LOGINฉันนั่งกินโจ้ก สายตาแอบเหล่มองรอยสักคนเจ็บที่รีบรับสายซึ่งดังไม่หยุดหย่อน ห้านาทีผ่านไปมันเดินมาที่เตียง ช่วงบนยังไร้เสื้อ มันใส่เพียงกางเกงผ้าขายาวที่มันมักจะใส่ไว้ในรถ ซึ่งฉันหยิบมาให้เมื่อคืน
“เมียแกเหรอ อิ อิ บอกไปเหรอเปล่าว่าไปเที่ยวอ่างจนหัวแตกเพราะเกิดการแย่งสาวกัน”
มันหันมามอง ฉันวางช้อน
“ทำไมมองแรงขนาดนั้น ไม่หยอกก็ได้”
“คราวหน้าอย่ามายุ่งกับมือถือเรานะเต่า”
“อะไร ยังไง”
“บอกแค่อย่ามาจับ มาต้องมือถือ ยุ่งไม่เข้าเรื่อง”
ฉันอึ้ง ก่อนจะทำใจให้เย็นเดินไปหยิบน้ำมาดื่ม และไปหยิบเสื้อผ้า เข้าไปอาบน้ำ ฉันไม่สนใจมันอีก แต่งตัวด้วยความเร็ว เพราะต้องการออกไปจากห้อง
“ไปไหน”
“อย่ามายุ่ง และบอกไว้เลยเราจะไม่แตะของใช้นายอีก”
มันมองมาอย่างเครียดๆ
“ก็แกรับสายทำให้เก๋เขางอนนี่น่า รับแล้วทำไมไม่พูดล่ะ”
“ก็เพราะเมียที่บ้านนายหึงไง เลยไม่อยากรับ ทะเลาะกัน ไม่ไว้ใจกันแต่มาพาลคนอื่น”
ฉันหยิบหนังสือเพื่อไปสอนหลานรุ่นพี่ คนบ้าบอ ฉันไม่อยากอยู่ใกล้นานๆ
“กลับมาก่อน ข้าวเที่ยงเราล่ะ”
“ให้เมียที่มึงรักมาทำให้ดิ ไม่อยากยุ่งกับนายมาก”
ฉันโมโห น้อยใจ มันเป็นแบบนี้เสมอ ยามทะเลาะกับเมีย แต่ฉันยังดูแลมัน ไม่รู้มันหรือฉันที่บ้ากันแน่
ออกมาหน้าประตูฉันเจอสองหนุ่มที่มองฉันอย่างสงสัย และแหงนมองในห้อง “ทะเลาะกันหรือ”
ฉันมองหน้าจักร ตรีนั้นไม่สนใจคำตอบใช้หวีในมือหวีผม เดินเข้าห้อง ส่วนจักรยังยืนขมวดคิ้ว “มันเจ็บอยู่ยังชวนทะเลาะเหรอ เรื่องไรวะ”
“ไปถามกันเอาเองและบอกไว้เลย คราวหน้าพวกแกต้องดูแลเพื่อนให้ดีๆ เรื่องชกต่อยเกิดแต่ดันให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ไปรับเนี่ยนะ”
“มันเรียกหาแกเองนี่หว่า อย่ามาด่าพวกกู เอาล่ะขอเข้าไปดูหน้ามันหน่อยว่าแหกจนหายหล่อยัง”
“ มันไม่ตายง่ายๆ หรอก”
ฉันเดินออกจากหน้าห้อง จักรลูบคาง มองฉันด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะเข้าไปในห้องอีกคน
ฉันเดินลงจากตึกด้วยความเซ็ง เบื่อ และรีบกดหารุ่นพี่เมื่ออยากหาคนที่เอาใจฉันบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็ใช้และยังต่อว่า
“ครับ”
“เฮ้ย มึงไปไหน”
ปานวาดมาด้วย ท่าทางเหมือนโบ้ทกำลังหายใจริบหรี่ใกล้ตาย ฉันปิดมือถือ บอกว่าไปหารุ่นพี่ มันเลยไม่ยุ่ง รีบแจ้นไปดูญาติมัน ฉันคุยกับรุ่นพี่ต่อ นัดทานมื้อเที่ยงด้วยกัน รุ่นพี่เลือกร้านที่ฉันชอบ ฉันค่อยหายเซ็ง และยิ้มกับมือถือออกมาได้บ้าง
ดูแลกันให้ดีล่ะ มากันสามคนแล้ว ฉันจะหนีเที่ยวคืนนี้ โบ้ทไม่ยอมกลับคอนโดมัน ฉันจะหาที่อื่นซุกหัวเอง
ผมจับแผลที่คาง คิ้ว ไม่พอใจที่เต่ามันหนีออกจากห้อง รู้ว่ามันโกรธ แต่ผมพูดอะไรผิดกัน ก็อีแค่พูดเรื่องห้ามยุ่งกับมือถือ ผู้หญิงชอบคิดมากเรื่องนี้กันจัง ระหว่างนั้นไอ้เพื่อนสองตัวที่หนีกลับกันไปก่อนเมื่อคืนเข้ามา ผมหันไปมอง
“เต่ามันไปไหนเนี่ยพวกมึงรู้ไหม”
“ดูท่ามึงจะทำเจ้าของห้องโกรธ มึงนี่ยังไงให้มันช่วยยังไปแกล้งมันอีก ว่าแต่แกล้งไรมันหรือ”
ตรีเริ่มจุดบุหรี่ ผมไล่มันออกไปที่ระเบียง จักรเข้ามานั่ง ดูแผลและขำ
“มึงเมาเหรอไงถึงแลกหมัดกับมันอีก”
“มันกวนตีนกูนี่น่า กูไม่สนคนเดียวก็จะลุย”
“กูต้องกลับเพราะน้องฝนมาที่บ้าน แม่เรียกตัวไม่บอกกล่าวเลย” จักรเอ่ยถึงคู่หมั้นคู่หมาย ที่ทำให้เมื่อคืนไม่สนุก ผมไม่สนใจเรื่องนั้น หันเห็นยายปานวาดอีกคนก็โบกมือไล่
“ยกโขยงกันมาทำไมกูไม่ตายหรอกน่า”
“ก็ดี กูจะได้ไม่โดนด่า เพราะถ้ามึงตายที่บ้านจับได้แน่ว่ากูหนีเที่ยว” ปานวาดเดินรอบๆ ห้อง และเดินไปหาตรี ผมล้มตัวลงนอน ถามปานวาดอีก เรื่องเจ้าของห้อง
“เต่าไปไหนหึปาน”
“นัดกับรุ่นพี่ เห็นมันยิ้ม กูดีใจ ไม่ไปขัดขวาง ไม่เป็นไรพวกกูมาแล้วดูแลมึงเอง อยากกินไรว่ามา”
ปานวาดเดินไปดูในตู้เย็น เห็นไม่มีอะไรก็หยิบมือถือมากดหาร้านเพื่อสั่งอาหาร ผมรู้สึกหายเจ็บแผล ลุกขึ้นนั่ง
“ทำเป็นโกรธ ที่แท้อยากออกไปหารุ่นพี่คนนั้น ยายเต่าเอ้ย”
จักรมองหน้าผม ผมผลักไหล่มัน “มองอะไรหึ”
จักรเป็นคนเงียบๆ สุภาพมากกว่าผมและตรี มันไม่ว่าอะไร เพียงบ่นพึมพำว่าผมเจ็บแล้วพาล และมันเดินไปหาปานวาด ไปรวมตัวกันสามคน
มันดูเหมือนมาเยี่ยมคนป่วยมากๆ
ผมหยิบมือถือกดหานินจา จอมขี้งอน ว่าแต่ช่วงนี้มันเป็นอะไรไปขี้งอนมากเลย ผ่านไปหลายวิมันไม่รับ ผมอารมณ์เสีย ลงจากเตียง
“เอาไหร” ปานวาดเข้ามา ผมเดินไปหาเบียร์ในตู้เย็น ปานวาดรู้ทัน
“จะดื่มทั้งๆ ที่ยังเจ็บไม่ได้”
“ไม่ตายง่ายๆ ไปซื้อมาเร็ว”
ตรีเดินเข้ามา “กูไปซื้อเองจะซื้อบุหรี่ด้วย เอาไรกันอีก”
ปานวาดเกาะแขนตรี มันสะบัด ปานวาดทำหน้ามุ่ย และเดินตามตรีออกจากห้องเพื่อลงด้านล่าง ผมเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าให้สดชื่น แม้จะเจ็บแผล
หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มกิน เริ่มดื่ม และพูดถึงเรื่องไปออกค่ายอาสา ซึ่งปกติปีสี่ไม่ค่อยไปกันแล้ว แต่พวกเราอยากไป อยากเที่ยวทิ้งท้ายการเรียนจบ ดูเหมือนปานวาดจะดีใจเพราะเราจะไปเขื่อน ซึ่งที่นั่นอยู่บนภูเขา มีโรงเรียนให้เราไปช่วยเหลือเรื่องการก่อสร้างโรงอาหาร
“ทำอย่างผู้มึงได้ไปด้วย” ผมว่า และกระดกเบียร์เข้าท้อง
“เขารักจริงก็ตามไปได้นี่น่า”
“บ้าผู้ชาย” ตรีตรงประเด็นจนปานวาดวางแก้วแรงๆ
“มึงไม่พูดดีไหม น่าเบื่อ”
ตรีหัวเราะ และบอกให้ผมดื่มน้อยๆ ผมพยักหน้าส่งๆ เพราะเมื่อมันลุกไปคุยมือถือ ผมดื่มแปบเดียวหมดขวด
“เต่าของเรา ป่านนี้ไปกินไรกันน่า”
ปานวาดเอ่ยเรื่องขัดหู ผมพาตนเองไปที่ระเบียง และนึกเสียใจที่ทำให้เต่าคิดมากเรื่องมือถือ แต่โทรไปเท่าไหร่มันก็ไม่ยอมรับสาย
ไม่รับ จะรอที่นี่แหละยายเต่า ให้มันรู้จะหลบหน้ากันได้ทั้งวัน
ผมมั่นใจเรื่องนี้ แต่ต้องเสียใจ เมื่อเพื่อนทยอยกลับแต่เจ้าของห้องก็ยังไม่มา ผมโทรหาปานวาดทันที
มีตัวช่วย ผมจะกลัวอะไร
ทว่าปลายสายบอกว่าเต่านอนค้างบ้านนักเรียนที่มันสอน ผมก็ไม่มีความสุข คืนนั้นนอนพลิกไปพลิกมา กลิ้งลงมาที่ผ้านวมด้านล่าง กระทั่งคนไกลโทรมาจึงสงบลงได้
แต่อย่างไรเสีย ในหัวก็ยังไม่ลืมที่โดนยายเต่าทิ้ง
ก็ผมเจ็บป่วยอยู่ มันจะทำอย่างนี้กับเพื่อนที่มันรักไม่ได้
ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ
“มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม
“เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ
“ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ
“ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld
คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื
“ชอบคำนี้จริงๆ โง่ ขี้ขลาด”ผมนั่งแทบไม่ติดเก้าอี้ อยากถีบไอ้จักรสักที แต่เกรงใจเพื่อนอีกสองคนและในคืนนั้นเรานั่งดื่มเบียร์กันหลายชั่วโมง เพราะพรุ่งนี้จักรต้องกลับกรุงเทพ ทุกคนคุยกันสนุกสนาน เป็นผมที่นั่งมองมือถือ กดข้อความส่งไปหานินจาบอกว่าขอไปหาเธอนี่ม
“และอย่าคิดว่าตนเองไม่ชั่ว อย่าสักแต่ว่าคนอื่น” ฉันยังพูดต่อ คราวนี้มันแก้มัดฉัน เอามือถือเครื่องหนึ่งมากดที่ใบหน้า ฉันเบือนหน้าหนี “อะไรของมึง”แต่ใครๆ คงลืมความชั่วไปแล้ว ถึงมาด่าแต่กู ถ้าลืมก็ดูซะ มันไม่ได้ตายไปกับเก๋หรอกนะ”ฉันงง แต่ไม่ยอมเปิด
“ถ้าไม่แต่งงาน หนูว่าพ่อคงไม่ให้ไปหรอกคะ”กระต่ายพูดออกมา ฉันมีงง น้องอีกคน คิดอะไรอยู่ พ่อหรือจะสนใจฉัน“ใช่ต้องแต่งงาน เอาสินสอดมาด้วย ถึงจะพาลูกสาวและหลานผมไปได้”พ่อเดินเข้ามาพร้อมเมียใหม่ แม่โบ้ทหันมอง “ค่ะเรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้ว เป็นอันว่า
เที่ยงตรงเพื่อนๆ มารับฉัน ผู้จัดการคนใหม่เห็นจักรก็เดินเข้ามาหา มองฉันอย่างแปลกใจ“เพื่อนเรียนห้องเดียวกันครับ” จักรแนะนำ ปานวาดไม่สนใจ จับมือฉันไปที่รถ ฉันเดินตาม“แกเป็นไร”“ไม่ชอบคนที่นายโบ้ทโดนจับคู่เลย ทำไมญาติๆ ฉันอยากได้คนบ้านนี้นัก สวยก็ไ







