로그인มือบางของญาณินเย็นเฉียบ ใจเต้นระรัวแทบจะหยุดหายใจ เมื่อประโยคที่คุ้นเคยเข้ามากระทบโสตประสาท อีกทั้งนารีที่ทนความหอมของญาณินไม่ไหว เริ่มมีน้ำลายไหลย้อยลงมาตามมุมปากพร้อมหยดแหมะลงบนแขนเรียว พร้อมฉีกยิ้มกว้างออกมา ปากบางค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงใบหู
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”
ร่างบางกรีดร้องลั่น สะบัดมือจนหลุด แล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ใบหน้างามที่หันหลังกลับไปมอง ก็ได้พบความจริงที่ว่า บ้านปูนชั้นสองนั้น แปรเปลี่ยนเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ฝาบ้านเป็นสีดำคล้ำ มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มหน้าบ้าน ฝาบ้านบางส่วนหลุดออกมา ส่วนหลังคาสังกะสีนั้นก็โดนสนิมกัดกินจนทะลุเป็นรู
ใบหน้างามน้ำตารื้น ความหวาดกลัวเข้ามากอบกุมจิตใจ สองเท้าเรียววิ่งไปตามทางถนนลูกรังแบบไม่คิดชีวิต ก็เพราะว่าได้ยินเสียงทั้งคู่วิ่งตามมา
ตุ้บ อึก
ญาณินที่วิ่งไปด้วยความเร็ว ถึงกับเบรกไม่ทันเมื่อคำรณกระโดดมายืนดักหน้าเธอไว้ ทำให้เธอวิ่งชนด้วยความแรง จนตัวเธอเองหงายหลังมากองอยู่ที่พื้นผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพ่อ ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอ
ใบหน้าและร่างกายของชายวัยกลางคน พลันแปรเปลี่ยนเป็นชายชราผมสีขาว ผิวหนังเหี่ยวย่น หัวเราะเบา ๆ พร้อมทั้งแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ภาพตรงหน้าทำให้ญาณินแทบสติแตก แต่เธอก็พยายามรวบรวมสติอันน้อยนิด ลุกขึ้นก่อนจะหันหลังคิดจะวิ่งกลับไปทางเดิม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนารีนั้นมาอยู่ดักทางไว้
“แม่คะ ปล่อยหนูไปเถอะนะคะ”
เสียงหวานเอ่ยอ้อนวอนคนเป็นแม่ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“กูจะปล่อยมึงไปได้ยังไง ในเมื่อมึงเป็นของกู”
ใบหน้าของผู้ที่เธอคิดว่าเป็นแม่ ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าของหญิงชราคนเดิม รอยยิ้มที่ปากฉีกถึงหู ทำให้ญาณินถึงกับสติแตกกระเจิง น้ำตาไหลอาบแก้มนวลด้วยความกลัว เมื่อมีมือเย็น ๆ มาจับตัวเธอไว้จากด้านหลัง กลิ่นเหม็นเน่าที่โชยเข้ามาในจมูก แทบจะทำให้ญาณินอาเจียนออกมา
“ปล่อยหนูไปเถอะนะอีแก่ !”
ญาณินที่ทั้งหวาดกลัวทั้งโมโหดิ้นรนจนสุดกำลัง แต่ก็ไม่สามารถหลุดได้ ใจของหญิงสาวเต้นระรัวแทบทะลุออกมานอกอก มือบางที่ชื้นเหงื่อนั้นเย็นเฉียบ ความหนาวเย็นเข้ามากอบกุมทางจิตใจ จนแทบจะสิ้นสติ
“ตาเทน ฉันขอกินอีหนูนี่ก่อนนะ”
“อีเมี้ยน กูเป็นผัวมึงนะ กูต้องได้กินก่อนสิ”
ใบหน้าของตาเทน ขยับเข้ามาบริเวณต้นคอของญาณิน สูดกลิ่นเนื้อสาวจนเต็มปอด ลิ้นหนาก็แลบออกมาเลียบริเวณต้นคอขาว จนเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำลายเหนียว พร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ที่ตนและเมียจะได้กินดวงจิตของญาณินสักที
“ปล่อย ! ปล่อยหนูไปเถอะ”
ญาณินละล่ำละลักเสี่ยงสั่นความหวาดกลัวเข้ามาแทนที่ความโกรธจนหมดพยายามสะบัดมือและตัวออกจากมือของตาเทนนั้น ทำให้ตาเทน กดแรงบีบเพิ่มขึ้นจนเป็นรอยแดง ส่วนยายเมี้ยนที่อยู่ด้านหน้านั้น แลบลิ้นเลียริมฝีปากของตัวเองด้วยความหิว ร่างของหญิงชราที่เตรียมจะพุ่งเข้าใส่หญิงสาวนั้นทำให้ญาณินหลับตาแน่น แล้วกรีดร้องออกมาจนสุดเสียง
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด”
“นิล ! นิล !”
ธาราที่ลุกมาเข้าห้องน้ำนั้น เมื่อหันไปมองญาณินก็เห็นว่าเธอนอนดิ้นไปมาอยู่บนเตียงนอน เมื่อเธอเข้ามามองในใกล้ ๆ ก็เห็นว่าญาณินนั้นกำลังนอนร้องไห้อยู่ ขณะที่เธอกำลังจะปลุก ญาณินก็กรีดร้องออกมาเสียงดัง จนธาราต้องเขย่าตัวของญาณินด้วยความแรง ปากเรียวสวยเรียกชื่อญาณินซ้ำ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก เพื่อปลุกให้เพื่อนของเธอนั้นตื่นขึ้นจากห้วงฝันที่น่าหวาดกลัว
“กรี๊ดดดดด ! เฮือก”
“นิล ! นิล ! น้ำเอง !”
ธาราเรียกญาณินเสียงดังเนื่องจากญาณินยังหลับตาและร้องไห้โวยวายไม่ได้สติ มือเรียวสวยก็เอื้อมไปจับหัวไหล่งามแล้วเขย่าด้วยความแรง เปลือกตาบางค่อย ๆ ขยับเปิดขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่อเห็นเพื่อนรักอยู่ตรงหน้า ก็โผเข้ากอดแน่นพร้อมทั้งปล่อยโฮออกมาด้วยความกลัว มือเรียวจึงลูบหลังญาณินด้วยความปลอบประโลม ปล่อยให้เพื่อนร้องไห้ จนกระทั่งร่างบางเริ่มมีสติขึ้นมา
“น้ำ ฮึก ฉันฝันถึงยายคนนั้นอีกแล้ว”
ญาณินเอ่ยบอกเพื่อน มือบางก็พยายามเช็ดน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด หัวใจก็ยังเต้นระรัวไม่หาย ธาราจึงเอื้อมมือมาลูบหัวเบา ๆ เพื่อความปลอบประโลม
“ไหนเล่าให้ฉันฟังหน่อย”
ญาณินที่ตั้งสติได้แล้ว เล่าเหตุการณ์ในความฝันให้ธาราฟังด้วยน้ำเสียงสั่น เครือแต่ความหวาดกลัวยังคงหลงเหลืออยู่ในใจ
“นิล ฉันว่ามันไม่ปกติแล้วอะ แกกลับบ้านกับฉันก่อนมั้ย”
“ถ้าฉันไปด้วยพี่แกจะว่าอะไรมั้ย เพราะมันกะทันหันมากเลยนะเว้ย”
“ไม่หรอก พี่ดินกับพี่เพลิงใจดี แล้วเขาช่วยแกได้แน่ ๆ”
ญาณินพยักหน้าเบา ๆ ถึงแม้เธอจะเกรงใจครอบครัวเพื่อนอยู่มาก แต่ตอนนี้ชีวิตเธอก็เหลือที่พึ่งเพียงคนเดียวอย่างธารา อีกทั้งความฝันที่เกิดขึ้นติดกันสองคืน ไหนจะรอยยิ้มที่ติดตราตรึงใจจนลืมไม่ลงนั่นอีก เธอคงไม่กล้าอยู่คนเดียว จนกว่าจะได้คำตอบว่าเป็นเพราะอะไร ทำไมความฝันของเธอถึงน่ากลัวขนาดนี้
“ห้องแกอยู่ตรงนี้นะ ส่วนห้องฉันอยู่ตรงนี้”มือเรียวของธาราชี้ไปยังห้องรับแขกที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน ที่ตอนนี้มีข้าวของของญาณินวางอยู่ด้านใน มือเรียวจึงชี้ไปยังห้องที่อยู่ข้าง ๆ กัน ที่เป็นห้องของตัวเองธาราจึงพาญาณินเดินสำรวจภายในบริเวณบ้าน ห้องที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของบ้านเป็นห้องพระ ติดกันนั้นเป็นห้องของปฐพี และห้องอัคนีที่อยู่ถัดมา ส่วนตั่งไม้สักที่ตั้งอยู่กลางเรือนนั้น เป็นส่วนที่ปฐพีใช้รับแขกเวลามีลูกศิษย์มาหา ห้องน้ำจะอยู่ข้างล่าง อยู่ข้างหลังทางด้านทิศใต้ของตัวบ้าน“แกจะอาบน้ำเลยไหม”ธาราเอ่ยถามญาณินด้วยความเป็นห่วงเพราะบรรยากาศมันมืดสนิท อากาศที่บ้านของเธอก็เริ่มหนาวเย็น ยิ่งลมหนาวพัดมาก็อาจจะทำให้คนขี้หนาวอย่างญาณินนั้นตัวสั่นได้ง่าย ๆ เพราะเวลาฤดูหนาวนั้นในต่างจังหวัดหนาวเย็นกว่าเมืองกรุงอยู่มาก“เดี๋ยวอาบเลยก็ได้ ค่อยขึ้นมาจัดของ”ญาณินเอ่ยตอบ มือเรียวก็เริ่มลูบแขนตัวเองด้วยรู้สึกหนาวนิด ๆ ถ้าเธอไม่อาบตอนนี้มีหวังวันนี้เธอคงได้ให้ธาราต้มน้ำให้อาบแน่ ๆ“งั้นแกอาบน้ำเสร็จแล้ว มาบอกฉันด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปอาบต่อ”ญาณินพยักหน้ารับ แล้วจึงเข้าไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อลงไปอาบน้ำ เธอใช้เ
ร่างหนาที่ระลึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเพื่อนของน้องสาว ใบหน้าคมจึงสะบัดไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านนั้นออกไป ก่อนจะยิ้มให้ญาณินเล็กน้อยเพื่อให้เธอผ่อนคลาย รอยยิ้มนั้นทำเอาญาณินเบิกตากว้าง เพราะหน้าปกติก็หล่ออยู่แล้ว พอเขายิ้มให้หัวใจดวงน้อยก็แทบเหลวละลายกลายเป็นน้ำ ธาราเมื่อเห็นเพื่อนตาค้างก็อมยิ้มออกมาน้อย ๆ จึงเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเบา ๆ ทำให้ปฐพีถึงกับยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ เมื่อเห็นกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ ญาณิน หรือเรียกว่า นิล ก็ได้ค่ะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตะกุกตะกัก พร้อมยกมือไหว้คนแก่กว่า ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ หัวใจดวงน้อยที่พยายามไม่ตื่นเต้น กลับเต้นระรัวยามที่มองหน้าหล่อ ๆ ของเขา คนอะไรจะหล่อขนาดนี้เนี้ย ปากก็น่าจูบ แก้มก็น่าหอมสักฟอด ความคิดหื่น ๆ นี้เธอทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น“กลับบ้านกันเถอะค่า น้ำหิวแล้ว”เสียงสดใสของธาราเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมจูงมือญาณินเดินนำหน้าไปขึ้นรถ อันเนื่องมาจากว่ากระเป๋าสัมภาระของพวกเธอนั้นพี่ชายเธออาสาจะถือไปขึ้นรถให้“ไอ้ดิน มึงว่าเพื่อนน้ำเป็นไงวะ กูเห็นมึงมองน้องเขาตาค้างเลย โดนใจเหรอวะ”ปฐพีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปกับคำถามของเพื่อน เ
สนามบิน จังหวัดสุโขทัยเครื่องบินที่ญาณินและธาราโดยสาร มาถึงจุดหมายปลายทาง ประมาณ 16.30 น. ทั้งคู่เดินมานั่งรอตรงจุดพักผู้โดยสารเพื่อรอพี่ชายของธารามารับ“นิล รอแป๊บนึงนะ พี่ชายฉันน่าจะกำลังมา”ธาราพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง พลางหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายสีดำมาโทรหาพี่ชาย เพราะความจริงมันควรที่จะเป็นเขามารอเธอ ไม่ใช่เธอมารอเขาแบบนี้สิ“ฮัลโหล น้ำ”“ฮัลโหล พี่เหมเหรอคะ”เสียงหวานที่ติดจะเหวี่ยง ๆ เล็กน้อย เอ่ยวีนถามด้วยความสงสัย เพราะเสียงปลายสายที่ควรจะเป็นเสียงพี่ชายเธอ แต่กลับได้ยินเสียงทุ้มอบอุ่นของอีกคนนึงแทน“ครับพี่เอง พี่กับไอ้ดินกำลังไปครับ”“พึ่งออกมาเหรอคะ”“พอดีรถมันชนกันตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน กู้ภัยพึ่งมารับตัวไปครับ”“ค่ะ รีบ ๆ มานะคะ น้ำหิวแล้ว”“ครับ”ร่างบางกดวางสาย พร้อมอมยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่ออีกคนมารับเธอพร้อมกับพี่ชาย ก่อนจะเอ่ยบอกญาณินเสียงหวาน“นิล พี่ชายฉันกำลังมา อีกไม่น่าเกินชั่วโมงนึงนะ”ญาณินพยักหน้ารับน้อย ๆ พลางอดที่จะคิดถึงความฝันที่น่าหวาดกลัวนั้นไม่ได้ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเอง และเชื่อใจเพื่อนรักแต่ก็แอบลุ้นว่าพี่ชายของธาราจะยอมช่วยเธอไหม“น้ำ พี่ชายแกจะช่
มือบางของญาณินเย็นเฉียบ ใจเต้นระรัวแทบจะหยุดหายใจ เมื่อประโยคที่คุ้นเคยเข้ามากระทบโสตประสาท อีกทั้งนารีที่ทนความหอมของญาณินไม่ไหว เริ่มมีน้ำลายไหลย้อยลงมาตามมุมปากพร้อมหยดแหมะลงบนแขนเรียว พร้อมฉีกยิ้มกว้างออกมา ปากบางค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงใบหู“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”ร่างบางกรีดร้องลั่น สะบัดมือจนหลุด แล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ใบหน้างามที่หันหลังกลับไปมอง ก็ได้พบความจริงที่ว่า บ้านปูนชั้นสองนั้น แปรเปลี่ยนเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ฝาบ้านเป็นสีดำคล้ำ มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มหน้าบ้าน ฝาบ้านบางส่วนหลุดออกมา ส่วนหลังคาสังกะสีนั้นก็โดนสนิมกัดกินจนทะลุเป็นรูใบหน้างามน้ำตารื้น ความหวาดกลัวเข้ามากอบกุมจิตใจ สองเท้าเรียววิ่งไปตามทางถนนลูกรังแบบไม่คิดชีวิต ก็เพราะว่าได้ยินเสียงทั้งคู่วิ่งตามมาตุ้บ อึกญาณินที่วิ่งไปด้วยความเร็ว ถึงกับเบรกไม่ทันเมื่อคำรณกระโดดมายืนดักหน้าเธอไว้ ทำให้เธอวิ่งชนด้วยความแรง จนตัวเธอเองหงายหลังมากองอยู่ที่พื้นผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพ่อ ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอใบหน้าและร่างกายของชายวัยกลางคน พลันแปรเปลี่ยนเป็นชายชราผมสีขาว ผิวหนังเหี่ยวย่น หัว
เวลา 18.00 น.ญาณินและธาราที่ไปเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้ากันเกือบทั้งวัน เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้ากลับไปฝากพี่ชาย เพื่อนพี่ชาย และเนม ด้วยหนุ่ม ๆ พวกนี้ไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้าใส่กัน นอกจากเทศกาลต่าง ๆ ถึงจะซื้อชุดใหม่ครั้งหนึ่งแล้วก็เว้นระยะยาว ถ้าไม่มีเทศกาลใหม่ก็ไม่ซื้อกัน ส่วนมากจะซื้อแต่เหล้ากันมากกว่ามือเรียวบางของธาราที่กำลังเรียงเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น ใบหน้างามยิ้มแย้มด้วยความอารมณ์ดี เมื่อตนเองจะได้กลับไปอยู่บ้านหลังจากมาร่ำเรียนไกลถึงกรุงเทพนานหลายปี“ยิ้มไม่หุบเชียวนะยัยน้ำ จะได้กลับไปเจอหน้าแฟนทุกวันแล้วอะ”“บ้าเหรอยัยนิล ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”ธาราเอ่ยปฏิเสธอ้อมแอ้มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ“ย่ะ ไม่เป็นก็ไม่เป็น แต่บอกฝันดีกันก่อนนอนทุกวันอะเนอะ”ญาณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า พร้อมเอื้อมมือไปหยิกแก้มของธาราที่แดงระเรื่อด้วยหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดูขณะที่ช่วยกันแพ็คของใส่กระเป๋าอยู่นั้น ญาณินที่พึ่งนึกถึงความฝันของตัวเองได้“น้ำ เมื่อคืนฉันฝันไม่ค่อยดีเลยอะแก ฉันฝันเห็นคนแก่คนนึงอะ เป็นผู้หญิง เขามาขอกินเนื้อฉัน
“หลวงปู่เรียกพวกผมมามีอะไรเหรอครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำให้สามคนที่เหลือพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร การที่หลวงปู่จะเรียกพวกเขามารวมตัวกันที่วัดเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เนื่องจากปกติพวกเขาจะแวะเวียนมาคุยกับหลวงปู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็แยกกันมา นาน ๆ ครั้งที่จะมาพร้อมกัน“เจ้าดินเอ๊ยยย เตรียมตัวไว้หรือยัง ดอกไม้ของเอ็งกำลังจะมาแล้วนะ”เมื่อหลวงปู่พูดจบ ทั้งหมดจึงหันมามองปฐพีเป็นตาเดียว ก่อนอัคนีจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้น ด้วยเหตุผลที่ว่าปฐพีนั้นตั้งมั่นจะครองพรหมจรรย์จนละสังขาร“คนถือพรหมจรรย์จะชิงมีเมียก่อนคนอื่นเลยเหรอวะ”“สวยมั้ยครับหลวงปู่”เสียงที่ตรีภพที่เอ่ยถามขึ้น ด้วยกลัวเพื่อนจะตบะไม่แตกเพราะสาวไม่ตรงสเปก“หน้าตาจิ้มลิ้มดี คงจะเหมาะสมกับเจ้าดิน”“สาวมันตกเคราะห์หนักเหรอครับ หลวงปู่ถึงเรียกมันมาเตือน”เหมราชเอ่ยขึ้น ด้วยคิดว่าหลวงปู่คงไม่น่าจะเรียกมาคุยเพราะเรื่องเท่านี้“อืม อาฆาตถึงชีวิต ต้องระวังให้ดี”“หลวงปู่ครับ แล้วผมจะมีวิธีช่วยเธอคนนั้นยังไงได้บ้างครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด เพราะยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ทั้ง







