LOGINหลิวหรงผิงสาวเท้าเข้าไปหาสาวใช้ของตนหมายจะประคองให้ลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันถึงตัวดีก็ได้ยินเสียงของแม่นมหูเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน
“องค์หญิงเพคะ นี่ก็ใกล้เวลาที่ฮองเฮากับท่านอ๋องจะเสด็จกลับเข้าจวนแล้ว ไม่สู้ปล่อยนางไปก่อนดีหรือไม่เพคะ”
แม่นมหูรีบก้าวเข้ามากระซิบเตือนองค์หญิงเพ่ยเพ่ยด้วยความหวาดระแวง ก่อนจะหันไปสบตากับหลิวหรงผิงอีกครั้งด้วยความรู้สึกไม่ไว้วางใจแปลกๆ
“ก็ได้” องค์หญิงเพ่ยเพ่ยกอดอกพลางชักสีหน้ามึนตึง
“รีบไสหัวไปทั้งนายทั้งบ่าวเสียสิ”
แม่นมหูเอ่ยขึ้นเสียงดัง ทั้งยังก้าวเข้ามายืนบังหน้าองค์หญิงเอาไว้ด้วยสัญชาตญาณที่ลึกๆ นางพอจะรับรู้ได้ว่าสตรีบ้าผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว
เสี่ยวเถากับซิ่วอิงรีบลุกขึ้นมาประคองหลิวหรงผิงด้วยความรวดเร็ว ประหนึ่งกลัวว่าองค์หญิงจะเปลี่ยนใจ
“จะทำอะไรข้า จะพาข้าไปเที่ยวหรือ” หลิวหรงผิงแกล้งถามเสียงใสซื่อ
“ใช่เพคะ ไปเที่ยวนะเพคะพระชายา”
“ไปๆๆ ไปสิ เร็วเข้า”
สาวใช้ทั้งสองจับแขนทั้งสองข้างของนายสาวเอาไว้ ก่อนจะพาร่างบอบบางกลับไปยังเรือนนอนของตนทันที
“คอยดูเถอะ สักวันข้าจะเขี่ยเจ้าออกไปจากจวนนี้ให้ได้ แล้วให้พี่หญิงเว่ยมาเป็นพี่สะใภ้ของข้าแทน”
องค์หญิงเพ่ยเพ่ยคาดโทษตามหลังด้วยความเจ็บใจ
“แต่ว่าองค์หญิงเพคะ นางคือพระชายาที่ฮ่องเต้พระราชทานสมรสให้กับท่านอ๋องนะเพคะ ใช่ว่าท่านอ๋องจะหย่าขาดกับนางได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่”
“เฮอะ! ก็คอยดูเถอะ ไม่มีอะไรที่คนอย่างข้าทำไม่ได้หรอก”
คล้อยหลังคนทั้งสามเดินห่างจากสวนดอกไม้หน้าเรือนมาไกลพอสมควรแล้ว หลิวหรงผิงก็หันมามองบ่าวคนสนิททันที
“เจ็บมากหรือไม่”
“อะไรหรือเพคะ”
“ก็หัวของพวกเจ้าอย่างไรเล่า ต่อไปอย่าได้ทำเช่นนั้นอีกนะเข้าใจหรือไม่”
“หากว่าไม่ทำเช่นนั้น องค์หญิงก็คงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เป็นแน่เพคะ”
“ข้าก็บอกพวกเจ้าไปแล้วว่าข้ามีวิธีจัดการกับนาง แต่ช่างเถอะนั่งลงก่อนเร็วเข้า”
เมื่อเห็นว่ามีโขดหินเตี้ยๆ อยู่ตรงหน้า หลิวหรงผิงก็รีบสั่งให้ทั้งสองนั่งลงทันที ก่อนจะล้วงเอาอุปกรณ์ทำแผลในห่อผ้าออกมา เด็กสาวทั้งสองจ้องมองตาไม่กะพริบ
“หนะ นั่นอะไรหรือเพคะ”
“มันคือยารักษาแผล”
“ยารักษาแผล”
“อย่าถามมากน่า ยื่นหน้ามาใกล้ๆ ข้าสิ”
“เพคะ / เพคะ”
ทั้งคู่ยอมทำตามคำสั่งแต่โดยดี หลิวหรงผิงเริ่มลงมือทำความสะอาดบาดแผลด้วยน้ำเกลือ ค่อยๆ ซับลงบนแผลและบริเวณรอบๆ อย่างเบามือ
แม้ในใจของสาวใช้ทั้งสองจะมีคำถามมากมายเพียงใด แต่เมื่อสบเข้ากับดวงตาและสีหน้าจริงจังของหลิวหรงผิง เด็กสาวทั้งสองก็จำต้องปิดปากเงียบไว้
เมื่อทำความสะอาดเสร็จสิ้น หลิวหรงผิงก็เปิดขวดยาฆ่าเชื้อสีแดงเข้มก่อนจะเทน้ำยาลงบนสำลีสีขาว ทว่าหยาดน้ำยาสีแดงคล้ายโลหิตทำเอาบ่าวทั้งสองตื่นตะลึงจนเผลอร้องเสียงหลง
“พระชายา! ท่านมีบาดแผลตรงไหนหรือเพคะ”
“บาดแผลอะไรของพวกเจ้า”
“ก็นั่น...เลือดไม่ใช่หรือเพคะ”
“หืม?” นางมองตามนิ้วมือที่ชี้มา ก่อนจะอดยิ้มขำให้กับความซื่อของเด็กสาวทั้งสองไม่ได้
“ไม่ใช่เลือดหรอก แต่มันคือน้ำยาสำหรับทาแผล ช่วยป้องกันการติดเชื้อและทำให้แผลของพวกเจ้าหายเร็วขึ้นอย่างไรเล่า”
“พวกบ่าวไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อนเลยเพคะ”
“ไม่เชื่อข้ากระนั้นหรือ” พูดจบนางก็หัวเราะเบาๆ ให้กับความไร้เดียงสาของพวกนาง
‘ยังดีที่ทะลุมิติมาแล้วนางยังมีพวกนางเป็นเพื่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงเหงาตายแน่ ไม่คิดเลยว่าภารกิจแรกจะต้องมาช่วยเหลือคนของตัวเองก่อนใครเสียอย่างนั้น ทำอย่างกับระบบรู้ล่วงหน้าว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นงั้นแหละ’
[เนื่องจากระบบถูกออกแบบมาให้ประมวลผลและคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ระบบยังคงมีข้อจำกัดตามขอบเขตของโปรแกรม]
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นในหัว
“ตาเถร!” หลิวหรงผิงเผลอร้องอุทานออกมา
“มีอะไรหรือเพคะ”
“มะ ไม่มีอะไร” หลิวหรงผิงรีบปฏิเสธ ก่อนจะบ่นอุบในใจ
‘เจ้าจะมาเหตุใดไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันบ้างเลย’
[ตัวข้านั้นเป็นระบบวิเศษ คอยเลื่อนลอยอยู่ข้างกายเจ้าของระบบตลอดเวลาอย่างไรเล่าเจ้าคะ]
‘จริงหรือนี่’
[ระบบ : เจ้าของระบบทำภารกิจแรกเสร็จสิ้น รับกุญแจเปิดคลังยาหนึ่งดอก]
[ภารกิจต่อไป : ...]
‘ข้าไม่ทำ! เพิ่งทะลุมิติมาได้ไม่ทันไรก็ควรให้ข้าได้ทำใจบ้างสิ’
นางโอดครวญในใจจนเผลอลงน้ำหนักมือหนักไปหน่อย ทำเอาเสี่ยวเถาเผลอร้องครางออกมา
“อ๊ะ… ขอโทษที ข้าลืมตัวไปหน่อย”
“พระชายา ยังไม่เสร็จอีกหรือเพคะ”
“ใกล้แล้วๆ”
[ระบบ : รางวัลในครั้งนี้คือเพิ่มเงิน 10,000 ตำลึง และแต้มสะสม 5,000 แต้ม ใช้แลกสมุนไพรหรือสิ่งของวิเศษในระบบ]
‘จริงเหรอ!’
“พระชายาเพคะ บ่าวว่าน่าจะพอได้แล้วกระมังเพคะ”
เสี่ยวเถาประท้วงเสียงอ่อย ขณะที่หลิวหรงผิงกำลังตื่นตะลึงกับของรางวัลล่อตาล่อใจอยู่นั้น มือของนางที่ถือสำลีชุบยาก็กดค้างไว้ที่บาดแผลของเสี่ยวเถาแน่นจนเด็กสาวอดแสบร้อนไม่ได้
‘นี่พระชายาทำแผลให้นาง หรือตั้งใจจะเพิ่มบาดแผลให้กันแน่นะ’
เสี่ยวเถาคิดในใจพลางน้ำตาคลอ
"ในใจของข้า... เจ้าคือภรรยาเพียงคนเดียว และอาเฟยคือผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของข้าตลอดไป เช่นนี้แล้วเจ้ายังคิดจะทิ้งพวกเราไปอีกหรือ"น้ำตาที่หลิวหรงผิงพยายามสะกดกลั้นไว้พังทลายลงมาเป็นสาย นางมองดูราชโองการในมือสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มที่ยอมสยบแทบเท้านางเพื่อร้องขอความรักความรักที่เขาโยนเกราะกำบังอันแน่นหนาที่สุดมาปกป้องนางทำให้นางซาบซึ้ง ทว่าลึกๆ ในใจของหญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ก็ยังคงกรีดร้องด้วยสัจธรรมอันโหดร้าย"ท่านพี่... ท่านช่างแสนดีกับข้าเหลือเกิน" นางเอ่ยปนสะอื้น"แต่ท่านคิดบ้างหรือไม่ การที่ท่านกักขังพวกนางไว้ให้ไร้รัก ไร้สิทธิ์ ไร้ทายาทมันไม่เท่ากับเป็นการสร้างศัตรูที่เคียดแค้นข้าและอาเฟยเพิ่มขึ้นอีกร้อยเท่าพันทวีหรือเพคะ และสำหรับข้า… การที่ต้องแบ่งปันพื้นที่บ้านหลังนี้กับสตรีที่ข้ารู้ดีว่าท่านต้องรับผิดชอบชีวิตพวกนางตามหน้าที่ มันคือการทรมานใจกันไปชั่วชีวิต"องค์รัชทายาทนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะโน้มตัวเข้าไปสวมกอดร่างบางไว้แน่นหนา ซบใบหน้าลงบนซอกคอของนาง"ข้ารู้... ข้ารู้ว่ามันไม่ยุติธรรมต่อเจ้า" เขาซุกหน้าสะอื้นเบาๆ"แต่นี่คือโลกของข้า ผิงเอ๋อ... ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้จริงๆ หากเจ
"หึ!... ข้าในยามนั้นยังไม่ใจกล้าและเจ้าแผนการเท่าเขาเลยเสียด้วยซ้ำ"ฮ่องเต้ทรงถอนพระทัยยาวพลางเคาะพระดัชนีลงบนเทียบรายชื่อสีแดงชาดบนโต๊ะทรงงานเสียงดัง กึก... กึก..."ในตอนแรก ข้านึกว่าเขาจะดื้อรั้นแข็งทื่อจนยอมหักไม่ยอมงอเพื่อสตรีเพียงคนเดียวเหมือนพวกคนเขลาทั่วไป ทว่าที่ไหนได้… เขากลับยอมถอยหนึ่งก้าวเพื่อกลืนสตรีตระกูลใหญ่เหล่านั้นเข้ามา แล้วใช้อำนาจที่มีผนึกอำนาจพวกนางให้อยู่ในกรงขังที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียว"ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเทียบรายชื่อนั้นด้วยสายตาว่างเปล่าและยากจะหยั่งถึง"การรับชายารองและอนุในครั้งนี้ ขุนนางเหล่านั้นคิดว่าตนเองได้ส่งลูกสาวมาเสวยสุขและกุมอำนาจร่วมกับมังกร... แต่แท้จริงแล้วลูกชายของข้ากลับตลบหลังใช้ลูกสาวของพวกเขามาเป็นตัวประกันทางการเมืองเพื่อคานอำนาจพวกนั้นเสียเองต่างหาก""ยอมทำตามประเพณีเพื่อปิดปากราชสำนักแต่ในขณะเดียวกันก็กางปีกปกป้องเมียรักและลูกชายหัวแก้วหัวแหวนได้อย่างหมดจด... ช่างเป็นหมากที่ไร้ช่องโหว่และเหี้ยมเกรียมสิ้นดี”"องค์รัชทายาททรงปรีชาสามารถยิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ แผ่นดินนี้ภายใต้การปกครองของพระองค์ในวันข้างหน้าย่อมต้องเกรียงไกรและมั่นคงดั
กลิ่นหมึกและกระดาษอบอวลไปทั่วห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรพระโอรสผู้เย็นชาที่กำลังคุกเข่าอยู่อย่างสงบนิ่ง เบื้องพระพักตร์ขององค์เหนือหัวคือม้วนเทียบรายชื่อหญิงงามจากตระกูลใหญ่ที่ฮองเฮาส่งมา"เจ้ามาพบข้าด้วยเรื่องสตรีเหล่านี้ใช่หรือไม่"ฮ่องเต้ตรัสทำลายความเงียบขึ้นมาเป็นคำแรก สุรเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจและยากจะหยั่งถึง"ฮองเฮารายงานข้าว่าเจ้าต่อต้านอย่างหนัก... รัชทายาท เจ้าเป็นผู้ชนะในศึกรุ่ยอ๋อง ทว่าเจ้าจะพ่ายแพ้พังพินาศเพียงเพราะเรื่องสตรีฝ่ายในไม่ได้ จารีตนี้มีมาแต่โบราณก็เพื่อค้ำจุนราชบัลลังก์ของตัวเจ้าเองทั้งสิ้น""ลูกทราบดีพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ"องค์รัชทายาททูลตอบพลางประสานมือถวายบังคม สุรเสียงเรียบนิ่งทว่าหนักแน่นและกังวานไปทั่วห้องทรงพระอักษร"ลูกไม่ได้มาเพื่อปฏิเสธสมรสพระราชทาน ลูกยินดีจะรับสตรีจากทั้งสองตระกูลเข้าสู่ตำหนักบูรพาตามจารีตประเพณีทุกประการ"ฮ่องเต้เลิกพระขนงขึ้นด้วยความแปลกพระทัย"โอ้? แล้วเหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงอาละวาดจนฮองเฮาต้องปวดหัวกันเล่า""เพราะลูกต้องการข้อแลกเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ" องค์รัชทายาทเงยพระพักตร์ขึ้นสบตาผู้เป็นบิดาอย่างไม่เกรงกลัว"ลูกยอมรับพว
"เจ้าพูดอะไรออกไป" มู่อิงเถารีบขยับเข้าไปใกล้ พลางจ้องมองใบหน้าเพื่อนรักเขม็ง"ข้าบอกเขาว่า… ให้เขาทำเพื่อตัวเองและอาเฟย และข้ามีวิธีของข้าเอง"พูดจบนางก็ถอนหายใจยาว แววตาที่ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างดูหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัด"พยัคฆ์อย่างเขา... ไวต่อกลิ่นอายอันตรายเสมอ พอได้ยินเช่นนั้นเขาคงสั่งเพิ่มกำลังทหารเพื่อกักบริเวณข้าทันที เป็นการบีบบังคับกลายๆ ไม่ให้ข้าก้าวขาออกจากตำหนักบูรพาแห่งนี้แม้แต่ก้าวเดียว"มู่อิงเถาสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้างามซีดเผือดลงทันใดเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย"นี่มันไม่ใช่การอารักขาธรรมดาแล้วนะหรงผิง... แต่มันคือกรงขังทองคำชัดๆ องค์รัชทายาทกำลังใช้กำลังทหารทั้งหมดที่มีเพื่อล่ามเจ้าไว้ใต้ปีกของเขา แล้วหากกองกำลังทหารหนาแน่นถึงเพียงนี้ แผนการเดินทางไปหุบเขาซีหยวนในอีกสามเดือนข้างหน้า เจ้าจะเริ่มลงมือได้อย่างไรกัน"หลิวหรงผิงไม่ได้ตอบคำถาม นางเพียงแต่ลดสายตาลงมองฝ่ามือของตนเองที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อย"ถึงอย่างไร ข้าก็แค่ย้อนถามเจ้าไปอย่างนั้น วันก่อนข้าก็ย้ำกับเจ้าไปแล้วเรื่องของอาเฟย... เจ้าทำใจทิ้งเด็กค
“ท่านพี่ ในเมื่อจารีตของที่นี่กักขังท่านไว้และกำลังจะบดขยี้ข้า ข้าก็คงต้องขอเลือกเส้นทางของข้าเอง เพื่อให้ท่านได้เป็นฮ่องเต้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยไม่มีข้าเป็นจุดอ่อนอีกต่อไป”องค์รัชทายาทตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยินนางเอ่ยออกมา ดวงตาคู่คมเบิกกว้างพลางจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่เพิ่งเอ่ยวาจาคล้ายการลาจาก หัวใจของเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหยุดหายใจ"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มือหนาเอื้อมไปจับบ่าทั้งสองข้างของนางเอาไว้แน่น"มีวิธีของเจ้าเองอย่างนั้นหรือ ผิงเอ๋อ... เจ้ากำลังคิดจะทำอะไร!”หลิวหรงผิงไม่ได้หลบสายตา นางมองลึกเข้าไปในดวงตาของสวามีด้วยแววตาที่นิ่งสงบอย่างน่าใจหาย"ท่านเพียงแต่รับรู้ไว้ว่าจากนี้ไปจงทำเพื่อตัวท่านเองและเพื่ออาเฟย อย่าทำให้เขาต้องลำบาก ส่วนตัวข้าๆ มีวิธีของข้าเอง""วิธีของเจ้าคืออะไร ตอบข้ามา!" ชายหนุ่มคาดคั้น เวลานี้เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความกลัว…. กลัวว่าจะเสียนางไปอีกครั้ง"เจ้าจะหนีข้าไปอีกอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าแผ่นดิ
ภายในนั้นนอกจากตำรายาโบราณ กลับมีม้วนกระดาษผ้าไหมสีแดงชาดหรูหราขอบทองคำ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของทางตำหนักเหยียนเหอ ตำหนักส่วนพระองค์ของฮองเฮาซุกซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะดึงม้วนผ้าไหมนั้นขึ้นมาคลี่ออกทันที แสงเทียนสาดส่องกระทบตัวอักษรหวัดสีทองที่เรียงรายอยู่ด้านใน‘รายชื่อบุตรีขุนนางผู้เพียบพร้อม เพื่อคัดเลือกตำแหน่งชายารองและอนุ’ไล่มาตั้งแต่บุตรีมหาเสนาบดีซ้ายไปจนถึงบุตรีแม่ทัพรักษาพระนคร หัวใจขององค์รัชทายาทพลันกระตุกวูบ เมื่อพอจะรับรู้ความจริงทุกอย่างที่ทำให้นางแปรเปลี่ยนไปสัญลักษณ์ตราประทับสีแดงฉานของฮองเฮาที่มุมกระดาษ เปรียบเสมือนตราบาปที่เหยียบย่ำหัวใจของภรรยาเขาอย่างทารุณ"ฮองเฮา!"สุรเสียงขององค์รัชทายาทแหบพร่าและสั่นเทาด้วยความโกรธจัดที่ปะทุขึ้นในอก ลำคอแกร่งปรากฏเส้นเลือดปูดโป่ง พระหัตถ์หนาบีบม้วนเทียบเชิญคัดเลือกชายารองในมือแน่นจนกระดาษยับย่นแทบแหลกคามือเขารู้ทันทีว่าเหตุใดนางจึงได้ทำตัวแปลกแยกและโศกเศร้าถึงเพียงนี้นางได้รับแรงกดดันและคำข่มขู่จากแม่เลี้ยงใจยักษ์ของเขามาโดยตรงอย่างหลีกเ







