์คลี่ยิ้มมุมปาก
“มันเป็นเรื่องความสะใจไงล่ะ ฮึ… พ่อเธอขโมยเพชรฉันไป ตอนแรกฉันนึกว่าไปขายให้ไอ้สมศักดิ์ แต่ที่จริงแล้วพ่อเธอไม่ได้ขายให้มัน ไม่รู้ว่าพ่อเธอเอาเพชรไปไว้ที่ไหน ไอ้สมศักดิ์มันเลยแค้นมาก ส่งคนมาตามฆ่าพ่อของเธอ”
“เพชรนั้นมันสำคัญยังไง ทำไมใครๆ ถึงอยากได้มันนัก ก็แค่เพชรประจำตระกูล…” เธอถามอีก รามินทร์ส่ายหน้าระอา
“เด็กโง่! ไอ้เพชรอันนั้นน่ะ มัน…” เขาพูดค้างไว้แล้วหยุดปาก ก่อนจะส่ายหัวถอนหายใจ
“ช่างมันเถอะ…”
“มันอะไรเหรอคะ”
“ช่างมันเถอะ พูดไปเด็กโง่ๆ อย่างเธอก็ไม่เข้าใจ มานี่!” เขาดึงตัวเธอเข้าไปแนบชิด พิมพ์พลอยขืนตัวเต็มแรง แต่สู้แรงเขาไม่ไหว
“คุณจะทำอะไรหนูคะ”
“ฮึ่ม! ถามมากอยู่ได้ น่ารำคาญ!”
เขาถลกกระโปรงของเธอขึ้น แล้วดึงกางเกงในลง
“ว้าย! คุณจะทำอะไรคะ นี่มันห้องรับประทานอาหารนะคะ” พิมพ์พลอยร้องโวยวาย
“เงียบๆ เถอะน่า… น่ารำคาญจริง!” เขาถอดกางเกงในของเธอออก
“ไม่… ไม่ๆๆๆ ปล่อย! อื้อ!”
เธอจะร้องโวยวายต่อ แต่เขากลับเอากางเกงชั้นในขยุ้มแล้วอุดปากเธอเอาไว้ จับข้อมือเล็กทั้งสองข้างไพล่หลัง
อู้… อี้… อือ…
พิมพ์พลอยร้องได้แต่อยู่ในลำคอ น้ำตาไหลพราก
หยาบคาย… หยาบคายที่สุด ในชีวิตนี้เกิดมาจนอายุ 16 ปี สาบานได้เลยว่าเธอไม่เคยเจอใครที่โหดร้าย ทารุณ หยาบคายเช่นเขามาก่อน แม้จะประณามเขาด้วยสายตา แต่เขาไม่ได้มีความรู้สึกรู้สาอะไรเลย แถมยังงัดเจ้าโลกมาถูก้นเธออีก
“วันนี้เธอทำผิดกฎของบ้านหลังนี้ ต้องถูกลงโทษ” เขาบอก
“อื้อ…”
“อยากรู้ใช่ไหมล่ะ ว่าเธอทำผิดกฎอะไร” เขาถาม พิมพ์พลอยพยักหน้า
“ที่นี่ห้ามมีใครกินทิ้งกินขว้าง ห้ามขว้างปาอาหาร ห้ามทำลายข้าวของ โดยเฉพาะของใช้” เขาบอกแล้วสอดแท่งเนื้อร้อนๆ เข้ามาในรูของเธอ
“อื้อ!”
“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะถูกไอ้ชลิตเลี้ยงดูมาแบบไหน แต่เมื่อมาอยู่ที่นี่ มาอยู่บ้านหลังนี้แล้ว กฎต้องเป็นกฎ ห้ามมีใครทำผิดกฎ ห้ามฝ่าฝืนคำสั่งฉัน เข้าใจไหม!”
ตับๆๆๆๆๆๆๆๆ
เขาถามเธอพร้อมกับกระแทกเอวเข้าหารัวๆ พิมพ์พลอยร้องไห้ ทั้งเจ็บและแสบในคราเดียวกัน เขาไม่ทันได้เล้าโลมเธอเลยแม้แต่น้อย เปิดกระโปรงถอดกางเกงในได้ก็สอดเอ็นดุ้นใหญ่เข้ามาทันที
“อื้อๆๆๆๆ”
“อ่าส์… ฟิตดีจริงๆ” เขาเอ่ยปากชม เป็นคำชมที่พิมพ์พลอยไม่ต้องการเลยสักนิด เธอเกร็งไปหมดทั้งตัว มือหนาเอื้อมมาบีบนมของเธอเล่น บีบหนักมือจนเจ็บไปหมด
“อู้ว!”
เพียงไม่นานเขาก็พ่นน้ำรักออกมาเต็มรูสวาทด้านหน้า พิมพ์พลอยเสร็จพร้อมกับเขา เธอแทบจะทรุดกายลง หมดแรงข้าวต้ม
เมื่อคืนก็จัดหนักทั้งคืน ตอนเช้าก็จัดอีก ไม่รู้ว่าเขาเอาเรี่ยวแรง เอาน้ำเชื้อมาจากไหนกัน!
รามินทร์ปล่อยเธอเป็นอิสระ สิ่งแรกที่เด็กสาวทำคือเอากางเกงในออกจากปาก
บ้าบอ… บ้าบอที่สุด!
“กำลังด่าฉันในใจหรือไง” รามินทร์ถาม แววตาคมดุประดุจราชสีห์กราดมองเธออย่างเอาเรื่อง พิมพ์พลอยไม่พูดอะไร เธอเอากางเกงในสวมกลับเข้าไปที่เดิม
“ฉันจะให้เธอกลับไปเรียนเหมือนเดิม แต่คงเริ่มกลับไปเรียนได้สัปดาห์หน้า รอให้แผลตามตัวหายสนิทดีก่อน” เขาหยิบแก้วกาแฟขึ้นจิบต่อ พิมพ์พลอยตาเป็นประกาย
“เย้!”
“เธอจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือจะมีการ์ดคอยเฝ้าติดตามอยู่ห่างๆ เพื่อระวังความปลอดภัย อ้อ… เธออยากจะให้มีคนไปรับที่โรงเรียนหรืออยากจะกลับมาบ้านเองล่ะ”
พิมพ์พลอยได้ยินในสิ่งที่เขาถามแล้วตาโตแววระริก หัวใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวเริ่มเบิกบานขึ้น
“กลับเองค่ะ หนูกลับเองได้!”
“กลับเอง… กลับมาที่นี่นะ บ้านหลังนี้”
“เรื่องนั้นหนูทราบแล้วค่ะ คุณรามินทร์ไม่ต้องห่วง”
“ฉันไม่ห่วงเธออยู่แล้ว แค่อยากจะเตือนเธอไว้เท่านั้น เพราะยังไงฉันก็ให้การ์ดติดตามเธอตลอดเวลา หากเธอออกนอกลู่นอกทาง ไปในทางที่ไม่สมควร ฉันก็จะให้การ์ดลากคอเธอกลับมา แล้วเธอก็จะโดนทำโทษ ถูกฉันเอาเข็มขัดฟาดขั้นต่ำ 10 ที” เขาพูดอย่างไม่ปราณี
“โหดร้าย!”
“ฉันโหดมากกว่าที่เธอคิดอีก แล้วก็ห้ามไปมีแฟน มีกิ๊ก มีหนุ่มที่ไหน จับได้เมื่อไหร่ฉันเอาเธอตายแน่!” รามินทร์ชี้มีดหั่นสเต็กมาที่เธอ
“ค่ะ เข้าใจแล้วค่ะ คุณรามินทร์ดุขนาดนี้ หนูไม่กล้าหรอกค่ะ”
“มันก็ไม่แน่หรอก ที่ผ่านมามักจะมีพวกชอบลองดี” เขาหัวเราะในลำคอ
“หนะ… หนูไม่กล้าหรอกค่ะ”
“ดี! จำใส่สมองขี้เลื่อยของเธอไว้ด้วยนะ ว่าฉันไม่ชอบคนทรยศ อย่าเอานิสัยพ่อเธอมาใช้กับฉัน” เขายกผ้าขึ้นมาซับปากแล้วลุกออกไป พิมพ์พลอยมองตามแผ่นหลังไหวๆ จนออกพ้นประตูไป
“นี่ชีวิตเราจะต้องอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่เนี่ย เฮ้อ…”
พิมพ์พลอยเผลอบ่นออกมาเบาๆ รู้สึกเจ็บมวนไปทั่วทั้งท้องน้อยและรูด้านหลัง ไม่นับรวมความแสบปนปวดที่ก้น แผ่นหลังของเธออีก
ระบมไปทั้งตัว…
“กินเสร็จหรือยังคะ” นุจรีย์เดินเข้ามาถาม พิมพ์พลอยพยักหน้า
“เสร็จแล้วค่ะ”
“กินยาหน่อยนะคะ อาการจะได้ดีขึ้น” หล่อนยื่นยาให้
“ขอบคุณมากค่ะ”
พิมพ์พลอยรับยามากินแล้วลุกขึ้นเดินกลับขึ้นห้องนอนตัวเองไป พอเข้ามาที่ห้องนอนของตัวเองอีกครั้งก็พบว่ามีข้าวของเครื่องใช้ ของใช้ส่วนตัวของเธอถูกจัดวางเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว
สงสัยเธอคงได้ตายในเงื้อมมือมัจจุราชอย่างเขาจริงๆ แล้วล่ะ พี่แกเล่นขนของมาหมดบ้านเลย ชีวิตนี้คงไม่ต้องไปไหนกันแล้ว คงได้แต่อยู่ในนี้ เป็นทาสบนเตียงเขาตลอดไป
พอคิดถึงตรงนี้แล้วจู่ๆ น้ำรักก็ไหลพรั่งพรูออกมาจนเปียกชื้น ตอนแรกก็เกลียดที่เขากระทำย่ำยีเธออย่างกับไม่ใช่คน แต่พอโดนเอาหลายๆ ครั้งเข้ากลับรู้สึกตื่นเต้น ซ่านสยิวอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความรู้สึกสะใจมาก แบบนี้ใช่ไหมที่เขาเรียกถึงพริกถึงขิง
ท่อนเอ็นเขาก็ช่างใหญ่เหลือเกิน ใหญ่เกือบเท่าแขนเธออยู่แล้ว ยัดเข้ามาทีนี่อึดอัดไปหมดทั้งรู ไม่นับรวมสารพัดของเล่นที่เขาสรรหา มันทำให้เธอเสียวไปสุดขั้วหัวใจ
“คิดอะไรอยู่เหรอคะ” นุจรีย์เดินเข้ามาในห้อง พิมพ์พลอยสะดุ้งเฮือก
“ปละ… เปล่าค่ะ” เธอปดคำโต
“คิดถึงนายท่านอยู่ใช่ไหมล่ะคะ หน้าแดงเชียว” นุจรีย์เดินมานั่งลงที่เตียง นั่งข้างๆ เธอ พิมพ์พลอยก้มหน้างุด
“ฉันบอกแล้วว่าเดี๋ยวคุณจะชอบรสรักของนายท่าน”
นุจรีย์ไม่พูดเปล่า เอื้อมมือมาสอดใต้กระโปรงเธอแล้วขยี้ปุ่มคริสตอริส
“ว้าย! พี่นุชทำอะไรคะ อื้อ…”
“แฉะไปหมดแล้ว ให้พี่ช่วยนะคะ” เธอพูดอย่างหวังดี
“มะ… ไม่ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ อ๊า…”
นุจรีย์ไม่ฟังเสียงร้องของเธอ หล่อนสอดนิ้วเข้าไปในกางเกงชั้นใน พิมพ์พลอยพยายามดันมือออก ดิ้นหนี แต่ลึกๆ ก็แอบเสียดายสัมผัสพิศวาสของนุจรีย์
“อ๊า… อ๊า… อ๊าย…”
พิมพ์พลอยเกร็งกระตุก เรือนร่างบอบบางไหววูบ นุจรีย์ดึงมือออกแล้วเอาลิ้นเลียน้ำหวานใสของเธอ พิมพ์พลอยอยากจะร้องไห้
นี่เธอหลุดเข้ามาในโลกไหนกันแน่เนี่ย ทำไมแต่ละคนช่างช่ำชองเรื่องเซ็กซ์กันนัก ดูท่า… ทุกคนไม่ถือสาเรื่องแบบนี้กันเลย ใครมีอารมณ์ก็ทำๆ ช่วยๆ ให้เสร็จกันไป
“คุณอาจจะยังไม่ชิน แต่เดี๋ยวต่อไปก็ชินค่ะ ถ้าหากวันไหนคุณมีอารมณ์ แต่นายท่านไม่ว่าง คุณสามารถเรียกฉันหรือคนอื่นๆ ให้มาช่วยบำบัดความใคร่ได้นะคะ แต่ละคนเลียเก่ง ใช้เซ็กซ์ทอยเก่ง รับรองว่าเสียวไม่แพ้เอ็นของนายท่านแน่นอน” นุจรีย์โฆษณา ถ้อยคำของหล่อนทำให้พิมพ์พลอยเสียววาบไปหมด
เขาปล่อยให้เธอเลียจนพอใจ จากนั้นจึงเดินมาคร่อมร่างบางของเธอไว้แล้วสอดกายเข้าไปในรูสวาทด้านหน้าของเธอ พิมพ์พลอยเกร็งสะท้านไปทั่วทั้งกาย อยากจะบิดเร่าให้ขาดใจแต่ตอนนี้ร่างกายของเธอกลับถูกพันธนาการไว้หมดทุกส่วน ได้แต่ปล่อยให้เขาแทงแก่นกายเข้ามายังรูรักของเธอเรื่อยๆ แทงจนเธอเสร็จไปอีกหลายรอบเขาถึงปล่อยน้ำรักออกมา“อู้ว!”เหมือนว่ารามินทร์ยังไม่พอใจในการเล่นกับร่างกายหญิงสาว เขาแก้เชือกที่มัดมือมัดเท้าออก พิมพ์พลอยร่วงลงไปนอนลงกับพื้น เธอหอบถี่ๆ มองดูชายหนุ่มที่ยืนเปลือยอยู่เหนือร่างของเธอ เขาเดินตรงไปหยิบไม้แทงสนุ๊ก แต่ปลายไม้มีอวัยวะเพศชายปลอมสวมไว้อยู่ พอหยิบได้ก็เดินมาหาเธอ“อ้าขา” เขาสั่ง พิมพ์พลอยนอนหงายชันขาขึ้นแล้วก็อ้าขาตามที่เขาต้องการ รามินทร์สอดอวัยวะเพศปลอมเข้าไปในรูสวาทของเธอ เขานั่งคุกเข่าแล้วแทงไม้เข้าๆ ออกๆ เสียงร้องครวญครางและเรือนร่างบางที่ดีดดิ้นทำให้รามินทร์สนุกมาก ยิ่งเห็นเธอกรีดร้องเขายิ่งแทงไม้เข้าไปในรูสวาทของเธออีก“อ๊าๆๆๆๆๆ อ๊าย! อ๊าย! กรี๊ด!”สิ้นสุดเสียงหวีดร้อง พิมพ์พลอยเกร็งร่างขึ้นกระตุกวาบไหวตัวสั่นไปหมด รามินทร์ฉีกยิ้มสะใจ เขาดึงไม้สนุ๊กออกจากร่างกายของเธอ
เขาฉุดเธออย่างแรง ตรงไปที่ขื่อเหล็กที่มีเชือกสีน้ำตาลขนาดใหญ่ รามินทร์จับมือเธอชูขึ้นเหนือศีรษะแล้วใช้เชือกมัดมือเธอไว้กับขื่อเหล็ก พิมพ์พลอยมองชายหนุ่มตาเยิ้ม“พี่มินทร์...”เขาเดินตรงไปที่รอก หมุนไปด้านหลังเพื่อปล่อยให้เชือกยาวลงมา พิมพ์พลอยนั่งลงคุกเข่า เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน รามินทร์ปลดผ้าขนหนูตัวเองทิ้ง เขาใช้มือชักแท่งเอ็นขนาดใหญ่เข้าๆ ออกๆ ก่อนจะจ่อไปที่โพรงปากเล็ก“อืม...”ทันทีที่ความเป็นชายเข้าไปสู่โพรงปาก เขาก็ร้องครางออกมาเสียงดัง ใบหน้าแสดงให้เห็นถึงความเสียวซ่านสุขสมที่สุด พิมพ์พลอยเลียแท่งเอ็นดุ้นใหญ่จนเปียกแฉะไปหมด จากนั้นค่อยเลียไต่ลงมาเรื่อยๆ ยังไข่สองใบ เธอค่อยๆ ขบเม้มเนื้อนุ่มที่ห่อหุ้มไข่ทั้งสองใบเอาไว้“อูย... ซี๊ดส์... อ่าส์...”เธอทั้งเลียและอมสลับกัน เลียเรื่อยลงไปยังรูก้นของเขา เธอเลียให้เขาอย่างไม่รังเกียจ พิมพ์พลอยเลียไปมองสบตาชายหนุ่มไปด้วย ทำให้เขาเสียวสุดถึงขั้วหัวใจ“อูย... อู้ว!”อ๊อกๆๆๆๆเขากระแทกแท่งเอ็นเข้าไปยังโพรงปากของเธอ พิมพ์พลอยอ้าปากกว้างรอรับแท่งเอ็นขนาดใหญ่ เธอดูดกลืนเข้าไปจนมิดด้าม รามินทร์จับศีรษะเธอเอาไว้แน่นแล้วอัดกระแทกสุดแรง
“กลับไป… หนูก็…” เธอพูดค้างเอาไว้แล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะโผกายกอดชายหนุ่มไว้แน่น “กลับไปหนูจะแต่งงานกับพี่มินทร์ก่อนเป็นอันดับแรกไงคะ เดี๋ยวพี่มินทร์ไปเห็นสาวๆ เมืองเหนือแล้วจะติดอกติดใจทิ้งหนูไปจะทำยังไง ยิ่งหล่อๆ อยู่ด้วย” เธอทำหน้าทำตาทะเล้น รามินทร์หัวเราะชอบใจ “ดีๆ พี่ล่ะอยากให้เธอจองตัวตั้งนานแล้ว”“พอเราแต่งงานเสร็จ เราก็มีลูกกันสักคนก่อนดีไหมคะ พอลูกโตแล้วหนูค่อยทำงาน หนูอยากทำงานโรงพยาบาลในเชียงใหม่นั่นแหละค่ะ ใกล้ๆ บ้านดี ไม่อยากอยู่กรุงเทพ แออัด วุ่นวาย” คำตอบของเธอทำให้รามินทร์โล่งใจ สบายใจมากขึ้น หมดห่วงไปอีกเปราะ นึกว่าเธอจะทิ้งเขาไปเสียแล้ว “ดีมาก!” “หนูรักพี่มินทร์ หนูอยากอยู่กับพี่มินทร์ ไม่อยากห่างพี่มินทร์ไปเลยแม้แต่วันเดียว” เธอเอาหัวมาถูๆ แขนเขา รามินทร์ลูบผมเธอเบาๆ “พี่ก็ไม่อยากห่างเธอเลยแม้แต่วันเดียวเหมือนกัน พี่ไม่คิดเลยว่าเธอจะรักพี่ขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้… ตอนที่เราเจอกันครั้งแรก พี่ทำร้ายเธอ ข่มขืนเธอ ทำให้เธออับอาย…”“เรื่องนั้น… หนูเข้าใจค่ะว่าพี่มินทร์แค้นพ่อหนูมาก แต่หลังจากนั้นพี่มินทร์ก็ดูแลหนูเป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนหนูรักพี่… รักมาก” “บางทีนะ…
“เอาสิ… ถึงพี่เหนื่อยแต่พี่ก็ไหว…” “พูดถึง… หนูก็คิดถึงห้องลับของเราสองคนนะคะ ตอนนั้นชีวิตเราตื่นเต้นดี มาอยู่ที่นี่จะโจ่งครึ่มมากก็ไม่ได้ เกรงใจแม่” เธอพูดไปบิดตัวไป รามินทร์หลุดหัวเราะออกมา“อยากได้ไหมล่ะ พี่จะจัดให้” “ง่า… ไม่เอาดีกว่าค่ะ ที่นี่อเมริกาไม่เหมือนบ้านเราที่เมืองไทย” “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า… บ้านใหม่ของเราที่ไทยพี่ทำห้องลับไว้เรียบร้อยแล้ว รับรองว่าจะตื่นเต้นยิ่งกว่าห้องลับห้องเก่าอีก” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้แล้วบอก พิมพ์พลอยยิ้มกว้าง“พี่มินทร์นี่รู้ใจหนูจริงๆ เลย” “พี่เป็นผัวเธอนี่ คนเป็นผัวก็ต้องรู้ใจเมียเป็นธรรมดาอยู่แล้ว” “ค่ะ” “จะถอดเสื้อผ้าเองหรือจะให้พี่ถอดให้ หรือว่า… จะเอาทั้งชุดแบบนี้เลย” รามินทร์ถามพร้อมกับเอื้อมมือไปขยำเต้านมอวบอัด พิมพ์พลอยหัวเราะคิกคัก สนุกสนานกับความหยาบโลนของเขา“ให้พี่ถอดให้ดีกว่าค่ะ แต่อย่าหนักมือนักนะคะ เดี๋ยวคุณแม่จะแปลกใจว่าทำไมเสื้อผ้าขาดบ่อยๆ” “จะพยายามแล้วกันนะ” เขาถอดเสื้อยืดของตัวเองออก พิมพ์พลอยยิ้มหวานไล่มองมัดกล้ามตามเนื้อตัวร่างกายของเขา เขาเป็นผู้ชายที่มีเรือนร่างกำยำสวยงามมาก มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ พอเห็นเขาถอดเสื้อแล้
ข่าวการจับกุมศุภชัยดังไปทั่วประเทศ ประเด็นคือดังตรงที่เขาถูกซ้อมจนเข้าห้อง ICU ต่างหาก พิมพ์พลอยเห็นข่าวในโทรทัศน์แล้วก็หันมองชายหนุ่มที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือข้างๆ อย่างใช้ความคิด“ฝีมือพี่มินทร์หรือเปล่าคะ” “หืม…?”“ในข่าวน่ะค่ะ ใช่ฝีมือพี่มินทร์หรือเปล่า” “แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ” “โธ่… พี่มินทร์ไม่น่าทำกับเขาอย่างนี้เลยนะคะ แค่จับตัวส่งให้ตำรวจแค่นั้นก็พอแล้ว หลักฐานมีอยู่ทนโท่แบบนั้นให้ตายยังไงก็ไม่รอด” “แต่มันไม่สะใจพี่ ก่อนเข้าคุกมันต้องโดนให้สาสมกับที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว” “พี่มินทร์…”“ขอโทษที… พี่เป็นคนรักแรงเกลียดแรง ถ้ารักใครแล้วรักจริง แต่ถ้าเกลียดใครก็อย่างที่เห็น…” เขาพูดแล้วสบสายตาเธอนิ่ง พิมพ์พลอยคลี่รอยยิ้มออกมา“เรื่องนั้นพี่มินทร์ไม่ต้องบอกหนูก็พอรู้อยู่หรอกค่ะ” “รู้ไว้ก็ดีแล้ว และอย่าทรยศกับความรักของพี่ล่ะ” “ไม่มีวันค่ะ หนูไม่มีวันทรยศพี่มินทร์แน่นอน ว่าแต่พี่มินทร์เถอะ อย่าแอบหนีหนูไปมีสาวที่ไหนก็แล้วกัน!” “พี่เป็นลูกผู้ชาย พี่รักษาคำพูด” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง รามินทร์ค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปหาหญิงสาวช้าๆ พิมพ์พลอยเอามือดันหน้าอกเขาเบาๆ “อย่าเพิ่งค่ะพี่ม
“ไม่ใช่ปากดีอย่างเดียวนะคะ อย่างอื่นก็ดีด้วย...” เธอลากเสียงยาว ล้อเลียนคนเป็นสามี รามินทร์ส่ายหน้าระอา เขาตักโจ๊กขึ้นมาใหม่แล้วป้อน เธออ้าปากกินอย่างหิวโหย“อร่อยจังเลยค่ะ”“ถ้าอร่อยก็กินเยอะๆ กินแล้วก็นอนพักผ่อน”“พี่มินทร์รู้ไหมคะว่าใครต้องการจะฆ่าพี่” พิมพ์พลอยถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ เป็นคำถามที่ถูกโพล่งออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“รู้!”“รู้... แล้วพี่มินทร์จะทำยังไงต่อไปคะ แจ้งตำรวจ...”“ตอนนี้พี่ได้ตัวคนทำแล้ว มันมาอยู่ในเงื้อมมือพี่แล้ว”“อ้าว! ทำไมพี่มินทร์ไม่ส่งตำรวจ”“เดี๋ยวค่อยส่ง หาอะไรทำสนุกๆ ก่อนแล้วค่อยส่งตำรวจ” เขาพูดไปยิ้มไป เป็นรอยยิ้มเย็นยะเยือกที่ทำให้คนมองอย่างพิมพ์พลอยรู้สึกขนลุกที่แผ่นหลัง ไม่ต้องบอกเธอก็พอจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเหยื่อคนนี้!ผลั๊วะ! ตุ๊บ! เพี๊ยะ!เสียงหมัดเสียงเท้ากระทบกับร่างกายกำยำของชายผิวขาว เขานอนคุดคู้อยู่บนพื้นโกดังริมทะเล แม้เสียงคลื่นจะซัดสาดแต่ไม่อาจกลบเกลื่อนเสียงหมัดที่กระทบลงมายังตัวตนของเขาได้ ตอนนี้เขาเจ็บปวดทรมานไปหมดทั้งตัวซ่า!“อ๊ากกกกกก!!!”รามินทร์สาดน้ำเกลือลงไปยังร่างของชายคนนั้น เขาดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน ขณะที่รามินทร์ได้แ