Share

7

last update Tanggal publikasi: 2026-05-07 21:47:06

ท่าทางหวาดกลัวของยาหยีนั้นทำเอาขุนกริชที่มองอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนจะเหลือบมองขุนศรีที่มองกลับมาอยู่ก่อนแล้วและแสดงท่าทางสงสัยอย่างไม่ปิดบัง

            “ข้าถามท่านยังไม่ตอบคำถามข้าเลย มาทำกระไรที่หลังเรือนหรือท่าน” กริชกล่าวออกไปก่อนจะเหลือบมองยาหยีที่ยังคงจับแขนเขาแน่น

            “นี่มันเรือนข้านะท่านขุนกริช ข้าจะไปไหนก็ย่อมได้ ว่าแต่ท่านเถอะปล่อยให้บ่าวจับมือถือแขนกลางวันแสกๆแบบนี้ มันจะดูไม่ดีเอานา” ยาหยีได้ยินอย่างนั้นจึงรีบปล่อยแขนกริชทันที

            “ข้าไม่ถือ และไม่เห็นจะแปลกกระไร ในเมื่อบ่าวมันกลัว” ขุนกริชบอก “ว่าแต่ท่านเถอะทำกระไรบ่าวมันถึงกลัวขนาดนี้เล่า ข่าวคราวว่าท่านเที่ยวไปฉุดลูกสาวชาวบ้านเขา จนพ่อแม่เขาต้องไปร้องเรียนยืนฎีกาเรื่องยังไม่ทันจะเงียบดี จะมาก่อเรื่องกระไรกับบ่าวมันอีกรึ” กริชพูดอย่างไม่ไว้หน้า ใจจริงเขาไม่ชอบขุนศรีณรงสักเท่าไหร่ เพราะรู้ดีถึงกิตติศัพท์ความเจ้าชู้หยิบโหย่ง อาศัยบารมีพ่อเข้ารับราชการกินตำแหน่งถึงขุนแต่กลับไร้ฝีมือ

“นี่ท่าน...”

“คุยกระไรกันอยู่รึเจ้าคะ” เสียงหวานๆ ของเพ็ญเอ่ยขัดขึ้นขัดจังหวะ

“แม่เพ็ญ” กริชเอ่ยทักหญิงคู่หมั้น

“ไหว้เจ้าค่ะพี่กริช” เพ็ญยกมือไหว้กริชก่อนจะเหลือบตามองหยีที่ยืนอยู่ข้างๆ จริงๆ เธอมาถึงสักพักแล้ว แต่เลือกที่จะหยุดฟังการสนทนาของพี่ชายตนเองและคู่หมั้นอยู่เป็นครู่ก่อนที่จะเดินเข้ามา และแน่นอนว่าเธอเห็นว่าบ่าวของแม่บัวที่ชื่อหยีคนนี้จับแขนของคู่หมั้นตนเอาไว้อย่างสนิทสนม และนั่นทำให้เธอไม่พอใจมากทีเดียว

“น้องเห็นพี่กริชมาถึงแล้ว แต่มิใคร่ขึ้นเรือนเลยตามมาดูเจ้าค่ะ” เพ็ญบอกก่อนจะยิ้มหวานอย่างเอาใจ

“ขอบน้ำใจเจ้าอุตส่าห์ลงมาตาม” กริชตอบก่อนจะหันไปพูดกับหยี “เจ้าเองก็ไปหานายเจ้าซะ แม่บัวอยู่บนเรือนกระมัง”

“เจ้าค่ะ” ยาหยีตอบ ก่อนจะรีบเลี่ยงเดินออกไปทันที

            การทำบุญบ้านของคุณหญิงเพ็งนั้นใหญ่โตสมเป็นคุณหญิงเจ้าพระยา ยาหยีนั่งมองสิ่งรอบตัวอย่างตื่นเต้น แม่หญิงเพ็ญเองก็ทำหน้าที่เจ้าบ้านได้ดีหญิงสาวยิ้มแย้มต้นรับขับสู่แขกเหรื่อมากมายที่ทยอยมาในงาน  ทุกคนล้วนแต่งกายด้วยเครื่องประดับมีราคา แถมผ้าไหมแพรพันที่ใส่ก็ดูสวยงามไม่น้อย

            หลักจากพระสวดเสร็จบรรดาแขกเหรื่อต่างๆ ก็ล้อมวงพูดคุยกันครึกครื้น  ยาหยีเองก็มีโอกาสได้นั่งฟังเรื่องราวต่างๆ ไปด้วย ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองหลงมาในปี 2308 ปีที่พม่าเริ่มเดินทัพเข้ามารุกรานกรุงศรี  และถ้าเธอจำไม่ผิดอีกเพียงสองปีก็จะเกิดเหตุเสียกรุงครั้งที่สอง  คิดได้ดังนั้นก็อยากร้องไห้อีกรอบแต่ก็ต้องฝืนเอาไว้

            “เอ็งเป็นอะไรหน้าตาบอกบุญไม่รับ” บัวที่หันมาเห็นจึงถามขึ้น

            “เปล่าเจ้าค่ะ”

            “นี่เองรู้ไหมว่าวันนี้ใครๆ ก็ทักข้าว่าหน้าข้างาม” บัวชวนคุย

            “คุณบัวงามอยู่แล้วเจ้าค่ะ” ยาหยีชมจากใจจริงเพราะบัวเองก็มีใบหน้าที่สวยอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

            “ขนาดพี่เพ็ญยังอยากให้เองลองไปแต้มสีที่หน้าแบบที่เอ็งทำให้ข้าเลย แต่ข้าไม่ได้รับปากหรอกนะ และเอ็งก็จำไว้ด้วยว่าห้ามไปแต้มสีที่หน้าให้ใครถ้าข้าไม่อนุญาต ข้าไม่อยากให้ใครงามเหมือนข้า” บัวบอกเชิงบังคับ

            “ได้เจ้าค่ะ” ยาหยีตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

            เมื่อถึงเวลาสมควรแขกเหรื่อก็เริ่มทยอยกลับเหลือเพียงคนที่สนิมสนมกันเท่านั้น คุณหญิงแก้วที่เดินทางมาพร้อมกริชนั้นยังคงสนทนาอยู่กับคุณหญิงเพ็ง บัวและกริชเองก็ยังคงอยู่ในวงสนทนา  จำปีลงไปจัดสำรับในครัวเพื่อนำกกลับเรือน มีเพียงยาหยีเท่านั้นที่นั่งรออยู่ที่ท่าน้ำกับบ่าวผู้ชายที่กำลังไปเอาเรือมาเพื่อรอรับบัวและกริช

            “หยี เอ็งชื่อหยีใช่หรือไม่” คนที่เรียกชื่อของเธอไม่ใช่ใคร แม่เพ็ญ คุณหนูของเรือนแห่งนี้นั่นเอง

            “เจ้าค่ะ” ยาหยีเอ่ยตอบ

            “แม่บัวบอกข้าว่าเจ้าเป็นคนช่วยแต่งตัววันนี้ ถ้าข้าอยากให้เจ้าช่วยแต้มสีที่หน้าเหมือนที่ทำให้แม่บัวจะได้หรือไม่” 

            คำถามที่ดูเหมือนบังคับนั้นทำเอายาหยีอึกอัก เธอจะทำอย่างไรในเมื่อบัวเพิ่งสั่งไม่ให้เธอแต่งหน้าให้ใครนอกจากบัว

            “คือ..คือบ่าวต้องขอคุณบัวก่อนเจ้าค่ะ”

            “แต่แม่บัวกำลังคุยกับแม่ข้าอยู่บนเรือนใหญ่ เจ้าไปช่วยแต้มสีให้ข้าสักนิด แม่บัวก็ไม่รู้ดอก” แม่เพ็ญยังคงตื้อ

            “เถอะนะ รับรองข้าไม่บอกแม่บัวดอก” คำขอร้องที่ดูเหมือนจะไม่มีทางปฏิเสธนั้นทำเอายาหยีจำยอมต้องเดินตามไปที่เรือนของแม่เพ็ญตามลำพัง

            “นี่เรือนของคุณเพ็ญหรือเจ้าคะ” ยาหยีเอ่ยถามทันทีที่เห็นเรือนตรงหน้า เรือนไม้ขนาดเล็กที่อยู่แยกออกมาจากเรือนใหญ่ ไม่มีแม้นอกชานที่เชื่อมต่อกันดูยังไงก็ไม่น่าใช่ของลูกสาวเจ้าของเรือนเป็นแน่ เธอจำได้ว่าเรือนของคุณบัวแม้จะแยกออกมาจากเรือนใหญ่แต่ก็มีนอกชานเชื่อมต่อถึงกันไม่ได้แยกออกมาเช่นนี้

            “ใช่...เอ็งอย่าพูดมากเลย รีบเข้าไปเถอะ” แม่เพ็ญบอกใบหน้าที่ดูเป็นมิตรเมื่อครู่เริ่มบึ้งตึง

            ยาหยีมองเข้าไปในเรือนตรงหน้าก่อนจะสะดุดกับกรงนกเขาที่แขวนอยู่ที่ชายคาบ้าน หญิงสาวอย่างแม่หญิงเพ็ญดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเลี้ยงนกเขาเป็นงานอดิเรกเป็นแน่แท้ คิดได้ดังนั้นยาหยีจึงกวาดตา มองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าบริเวณนี้แทบไม่มีบ่าวไพร่เดินไปมาเลยแม้แต่น้อย ผิดวิสัยเรือนของขุนนางระดับเจ้าพระยามากๆ

            “เอ่อ..บ่าวไปขอคุณบัวก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ” ยาหยีพยายามถอยหนี แต่เพ็ญกลับดึงแขนเอาไว้

            “ข้าบอกให้เข้าไปในเรือนอย่างไรเล่า”

            “ปล่อยบ่าวเถอะเจ้าค่ะ”  ยาหยีพยายามยื้อตัวเอาไว้ แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่อยู่ในเรือนหลังเล็กนี้  ขุนศรีณรง เธอจำได้ไม่ผิดแน่แม้จะเห็นผ่านช่องหน้าต่างเพียงแวบเดียว ผู้ชายคนนั้นอยู่ในเรือนหลังเล็กตรงหน้า นี่แปลว่าแม่เพ็ญวางแผนกับพี่ชายพาเธอมาที่เรือนหลังนี้สินะ ยาหยีนึกกลัวจับใจ อยากจะเงื้อมือขึ้นตบหน้าคุณหนูตรงหน้าให้หน้าหันก็กลัวว่าตัวเองจะโดนเฆี่ยนหลังลายเสียก่อน  เมื่อจนหนทางยาหยีจึงตัดสินใจบางอย่าง

            “กรี๊ดดดด ช่วยด้วยเจ้าค่า งู งูตัวใหญ่ม๊ากกกกก”  หญิงสาวกรี๊ดสุดเสียงพร้อมกับสะบัดแขนออกจากการดึงรั้งของแม่เพ็ญทันที

            “แล้วไปทำอะไรกันที่เรือนแยกล่ะแม่เพ็ญ เรือนหลังนั้นน่ะมีแต่พ่อพุ่มที่ชอบไปนอนเล่น แม่ไม่เคยเห็นเราไปใช้เลย”  คุณหญิงเพ็งเอ่ยถามลูกสาว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทูนหัวของพี่   41

    “คุณลิลลี่บอกจะพามาดูของที่เรือนนี้ค่ะ แต่เธอลืมกุญแจเลยไปเอาก่อนค่ะ” คำตอบที่ทำเอากรหัวเราะ ชายหนุ่มเดินไปที่เรือนหลังเล็กช้าๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปที่กระถางไม้ประดับที่ห้อยอยู่ที่ริมประตู พร้อมกับหยิบกุญแจออกมา “ยายลิลไม่ค่อยได้มาเลยไม่รู้ว่ามีกุญแจสำรองอยู่ตรงนี้” กรหันมาบอกยาหยีที่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ กรเดินเข้าไปก่อนจะหันมาผายมือเป็นเชิงให้ยาหยีเดินตามเข้าไป หญิงสาวก้าวขาตามไปอย่างว่าง่าย เรือนขนาดเล็กถูกจัดแต่งด้วยของโบราณเสียเป็นส่วนใหญ่ ริมฝสมีดาบดบราณมากมายห้อยเรียงรายอยู่เต็มไปหมด “คุณทวดเคยเล่าว่าตระกูลของเราเป็นช่างตีดาบหลวงสมัยกรุงศรี เคยตีดาบให้พระมหากษัตริย์สมัยนั้นด้วยนะครับ” กรเล่าไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้สังเกตว่ายาหยีนั้นมีสีหน้าแบบใด ภาพดา

  • ทูนหัวของพี่   40

    สุดท้ายแล้วชีวิตก็ต้องเดินต่อไป หลังจากที่เธอจ่อมจ่มอยู่กับสิ่งที่เธอไม่สามารถเรียกคืนมาได้อยู่เป็นเดือน เธอก็ตัดสินใจกลับไปทำงานอีกครั้ง “แกแน่ใจนะว่าทำงานไหวแล้วน่ะ” เพื่อนสาวของเธอเอ่ยมาตามสาย “ไม่ไหวก็ต้องไหวจ้า นอนกินสมบัติเก่ามาเป็นเดือนแล้ว จะให้เกาะป้ากินต่อก็ละอายใจแล้วไหมแก” ยาหยีตอบติดตลก “เออๆ ได้ เดี๋ยวฉันช่วยดูงานให้อีกแรง” “ขอบใจจ้า รักน้า จุ๊บๆ” ยาหยีคุยกับเพื่อสาวอีกเป็นครู่ก่อนจะวางสาย และทันทีที่อยู่คนเดียวภาพของชายหนุ่มที่แสนรักก็ปรากฏในห้วงสำนึกทันที หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดตัวเองเบาๆ น้ำตายังคงไหลได้ง่ายดายทุกครั้งที่คิดถึงเขาสินะ วันนี้เป

  • ทูนหัวของพี่   39

    ยาหยี บัวและขุนกริช จำเป็นต้องค้างกันที่วัดชะรามเพื่อรอเข้มกลับมารับตามที่นัดกันไว้ หรือถ้าพรุ่งนี้เข้มยังไม่กลับมาพวกเขาก็จะเดินทางกันด้วยเกวียนที่เตรียมเอาไว้อีกทาง “ยังดีที่เรามีเกวียน” ขุนกริชบอกก่อนจะมองบัวที่นอนอยู่อีกฝั่งของกองไฟด้วยความเป็นห่วง “หลับแล้วหรือ” ขุนกรินหันไปถามยาหยี “ใช่ค่ะ” ยาหยีตอบแค่นั้นก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ชายอันเป็นที่รัก ก่อนจะสวมกอดเขาเอาไว้ราวกับต้องการหาที่พึ่ง ขุนกริชเองก็สวมกอดกลับมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่รักษาสัญญานะคะ” “สัญญาของข้าเป็นสัญญาเสมอ” ขุนกริชตอบก่

  • ทูนหัวของพี่   38

    พักสักนิดเถอะค่ะ คุณบัวไม่ไหวแล้ว” ยาหยีเอ่ยบอกกับขุนกริช ขุนกริชมีท่าทีลังเลก่อนจะพยักนรับ “พักสักนิดเถอะแม่บัว เข้มไปเอาน้ำที่ลำธารมาเพิ่มหน่อยเถอะเรายังต้องเดินทางอีกไกล” ขุนกริชบอกก่อนจะหันไปสั่งเข้ม “เดี๋ยวข้าจะไปเอาม้ามาตรงนี้ เจ้าสองคนขยับไปหลบตรงนั้นก่อนเถิด” ขุนกริชบอกก่อนจะช่วยพยุงบัวให้ไปนั่งพักยังที่ปลอดภัยก่อนที่ตัวเองจะไปเอาเกวียนเพื่อเตรียมพร้อมเดินทาง “ดมพิมเสนสักนิดค่ะ” ยาหยีขยี้พิมเสนที่พกติดตัวมาให้บัวดม หญิงสาวท่าทางแย่มากจนยาหยีอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่แล้วเธอก็ได้ยินเสียงกลุ่มคนดังขึ้นไม่ไกลนัก ยาหยีลังเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เดินไปดูยังต้นเสียงภาพตรงหน้าปรากฏข้าศึกที่กำลังต้อนชาวบ้านไปยังค่ายของพวกมัน มีทั้งชายหญิง คนแก่หรือแม้แต่เด็กเล็ก หญิงสาวค่อยๆ ถอยกลับมามาหาแต่แล้วก้ต้องใจตกไปที่ตาตุ่มเมื่อพบว่า

  • ทูนหัวของพี่   37

    “คงคิดว่ากรุงศรีจะแพ้จริงๆ แล้วสินะ” เป็นคุณหญิงแก้วที่เอ่ยคำนี้ออกมาด้วยน้ำสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าที่ยังคงแววงดงามแม้จะร่วงโรยไปบ้างตามกาลเวลานั้นนิ่งสงบ เธอหันไปมองพระยาคมเดชสรไนยผู้เป็นสามีที่ร่วมชีวิตกันมานานโดยที่ไม่พูดอะไร “แล้วนี่พ่อกริชให้เจ้ามารับใช่หรือไม่” คุณหญิงแก้วหันไปถามเข้ม “ขอรับ จริงๆ แล้วท่านขุนรออยู่นอกกำแพงเมืองตอนนี้ได้เตรียมม้ากับเกวียนมารอรับพวกคุณๆ เรียบร้อยแล้ว ท่านกำชับมาว่าให้เดินทางเช้ามืดนี้เลย เราจะเลาะป่าไปกันอาจใช้เวลามากกว่าแต่จะปลอดภัยจากข้าศึกขอรับ” เข้มเอ่ยถึงแผนการหลบหนี “อืม..บัวกับหยีไปเตรียมตัวเถิด” คุณหญิงแก้วเป็นผู้เอ่ยอีกครั้ง “แล้ว

  • ทูนหัวของพี่   36

    “จำเอาว่าเจ้าคือหญิงเพียงคนเดียวที่ข้าจะรักข้าไม่เคยนึกเสียใจที่รักเจ้าแม้แต่น้อยข้าฝากคุณแม่กับแม่บัวกับเจ้าด้วยคุณพ่อนั้นมีภาระหน้าที่ไม่น้อยแม้จะไม่ได้เป็นทหารแล้ว เรือนแห่งนี้จึงอยากให้เจ้าช่วยดูแลอีกแรงนะหยี” ขุนกริชเอ่ยฝากฟังอีกครั้ง เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นแม้จะสวยงามและน่าเอ็นดูขนาดไหน แต่จิตใจข้างในนั้นกล้าหาญและมั่นคงไม่น้อย ยาหยีพยักหน้ารับเธอซุกตัวในอ้อมกอดเขาอีกครั้ง ออกแรงกอดจนแน่นเท่าที่เธอจะทำได้ก่อนที่จะละออกมา ใบหน้าคมก้มลงมาจูบเธออีกครั้งก่อนจะผละตัวออกห่าง “ข้าต้องไปแล้ว” ขุนกริชกล่าว ไม่มีคำตอบรับจากยาหยีมีเพียงเสียงสะอื้นที่เจ้าตัวพยายามกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มส่งคนรัก ทั้งที่น้ำตายังนองหน้า&n

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status