LOGINน้ำใสๆ ถึงกับคลอเบ้าเต็มหน่วยด้วยความซาบซึ้งใจ แต่ความซาบซึ้งนั้นกำลังจะหลั่งออกมาเต็มที่ในจังหวะนั้นเสียงทหารเฝ้ายามหน้าประตูก็วิ่งพรวดเข้ามาหาแม่บ้านด้วยท่าทีตื่นตระหนก
"แย่แล้ว องค์ชายหานอี้หรานพยายามจะเข้ามาให้ได้ ทำอย่างไรดี ทั้งที่ท่านอ๋องก็สั่งไว้แล้วห้ามให้เข้ามาข้ากลัวโดนทำโทษเหลือเกิน" ท่าทีทหารขาสั่นก้าวไม่ออกลมหายใจติดขัดในขณะเอ่ยออกมา "อะไรนะ ตอนนี้ท่านอ๋องรักษาตัวอยู่องค์ชายมาทำอะไรกันแน่" ในขณะที่แม่บ้านกับทหารกำลังสนทนากันด้วยความร้อนใจ ฉู่เยว่หลิงนึกย้อนตัวละครในนิยายหรือองค์ชาย หานอี้หราน 'นี่องค์ชายหานอี้หรานรึ ทำไมแม่บ้านถึงกลัวละ ในนิยายเขาเป็นสุภาพบุรุษพูดจาดีชอบช่วยเหลือคน หรือว่าเนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไป' "พระชายา ท่านรีบไปหลบซ่อนในห้องเก็บของก่อนเพคะ" แม่บ้านสะกิดไหล่ในขณะที่นางนั้นกำลังยืนนึกคิด "เหตุใดข้าต้องไปหลบซ่อนด้วย" นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย " พระชายาเชื่อข้าเถิดเพคะ" "ไม่ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้นข้าก็อยากจะรู้เช่นกันว่าองค์ชายนั้นมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อะไร" นางนั้นเอ๋ยเด็ดขาดไม่ยอมซ่อนตัวทำให้แม่บ้านและทหารถึงกับเขาทรุดลงกับพื้น "ลุกขึ้นพวกเจ้าจะทำอะไร" นางย่อตัวลงโอบไหล่แม่บ้านให้ลุกขึ้นจากพื้น "พระชายาข้าขอร้องได้โปรด" แม่บ้านเอ่ยเสียงสั่นเครือ ในขณะนั้นเสียงฝีเท้าเริ่มดังเข้ามาใกล้พร้อมกับเสียงชุดเกราะเสียดสีกันกับจังหวะเดิน ฉู่เยว่หลิงค่อยๆ เหลียวมองตามเสียงแววเข้ามา ทันใดนั้น ชายร่างสูงโปรงสวมชุดสีดำธรรมดาพร้อมกับทหารข้างกายนับสิบคนกำลังมุ่งหน้าไปยังตำหนักที่ท่านอ๋องนั้นพักอยู่ ฉู่เยว่หลิงคว้ามือแม่บ้านหลบอยู่ด้านหลังกำแพงคอยเฝ้าสังเกตสถานการณ์เมื่อเหล่าทหารที่คอยคุ้มกันเดินไปพ้นสายตาแล้วนางค่อยๆแอบย่องเบาตามไปทีละก้าวไม่ให้พวกเขารู้ตัว ในระหว่างนั้นแม่บ้านก็คอยห้ามตลอดแต่นางก็ไม่ฟัง "พระชายาท่านจะตามไปหรือ" แม่บ้านคว้าแขนนางไว้แน่น "ก็ข้าอยากรู้เจ้าเองก็ไม่อยากรู้รึ" คิ้วขมวดชนกัน " หากถูกจับได้พระชายาจะไม่ปลอดภัยเพคะ เชื่อข้าเถิดอย่าไปเลยนะ" น้ำเสียงออนวอนอย่างใจร้อน ฉู่เยว่หลิงไม่ฟังตำเตือนแต่กลับถาแม่บ้านกลับไปว่า "มีทางลัดไปยังห้องของสามีข้าหรือไม่" "โธ่ พระชายาอย่าทำเช่นนี้เลย" แม่บ้านถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก้มหน้าคอตกราวกับยอมแพ้ก่อนจะเงยหน้ามาสบตากับนางอีกครั้ง "มีเพคะ แต่พระชายาต้องสัญญากับข้าว่าจะไม่ตื่นตระหนกให้องค์ชายหานอี้หรานจับได้" "ได้ เจ้าเชื่อมืออาชีพนักสืบอย่างข้าเถิด" "พระชายาเป็นนักสืบรึ" " เปล่าข้าแต่พูดให้กำลังใจตัวเอง มีอะไรหรอก" แม่บ้านพยักหน้าโล่งอกก่อนจะปรายตามองรอบๆ ว่ามีผู้ใดเฝ้าทางด้านหลังหรือไม่ เมื่อเห็นว่าทางด้านหลังนั้นปลอดภัยแม่บ้านจึงเร่งฝีเท้านำทางฉู่เยว่หลิงไปยังช่องลับในใต้ดิน ไฟคบเพลิงถูกจุดขึ้นมาสว่างวาบในทางเดินแคบๆ ทั้งสองเร่งฝีเท้าเบาๆ จนถึงที่หมาย " นี่มันด้านหลังตู้เก็บของส่วนตัวในห้องท่านอ๋อง" นางกระซิบเเผ่วเบาถามแม่บ้านด้วยความตื่นเต้น แม่บ้านได้แต่พยักหน้าตอบกลับกลัวเสียงจะเล็ดลอดออกไปข้างใน ในจังหวะนั้นฉู่เยว่หลิงเริ่มได้ยินเสียงองค์ชายหานอี้หรานพยายามจะเข้าประตูห้อง ในขณะที่องค์รักษคนสนิทท่านอ๋องนั้นยื้อสุดกำลังที่หน้าประตู "ถอยไป ข้าจะไม่พูดซ้ำ" รังสีจากแววตาแผ่ซ่านกดดันให้องค์รักษ์ทำตามคำสั่งตน "องค์ชายท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลย อย่างไรเสียท่านก็เข้าไปไม่ได้" หรานอี้หรานเม้มริมฝีปากขบกรามจนใบหน้าสั่นเล็กน้อย เขาพยายามผ่อนคลายอารมณ์และเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างใจเย็น "เจ้ากล้าขัดคำสั่งฝ่าบาทผ่านตัวแทนในฐานะบุตรชายคนรองเช่นข้าหรือ" องครักษ์ทรุดตัวลงคุกเข่าคำนับพร้อมเอ่ยว่า "ข้ามิกล้าบังอาจขัดขวางท่าน แต่ข้านั้นทำตามหน้าที่ตามท่านอ๋องสั่ง ว่าห้ามให้คนนอกเข้ามารบกวน" "ฮ่าๆ คนนอกรึ" เขาหัวเราะในลำคอเพียงชั่วครู่ก่อนจะเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา "แม้แต่ข้ายังเป็นคนนอกแล้วฝ่าบาทเล่าเป็นอะไร" พี่ชายตั้งใจดูถูกข้าก็เท่ากับว่าดูถูกพ่อตัวเองช่างเป็นลูกกตัญญูเสียจริง" องครักษ์พูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งโค้งคำนับกันประตูทางเข้าไม่ยอมไปไหน หานอี้หรานไม่ฟังคำเตือนที่สั่งให้ทหารทั้ง 2 นายจับกุมตัวองครักษ์ไว้ ฉวับ...! เสียงชักดาบทั้งสองฝั่งดั่งพร้อมกันฝ่ายทหารกระโจรบุกเข้ามาพร้อมกับหอกแหลมราวกับหมายจะเอาให้ตายไม่ใช่แค่ล็อคตัวไว้ เคร่ง! เสียงดาบปะทะหอกแหลมเสียงดังสนั้นจนเกิดสะเก็ดไฟ องครักษ์ใช้แรงที่มีต้านทานไว้ลำตัวหมุนขึ้นพร้อมกับยกขาสับฝีเท้ากระโดดถีบบเต็มแรงจนทหารทั้งสองล้มหงายเงิบกระแทกพื้นหัวแตกไปตาม ๆ กัน ทันใดนั้นองครักษ์ค่อยๆโปรยตัวลงมายืนหยัดบนพื้นอย่างมั่นคง พร้อมกับชี้ดาบไปข้างหน้าราวกับท้าทายทหารที่เหลืออย่างไม่เกรงกลัว หานอี้หรานกำมือแน่นเมื่อเห็นทหารมือดีได้รับบาดเจ็บจึงสั่งให้ทหารนับสิบที่เหลือบุกเข้าไปที่หน้าประตูพร้อมกัน เสียงฝีเท้าหลายคู่ดันกระเพื่อมเข้ามาพร้อมๆกันในจังหวะนั้นเอง ดอกเข็มเล็กๆจากห้องท่านอ๋องกระจายวงกว้างขึ้นบนอากาศเกิดเสียงหวีดหวิวบาดลึกเข้าสู่ผิวหนังจนร่างกายและลมปรานหยุดชะงักไปชั่วคราว "นี่มันเกิดอะไรขึ้นข้าขยับไม่ได้" "นี่มันเข็มมสะกดลมปราน" เหล่าทหารนับสิบรู้ตัวทันทีว่าโดนอะไรเข้าไป แม้ว่าปากจะพูดได้แต่ส่วนอื่นกลับแข็งดังก้อนหินในขณะนั้นสนมหลินเดินเข้ามาพร้อมนางกำนัลสองคน สายตาเหยียดหยามฉู่เยว่หลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า(สนมหลินมารดาของหานอี้หราน เป็นสตรีที่ผู้คนในวังต่างกล่าวขานถึงความอ่อนโยนและมีเมตตา นางมักพูดจานุ่มนวล ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบาง ๆ จนยากจะเชื่อว่านางเคยมีเรื่องขัดแย้งกับผู้ใด)ฉู่เยว่หลิงมองภาพนั้นเงียบ ๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย'แปลก...''คนที่จิตใจดีจริง ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแววตาได้เร็วถึงเพียงนี้'(นางเคยเป็นนักสืบมาก่อน ย่อมคุ้นเคยกับการอ่านสีหน้าและท่าทางของผู้คน โดยเฉพาะคนที่พยายามซ่อนบางอย่างเอาไว้)'รอยยิ้มของสนมหลินนั้นดูจริงใจ แต่ดวงตากลับไม่เป็นเช่นนั้น''นางกำลังแสร้งทำเป็นอ่อนโยน หรือว่านี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของนางกันแน่?'ฉู่เยว่หลิงไม่ได้แสดงความสงสัยออกมา เพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็นในใจกลับเตือนตัวเองเงียบ ๆ'ดูท่า...มารดาของหานอี้หรานจะไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ข่าวลือกล่าวไว้เสียแล้ว'"โอ้โห...นี่พระชายาลงมาทำครัวเองด้วยหรือ?" สนมหลินเอ่ยเสียงเหน็บ "อุตส่าห์ได้ตำแหน่งสูง ยังต้องมาทำงานต่ำ ๆ แบบนี้ หรือท่านอ๋องเบื่อหน้าจนไม่อยากให้ใครแตะของกินแล้ว?"ฉู่เยว่หลิงหันไปมองสตรีตรง
องครักษ์หนุ่มก้มหน้าจรดพื้นทันที มือประสานแน่นจนข้อนิ้วขาว "ข้าน้อยไม่เห็นอะไรทั้งนั้น""ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" นางตอบเร็วเกินกว่าที่ตั้งใจ เร็วจนตัวเองยังสะดุ้งในใจจ้าวอี้หรานยังนั่งพิงผนัง ลมหายใจอ่อนค่อย ๆ เรียบลง เหลือเพียงแววตาอ่อนล้าปนงุนงง เขาก้มมองมีดสั้นในมือราวกับเพิ่งจำได้ว่ามันอยู่ตรงนั้น แล้วปล่อยให้มันร่วงลงกระทบพื้น เสียงกริ๊งแหลมแทรกความเงียบ"เกิดอะไรขึ้น" เสียงเขาแหบพร่าไม่มีใครตอบทันที องครักษ์หนุ่มเงยขึ้นสบตาฉู่เยว่หลิงแวบหนึ่ง ราวกับถามด้วยสายตาว่าควรพูดความจริงหรือไม่ นางส่ายหน้าเบา ๆ แล้วย่อตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเขา"ท่านอ๋องคลุ้มคลั่งอีกครั้ง" นางพูดตรง เพราะรู้ว่าปิดบังไปก็ไร้ประโยชน์ "ไอทมิฬกำเริบ ท่านเกือบทำร้ายตัวเอง"มือของเขาเกร็งขึ้นทันที ฝ่ามือยังมีรอยแดงจากการกำมีดแน่นเกินไป เขาหลับตาลง ราวกับพยายามปะติดปะต่อความทรงจำที่ขาดหายเป็นช่วง ๆ"ครั้งนี้...นานแค่ไหน""ไม่นานนัก" นางตอบ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อธิบายว่าเหตุใดอาการจึงสงบเร็วผิดปกติ จึงรีบหลบสายตาไปทางอื่น ขณะที่องครักษ์หนุ่มข้างกายแอบยิ้มมุมปากก่อนข่มไว้อย่างว่องไวทันใดนั้นองครักษ์หนุ่มประคองจ้
เมื่อรถม้าแล่นมาจอดสนิทที่หน้าตำหนักหงส์ดำ จ้าวอี้หรานก็หันไปสั่งการแม่บ้านประจำตำหนักเสียงเรียบ ทันทีที่แม่บ้านเดินกลับมาพร้อมกับของรางวัลที่เขาตั้งใจมอบให้ ฉู่เยว่หลิงถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ขยี้ตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความช็อกภาพเบื้องหน้าคือทองคำก้อนมหึมาที่เหลืองอร่ามสะท้อนแสงวิบวับ ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬารเกือบเท่าโอ่งมังกรขนาดกลาง!สัญชาตญาณนักสืบและวิญญาณคนสู้ชีวิตของนางแทบจะสลายหายไปในพริบตา ใบหน้าหวานแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงฉู่เยว่หลิงมองทองก้อนมหึมาสลับกับมองหน้าสามี ตาโตเท่าไข่ห่านพลางชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่สิ่งของตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ก่อนจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตะลึง"นี่หรือ... หนึ่งแท่งของท่านอ๋อง?"นางแทบอยากจะย้อนถามเขาเหลือเกินว่าคำว่า 'หนึ่งแท่ง' ในพจนานุกรมของคนโบราณนี่มันใช้หน่วยวัดแบบไหนกันแน่ เพราะแท่งที่เขาว่ามันใหญ่โตจนแทบจะเอามาทำเก้าอี้นั่งได้อยู่แล้ว!จ้าวอี้หรานเห็นสีหน้าตกใจของภรรยาตัวดีก็แอบขำในใจ แต่ยังคงรักษาสีหน้านิ่งขรึมเอาไว้ พยักหน้ารับหน้าตาเฉยราวกับทองก้อนเท่าโอ่งนี้เป็นเพียงเศษหินก้อนเล็ก ๆ หลังตำหนักเท่านั้นฉู่เยว่หลิงไม่ร
สายตาเฉียบคมของฉู่เยว่หลิงตวัดไปเห็นท่าทางของหานอี้หรานเข้าพอดี ในฐานะอดีตนักสืบจากโลกอนาคต นางคุ้นเคยกับการจับสังเกตพฤติกรรมผู้คนเป็นอย่างดีแววตาริษยาและมือที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อของเขาจึงไม่อาจรอดพ้นสายตานางไปได้ สัญชาตญาณนักสืบของนางร้องเตือนทันทีว่า...ชายผู้นี้ไม่ได้ห่วงอาการของพี่ชายแม้แต่น้อย แต่กำลังเคียดแค้นที่ตนถูกแย่งความรักไปต่างหากฉู่เยว่หลิงลอบเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ นางตระหนักได้ทันทีว่า ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้อาจไม่ใช่กบฏแดงใต้ที่เพิ่งจากไป แต่เป็นน้องชายต่างสายเลือดที่ยืนอยู่เบื้องหลังนี่เองฝ่าบาทมองบาดแผลของพระโอรสด้วยความร้อนรน ก่อนหันไปสั่งขันทีคนสนิทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"รีบไปสั่งการ ให้พลิกแผ่นดินตามหาหมอหลวงที่เก่งที่สุด หรือแม้แต่หมอเทวดาจากที่ใดก็ได้มารักษาจ้าวอี้หรานโดยเร็วที่สุด ใครสามารถรักษาแผลและถอนพิษให้ลูกข้าได้ ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม!"พระองค์หันกลับมามองโอรสคนโตด้วยแววตาห่วงใย เวลานี้ไม่เหลือท่าทีของจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์อีกแล้ว เหลือเพียงหัวอกของคนเป็นพ่อ...ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยลูกชายให้พ้นจากความทรมานเมื่อได้ยินคำว่า "ตบรางวัลอย่างงาม"
หัวหน้ากบฏจ้องมองฉู่เยว่หลิงนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แววตามั่นใจเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมลงทันตา มันตระหนักได้ทันทีว่าการจะคว่ำราชสำนักในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อมีสตรีผู้นี้ก้าวเข้ามาขวางทางมันแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว"วันนี้ข้าเพียงแค่มาหยั่งเชิงดูเท่านั้น"สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มขุนนางรอบห้องโถง ก่อนจะตวัดกลับมาหยุดที่ฉู่เยว่หลิงอีกครั้ง"ถือว่าคราวนี้พวกเจ้าดวงดีที่ผ่านมันไปได้"ท่ามกลางสายตาระแวดระวังและไม่ไว้วางใจของทุกคน หัวหน้ากบฏกลับยกยิ้มเย็น"แต่จำใส่หัวเอาไว้... คราวหน้าข้าจะไม่มาพร้อมกับบทกลอนอีกแล้ว"หัวหน้ากบฏหมุนตัวหันหลังกลับ พลางทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่นจนคนฟังขนลุกซู่"ถึงเวลานั้น หวังว่าพวกเจ้าจะเตรียมตัวรับมือข้าให้ดีก็แล้วกัน"สิ้นประโยคร่างกายกำยำสะบัดชายเสื้อคลุมก่อนเดินจากไปอย่างผ่าเผย ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศอันอึดอัดตึงเครียด และสายตาของทุกคนในท้องพระโรงที่ยังคงจับจ้องไปยังบานประตูที่ว่างเปล่าเมื่อร่างของพวกกบฏลับสายตาไป บรรยากาศในท้องพระโรงที่เคยเงียบกริบก็พลันแตกตื่น เหล่าขุนนางต่างหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั
"ยังมีผู้ใดคิดออกหรือไม่" ฝ่าบาทเอ่ยขึ้นถามเหล่านักปราชญ์พร้อมกับเหล่าขุนนางชั้นสูงฉู่เยว่หลิงที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้างจ้าวอี้หรานมานาน มองบทกลอนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นเล็กน้อย“ข้าตอบได้”ทุกสายตาในท้องพระโรงหันมามองนางพร้อมกัน แม้แต่จ้าวอี้หรานยังหันกลับมาด้วยสีหน้าประหลาดใจฉู่เยว่หลิงสูดลมหายใจเข้า ก่อนเอ่ยคำตอบออกมาอย่างมั่นใจ“หิมะละลายได้ แม้โลหิตยังฝังอยู่ใต้ดินจันทร์ส่องเห็นเพียงเงา แต่หาอ่านใจคนได้ไม่สายน้ำย้อนคืนไม่ได้ ก็เหมือนกาลเวลาที่ไม่อาจหวน ส่วนชะตา...จะถูกเขียนด้วยสิ่งใด ขึ้นอยู่กับมือของผู้ถือพู่กัน”จ้าวอี้หรานมองนางด้วยแววตาตกตะลึง ส่วนหัวหน้ากบฏเองถึงกับนิ่งไปฉู่เยว่หลิงเพียงยกคิ้วเล็กน้อย“คำตอบของข้า...ถูกหรือไม่?”หัวหน้ากบฏนิ่งไปชั่วขณะ ราวกับไม่คิดว่านางจะตอบได้จริง ๆก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ“น่าสนใจ...”เขามองฉู่เยว่หลิงอย่างพิจารณา แววตาเปลี่ยนจากดูแคลนเป็นระแวดระวัง“เจ้าตีความบทกลอนของข้าได้อย่างไร?”ฉู่เยว่หลิงยักไหล่เล็กน้อย“ก็แค่คิดว่าความหมายมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่เจ้าพยายามทำให้เป็น”จ้าวอี้หรานหันมามองนางทันที สตรีที่เคยมองว่านางไร้ประ







