Partager

รับเงินแล้วไปซะ

last update Date de publication: 2026-08-19 11:07:38

"องค์ชายเชิญท่านกลับไปเถิดขอรับ"  องค์รักษ์กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ปัง!  เสียงบานประตูเปิดออกจ้าวอี้หรานปรากฏตัวต่อหน้าหานอี้หราน 

รูปร่างสูงง่าออร่าแรงกดดันจากภายในทำให้ทหารที่ยืนนิ่งอยู่ถึงกับตัวสั่นจากข้างใน 

ทันใดนั้นจ้าวอี้หรานจึงใช้แรงลมปรานดึงเข้มพิษออกมากจากเหล่าทหาร ก่อนจะหันไปมองน้องชายหานอี้หรานด้วยแววตาเรียบเฉย

"เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุอันใด"  

"ข้าแค่เป็นห่วงท่านพี่ กลัวว่าปีศาจในตัวท่านจะกำเริบทำร้ายเจ้าสาวจนตาย ข้านั้นไม่อยากให้ข่าวนี้แพรออกไปกลัวจะทำให้ราษฎรนั้นหวั่นกลัวจนไม่กล้าส่งบุตรสาวเข้าวังมาเป็นนางกำนัล" 

สิ้นสุดประโยคจ้าวอี้หรานกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เขาพยายามจะระงับโมสะ แต่เมื่อนึกถึงคำพูดเมื่อครู่จึงไม่อาจจะซ่อนความโกรธเอาไว้ได้"

"บังอาจ" 

ลมหายใจหอบกระชั้นจนอกกระเพื่อมปลายเท้ายกสูงปะทะยอดหน้าฝ่ายตรงข้ามจนกระเด็นไปติดรั้วกำแพง 

แค่ก..แค่ก  เสียงไอสำลักเลือดออกปากหานอี้หรานค่อยๆ พยุงตัวเองยืนขึ้นในระหว่างนั้น จ้าวอี้หรานเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาน้องชายพร้อมกับย่อตัวลงต่ำกดไหล่หานอี้หรานไว้

"เจ้ามาเยาะเย้ยข้ารึ"  เขากระซิบถามเบาๆที่ข้างหู

"ท่านพี่ ข้าแค่เป็นห่วงเหตุใดท่านถึงคิดเช่นนี้ข้าเป็นน้องชายท่านนะ" 

"ใช่น้องชาย น้องชายต่างแม่ถึงจะถูก" 

พูดจบกำปั้นยกขึ้นกลางอากาศก่อนจะชัดสุดแรงลงไปที่ใบหน้า ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน้องชายหมดสติอยู่แน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

องครักษ์ยืนอึ้งแต่อีกมุมหนึ่งกลับเข้าใจท่านอ๋องว่าที่ผ่านมาท่านต้องเจอคำกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริง ต้องกลายเป็นฆาตกรชั่วช้าในสายตาราษฎร ยิ่งมาเจอน้องชายต่างแม่ยั่วยุตลอดเวลา ตนเลยคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ 

จ้าวอี้หรานยืนโชเชค่อย ๆ หันหลังกลับเข้าที่พักมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ส่วนเหล่าทหารรีบไปพยุงหานอี้หรานกลับที่พักพร้อมตามหมอหลวงมาดูอาการ

ส่วนด้านฉู่เยว่หลิงที่แอบฟังอยู่นางรีบออกจากห้องใต้ดินทันที ในระหว่างนั้นแม่บ้านค่อยอาบน้ำสระผม ขัดขี้ไคลให้ฉู่เยว่หลิง เพราะอีกไม่นานท่านอ๋องต้องเรียกนางไปเข้าเฝ้า 

"พระชายาท่านช่างงดงามยิ่งนัก" 

แม่บ้านเอ่ยชมด้านหลังกระจกในขณะที่กำลังทำผมเผ้าให้เรียบร้อย 

"ท่านพูดจริงรึ"  นางจ้องใบหน้าตัวเองในกระจกก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้ง

"จริงเพคะ มองอย่างไรก็ไม่มีวันเบื่อ" 

"ข้ายังไม่รู้จักชื่อท่านเลยฉันมีชื่อว่าอะไรหรือ"

นางถามแม่บ้าน

"ข้า มีนามว่า อาซิ่วเพคะ" 

" อาซิ่วชื่อไพเราะดี" 

"ไม่หรอกเพคะชื่อนี้มันช่างต่ำต้อยนักไม่มีผู้อยากให้ใช้" 

"นี่เจ้า จำไว้นะ ชื่อไม่ได้วัดค่าความเป็นคน" 

อาซิ่วหยุดมือชงักไปชั่วขณะ เพราะนอกจากท่านอ๋องแล้วไม่มีผู้ใดรับนางมาเป็นบ่าวรับใช้ 

ฉู่เยว่หลิงกล่าวแบบเดียวกันกับท่านอ๋องไม่มีผิด 

"อาซิ่วเจ้าคิดอะไรอยู่"  

"เปล่าเพคะ ข้าแค่คิดว่าท่านอ๋องกับพระชายาน่าจะเข้ากันได้" 

ฉู่เยว่หลิงลุกขึ้นยืนหน้ากระจกรอสวมใส่เสื้อผ้าพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ 

"ไม่มีทาง ท่านอ๋องผู้เย็นชาจะเข้ากับข้าได้" 

"ถึงเวลาสวมชุดแล้วเพคะ" 

" ว้าวนี่มันชุดฮั่นฝู เนื้อผ้าไหมทอละเอียดสีสันไม่ฉูดฉาดเกินไป แต่ก็ไม่ธรรมดา"

"ก๊อก ๆ.!" 

" อาซิ่ว ท่านอ๋องให้มาถามว่านางแต่งตัวเสร็จหรือยัง" 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งสองคนหันขวับ

" ใกล้แล้ว อีกประเดี๋ยว"

ทันใดนั้นอาซิ่วกำลังจะหยิบกำไรและเครื่องประดับหลายชิ้นมาสวมใสให้ ฉู่เยว่หลิงมองว่ามันไม่จำเป็นเลยพูดขึ้นทันที

"อาซิ่ว ของพวกนี้ไม่จำเป็นหรอก รีบไปเข้าเฝ้าสามีข้าเถิด ปานนี้คงนั่งหน้าเขียวรอตำหนิข้าเป็นแน่" 

ฉู่เยว่หลิงคว้าแขนอาซิ่ววิ่งพรวดไปยังตำหนักรอง 

"ถึงแล้ว"  นางเอามือค้ำเข่าพร้อมเสียงลมหายใจเต้นระรัว

"ใจเย็นไว้ ฉู่เยว่หลิงเราเป็สสตรีต้องคงความเรียบร้อยเอาไว้" 

นางเอื้อมมือผลักประตูเข้าไป หน้าเชิดหลังตรงเดินช้าๆ 

จ้าวอี้หรานจ้องมองท่าทางอีกฝ่ายราวกับซากวิญญาณเดินได้ เขาขโมยคิ้วเล็กน้อยปรายตามองหญิงสาวด้วยความเคลือบแคลงใจ

"คำนับท่านอ๋อง"  นางย่อตัวลงพร้อมโคลงศีรษะเล็กน้อย ก่อนจะยืนหลังตรงกุมมือไว้ด้านหน้าด้วยความเรียบร้อย

'อะไรกันเป็นใบ้หรือยังไงไม่ยอมพูดเสียที'

ฉู่เย่วหลิงสบถในใจ ชำเลืองมองสามีตัวเองนั่งนิ่งไม่ขยับตัวแม้กระทั่งกระพริบตาสักครั้งยังไม่มี เขาเย็นชาเกินไปแล้ว

ในขณะนั้นจ้าวอีัหรานควักถุงเงินปักลายดิ้นทองออกมาจากสาบเสื้อ ก่อนจะสะบัดมือทิ้งก้อนเงินลงบนพื้นเสียงดัง

 'เคร้ง'

" ไปซะ วันนี้คงจะมากพอให้สตรีเจ้าได้เสวยสุขถึงบั้นปลายชีวิต" 

น้ำเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกในขณะที่เอ่ยมาพร้อมกับการกระทำที่หยามเหยียด 

ฉู่เยว่หลิงกำมือแน่นใต้แขนเสื้อกุมหมัดข้างลำตัวจนเส้นเลือดบนมือปูดนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

'หนอยแน่...!'

'นี่มันดูถูกกันชัดๆ'

ฉู่เยว่หลิงพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยคำนั้นออกมา 

"ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น! ข้าเป็นภรรยาของท่านที่ถูกต้องตามกฎหมาย" น้ำเสียงฉะฉานพ่นถ้อยคำออกมายังกล้าหาญ

จ้าวอี้หรานชะงักค้างไปชั่วครู่นัยน์ตาเบิกกว้างจ้องมองฉู่เยว่หลิงด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเป็นครั้งแรกที่เขานั้นได้ยินสตรีปฏิเสธเงินของก้อนใหญ่ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   สนมหลินผู้อ่อนโยน

    ในขณะนั้นสนมหลินเดินเข้ามาพร้อมนางกำนัลสองคน สายตาเหยียดหยามฉู่เยว่หลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า(สนมหลินมารดาของหานอี้หราน เป็นสตรีที่ผู้คนในวังต่างกล่าวขานถึงความอ่อนโยนและมีเมตตา นางมักพูดจานุ่มนวล ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ จนยากจะเชื่อว่านางเคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้ใด)ฉู่เยว่หลิงมองภาพนั้นเงียบ ๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย'แปลก...''คนที่จิตใจดีจริง ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแววตาได้เร็วถึงเพียงนี้'(นางเคยเป็นนักสืบมาก่อน ย่อมคุ้นเคยกับการอ่านสีหน้าและท่าทางของผู้คน โดยเฉพาะคนที่พยายามซ่อนบางอย่างเอาไว้)'รอยยิ้มของสนมหลินนั้นดูจริงใจ แต่ดวงตากลับไม่เป็นเช่นนั้น''นางกำลังแสร้งทำเป็นอ่อนโยน หรือว่านี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของนางกันแน่?'ฉู่เยว่หลิงไม่ได้แสดงความสงสัยออกมา เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็นในใจกลับเตือนตัวเองเงียบ ๆ'ดูท่า...มารดาของหานอี้หรานจะไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ข่าวลือกล่าวไว้เสียแล้ว'"โอ้โห...นี่พระชายาลงมาทำครัวเองด้วยหรือ?" สนมหลินเอ่ยเสียงเหน็บ "อุตส่าห์ได้ตำแหน่งสูง ยังต้องมาทำงานต่ำ ๆ แบบนี้ หรือท่านอ๋องเบื่อหน้าจนไม่อยากให้ใครแตะของกินแล้ว?"ฉู่เยว่หลิงหันไปมองสตรีตรง

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   มีพิรุจ

    องครักษ์หนุ่มก้มหน้าจรดพื้นทันที มือประสานแน่นจนข้อนิ้วขาว "ข้าน้อยไม่เห็นอะไรทั้งนั้น""ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" นางตอบเร็วเกินกว่าที่ตั้งใจ เร็วจนตัวเองยังสะดุ้งในใจจ้าวอี้หรานยังนั่งพิงผนัง ลมหายใจอ่อนค่อย ๆ เรียบลง เหลือเพียงแววตาอ่อนล้าปนงุนงง เขาก้มมองมีดสั้นในมือราวกับเพิ่งจำได้ว่ามันอยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้มันร่วงลงกระทบพื้น เสียงกริ๊งแหลมแทรกความเงียบ"เกิดอะไรขึ้น" เสียงเขาแหบพร่าไม่มีใครตอบทันที องครักษ์หนุ่มเงยขึ้นสบตาฉู่เยว่หลิงแวบหนึ่ง ราวกับถามด้วยสายตาว่าควรพูดความจริงหรือไม่ นางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเขา"ท่านอ๋องคลุ้มคลั่งอีกครั้ง" นางพูดตรง เพราะรู้ว่าปิดบังไปก็ไร้ประโยชน์ "ไอทมิฬกำเริบ ท่านเกือบทำร้ายตัวเอง"มือของเขาเกร็งขึ้นทันที ฝ่ามือยังมีรอยแดงจากการกำมีดแน่นเกินไป เขาหลับตาลง ราวกับพยายามปะติดปะต่อความทรงจำที่ขาดหายเป็นช่วง ๆ"ครั้งนี้...นานแค่ไหน""ไม่นานนัก" นางตอบ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดอาการจึงสงบเร็วผิดปกติ จึงรีบหลบสายตาไปทางอื่น ขณะที่องครักษ์หนุ่มข้างกายแอบยิ้มมุมปากก่อนข่มไว้อย่างว่องไวทันใดนั้นองครักษ์หนุ่มประคองจ้

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   นี่หรือหนึ่งแท่งของท่านอ๋อง

    เมื่อรถม้าแล่นมาจอดสนิทที่หน้าตำหนักหงส์ดำ จ้าวอี้หรานก็หันไปสั่งการแม่บ้านประจำตำหนักเสียงเรียบ ทันทีที่แม่บ้านเดินกลับมาพร้อมกับของรางวัลที่เขาตั้งใจมอบให้ ฉู่เยว่หลิงถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความช็อกภาพเบื้องหน้าคือทองคำก้อนมหึมาที่เหลืองอร่ามสะท้อนแสงวิบวับ ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬารเกือบเท่าโอ่งมังกรขนาดกลาง!สัญชาตญาณนักสืบและวิญญาณคนสู้ชีวิตของนางแทบจะสลายหายไปในพริบตา ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงฉู่เยว่หลิงมองทองก้อนมหึมาสลับกับมองหน้าสามี ตาโตเท่าไข่ห่านพลางชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่สิ่งของตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง"นี่หรือ... หนึ่งแท่งของท่านอ๋อง?"นางแทบอยากจะย้อนถามเขาเหลือเกินว่าคำว่า 'หนึ่งแท่ง' ในพจนานุกรมของคนโบราณนี่มันใช้หน่วยวัดแบบไหนกันแน่ เพราะแท่งที่เขาว่ามันใหญ่โตจนแทบจะเอามาทำเก้าอี้นั่งได้อยู่แล้ว!จ้าวอี้หรานเห็นสีหน้าตกใจของภรรยาตัวดีก็แอบขำในใจ แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งขรึมเอาไว้ พยักหน้ารับหน้าตาเฉยราวกับทองก้อนเท่าโอ่งนี้เป็นเพียงเศษหินก้อนเล็ก ๆ หลังตำหนักเท่านั้นฉู่เยว่หลิงไม่ร

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   หนึ่งแท่งก็เพียงพอแล้ว

    สายตาเฉียบคมของฉู่เยว่หลิงตวัดไปเห็นท่าทางของหานอี้หรานเข้าพอดี ในฐานะอดีตนักสืบจากโลกอนาคต นางคุ้นเคยกับการจับสังเกตพฤติกรรมผู้คนเป็นอย่างดีแววตาริษยาและมือที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อของเขาจึงไม่อาจรอดพ้นสายตานางไปได้ สัญชาตญาณนักสืบของนางร้องเตือนทันทีว่า...ชายผู้นี้ไม่ได้ห่วงอาการของพี่ชายแม้แต่น้อย แต่กำลังเคียดแค้นที่ตนถูกแย่งความรักไปต่างหากฉู่เยว่หลิงลอบเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ นางตระหนักได้ทันทีว่า ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่กบฏแดงใต้ที่เพิ่งจากไป แต่เป็นน้องชายต่างสายเลือดที่ยืนอยู่เบื้องหลังนี่เองฝ่าบาทมองบาดแผลของพระโอรสด้วยความร้อนรน ก่อนหันไปสั่งขันทีคนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"รีบไปสั่งการ ให้พลิกแผ่นดินตามหาหมอหลวงที่เก่งที่สุด หรือแม้แต่หมอเทวดาจากที่ใดก็ได้มารักษาจ้าวอี้หรานโดยเร็วที่สุด ใครสามารถรักษาแผลและถอนพิษให้ลูกข้าได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!"พระองค์หันกลับมามองโอรสคนโตด้วยแววตาห่วงใย เวลานี้ไม่เหลือท่าทีของจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์อีกแล้ว เหลือเพียงหัวอกของคนเป็นพ่อ...ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกชายให้พ้นจากความทรมานเมื่อได้ยินคำว่า "ตบรางวัลอย่างงาม"

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   เหตุใดถึงมีแผลเต็มไปหมด

    หัวหน้ากบฏจ้องมองฉู่เยว่หลิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แววตามั่นใจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันตา มันตระหนักได้ทันทีว่าการจะคว่ำราชสำนักในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีสตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาขวางทางมันแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว"วันนี้ข้าเพียงแค่มาหยั่งเชิงดูเท่านั้น"สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มขุนนางรอบห้องโถง ก่อนจะตวัดกลับมาหยุดที่ฉู่เยว่หลิงอีกครั้ง"ถือว่าคราวนี้พวกเจ้าดวงดีที่ผ่านมันไปได้"ท่ามกลางสายตาระแวดระวังและไม่ไว้วางใจของทุกคน หัวหน้ากบฏกลับยกยิ้มเย็น"แต่จำใส่หัวเอาไว้... คราวหน้าข้าจะไม่มาพร้อมกับบทกลอนอีกแล้ว"หัวหน้ากบฏหมุนตัวหันหลังกลับ พลางทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นจนคนฟังขนลุกซู่"ถึงเวลานั้น หวังว่าพวกเจ้าจะเตรียมตัวรับมือข้าให้ดีก็แล้วกัน"สิ้นประโยคร่างกายกำยำสะบัดชายเสื้อคลุมก่อนเดินจากไปอย่างผ่าเผย ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอันอึดอัดตึงเครียด และสายตาของทุกคนในท้องพระโรงที่ยังคงจับจ้องไปยังบานประตูที่ว่างเปล่าเมื่อร่างของพวกกบฏลับสายตาไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเงียบกริบก็พลันแตกตื่น เหล่าขุนนางต่างหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั

  • นักสืบหญิงผู้กุมหัวใจทรราช   ตะลึงในความสามารถ

    "ยังมีผู้ใดคิดออกหรือไม่" ฝ่าบาทเอ่ยขึ้นถามเหล่านักปราชญ์พร้อมกับเหล่าขุนนางชั้นสูงฉู่เยว่หลิงที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างจ้าวอี้หรานมานาน มองบทกลอนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย“ข้าตอบได้”ทุกสายตาในท้องพระโรงหันมามองนางพร้อมกัน แม้แต่จ้าวอี้หรานยังหันกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจฉู่เยว่หลิงสูดลมหายใจเข้า ก่อนเอ่ยคำตอบออกมาอย่างมั่นใจ“หิมะละลายได้ แม้โลหิตยังฝังอยู่ใต้ดินจันทร์ส่องเห็นเพียงเงา แต่หาอ่านใจคนได้ไม่สายน้ำย้อนคืนไม่ได้ ก็เหมือนกาลเวลาที่ไม่อาจหวน ส่วนชะตา...จะถูกเขียนด้วยสิ่งใด ขึ้นอยู่กับมือของผู้ถือพู่กัน”จ้าวอี้หรานมองนางด้วยแววตาตกตะลึง ส่วนหัวหน้ากบฏเองถึงกับนิ่งไปฉู่เยว่หลิงเพียงยกคิ้วเล็กน้อย“คำตอบของข้า...ถูกหรือไม่?”หัวหน้ากบฏนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับไม่คิดว่านางจะตอบได้จริง ๆก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ“น่าสนใจ...”เขามองฉู่เยว่หลิงอย่างพิจารณา แววตาเปลี่ยนจากดูแคลนเป็นระแวดระวัง“เจ้าตีความบทกลอนของข้าได้อย่างไร?”ฉู่เยว่หลิงยักไหล่เล็กน้อย“ก็แค่คิดว่าความหมายมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เจ้าพยายามทำให้เป็น”จ้าวอี้หรานหันมามองนางทันที สตรีที่เคยมองว่านางไร้ประ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status