Share

ดูแลอย่างดี

last update Tanggal publikasi: 2026-04-01 11:59:43

มือถือฉันดังขึ้นตอนเที่ยงคืนกว่า ฉันขยี้ตามองเบอร์และกดรับ

“มึงมารับกูหน่อย มาเร็ว ขับรถไม่ไหว”

โบ้ทคือคนปลายสาย ฉันล้มตัวลงนอน ไปได้ก็กลับเองได้ จักรกับตรีก็ไปด้วย แต่กดวางสายเสียงก็เข้ามาอีก

“จะมาไหมหือ บอกมาคำเดียว”

ฉันหายง่วงนอนเป็นปลิดทิ้ง แบบนี้กำลังโมโหแน่ๆ แต่มันมีสิทธิ์อะไรมาโมโหฉัน

แต่ฉันก็เดินไปใส่เสื้อแขนยาวและกางเกงผ้าฝ้ายทับชุดนอน

“ส่งปลายทางมา”

ฉันส่งข้อความไปบอกมัน ผู้มารบกวนการนอน ไม่นานได้จีพี่เอสมา ฉันโบกแท็กซี่เพราะรู้งานดี ไปรับมันต้องไปขับรถมันกลับมาด้วย ฉันมองถนนที่มีสายฝนโปรยปราย แปลกใจเหลือเกิน บรรยากาศน่านอนขนาดนี้ทำไมเพื่อนๆ ฉันจึงไม่นอนอยู่บ้าน อยู่คอนโดของพวกมัน

“นั่นไงครับน้อง อ่างที่ว่า”

ฉันจ่ายเงินเมื่อคนขับบอก ลงจากรถ เอาฮู้ดจากเสื้อปิดหัว มองหาโบ้ท และสะดุดกับรถสปอร์ตคันหรูของมันซึ่งจอดอยู่ไม่ไกลอ่างที่ว่า ฉันเดินไปใกล้ๆ เคาะกระจกหน้ารถ

“โบ้ท โบ้ท”

ประตูเปิดออก ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดู และผละห่างเมื่อเห็นหน้าโบ้ทมีรอยฟกช้ำ

“เฮ้ย ไปโดนอะไรมา”

“กลัวเลือดเมื่อไหร่ห๊า ขึ้นมา มาขับรถ เราเจ็บมือมาก”

โบ้ทว่าเดินลงจากรถด้วยสภาพที่โงนเงน ฉันเข้าไปโอบมันแม้จะยากเย็นแต่พยุงมันไปในรถอีกด้านได้

หลังจากนั้นรีบวิ่งไปนั่งที่คนขับและถามหาเพื่อนอีกสองคน

“ไอ้สองตัวนั่นไปไหน นี่อย่าบอกมาด้วยกัน แต่นายมีเรื่องกับคนในนั้นแค่คนเดียว นายนี่น่า บ้าระห่ำ”

หลายครั้งที่โบ้ทมีเรื่องชกต่อย ไม่ใช่อะไรหนักหนา ก็เรื่องมองหน้าแย่งสาวกันนั่นแหละ ฉันเบื่อจะฟังมันเล่ารีบตะบึงรถแต่ต้องหันไปมองเมื่อมันสั่ง

“นอนห้องมึงนะ ไม่มีคนทำแผล ”

“แบบนี้ทุกที”

ฉันขับรถต่อ แอบมองคิ้วหนาที่เป็นรอยแตก ก่อนจะออกความคิดเห็น

“หาหมอดีกว่านะ”

“ไม่เอากลัวเข็ม”

ฉันหัวเราะ มันไม่พูดไร นอนนิ่งๆ หลับตา ฉันคิดว่ามันคงเจ็บหรือกำลังแค้นคู่ต่อสู้แน่ๆ เพราะวันนี้ดูมันพ่ายแพ้ราบคาบ

“เลิกคิด เลิกมอง เลิกมโน คิดอย่างเดียวที่ห้องมีชุดทำแผลไหม”

ฉันสะดุ้ง ก่อนจะเบรกรถเมื่อเห็นร้านสะดวกซื้อ

“รอแปบเดี๋ยวมา”

เมื่อได้ของมาเกือบครบฉันก้าวขึ้นบนรถ ดูเหมือนโบ้ทจะคุยกับปานวาด ฝ่ายนั้นบอกอยู่ที่คอนโดโบ้ท ซึ่งเจ้าของรับทราบเพราะรู้ปานวาดไม่ชอบห้องที่ไม่มีแอร์ ฉันแอบมองเมื่อมันวางสาย

“บอกคุณหนูหรือเปล่าเรื่องนี้”

“บอกทำไม ไอ้สองตัวนั้นยังไม่รู้เลย ก็แค่ต่อยกับไอ้โจทก์เก่า ไอ้หน้าหมา มันโกรธเรามานานตอนแฟนมันมาหลงเรา ”

“ไม่อยากฟัง ต่อยเพราะอดีตเคยแย่งสาว พอๆ”

ฉันเบรกรถ และเดินไปช่วยไอ้เพื่อนจอมหลงตนเองลงจากรถ มันมองหน้าฉัน ทำตาปริบๆ

“ไม่เกี่ยวกับสาวเท่าไหร่ เราเห็นหน้ามันก็อยากซัดแล้ว แม่ง ทำไมดันไปเที่ยวที่เดียวกัน”

ฉันฟังหูซ้ายทะลุหูขวาแต่ไม่วายถอนหายใจเมื่อทำแผลให้โบ้ท

แผลที่คิ้วเลือดออกเยอะ ปากก็บวม มากกว่าครั้งไหนๆ

ฉันล่ะสงสัยจริงๆ มันกับนายอะไรนั่นเกลียดอะไรกัน

“เหม่ออะไร มือหนักนะ ตั้งใจหน่อย”

คนเจ็บสะกิดมือฉันเบาๆ ฉันแอบมองอกเปลือยเปล่าที่มีไรขนอ่อนๆ และซิกแพคของมัน ก่อนจะเบนสายตา

“เปล่าเหม่อนิก็แค่ง่วง ไม่ดูเหรอว่าเวลานอนนะ”

มันลูบหน้าอก หน้าท้อง “เออ ขอโทษ จะชดใช้ให้นะจ๊ะ”

“พอๆ แค่เลิกลูบหน้าท้อง ลูบอกเหมือนคนหิว คนจะอ๊วกก็พอ ”

ฉันรีบทำแผลปากก็ขอร้อง มันลืมตาขึ้นมอง ฉันปรับสีหน้าให้ปกติ สนใจแค่แผลของมัน และเมื่อเสร็จก็เก็บทุกอย่าง แต่มันกลับกวนใจเรื่องอื่นอีก

“ขอบะหมี่สักชามนะ”

“บ้าน่า ไหนว่าเจ็บปาก อย่าทำห้องเราเป็นร้านโต้รุ่งด้วย” ฉันบ่นพึมพำแต่เดินไปทำให้มันกิน และเมื่อเห็นมันกินจนลืมเจ็บปากก็แอบยิ้ม

ภายใต้หน้าขรึมๆ โหดๆ มันมีมุมน่ารักแบบนี้ไง กินได้ทุกอย่าง ไม่ทำตัวเป็นคนรวยเรื่องมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันจิตใจหวั่นไหว

“มองอะไร น้ำด้วย และเราจะนอนเลยนะ ปูผ้านวมให้หน่อยนะ”

ฉันลุกขึ้นไปหยิบน้ำให้มัน ก่อนจะปูผ้านวมที่พื้นและหยิบหมอนจากเตียงลงมา

กลายเป็นฉันที่ล้มตัวลงที่นั่นและหลับตา

“เต่า ขึ้นมาบนเตียงเร็ว”

“นอนไปเถอะ เตียงนุ่มๆ คงดีต่อแผลทุเรศทุรังนั้น”

ฉันว่าก่อนจะกอดหมอน

มันเงียบไปก่อนจะพูดขอบใจและปิดโคมไฟ ขณะนั้นฉันได้ยินเสียงฝนตกหนักกว่าเดิม มือฉันตะกายดึงผ้านวมลงจากที่นอนทั้งที่ยังปิดตา ซึ่งทำเอาที่นอนบนเตียงเซมายังพื้นที่นอนและทับร่างฉัน ฉันผลักมันอย่างลืมตัว

“ทำไรของนาย”

“ดึงผ้าห่มเองนะ แล้วจะเสียงดังทำไม นอนๆ เราเจ็บแผลและง่วง”

ฉันดึงผ้าห่มอย่างอายๆ แต่มันคงไม่รู้ เพราะขึ้นไปนอนบนเตียงก็หลับตาทันที

ฉันล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่วายพึมพำตามประสาคนขี้บ่น ขี้ระแวง

“อย่าลงมาอีกนะ ไม่อย่างนั้นถีบแผลนายแน่”

ไม่มีเสียงตอบ ยาแก้ปวดคงออกฤทธิ์แล้ว ฉันเองจึงหลับตาลงอย่างมีความสุข

“เจ็บชิบหาย” เสียงสบถทำให้ฉันลุกขึ้นไปบนเตียงเพื่อดูคิ้วของแขกที่มาขอค้างด้วย มันลืมตาขึ้น ผลักมือฉันให้ห่าง

“เอายามาหน่อยสิเต่า เจ็บ”

“กินข้าวก่อนสิ รอแปบกูต้มโจ้กให้”

“แกจะทำอาหาร อย่าเลยๆ”

มันไม่รับน้ำใจกันเลย ทำเสียงเหยียดหยาม ฉันต้องตะคอก “โจ๊กถ้วยสิบแปดบาทกินหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ไปหาซื้อข้างนอกเลย”

“อือ ได้ เอามาสิ”

มันบอกว่ากินได้แต่ยังหลับตา ฉันเดินขยี้ขี้ตาไปล้างหน้า ต้มน้ำร้อนเพื่อเตรียมข้าวตั้ม

ห้านาทีต่อมามันกินยาและจะนอนต่อ ฉันต้องเข้าไปดันหลังมันไว้

ไปล้างตัวหน่อยค่อยนอนเถอะ นายตัวร้อน”

“ทำอะไรให้ยุ่งยากวะ ก็แค่เช็ดตัวให้เรา”

“ไม่ มีอย่างอื่นต้องทำ”

ฉันรีบปฏิเสธ เพราะไม่อยากหน้าแดงให้มันเห็น เคยเช็ดให้มันมาก่อน แต่นั่นตอนมันเมาไม่ได้สติ ต้องล้างคราบเหม็น ตอนนี้มันต่างกัน

“เรื่องมาก ใจดำฉิบ ไปล้างเองก็ได้”

ฉันยกมือขึ้นอยากมะเหงกเมื่อมันว่าแบบนั้น ก็ใครเล่าที่ไปรับ ทำแผล หาข้าว ป้อนยา

เนรคุณ

มันหัวเราะหึๆ ก่อนจะจับปากที่เจ็บ

“ดูทำหน้าเข้า แค่ล้อเล่น รู้หรอกแกมีพระคุณ ไปนะ แล้วขอมานอนต่อสักแปบ”

ฉันพอใจ เลิกหน้าบึ้งและเดินไปหาของกินบ้าง

ระหว่างนั้นมือถือโบ้ทดังขึ้น ฉันต้องเดินกลับมาเพื่อกดรับ

แต่ปลายสายทำให้ฉันต้องยืนถือมือถือค้าง…

น้องเก๋ คนสำคัญที่สุดมันสินะ ดีใจที่ฉันไม่ได้โพล่งอะไรออกไป ฉันกดตัดสายและแอบมองว่าเมื่อไหร่เจ้าของมือถือจะออกมาจากห้องน้ำ เพราะหลังจากนั้นมือถือก็ดังไม่หยุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   รักคนไม่ผิด

    ปานวาดกำลังมองนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่เดินเข้ามาในร้านก๋วยเตี๋ยว จักรหันมาหาฉันและโบ้ท“ดูเพื่อนพวกแกสิดูหิวนะเวลาเจอไก่อ่อนๆ”“แกสวยออกทำไมขายไม่ออกสักทีวะปาน” โบ้ทถามเพื่อน ฉันหยิกเอวสามีตามนิตินัย เขามองหน้าฉัน “ที่รักก็มันจริงนิ ผมชมว่าสวยนะนั่น”“พอๆ เรื่องถามกูหาผัวไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ไอ้ที่พูดกันว่าที่รัก ที่รัก ผมๆ เธอๆ กูไม่คุ้นเลย คุยกันเหมือนเดิมได้ป่ะ”ปานวาดเบ๊ะปาก ทำเอาหมดสวย โบ้ทตอบเรื่องที่เพื่อนถามและต้องการ“ไว้พูดกู มึง เรา นาย แก อะไรพวกนี้กับคู่แกเถอะ เราไม่อยากให้ลูกได้ยิน นี่ก็ฝึกตั้งนานกว่าจะชิน”“ตั้งนานอะไร พวกแกทั้งสองเพิ่งคืนดีกันสามเดือนนะ ซ้ำหน้าไม่อาย สามเดือนก็ท้องทันที”“ใครจะนอนหนาวเหมือนแก”“เอาน่าเลิกพูดมาก กินๆ จะได้ลุกให้นักศึกษา เราเป็นของแปลกสำหรับที่นี่ เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว” ฉันบอกเพื่อนและสามีให้เลิกพูดกัน ปานวาดหันไปมองหนุ่มๆ นักศึกษา“รีบไปได้ คงอยากไปจู๋จี๋กับสามีที่ร้ากแกล่ะซ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   บทรักเร่าร้อน

    “มีอะไร เราเป็นคนรักกันไม่ใช่เหรอ และคืนนี้คุณสวยจนผมนอนไม่หลับ”ฉันใจเต้น กำมือตนเอง รู้สึกกลัวขึ้นมาราวกับตนเองยังเป็นสาวเวอร์จิ้นมือใหญ่มากอบกุมที่เต้าอกข้างหนึ่งแล้ว ฉันอุ่นวาบ และใจหวิวสั่น ใบหน้าใกล้นั้นเริ่มคลอเคลียที่ใบหู ฉันเริ่มหายหนาว แม้อยากจับมือนั้นออกจากเต้าทรวงแต่ต้องห้ามตนเองไว้โบ้ทเริ่มเคล้นคลึงหน้าอกทั้งสองของฉัน สลับกันไปมา ปากจูบคลอเคลียมาที่ใบหู แก้มคาง คราวนี้ฉันนอนไม่ติดที่นอน ก้นฉันยกขึ้นและลงตามความปรารถนาของร่างกายที่มันสร้างขึ้นมาร่างนั้นคร่อมตัวฉันรวดเร็ว และดึงสายของชุดนอน สายตากำลังจ้องอกขาวอวบของฉัน ก่อนจะก้มลงเอ่ยเสียงพร่า“สวยมาก”ประทับจูบเบาๆ ที่ปากฉัน และเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ฉันรับจูบนั้นอย่างห้ามตนเองไม่ได้ มือใหญ่ยังครอบครองสองเต้าขาวนั้น ใช้มือเคล้นคลึงยอดอกฉันได้ยินเสียงตนเองครางอย่างมีความสุข ปากสวยยังคงบดจูบ แหย่ลิ้นเข้าไปไล้ดูดลิ้นฉัน ฉันตัวสั่น และมีความสุข ฉันกอดโบ้ทแน่น จูบตอบตามที่มันทำกับฉัน โบ้ทเคลื่อนร่างลง ฉันมองตาม ใบหน้านั้นซุกซบที่อกและดูดกลืนยอดอก กัดเม

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   เริ่มเข้าใจ

    “เราแต่งงานกันแล้ว ออไม่ใช่สิ ยังไม่แต่ง ออ แล้วเราจะแต่งเมื่อไหร่ครับ”“ทำไม อยากรู้ขึ้นมา เมื่อก่อนบอกอย่าพูด”“ผมเจอหน้าลูกแล้ว รู้สึกว่าคุ้นเคย และเขาเหมือนคุณ และผมก็เชื่อแม่ผม”“แต่จำฉันไม่ได้เลยหรือ”พูดออกไปแล้วก็รู้สึกตนเองเหมือนเด็ก โบ้ทเงียบงันและเอ่ยตอบ“ผมขอเวลาหน่อยนะ”มันไม่มองหน้ากันอีกเดินดูในห้อง เดินไปที่หน้าต่าง และไม่นานหันมาอีกครั้ง“เราเคยนอนที่ห้องนี้กันหรือครับ”ต้องพยายามฟื้นความทรงจำ ฉันเดินไปใกล้ กล้าๆ กลัวๆ เอื้อมมือทั้งสองไปรวบเอวคนที่รอคำตอบ เหมือนโบ้ทตัวแข็งเมื่อฉันทำเช่นนั้น ฉันเองก็ใจเต้นเป็นกลองรัว แต่ไม่ปล่อยมือ ฉันมองหน้ามัน“ดูรูปของพวกเรากันไหม ตอนเรียนด้วยกัน เผื่อจำอะไรได้”มือใหญ่เอื้อมมาลูบเส้นผม ฉันรู้สึกดีใจมาก แต่มีเสียงมาขัดจังหวะเสียก่อนก๊อกๆๆ“คุณโบ้ทคะ คุณพระพายมาค่ะ”“ออ ได้ๆ เดี๋ยวลงไป”ฉันคลายอ้อมแขน “นัดเขามาเหรอคะ ทำอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ความรักคือการลืม

    “ผมขอโทษ คุณคือ”“ฉันแม่ของลูกนายไง”“แม่บอกผมยังไม่แต่งงานนี่ครับ”ฉันเอื้อมมือไปจับมือใหญ่นั้น มองใบหน้าซีดเซียว “ใครบอก นายขอฉันแต่งแล้ว ฉันไม่โกหกนายหรอก จริงนะ”มือใหญ่ดึงมือกลับ เขาเอามือจับที่หัว“ผมปวดหัวครับ เราค่อยคุยกันนะ ได้ไหม”อาจลืมไปชั่วชีวิต อาจเป็นไปได้ ฉันกลั้นน้ำตา และน้ำตายิ่งไหลบ่าที่แก้มเมื่อน้องสาวบอก โปรดรัก เขาก็ลืมเลือนเช่นกันกลับถึงห้อง ฉันบอกน้องสาวอยากอยู่คนเดียว แต่ไม่นานรุ่นพี่มาเยี่ยม ฉันต้องนั่งคุยกับเขา ทั้งที่ไม่มีจิตใจจะคุย“พี่ไม่เข้าใจ ทำไมต้องปล่อยให้เรื่องราวเป็นอย่างนี้ ถ้ารักเราก็ควรมองผ่านเรื่องบางอย่าง”รุ่นพี่ตอกย้ำฉันเรื่องที่เคยพูด ตอนนี้เราเป็นพี่ชาย น้องสาวที่แสนดี ฉันรู้รุ่นพี่เสียใจ แต่ฉันไม่อยากให้ความหวังเขาได้ อยากให้เขาเปิดประตูหัวใจสำหรับรักแท้แต่ฉันกลับปิดประตูหัวใจตนเอง จนกลายมาเป็นแบบนี้รุ่นพี่จับมือฉัน ขณะที่ย่าหลานเข้ามา ก่อนจะลากลับ ฉันมองย่าของหลาน“คุณมีอะไ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   จะผ่านไปให้ได้

    “ช่วยคุณเต่าด้วยสิ ทำไมมีแต่คนว่ายน้ำไม่เป็น”เหมือนใครคนหนึ่งพูด และมีการโยนห่วงยางมาให้ฉัน ฉันพยายามสุดแรงเพื่อจับห่วง แต่แรงน้ำพัดมาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ มาแบบไม่ทันตั้งตัว ฉันมือหลุดจากห่วงยาง เหมือนโดนกระชากจนร่างไร้แรงต้าน ฉันอยากมองหน้าลูก และฉันก็น้ำตาไหลอะไรกันนี้ ฉันไม่อยากตาย ฉันกลัวมันจริงๆ จะเกิดขึ้นอีกแล้วหรือตู้ม!!เหมือนมีเสียงกรีดร้องอีกครั้ง ฉันไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะฉันกำลังจมน้ำเพราะไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับมีอ้อมกอดใหญ่มาพยุงมือขึ้นจากน้ำช้าๆ ฉันไม่เห็นหน้าเขา แต่รู้ว่าพ้นผิวน้ำแล้ว และหลังจากนั้น ฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยฉันตื่นลืมตาขึ้นมา ฉันชะงักถอยหลังอัตโนมัติ เนื่องจากคนที่ยืนอยู่หลังอดีตผู้จัดการฉันคือคนที่ทำให้ฉันฝันร้ายมาจนทุกวันนี้ฉันจำเขาได้ดี“ฟื้นแล้ว”พี่เลี้ยงลูกมาจับมือฉันและร้องไห้ ฉันบีบมือฝ่ายนั้น สมองประมวลผล จำได้ว่าฉันลงช่วยเด็กชายคนหนึ่ง จนตนเองเกือบไม่รอดหมอเดินเข้ามา ทุกคนในห้องถอย ฉันถามหมอ “เด็กปลอดภัยนะคะ”&ld

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ลองมาเป็นฉันดูไหม

    คนป่วยนั่งกินข้าว สายตาเหลือบมองกัน ฉันอดใจไม่ได้เพราะรำคาญ “มองทำไม ฉันทำเพราะจำเป็นหรอก ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ นายจะหาว่าใจดำ”มันเงียบฉันหงุดหงิด “ทำไมไม่พูด มัวแต่มองอยู่ได้ รำคาญ”“ถ้ารำคาญแกก็ไปสิ”ฉันอึ้ง นึกถึงวันวานยามเราทะเลาะ น้ำเสียงมันเป็นแบบนี้ ไม่ได้โกรธ แค่เฉยชาชอบกลฉันลุกขึ้น มันว่าอีก“ถ้าไม่รำคาญอย่างที่ใจพูดก็ป้อนข้าวหน่อย ฉันเหนื่อยมาก”ฉันหันมอง ใบหน้ามันซีด ฉันลืมตัวเดินไปใกล้“นายแค่เจ็บป่วยนิดหน่อย อย่ามาสำออยนะมันหลับตา “บอกว่าเหนื่อย ไม่บอกว่าสำออย”ยังมากวนประสาท ฉันจับที่วัดไข้ ยัดในจั๊กกะแรมันเร็วๆ “นิ่งๆ จะดูว่ายังมีไข้หรือเปล่า”มันนิ่ง ไม่นานสัญญาณเครื่องวัดไข้ดังขึ้น ฉันดึงมาดู“สามสิบแปด นี่ อย่าบอกว่าแกไม่กินยา”ฉันพยายามแกะมือมันและเจอยาจริงๆ ฉันรีบเอาน้ำและยัดยาเข้าปากมัน มันทำหน้าเหยเก ฉันรำคาญ“ไม่ใช่ยาเป็นน้ำนะ อย่าให้มากไป”จู่ๆ มือร้อนมาจับที่มื

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ไม่ควรเรียกว่าเพื่อนอีกต่อไป

    น้องสาวนั่งอ่านข่าวบางอย่างก่อนจะหันมาสนใจฉันเมื่อฉันเดินเข้าห้องมา “กินข้าวกัน พี่ซื้อมาแล้ว ว่าแต่แม่ตื่นหรือยัง”“อือ และหลับไปอีก” น้องสาวตาแดงๆ ฉันเดินไปนั่งใกล้ “เป็นอะไรหรือเปล่า แม่อาการไม่ดีเหรอ”“ไม่หรอก ต่ายแค่เพลียๆ ขอไปล้างหน้าน

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ห่างไว้ก่อนคงดี

    ครู่ต่อมาฉันเดินไปหาแม่และน้องด้วยความร้อนใจ พยายามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเอง กระต่ายกอดฉันแน่นเมื่อเจอ ฉันตรงไปหาแม่ ยังไม่พูดกับน้อง“แม่เจ็บมากหรือเปล่า ทำไมอดทนรอมาจนป่านนี้ ต้องให้เจ็บจนทนไม่ได้ มันใช่หรือแม่”ฉันร้องไห้ เมื่อรู้ว่าแม่เจ็บ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   ไม่ต้องการเก็บเด็กไว้

    ผมมองจักรที่นัดเจอกัน ฝ่ายนั้นกำลังขอคุยมือถือ ก่อนจะหันมามองผม “ทำไมทรงโจรอย่างนี้มึง ใบหน้าหล่อๆ มึงหายไปไหนวะ”ผมลูบเคราที่คาง “แค่คางน่ามึง ก่อนกูมาโกนที่แก้มก็นับว่าได้แล้ว”จักรรินเหล้าให้ ผมขอบใจ หันมองใ

  • ทิ้งรักไปอย่างไร้ค่า   น้ำตานอง

    นาง• สภาจับในกระเพาะอาหารและลงจากกราเซียอาจฟังลูกสาวคนเล็กพูดและถามอย่างสงสัย “เป็นไรของแกตแพ้เกลียดกันมากเลยทีเดียวที่ต้องใช้ตบกันด้วยเรื่องนี้”“จ้าแม่ ยายเก๋นี่มันบ้าชอบจนแพร่หลายมานานก่อนที่จะมีฟัดกับหนูบ่อยๆมาอยู่แค่ปีเดียวเอง แต่ชอบเริ่มต้นเรื่องที่โด่งดังย้ายกลับไปอยู่กับพี่ชายมาเจอกันอีกก็เ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status