ログインเวลา 18.00 น.
ญาณินและธาราที่ไปเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้ากันเกือบทั้งวัน เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้ากลับไปฝากพี่ชาย เพื่อนพี่ชาย และเนม ด้วยหนุ่ม ๆ พวกนี้ไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้าใส่กัน นอกจากเทศกาลต่าง ๆ ถึงจะซื้อชุดใหม่ครั้งหนึ่งแล้วก็เว้นระยะยาว ถ้าไม่มีเทศกาลใหม่ก็ไม่ซื้อกัน ส่วนมากจะซื้อแต่เหล้ากันมากกว่า
มือเรียวบางของธาราที่กำลังเรียงเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น ใบหน้างามยิ้มแย้มด้วยความอารมณ์ดี เมื่อตนเองจะได้กลับไปอยู่บ้านหลังจากมาร่ำเรียนไกลถึงกรุงเทพนานหลายปี
“ยิ้มไม่หุบเชียวนะยัยน้ำ จะได้กลับไปเจอหน้าแฟนทุกวันแล้วอะ”
“บ้าเหรอยัยนิล ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
ธาราเอ่ยปฏิเสธอ้อมแอ้มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ย่ะ ไม่เป็นก็ไม่เป็น แต่บอกฝันดีกันก่อนนอนทุกวันอะเนอะ”
ญาณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า พร้อมเอื้อมมือไปหยิกแก้มของธาราที่แดงระเรื่อด้วยหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดู
ขณะที่ช่วยกันแพ็คของใส่กระเป๋าอยู่นั้น ญาณินที่พึ่งนึกถึงความฝันของตัวเองได้
“น้ำ เมื่อคืนฉันฝันไม่ค่อยดีเลยอะแก ฉันฝันเห็นคนแก่คนนึงอะ เป็นผู้หญิง เขามาขอกินเนื้อฉันเว้ยแก”
“หืม ผู้หญิงแก่เหรอ ผีหรือคนอะนิล”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มีผู้ชายคนนึงถือมีดมาตัดลิ้นยายแก่นั่นอะ แล้วก็ตื่น แต่มันเหมือนจริงมาก ๆ เลยนะแก เพราะตอนฉันตื่นมา รอบข้อเท้าฉันยังเป็นรอยแดงเหมือนมีอะไรรัดด้วยนะ”
ญาณินที่นั่งห้อยขาอยู่บริเวณโซฟา ยกเท้าขึ้นมานั่งชันเข่า มือเรียวบางเอื้อมมาดึงขากางเกงขึ้นเพื่อโชว์รอยรัดจนเป็นรอยช้ำจ้ำสีเขียวคล้ำ
มือเรียวงามของธาราเอื้อมมาลูบเบา ๆ พร้อมกับคิ้วที่ขมวดมุ่น ด้วยความสงสัย และตั้งใจจะเก็บเรื่องนี้ไปเล่าให้พี่ชายฟัง เพื่อขอคำปรึกษาว่าจะสามารถช่วยเพื่อนสนิทของตนเองได้อย่างไรบ้าง
“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันกลับไปถึงบ้าน ฉันจะถามพี่ดินให้นะแก”
ญาณินพยักหน้ารับเบา ๆ จึงทำให้เธอเลือกที่จะปัดเรื่องนี้ทิ้งไป เพราะธาราอาสาจะหาคำตอบให้ จึงทำให้เธอนั้นรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
ญาณินที่ช่วยธาราแพ็กของจำเป็นทุกอย่างที่พอจะใส่กระเป๋าได้ ส่วนอันไหนที่ไม่สามารถส่งได้ ญาณินจะส่งพัสดุให้ตามไปทีหลัง กว่าจะแพ็กกันเสร็จเรียบร้อยก็กินเวลาไปเกือบห้าทุ่ม ทั้งคู่แยกย้ายกันไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอนพร้อมกันในช่วงเวลาเกือบเที่ยงคืน
เงาสีดำที่ทอดยาวพาดผ่านร่างกายของญาณินที่นอนหลับสนิท กำลังเดินย่ำเท้าด้วยความแผ่วเบา เดินวนบริเวณรอบเตียงของญาณินอยู่หลายรอบ ขณะเดียวกันเงานั้นก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้าไปสู่ห้วงลึกในจิตใจของหญิงสาว เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ เริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าสวย กายงามก็เริ่มขยับพลิกไปมาอย่างไม่สบายตัว
บ้านปูนสองชั้นสีครีม รั้วไม้สีน้ำตาล บริเวณรอบตัวบ้านมีแปลงดอกซ่อนกลิ่นส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณบ้าน ในห้องครัวของบ้านมีร่างท้วมสมส่วนของหญิงวัยกลางคนกำลังสาละวนกับการทำอาหารเช้าให้สามีและลูก
“นิล นิล นิลลูก”
เปลือกตานวลเนียนค่อย ๆ กะพริบตาลืมขึ้น เมื่อสายตาปรับชินกับความมืดสลัวได้แล้ว ร่างบางก็รีบลุกออกจากเตียงนอน
“ค่าคุณแม่ หนูตื่นแล้วค่ะ”
เสียงหวานตะโกนเอ่ยบอกผู้เป็นแม่ เพื่อให้ท่านรับรู้ว่าตนตื่นแล้ว ใบหน้างามค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาด้วยความสุข เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารมื้อเช้า มือเรียวเปิดประตูออกไป สองเท้าย่ำลงตามบันไดบ้าน มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด ลั่นตามทุกครั้งที่เรียวเท้างามเดินย่ำลงไป
“คุณพ่อ คุณแม่”
ญาณิณเดินงัวเงียเข้ามาหอมแก้มผู้เป็นพ่อที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะรับประทานอาหาร หลังจากนั้นก็เลยเข้าไปออดอ้อนผู้เป็นแม่ มือเรียวงามสวมกอดเอวหนา ใบหน้างามซบลงไปที่หัวไหล่ของนารีแล้วถูไถจมูกกับแผ่นหลังของมารดาด้วยความออดอ้อน
“คุณแม่คะ บ้านเรามีสัตว์อะไรมาตายรึป่าวคะ”
จมูกงามที่ได้กลิ่นสาป เอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยความสงสัย ใบหน้างามสะบัดไปมา เมื่อกลิ่นทวีความรุนแรงขึ้น
“คุณคะ หิวหรือยังคะ”
นารีไม่ตอบคำถามของญาณิน แต่เลือกจะเอ่ยถามผู้เป็นสามีแทน และหันมาโอบกอดญาณิน มือสั่น ๆ ของมารดายกขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าของลูกสาวเบา ๆ ปากเรียวคลี่ยิ้มบาง ๆ พร้อมทั้งแลบลิ้นที่แหว่งเล็กน้อยออกมาเลียริมฝีปากเบา ๆ นารีที่ได้โอกาสกอดญาณินสูดกลิ่นตัวหอมหวานของญาณินเข้าไปเต็มปอด
“คุณคะ มานี่สิคะ ตัวลูกหอมมากเลยค่ะ”
คำรณที่นั่งทำงานอยู่ลุกเดินเข้ามาหาญาณิน มือหนาเอื้อมจับแขนซ้ายของลูกสาวขึ้นมาสูดดม
“น้อง ตัวหอมจังเลยลูก
“เอ่อออ คุณพ่อคะ”
กลิ่นเหม็นสาบเหมือนซากศพที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในความรู้สึกของญาณินเมื่อพ่อของเธอเข้ามาอยู่ใกล้ ๆ เธอจึงพยายามดึงข้อมือออกจากมือหนาของพ่อ ขณะเดียวกันพ่อของเธอก็ออกแรงบีบข้อมือบางจนเกิดเป็นรอยแดง ความรู้สึกอึดอัดเริ่มกดทับเข้ามาในอก มือเรียวบางเริ่มชื้นเหงื่อ เกิดความรู้สึกแปลก ๆ กับบุคคลทั้งสองตรงหน้า
มือสั่น ๆ ของนารีเข้ามาจับแขนข้างขวาของญาณิน ปลายจมูกเริ่มแตะไล้ไปตามเรียวแขนงาม ส่วนแขนอีกข้าง คำรณก็เริ่มขยับปลายจมูกช้า ๆ สูดกลิ่นเนื้อของหญิงสาวขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ
“เนื้อหอม...น่ากินจังเลยลูก”
“ห้องแกอยู่ตรงนี้นะ ส่วนห้องฉันอยู่ตรงนี้”มือเรียวของธาราชี้ไปยังห้องรับแขกที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน ที่ตอนนี้มีข้าวของของญาณินวางอยู่ด้านใน มือเรียวจึงชี้ไปยังห้องที่อยู่ข้าง ๆ กัน ที่เป็นห้องของตัวเองธาราจึงพาญาณินเดินสำรวจภายในบริเวณบ้าน ห้องที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของบ้านเป็นห้องพระ ติดกันนั้นเป็นห้องของปฐพี และห้องอัคนีที่อยู่ถัดมา ส่วนตั่งไม้สักที่ตั้งอยู่กลางเรือนนั้น เป็นส่วนที่ปฐพีใช้รับแขกเวลามีลูกศิษย์มาหา ห้องน้ำจะอยู่ข้างล่าง อยู่ข้างหลังทางด้านทิศใต้ของตัวบ้าน“แกจะอาบน้ำเลยไหม”ธาราเอ่ยถามญาณินด้วยความเป็นห่วงเพราะบรรยากาศมันมืดสนิท อากาศที่บ้านของเธอก็เริ่มหนาวเย็น ยิ่งลมหนาวพัดมาก็อาจจะทำให้คนขี้หนาวอย่างญาณินนั้นตัวสั่นได้ง่าย ๆ เพราะเวลาฤดูหนาวนั้นในต่างจังหวัดหนาวเย็นกว่าเมืองกรุงอยู่มาก“เดี๋ยวอาบเลยก็ได้ ค่อยขึ้นมาจัดของ”ญาณินเอ่ยตอบ มือเรียวก็เริ่มลูบแขนตัวเองด้วยรู้สึกหนาวนิด ๆ ถ้าเธอไม่อาบตอนนี้มีหวังวันนี้เธอคงได้ให้ธาราต้มน้ำให้อาบแน่ ๆ“งั้นแกอาบน้ำเสร็จแล้ว มาบอกฉันด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปอาบต่อ”ญาณินพยักหน้ารับ แล้วจึงเข้าไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อลงไปอาบน้ำ เธอใช้เ
ร่างหนาที่ระลึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเพื่อนของน้องสาว ใบหน้าคมจึงสะบัดไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านนั้นออกไป ก่อนจะยิ้มให้ญาณินเล็กน้อยเพื่อให้เธอผ่อนคลาย รอยยิ้มนั้นทำเอาญาณินเบิกตากว้าง เพราะหน้าปกติก็หล่ออยู่แล้ว พอเขายิ้มให้หัวใจดวงน้อยก็แทบเหลวละลายกลายเป็นน้ำ ธาราเมื่อเห็นเพื่อนตาค้างก็อมยิ้มออกมาน้อย ๆ จึงเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเบา ๆ ทำให้ปฐพีถึงกับยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ เมื่อเห็นกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ ญาณิน หรือเรียกว่า นิล ก็ได้ค่ะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตะกุกตะกัก พร้อมยกมือไหว้คนแก่กว่า ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ หัวใจดวงน้อยที่พยายามไม่ตื่นเต้น กลับเต้นระรัวยามที่มองหน้าหล่อ ๆ ของเขา คนอะไรจะหล่อขนาดนี้เนี้ย ปากก็น่าจูบ แก้มก็น่าหอมสักฟอด ความคิดหื่น ๆ นี้เธอทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น“กลับบ้านกันเถอะค่า น้ำหิวแล้ว”เสียงสดใสของธาราเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมจูงมือญาณินเดินนำหน้าไปขึ้นรถ อันเนื่องมาจากว่ากระเป๋าสัมภาระของพวกเธอนั้นพี่ชายเธออาสาจะถือไปขึ้นรถให้“ไอ้ดิน มึงว่าเพื่อนน้ำเป็นไงวะ กูเห็นมึงมองน้องเขาตาค้างเลย โดนใจเหรอวะ”ปฐพีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปกับคำถามของเพื่อน เ
สนามบิน จังหวัดสุโขทัยเครื่องบินที่ญาณินและธาราโดยสาร มาถึงจุดหมายปลายทาง ประมาณ 16.30 น. ทั้งคู่เดินมานั่งรอตรงจุดพักผู้โดยสารเพื่อรอพี่ชายของธารามารับ“นิล รอแป๊บนึงนะ พี่ชายฉันน่าจะกำลังมา”ธาราพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง พลางหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายสีดำมาโทรหาพี่ชาย เพราะความจริงมันควรที่จะเป็นเขามารอเธอ ไม่ใช่เธอมารอเขาแบบนี้สิ“ฮัลโหล น้ำ”“ฮัลโหล พี่เหมเหรอคะ”เสียงหวานที่ติดจะเหวี่ยง ๆ เล็กน้อย เอ่ยวีนถามด้วยความสงสัย เพราะเสียงปลายสายที่ควรจะเป็นเสียงพี่ชายเธอ แต่กลับได้ยินเสียงทุ้มอบอุ่นของอีกคนนึงแทน“ครับพี่เอง พี่กับไอ้ดินกำลังไปครับ”“พึ่งออกมาเหรอคะ”“พอดีรถมันชนกันตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน กู้ภัยพึ่งมารับตัวไปครับ”“ค่ะ รีบ ๆ มานะคะ น้ำหิวแล้ว”“ครับ”ร่างบางกดวางสาย พร้อมอมยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่ออีกคนมารับเธอพร้อมกับพี่ชาย ก่อนจะเอ่ยบอกญาณินเสียงหวาน“นิล พี่ชายฉันกำลังมา อีกไม่น่าเกินชั่วโมงนึงนะ”ญาณินพยักหน้ารับน้อย ๆ พลางอดที่จะคิดถึงความฝันที่น่าหวาดกลัวนั้นไม่ได้ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเอง และเชื่อใจเพื่อนรักแต่ก็แอบลุ้นว่าพี่ชายของธาราจะยอมช่วยเธอไหม“น้ำ พี่ชายแกจะช่
มือบางของญาณินเย็นเฉียบ ใจเต้นระรัวแทบจะหยุดหายใจ เมื่อประโยคที่คุ้นเคยเข้ามากระทบโสตประสาท อีกทั้งนารีที่ทนความหอมของญาณินไม่ไหว เริ่มมีน้ำลายไหลย้อยลงมาตามมุมปากพร้อมหยดแหมะลงบนแขนเรียว พร้อมฉีกยิ้มกว้างออกมา ปากบางค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงใบหู“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”ร่างบางกรีดร้องลั่น สะบัดมือจนหลุด แล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ใบหน้างามที่หันหลังกลับไปมอง ก็ได้พบความจริงที่ว่า บ้านปูนชั้นสองนั้น แปรเปลี่ยนเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ฝาบ้านเป็นสีดำคล้ำ มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มหน้าบ้าน ฝาบ้านบางส่วนหลุดออกมา ส่วนหลังคาสังกะสีนั้นก็โดนสนิมกัดกินจนทะลุเป็นรูใบหน้างามน้ำตารื้น ความหวาดกลัวเข้ามากอบกุมจิตใจ สองเท้าเรียววิ่งไปตามทางถนนลูกรังแบบไม่คิดชีวิต ก็เพราะว่าได้ยินเสียงทั้งคู่วิ่งตามมาตุ้บ อึกญาณินที่วิ่งไปด้วยความเร็ว ถึงกับเบรกไม่ทันเมื่อคำรณกระโดดมายืนดักหน้าเธอไว้ ทำให้เธอวิ่งชนด้วยความแรง จนตัวเธอเองหงายหลังมากองอยู่ที่พื้นผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพ่อ ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอใบหน้าและร่างกายของชายวัยกลางคน พลันแปรเปลี่ยนเป็นชายชราผมสีขาว ผิวหนังเหี่ยวย่น หัว
เวลา 18.00 น.ญาณินและธาราที่ไปเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้ากันเกือบทั้งวัน เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้ากลับไปฝากพี่ชาย เพื่อนพี่ชาย และเนม ด้วยหนุ่ม ๆ พวกนี้ไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้าใส่กัน นอกจากเทศกาลต่าง ๆ ถึงจะซื้อชุดใหม่ครั้งหนึ่งแล้วก็เว้นระยะยาว ถ้าไม่มีเทศกาลใหม่ก็ไม่ซื้อกัน ส่วนมากจะซื้อแต่เหล้ากันมากกว่ามือเรียวบางของธาราที่กำลังเรียงเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น ใบหน้างามยิ้มแย้มด้วยความอารมณ์ดี เมื่อตนเองจะได้กลับไปอยู่บ้านหลังจากมาร่ำเรียนไกลถึงกรุงเทพนานหลายปี“ยิ้มไม่หุบเชียวนะยัยน้ำ จะได้กลับไปเจอหน้าแฟนทุกวันแล้วอะ”“บ้าเหรอยัยนิล ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”ธาราเอ่ยปฏิเสธอ้อมแอ้มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ“ย่ะ ไม่เป็นก็ไม่เป็น แต่บอกฝันดีกันก่อนนอนทุกวันอะเนอะ”ญาณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า พร้อมเอื้อมมือไปหยิกแก้มของธาราที่แดงระเรื่อด้วยหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดูขณะที่ช่วยกันแพ็คของใส่กระเป๋าอยู่นั้น ญาณินที่พึ่งนึกถึงความฝันของตัวเองได้“น้ำ เมื่อคืนฉันฝันไม่ค่อยดีเลยอะแก ฉันฝันเห็นคนแก่คนนึงอะ เป็นผู้หญิง เขามาขอกินเนื้อฉัน
“หลวงปู่เรียกพวกผมมามีอะไรเหรอครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำให้สามคนที่เหลือพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร การที่หลวงปู่จะเรียกพวกเขามารวมตัวกันที่วัดเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เนื่องจากปกติพวกเขาจะแวะเวียนมาคุยกับหลวงปู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็แยกกันมา นาน ๆ ครั้งที่จะมาพร้อมกัน“เจ้าดินเอ๊ยยย เตรียมตัวไว้หรือยัง ดอกไม้ของเอ็งกำลังจะมาแล้วนะ”เมื่อหลวงปู่พูดจบ ทั้งหมดจึงหันมามองปฐพีเป็นตาเดียว ก่อนอัคนีจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้น ด้วยเหตุผลที่ว่าปฐพีนั้นตั้งมั่นจะครองพรหมจรรย์จนละสังขาร“คนถือพรหมจรรย์จะชิงมีเมียก่อนคนอื่นเลยเหรอวะ”“สวยมั้ยครับหลวงปู่”เสียงที่ตรีภพที่เอ่ยถามขึ้น ด้วยกลัวเพื่อนจะตบะไม่แตกเพราะสาวไม่ตรงสเปก“หน้าตาจิ้มลิ้มดี คงจะเหมาะสมกับเจ้าดิน”“สาวมันตกเคราะห์หนักเหรอครับ หลวงปู่ถึงเรียกมันมาเตือน”เหมราชเอ่ยขึ้น ด้วยคิดว่าหลวงปู่คงไม่น่าจะเรียกมาคุยเพราะเรื่องเท่านี้“อืม อาฆาตถึงชีวิต ต้องระวังให้ดี”“หลวงปู่ครับ แล้วผมจะมีวิธีช่วยเธอคนนั้นยังไงได้บ้างครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด เพราะยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ทั้ง







