تسجيل الدخولร่างหนาที่ระลึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเพื่อนของน้องสาว ใบหน้าคมจึงสะบัดไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านนั้นออกไป ก่อนจะยิ้มให้ญาณินเล็กน้อยเพื่อให้เธอผ่อนคลาย รอยยิ้มนั้นทำเอาญาณินเบิกตากว้าง เพราะหน้าปกติก็หล่ออยู่แล้ว พอเขายิ้มให้หัวใจดวงน้อยก็แทบเหลวละลายกลายเป็นน้ำ ธาราเมื่อเห็นเพื่อนตาค้างก็อมยิ้มออกมาน้อย ๆ จึงเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเบา ๆ ทำให้ปฐพีถึงกับยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ เมื่อเห็นกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ
“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ ญาณิน หรือเรียกว่า นิล ก็ได้ค่ะ”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตะกุกตะกัก พร้อมยกมือไหว้คนแก่กว่า ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ หัวใจดวงน้อยที่พยายามไม่ตื่นเต้น กลับเต้นระรัวยามที่มองหน้าหล่อ ๆ ของเขา คนอะไรจะหล่อขนาดนี้เนี้ย ปากก็น่าจูบ แก้มก็น่าหอมสักฟอด ความคิดหื่น ๆ นี้เธอทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น
“กลับบ้านกันเถอะค่า น้ำหิวแล้ว”
เสียงสดใสของธาราเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมจูงมือญาณินเดินนำหน้าไปขึ้นรถ อันเนื่องมาจากว่ากระเป๋าสัมภาระของพวกเธอนั้นพี่ชายเธออาสาจะถือไปขึ้นรถให้
“ไอ้ดิน มึงว่าเพื่อนน้ำเป็นไงวะ กูเห็นมึงมองน้องเขาตาค้างเลย โดนใจเหรอวะ”
ปฐพีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปกับคำถามของเพื่อน เพียงอมยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น แล้วจึงถือกระเป๋าสัมภาระของญาณินเดินนำไปขึ้นรถ ก็เพราะว่าเหมราชนั้นเลือกที่จะถือกระเป๋าของธารา
มือหนาของปฐพีบังคับพวงมาลัยเลี้ยวออกจากสนามบิน คิ้วหนาของปฐพีขมวดขึ้นมาน้อย ๆ เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลง ความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา สืบเนื่องมาจากปลายฝนต้นหนาวมันจึงทำให้มืดไวขึ้นกว่าช่วงฤดูร้อน แต่ที่ทำให้ปฐพีถึงกับกังวลขึ้นมาเล็กน้อยนั้น เพราะว่าเป็นห่วงสองสาวที่นั่งอยู่ในแคปรถกระบะมากกว่า อีกคนก็คงจะดวงตกถึงฝันเห็นผีสองวันติด ส่วนน้องสาวตัวแสบอายุก็ใกล้ถึงคราวเคราะห์เข้าไปทุกที อีกทั้งวันนี้ก็เป็นวันแรม 14 ค่ำ หรือวันดับสิ้นเดือน เป็นวันปล่อยของของพวกสายดำ ถึงแม้เขาจะมีวิชาอาคม แต่ของพวกนี้เลี่ยงได้เป็นดีที่สุด
“น้ำ ยายแก่ลักษณะแบบนี้เลยที่นิลฝันเห็น”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นบอกกับธารา หลังจากที่นิ้วเรียวบางชี้ไปนอกกระจกรถ เพื่อให้ธาราดูคู่ผัวเมียหญิงชราที่เดินประคองกันเดินที่ข้างถนน
“ไม่เห็นมีใครเลยแก”
ธาราที่หันไปตามนิ้วเรียวของเพื่อน แต่กับไม่เห็นใครเลย พบแต่เพียงความมืดเท่านั้น ญาณินที่ได้ยินแบบนั้นจึงหันหลังกลับไปดูก็ไม่พบใครแบบที่เพื่อนว่า ขนอ่อนภายในกายก็พากันลุกชัน ปากอิ่มจึงเม้มแน่นด้วยความกังวล
“เห็นอะไรข้างทาง อย่าทักมั่วซั่ว”
ปฐพีเอ่ยออกมาเสียงเข้มด้วยความเป็นห่วง ตาคมกริบที่มองผ่านกระจกรถ เมื่อเห็นว่าใบหน้างามนั้นจ๋อยลงอย่างเห็นได้ชัด จึงเอ่ยอธิบายด้วยเสียงที่นุ่มขึ้น
“มันยามโพล้เพล้แล้ว โบราณเขาว่า เห็นอะไรที่ไม่คุ้นตาก็อย่าทัก”
“ค่ะ”
ญาณินตอบกลับเบา ๆ ด้วยใบหน้างอง้ำ เธอแค่ชี้ให้เพื่อนเธอดู ใครจะรู้เล่าว่ามันไม่ใช่คน จึงอดที่จะค้อนใส่พี่ชายเพื่อนสนิทไม่ได้
ปฐพีที่มองผ่านกระจกเห็นว่าใบหน้างามที่ตอนแรกสลดลง ตอนนี้กับบูดบึ้ง เหมือนไม่พอใจเขา แถมยังส่งค้อนผ่านกระจกมาให้เขาอีก ทำเอาร่างหนาที่บังคับพวงมาลัยอยู่ถึงกับหลุดยิ้มออกมา
“ นิล พี่ดินอะทำกับข้าวอร่อยมากเลยนะ แถมยังโสดอีกด้วย”
ญาณินที่ได้ยินแบบนั้น จึงทำแก้มป่องใส่เพื่อน ธาราเมื่อเห็นแบบนั้น ก็อดที่จะเอื้อมมือมาหยิกแก้มด้วยความมันเขี้ยวไม่ได้ จึงได้รับค้อนวงโตของญาณินเป็นการตอบแทน
รถกระบะสีขาวเลี้ยวเข้าไปจอดยังบ้านเรือนไทยท้ายหมู่บ้าน ที่มีสองหนุ่มนั่งคุยกันอยู่บนแคร่ใต้ถุนบ้าน เสียงเพลงดังลั่นท้ายหมู่บ้าน จนปฐพีที่กำลังขับรถไปจอดนั้นถึงกับขมวดคิ้ว เนื่องด้วยตัวเขาเองนั้นไม่ชอบเสียงดัง แล้วพวกมันต้องเปิดดังขนาดไหนเสียงมันถึงดังทะลุกระจกเข้ามาในตัวรถแบบนี้
“นิล อันนี้พี่เพลิง พี่ชายอีกคนของฉัน”
ธาราเอ่ยบอกกับญาณิน ในขณะที่ตัวเองเดินเข้าไปกอดพี่ชายคนรองด้วยความคิดถึง มือเรียวบางของญาณินยกขึ้นไหว้อัคนี พลางสำรวจคนตรงหน้า ใบหน้าของทั้งอัคนีและปฐพีคล้ายคลึงกันมาก แต่เธอแอบเห็นขี้แมลงวันเม็ดเล็ก ๆ ที่หางตาซ้ายของอัคนี หน้าตาเหมือนกัน แต่คนนึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยเจอมาก่อน ส่วนอีกคนให้ความรู้สึกสบายใจเหมือนพี่ชาย
“ส่วนนี่ พี่ตรี เพื่อนพี่ดินกับพี่เพลิง”
มือเรียวของธาราชี้ไปยังตรีภพ ใบหน้าคมที่ใส่แว่นเรย์แบนสีดำ แม้จะมืดแล้วก็ตาม ปากกระจับก็เผยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย เมื่อเห็นสาวงามอย่างญาณิน อยู่ตรงหน้า
“สวัสดีครับน้องนิล พี่ชื่อตรีภพ โสดนะครับ”
เสียงของตรีภพเอ่ยขึ้นด้วยความทะเล้น แต่เมื่อสายตาของตัวเองเหลือบไปเห็นปฐพีที่เอาของไปเก็บเรียบร้อยแล้ว กำลังยืนมองญาณินอยู่ ซึ่งตัวเขาเองคิดว่า เพื่อนของตนคงจะตกหลุมรักเพื่อนของน้องสาวที่อยู่ตรงหน้าไปแล้วเรียบร้อย
“แหมพี่ภพ เว้นเพื่อนน้ำไว้สักคนเถอะ”
“น้ำ พวกพี่เอาของไปไว้ที่ห้องให้เรียบร้อยแล้วนะ”
เสียงหงุดหงิดของปฐพีเอ่ยขัดจังหวะ ทำให้ตรีภพที่ตั้งใจจะเอ่ยแซวญาณิน ต่อนั้น จำต้องเงียบลงเพราะแหย่เสือของปฐพีไม่ใช่จะทำเวลาไหนก็ได้ เพราะมีอยู่วันหนึ่งที่พวกเขากวนตีนมันมาก ๆ ด้วยการเปิดเพลงเสียงดังลั่นบ้าน ปฐพีก็เดินไปถอนปลั๊กและปิดไฟ จากนั้นมันก็ไล่ตะเพิดให้พวกเขากลับบ้านทั้ง ๆ ที่กำลังติดลมกันอยู่ จึงต้องจำใจกลับบ้านทั้ง ๆ ที่ยังไม่เมา
“ห้องแกอยู่ตรงนี้นะ ส่วนห้องฉันอยู่ตรงนี้”มือเรียวของธาราชี้ไปยังห้องรับแขกที่อยู่ด้านในสุดของบ้าน ที่ตอนนี้มีข้าวของของญาณินวางอยู่ด้านใน มือเรียวจึงชี้ไปยังห้องที่อยู่ข้าง ๆ กัน ที่เป็นห้องของตัวเองธาราจึงพาญาณินเดินสำรวจภายในบริเวณบ้าน ห้องที่อยู่ทางทิศเหนือสุดของบ้านเป็นห้องพระ ติดกันนั้นเป็นห้องของปฐพี และห้องอัคนีที่อยู่ถัดมา ส่วนตั่งไม้สักที่ตั้งอยู่กลางเรือนนั้น เป็นส่วนที่ปฐพีใช้รับแขกเวลามีลูกศิษย์มาหา ห้องน้ำจะอยู่ข้างล่าง อยู่ข้างหลังทางด้านทิศใต้ของตัวบ้าน“แกจะอาบน้ำเลยไหม”ธาราเอ่ยถามญาณินด้วยความเป็นห่วงเพราะบรรยากาศมันมืดสนิท อากาศที่บ้านของเธอก็เริ่มหนาวเย็น ยิ่งลมหนาวพัดมาก็อาจจะทำให้คนขี้หนาวอย่างญาณินนั้นตัวสั่นได้ง่าย ๆ เพราะเวลาฤดูหนาวนั้นในต่างจังหวัดหนาวเย็นกว่าเมืองกรุงอยู่มาก“เดี๋ยวอาบเลยก็ได้ ค่อยขึ้นมาจัดของ”ญาณินเอ่ยตอบ มือเรียวก็เริ่มลูบแขนตัวเองด้วยรู้สึกหนาวนิด ๆ ถ้าเธอไม่อาบตอนนี้มีหวังวันนี้เธอคงได้ให้ธาราต้มน้ำให้อาบแน่ ๆ“งั้นแกอาบน้ำเสร็จแล้ว มาบอกฉันด้วยนะ เดี๋ยวฉันจะไปอาบต่อ”ญาณินพยักหน้ารับ แล้วจึงเข้าไปเตรียมอุปกรณ์เพื่อลงไปอาบน้ำ เธอใช้เ
ร่างหนาที่ระลึกได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือเพื่อนของน้องสาว ใบหน้าคมจึงสะบัดไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านนั้นออกไป ก่อนจะยิ้มให้ญาณินเล็กน้อยเพื่อให้เธอผ่อนคลาย รอยยิ้มนั้นทำเอาญาณินเบิกตากว้าง เพราะหน้าปกติก็หล่ออยู่แล้ว พอเขายิ้มให้หัวใจดวงน้อยก็แทบเหลวละลายกลายเป็นน้ำ ธาราเมื่อเห็นเพื่อนตาค้างก็อมยิ้มออกมาน้อย ๆ จึงเอื้อมมือมาแตะแขนเธอเบา ๆ ทำให้ปฐพีถึงกับยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ เมื่อเห็นกิริยาน่ารักน่าเอ็นดูของเธอ“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ ญาณิน หรือเรียกว่า นิล ก็ได้ค่ะ”เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตะกุกตะกัก พร้อมยกมือไหว้คนแก่กว่า ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ หัวใจดวงน้อยที่พยายามไม่ตื่นเต้น กลับเต้นระรัวยามที่มองหน้าหล่อ ๆ ของเขา คนอะไรจะหล่อขนาดนี้เนี้ย ปากก็น่าจูบ แก้มก็น่าหอมสักฟอด ความคิดหื่น ๆ นี้เธอทำได้เพียงคิดในใจเท่านั้น“กลับบ้านกันเถอะค่า น้ำหิวแล้ว”เสียงสดใสของธาราเอ่ยแทรกขึ้น พร้อมจูงมือญาณินเดินนำหน้าไปขึ้นรถ อันเนื่องมาจากว่ากระเป๋าสัมภาระของพวกเธอนั้นพี่ชายเธออาสาจะถือไปขึ้นรถให้“ไอ้ดิน มึงว่าเพื่อนน้ำเป็นไงวะ กูเห็นมึงมองน้องเขาตาค้างเลย โดนใจเหรอวะ”ปฐพีไม่ได้ตอบอะไรกลับไปกับคำถามของเพื่อน เ
สนามบิน จังหวัดสุโขทัยเครื่องบินที่ญาณินและธาราโดยสาร มาถึงจุดหมายปลายทาง ประมาณ 16.30 น. ทั้งคู่เดินมานั่งรอตรงจุดพักผู้โดยสารเพื่อรอพี่ชายของธารามารับ“นิล รอแป๊บนึงนะ พี่ชายฉันน่าจะกำลังมา”ธาราพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง พลางหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายสีดำมาโทรหาพี่ชาย เพราะความจริงมันควรที่จะเป็นเขามารอเธอ ไม่ใช่เธอมารอเขาแบบนี้สิ“ฮัลโหล น้ำ”“ฮัลโหล พี่เหมเหรอคะ”เสียงหวานที่ติดจะเหวี่ยง ๆ เล็กน้อย เอ่ยวีนถามด้วยความสงสัย เพราะเสียงปลายสายที่ควรจะเป็นเสียงพี่ชายเธอ แต่กลับได้ยินเสียงทุ้มอบอุ่นของอีกคนนึงแทน“ครับพี่เอง พี่กับไอ้ดินกำลังไปครับ”“พึ่งออกมาเหรอคะ”“พอดีรถมันชนกันตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน กู้ภัยพึ่งมารับตัวไปครับ”“ค่ะ รีบ ๆ มานะคะ น้ำหิวแล้ว”“ครับ”ร่างบางกดวางสาย พร้อมอมยิ้มออกมาน้อย ๆ เมื่ออีกคนมารับเธอพร้อมกับพี่ชาย ก่อนจะเอ่ยบอกญาณินเสียงหวาน“นิล พี่ชายฉันกำลังมา อีกไม่น่าเกินชั่วโมงนึงนะ”ญาณินพยักหน้ารับน้อย ๆ พลางอดที่จะคิดถึงความฝันที่น่าหวาดกลัวนั้นไม่ได้ แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเอง และเชื่อใจเพื่อนรักแต่ก็แอบลุ้นว่าพี่ชายของธาราจะยอมช่วยเธอไหม“น้ำ พี่ชายแกจะช่
มือบางของญาณินเย็นเฉียบ ใจเต้นระรัวแทบจะหยุดหายใจ เมื่อประโยคที่คุ้นเคยเข้ามากระทบโสตประสาท อีกทั้งนารีที่ทนความหอมของญาณินไม่ไหว เริ่มมีน้ำลายไหลย้อยลงมาตามมุมปากพร้อมหยดแหมะลงบนแขนเรียว พร้อมฉีกยิ้มกว้างออกมา ปากบางค่อย ๆ ฉีกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงใบหู“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”ร่างบางกรีดร้องลั่น สะบัดมือจนหลุด แล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น ใบหน้างามที่หันหลังกลับไปมอง ก็ได้พบความจริงที่ว่า บ้านปูนชั้นสองนั้น แปรเปลี่ยนเป็นบ้านไม้เก่า ๆ ฝาบ้านเป็นสีดำคล้ำ มีหยากไย่เกาะอยู่เต็มหน้าบ้าน ฝาบ้านบางส่วนหลุดออกมา ส่วนหลังคาสังกะสีนั้นก็โดนสนิมกัดกินจนทะลุเป็นรูใบหน้างามน้ำตารื้น ความหวาดกลัวเข้ามากอบกุมจิตใจ สองเท้าเรียววิ่งไปตามทางถนนลูกรังแบบไม่คิดชีวิต ก็เพราะว่าได้ยินเสียงทั้งคู่วิ่งตามมาตุ้บ อึกญาณินที่วิ่งไปด้วยความเร็ว ถึงกับเบรกไม่ทันเมื่อคำรณกระโดดมายืนดักหน้าเธอไว้ ทำให้เธอวิ่งชนด้วยความแรง จนตัวเธอเองหงายหลังมากองอยู่ที่พื้นผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นพ่อ ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเธอใบหน้าและร่างกายของชายวัยกลางคน พลันแปรเปลี่ยนเป็นชายชราผมสีขาว ผิวหนังเหี่ยวย่น หัว
เวลา 18.00 น.ญาณินและธาราที่ไปเดินเล่นอยู่ในห้างสรรพสินค้ากันเกือบทั้งวัน เพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้ากลับไปฝากพี่ชาย เพื่อนพี่ชาย และเนม ด้วยหนุ่ม ๆ พวกนี้ไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้าใส่กัน นอกจากเทศกาลต่าง ๆ ถึงจะซื้อชุดใหม่ครั้งหนึ่งแล้วก็เว้นระยะยาว ถ้าไม่มีเทศกาลใหม่ก็ไม่ซื้อกัน ส่วนมากจะซื้อแต่เหล้ากันมากกว่ามือเรียวบางของธาราที่กำลังเรียงเสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่าง ๆ ใส่ในกระเป๋าเดินทาง เพื่อที่จะเตรียมตัวกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น ใบหน้างามยิ้มแย้มด้วยความอารมณ์ดี เมื่อตนเองจะได้กลับไปอยู่บ้านหลังจากมาร่ำเรียนไกลถึงกรุงเทพนานหลายปี“ยิ้มไม่หุบเชียวนะยัยน้ำ จะได้กลับไปเจอหน้าแฟนทุกวันแล้วอะ”“บ้าเหรอยัยนิล ยังไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”ธาราเอ่ยปฏิเสธอ้อมแอ้มด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ“ย่ะ ไม่เป็นก็ไม่เป็น แต่บอกฝันดีกันก่อนนอนทุกวันอะเนอะ”ญาณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า พร้อมเอื้อมมือไปหยิกแก้มของธาราที่แดงระเรื่อด้วยหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดูขณะที่ช่วยกันแพ็คของใส่กระเป๋าอยู่นั้น ญาณินที่พึ่งนึกถึงความฝันของตัวเองได้“น้ำ เมื่อคืนฉันฝันไม่ค่อยดีเลยอะแก ฉันฝันเห็นคนแก่คนนึงอะ เป็นผู้หญิง เขามาขอกินเนื้อฉัน
“หลวงปู่เรียกพวกผมมามีอะไรเหรอครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำให้สามคนที่เหลือพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะถ้าไม่มีเรื่องสำคัญอะไร การที่หลวงปู่จะเรียกพวกเขามารวมตัวกันที่วัดเป็นเรื่องที่หาได้ยาก เนื่องจากปกติพวกเขาจะแวะเวียนมาคุยกับหลวงปู่เป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็แยกกันมา นาน ๆ ครั้งที่จะมาพร้อมกัน“เจ้าดินเอ๊ยยย เตรียมตัวไว้หรือยัง ดอกไม้ของเอ็งกำลังจะมาแล้วนะ”เมื่อหลวงปู่พูดจบ ทั้งหมดจึงหันมามองปฐพีเป็นตาเดียว ก่อนอัคนีจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงทะเล้น ด้วยเหตุผลที่ว่าปฐพีนั้นตั้งมั่นจะครองพรหมจรรย์จนละสังขาร“คนถือพรหมจรรย์จะชิงมีเมียก่อนคนอื่นเลยเหรอวะ”“สวยมั้ยครับหลวงปู่”เสียงที่ตรีภพที่เอ่ยถามขึ้น ด้วยกลัวเพื่อนจะตบะไม่แตกเพราะสาวไม่ตรงสเปก“หน้าตาจิ้มลิ้มดี คงจะเหมาะสมกับเจ้าดิน”“สาวมันตกเคราะห์หนักเหรอครับ หลวงปู่ถึงเรียกมันมาเตือน”เหมราชเอ่ยขึ้น ด้วยคิดว่าหลวงปู่คงไม่น่าจะเรียกมาคุยเพราะเรื่องเท่านี้“อืม อาฆาตถึงชีวิต ต้องระวังให้ดี”“หลวงปู่ครับ แล้วผมจะมีวิธีช่วยเธอคนนั้นยังไงได้บ้างครับ”ปฐพีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตึงเครียด เพราะยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไง ทั้ง







