LOGINธัญญ์เริ่มมึนงงกับหญิงสาวใต้ร่าง
“คนสวยมาสารภาพรักอะไรตอนนี้”
“รักนายเหลือเกิน รักมานานแล้ว” เธอพูดเสียงสะอื้นแผ่ว จนเขาจับใจความไม่ได้ในตอนท้าย
ธัญญ์นึกเอ็นดูมากกว่าจะรำคาญ แต่เขายังมึนงงกับถ้อยคำของคนใต้ร่าง แต่เพราะไม่คิดผูกมัด ทั้งยังป้องกันด้วยการสวมใส่ถุงยางอนามัยทุกรอบ จึงละความใส่ใจอีกครั้ง
ต้องการให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่ำคืนเสน่หานี้เป็นเพียงแค่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น หากผิดพลาดไป ปัญหาที่ตามมานั้นมากมายนัก เขาจึงไม่อยากเสี่ยง
ลิ้นหนุ่มเฝ้าวนเวียนบริเวณหน้าท้อง ไซ้ขึ้นไปตามซอกคอ ก่อนวกกลับมาที่อกอวบๆ อีกครั้ง
มือใหญ่ละจากซอกสวาทกลับมาประคองปทุมมาลย์บีบกระชับ ประชิดเข้าหากันจนยอดถันทั้งสองทักทายกันและกัน
ธัญญ์ลงลิ้นหนักๆ ดูดเลียผลเชอร์รี่สีชมพูสดอย่างแรง เรียกแรงสะท้านเสียวทำให้หญิงสาวเกร็งไปทั่วร่างคล้ายระลอกคลื่นใหญ่ ลิ้นหนุ่มทั้งดุน ทั้งวน แล้วตวัดเลียขึ้นลง
ซอกทางรักเริ่มปริ่มน้ำหวานออกมาต้อนรับ ความต้องการเบียดเสียดให้เธอส่ายร่างแล้วจิกมือไปตามผ้าปูที่นอนเนื้อนิ่ม
ยิ่งเธอทรมานเขายิ่งลงลิ้นดูดเลียหนักหน่วงขึ้น ก่อนจะปล่อยมือออกให้เป็นอิสระ วิธาดาถอนใจคล้ายเสียดาย แต่มีความสุขจนเผยยิ้มเต็มใบหน้า
ธัญญ์ยังไม่อยากละจากความอวบสล้างของผลเชอร์รี่ทั้งสอง เหมือนสวนดอกไม้กลางกายที่เขากลืนกินน้ำหวานเสียเหือดแห้ง
แต่ต้องจำใจเพราะไม่ว่าเขาจะสัมผัส สูดดมหรือซุกไซ้ไปทางไหนเธอก็หอมกรุ่นน่าหลงใหลไปหมด
เขากำลังคิดว่าอาจเป็นเพราะความเมา แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมด เรือนร่างสาวสดดึงดูดให้เขาอยากฝากฝังรอยรักเสียทั้งวันทั้งคืนให้หนำใจ มือใหญ่บีบเคล้นเต้าทรวงสาว ริมฝีปากร้อนสลับดูดดึงซ้ายขวา เธอตอบสนองแอ่นร่างให้ไม่เกี่ยงงอน
ธัญญ์งับเต้าสาวอวบใหญ่เข้าไปในปาก กายสาวเบื้องล่างหยัดขึ้นเสียดสีกับความเป็นชายที่กำลังตื่นตัวจนแข็งกร้าว เส้นไหมอ่อนละมุนเสียดสีกับเส้นขนกระด้าง พัวพันกันอย่างหฤหรรษ์ ดูยุ่งเหยิงแต่ลึกล้ำด้วยไฟเสน่หา
ธัญญ์กดสะโพกตอบรับการกระตุ้นของหญิงสาวใต้ร่าง เขาหมุนสะโพกวนไปโดยรอบขณะกดแก่นกายชายเสียดสีกับบุปผาชาติที่กำลัง ผลิบานเต็มที่
“ได้โปรด รักฉันแบบนี้อีก” วิธาดาร้องครางเสียงสะท้านเมื่อเขาหยุดแล้วกดความแข็งร้อนแช่ไว้ที่ส่วนอ่อนไหวบนเกสรดอกไม้งาม เธออ้อนวอนเสียดสีเรือนกายเข้าหาอย่างเรียกร้อง ดวงตาปรือหยาดเยิ้มชวนฝัน มือบอบบางไขว้คว้ากอดรัดอย่างออดอ้อนน่ารักน่าใคร่
“นอนได้แล้วคุณกานดา” อดิศรบอกภรรยาที่ยังไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนเพราะใจจดใจจ่อรอบุตรสาวอยู่
“ฉันนอนไม่หลับค่ะคุณ ยัยวิยังไม่กลับมาเลย นี่ก็หลายคืนแล้ว”
“ยังมีชลันธรอยู่ทั้งคน ลูกเราไม่ได้ไปคนเดียวเสียหน่อย ผมคิดว่าชลันธรคงดูแลยัยวิได้”
“ยัยวิเอาแต่เที่ยวหลังจากเรียนจา ฉันรู้สึกผิด ฉันเป็นสาเหตุ แกประชดฉัน นี่คงเป็นเวรเป็นกรรมที่ฉันทำไว้กับปิยฉัตร”
กานดาปิดหน้าสะอื้นเบาๆ ในห้องโถงของตัวบ้านหลังใหญ่
“อย่าคิดมากเลยคุณกานดา เรื่องมันผ่านมาหลายปีแล้ว ส่วนยัยวิเราค่อยหาทางช่วยในทุกๆ เรื่อง ยังไงยัยวิก็ลูกของเรา”
“ฉันเลวมากใช่ไหมคุณดิษที่ปลูกฝังให้ลูกเกลียดชังคนอื่น มีนิสัยแบบนี้ ตอนนี้ฉันแทบคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง แกไม่ฟังอะไรฉันเลย”
“ผมก็ผิด ไม่ใช่คุณคนเดียว ผมเลวกว่าคุณอีก”
อดิศรพูดเสียงโหย ใบหน้าอมทุกข์
“มันเป็นเพราะเรา ลูกถึงเป็นแบบนี้” กานดาพูดเสียงแหบแห้ง ดวงตาแห้งแล้ง
“ผมเชื่อว่ามันต้องมีวิธี เราจะช่วยกัน ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอนะคุณกานดา”
“ถ้าไม่มีคุณ ฉันไม่รู้จะอยู่ยังไง ฉันกลัวว่ายัยวิจะไม่กลับมาอยู่บ้านอีก”
“ไม่หรอก คุณเครียดแล้วนะ ขึ้นนอนเถอะ พรุ่งนี้ผมจะขอให้ ชลันธรเกลี่ยกล่อมให้ยัยวิกลับบ้าน”
“ฉันขอรอลูกอีกหน่อยนะคุณดิษ ถึงขึ้นห้องไปก็นอนไม่หลับอยู่ดี” หัวใจคนเป็นแม่ทุกข์ระทมเหลือคณานับ
“งั้นผมรอเป็นเพื่อน ผมเป็นห่วงคุณ ไม่อยากให้คุณอยู่คนเดียว” อดิศรดึงร่างของภรรยามาสวมกอด เขาถอนใจหนักๆ หลายครั้ง ยังมืดแปดด้าน จะใช้ไม้แข็งก็ไม่กล้า ใช้ไม้อ่อนก็ไม่ได้ผล
ธัญญ์ยิ้มเต็มใบหน้า กดจูบหนักๆ ไม่หยุด วิธาดาควานมือลูบต้นคอหนาแล้วแก้มสากของเขาเพื่อจูบตอบเต็มรัก
ลิ้นทั้งสองดุนดันตวัดรัดกันอย่างบันเทิงเริงใจในโพรงปากร้อนชื้น เขาดูดความหวานครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งหยอกล้อ ถอยหนีแล้วรุกเร้าอย่างมัวเมาในอารมณ์
รสจุมพิตดูดดื่มหวานล้ำปนกับรสสวาทดั่งคู่สามีภรรยาที่กำลังอยู่ในช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อันแสนหอมหวานหลังแต่งงาน เหมือนได้ฮันนีมูนกันอย่างเต็มที่
สองมือบอบบางเอื้อมไปกดสะโพกสอบให้แนบชิด เธอพยายามหยัดกายให้เขาสอดเข้าหาเสียที หญิงสาวบีบสะโพกหนุ่มอย่างเร่งเร้า เหมือนคนไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน
“เอาแต่ใจจังเลย ความจริงเธอต้องตามใจฉันสิ หึหึ! แม่น้ำผึ้งหวานแสนร้อนแรง แต่ฉันจะอนุโลมให้ เพราะเธอบริการถึงใจมาก”
ธัญญ์พูดกลั้วหัวเราะด้วยน้ำเสียงเอ็นดูมากกว่าจะโกรธเคืองหรือไม่พอใจ มือเรียวเลื่อนขึ้นมายังแผ่นหลังแข็งแกร่งแล้วลูบตามใจคิด เธอกำลังจิตนาการถึงชายหนุ่มที่เธอมีใจให้เขาด้วยความสุขล้ำ
“จูบฉันก่อนสิ จูบทั้งตัวเลย แล้วจะยอมตามใจ” เขาต่อรองอย่างมีชั้นเชิง ไม่ปล่อยให้เธอเรียกร้องเอาตามแต่ใจฝ่ายเดียว หญิงสาวลากริมฝีปากดูดลำคอแกร่ง ผลักอกกว้างให้ร่างสูงนอนหงายหลัง แล้วบดขยี้ริมฝีปากไปทั่วตามหัวใจเรียกร้อง ทั้งสองหลับหูหลับตาแนบชิด ไม่ได้สนใจที่จะมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัดเจน
“ธัญญ์...” หล่อนเรียกชื่อชายหนุ่มไม่ขาดปาก ธัญญ์หลงเพริดไปกับอารมณ์หวามจึงมิได้เฉลียวใจเลยสักนิด
เสียงดูดเลียยอดอกสีเข้มทำให้ธัญญ์สะดุ้งเนื่องจากโดนฟันคมๆ มือหนุ่มไม่ว่างเว้นจากการนวดเฟ้นร่างสาว ทั้งเคล้นคลึงสอดแทรก ขยำ แล้วพลิกร่างสาวลงนอนหงายอีกครั้ง
“ปากเธอนี่สุดยอดจริงๆ ดูดเก่ง แล้วก็น่ารักมาก”
เขาบีบปลายคางหญิงสาวไปมาอย่างชื่นชม ขณะกระซิบบอก
“ธัญญ์”
“ชอบจังเวลาเธอเรียกฉันเสียงเซ็กซี่แบบนี้ ฉันอยากกินน้ำหวานเธออีก”
ธัญญ์เอ่ยขอตามตรง ซึ่งความจริงมันไม่จำเป็นสักนิด แต่เขายังติดใจความหวานที่ติดลิ้นเขาอยู่ จึงจับเรียวขาแยกออกแล้วดุนดันลิ้นเข้าไปสอดแทรกซอกซอนเข้าภายในโพรงอิ่มหวาน
ธัญญ์ดื่มกินน้ำหวานจนพอใจ ก่อนแนบมือกับเข่ามน ประคองตัวตนแข็งขันที่เจ็บร้าวทรมานเหลือเกิน ค่อยๆ สอดแทรกเข้าในกลีบเนื้อพฤกษาอ่อนละมุน
เขากดกายเนิบนาบ สูดลมหายใจเข้าปอดหนักๆ ด้วยความกระสันซ่าน ไม่แพ้หญิงสาวใต้ร่างที่หยัดกายรับด้วยความเสียดเสียว ความเจ็บหายไปเหลือแต่ความรัญจวนเมื่อเรือนกายหนุ่มสาวพบกันคล้ายเครื่องจักรที่ทำงานลงล็อก
เขาลืมอะไรบางอย่าง ลืมป้องกันตัวเอง!!!
ชายหนุ่มเบียดกายเข้าออกในโพรงร้อนชื้นที่ดูดรัดเขาทุกจังหวะ จับสะโพกผายพลิกร่างให้เธอคลานเข่า
มือใหญ่จับขาเพรียวทั้งสองถ่างแยกออกอย่างอ่อนโยนเพราะความเสียวซ่านที่ก่อเกิดในจุดเชื่อมประสาน
ธัญญ์ลืมเลือนการป้องกันไปเสียสนิท ความสาวสดฟิตแน่นทำให้เขาหลงลืม ยิ่งความบริสุทธิ์ที่เขาได้รับทำให้ไม่อยากจากร่างหอมกรุ่นนี้ไปไหน ชายหนุ่มสบถลั่นอย่างหวามในอารมณ์...
สะโพกผายลอยเด่นหยัดรับแรงรักทุกครั้งที่เขากดลงมา ธัญญ์คุกเข่าแทรกตรงกลางร่างหญิงสาว มือทั้งสอดเข้ารั้งบั้นท้ายงอนงามเอาไว้
ความคับแน่นที่บีบรัดทำให้ธัญญ์เร่งเร้ามากขึ้น เสียงจังหวะรักรุนแรงกระหน่ำอยู่ในความเงียบของราตรีกาล
“พูดดีนะ” เขาประชดให้ แต่รู้สึกดีและภูมิใจในคำพูดของเธอไม่น้อย เหมือนเธอเชื่อมั่นในตัวเขา“ยัยวิวเป็นยังไงบ้างคะ” เธออดถามไม่ได้ แม้จะได้รับข่าวคราวจากลีลาอยู่บ่อยครั้งก็ตาม“อยากรู้ก็ไปดูเอง” เขาตอบกวนๆ“ธัญญ์จะมาติดต่อเรื่องสินค้าที่บริษัทเหรอ” เธอพูดเป็นงานเป็นการขึ้นมา เพราะเมื่อครู่ยังไม่ทันได้พูดเรื่องงาน เขาก็ลากเธอออกมาเสียก่อน“ใช่ ถ้าวิทำให้ธัญญ์ไม่ถูกใจ ก็ไม่ซื้อ” วิธาดาเม้มริมฝีปากแน่น“ตอนนี้ทำตัวเหมือนสาวโสดเลยนะ ทั้งๆ ที่มีลูกกับผัวรออยู่ ออกไปทานข้าวกับผู้ชายสองต่อสอง” วิธาดาขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะคลายออก“ธัญญ์แอบตามวิหรือไง”“เปล่า แค่บังเอิญเห็นเรื่องน่าอายของใครบางคน” คำตอบของเขาทำให้เธอเงียบไป เขาชอบพูดแบบนี้ แล้วเธอจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขารักเธอ“นี่จะพาวิไปไหน”“กลับบ้าน” เขาบอกโดยไม่หันมอง เพราะขออนุญาตบิดามารดาของเธอแล้ววิธาดาจะหนีลงจากรถก็ไม่ได้ เธอจึงนั่งเงียบไปตลอดทาง ธัญญ์ฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์เมื่อเธอยอมแต่โดยดีไม่โวยวายดื้อแพ่งอีก“ตื่นได้แล้ว” ธัญญ์ปลุกหญิงสาวในตอนเช้าของอีกวันเพราะเขาขับรถกลับตั้งแต่เย็น ไม่อยากแวะค้างคืนที่ไหน“ถึงแล้วเหรอคะ”“ใช่” เขาบอก เ
เธอหวีดร้องเสียงหลงเมื่อผวากอดร่างสูงแน่น สะโพกสอบทำงานต่อเนื่องหลังจากถูกบีบรัดรุนแรงด้วยความต้องการที่ยังไม่สิ้นสุด“กลับบ้านกันนะ” เขายังไม่ละความพยายามวิธาดาส่ายหน้าไปมา มองเขาตาเยิ้ม ธัญญ์เริ่มขยับสะโพกรัวเร็วขึ้นกว่าเดิม เหมือนลงทัณฑ์คนดื้อ หรืออีกนัยเพื่อเร่งปลดปล่อยความต้องการที่มากล้นให้หลุดพ้นโดยเร็ว“ดื้อนัก...” ธัญญ์คำรามลั่นก่อนจะซบที่ซอกคอหอมกรุ่นอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงและหมดใจ เมื่อเขาทำไม่สำเร็จเขาง้อให้เธอกลับไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือจากใคร ก็ไม่มีใครช่วย มีแต่คนบอกให้เขาจัดการเอง วิธาดาเป็นคนดื้อมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าเธอไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอจะไม่ยินยอม หรือถ้าเธอจะยอมก็เมื่อเธอสมัครใจเท่านั้นธัญญ์ไม่รู้ว่าเขาต้องทำยังไง ถึงจะทำให้เธอยอมกลับไป คงต้องใช้แผนที่เขาคิดได้เมื่อครู่เสียแล้ววิธาดาตื่นขึ้นมาด้วยความเพลีย เพราะเมื่อคืนธัญญ์แทบไม่ปล่อยเธอห่างกายเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวลูบมือเบาๆ ที่ใบหน้า ก่อนเดินลงจากเตียง ในห้องเงียบกริบ บุตรสาวไม่ได้อยู่ที่เปล เธอจึงเดินลงมาด้านล่าง“พี่แมวคะ ธัญญ์กับยัยหนูไปไหนคะ” เธอเดินหาจนทั่วบ้านก็ไม่เจอ จึงเอ่ยปากถามสาวใช้“คุณธัญญ์พาคุณห
“ทำไมล่ะ บอกมาสิ ว่าวิมีเหตุผลอะไร หรือจะหาผัวใหม่ อย่าหวังเลยว่าจะทำแบบนั้นได้ ธัญญ์ไม่มีวันยอมให้วิทำแบบนั้นแน่นอน”“คนเลว ใจสกปรก” เธอผลักเขาออกห่างอย่างเสียใจ“ไม่ต้องมาพูดจาบ่ายเบี่ยง” เขาเข้าสวมกอดเธอทางด้านหลัง แม้อีกฝ่ายจะดิ้นหนีเพียงใดแต่ทำไม่สำเร็จ ธัญญ์เอื้อมมือมากอบกุมทรวงสาว เคล้นคลึงหนักๆ ลูบคลำไปตามผิวผ่อง“ธัญญ์พอเถอะ พอสักที” แม้แรกๆ ที่เขามาตาม เธอจะปรนนิบัติเขาอย่างดี แต่เธอไม่ชอบให้ใครมาบังคับจิตใจแบบนี้ธัญญ์กระชากเสื้อตัวสวยออกจากร่างของภรรยา ลูบไล้ยกทรงสีขาวสะอาดตา“ธัญญ์ บอกให้พอยังไงเล่า”“จะกลับไปกับธัญญ์ไหม” เขาแสร้งทำป่าเถื่อนเพื่อบีบบังคับเธอ“ธัญญ์ วิเจ็บนะ” เธอนิ่วหน้าเมื่อเขาบีบเคล้นทรวงสาวแรงๆ“ถอดออกเดี๋ยวนี้เลยวิ” เขาบอกเสียงพร่า คราแรกอยากข่มขู่ให้เธอกลับ แต่ทำไปทำมาอารมณ์พิศวาสเริ่มก่อตัวเธอไม่ทำตาม เขามีวิธีจัดการกับชุดสวยให้หลุดร่วงลงจากกายสาว ส่วนเรื่องต้องการให้เธอกลับบ้านค่อยตกลงหลังจากนี้ก็ได้ ถ้าไม่ยอม เขามีไม้ตาย ธัญญ์คิดในใจว่าจะต้องสำเร็จแน่นอน“ว้าย!!! คนบ้าปล่อยนะ คนเอาแต่ใจ” เธอใช้มือปิดกั้นไว้กลางกาย ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะอยากขัดขื
“ไม่ต้องหรอก อยากอยู่กันสามคนพ่อแม่ลูก” ธัญญ์ห้ามไว้ อ้าปากรับการป้อนของภรรยา วิธาดายิ้มอย่างมีความสุข ธัญญ์มองภรรยาด้วยความรัก“เดี๋ยวทานข้าวเสร็จเราออกไปเที่ยวกันไหม”“ก็ดีนะ ยัยหนูจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาด้วย ชอบล่ะสิ”วิธาดาจับแก้มป่องๆ ของบุตรสาว แล้วอมยิ้ม ถ้าใครได้เห็นภาพนี้ก็คงคิดว่าเป็นครอบครัวที่รักกันมาก และน่าอิจฉามาก แต่จริงๆ แล้ว สามีกำลังตามง้อขอให้ภรรยากลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านธัญญ์พาภรรยาออกมาเที่ยวห้างสรรพสินค้า ซื้อของทุกอย่างให้อย่างเอาใจ แม้วิธาดาจะบอกว่าไม่ต้องการเขาก็ซื้อให้ พร้อมกับซื้อให้ลูกสาวตัวน้อยที่นั่งรถเข็ญอย่างอารมณ์ดีที่ได้ออกมาเที่ยวข้างนอก“ธัญญ์พาวิมาที่นี่ทำไม” วิธาดาถามเมื่อสามีพาเดินเข้ามาในร้านเพชร“ธัญญ์อยากซื้ออะไรให้วิบ้าง ตั้งแต่แต่งงานกันมา ธัญญ์ไม่เคยซื้อเครื่องประดับให้วิเลยนะ”“ขอบใจจ้ะ” เธอกล่าวขอบคุณ เขาให้เธอเลือกเอง แต่หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ“ธัญญ์เลือกเองดีกว่า อยากซื้ออะไรให้วิ ธัญญ์ซื้ออะไรให้ วิก็ชอบทั้งนั้นล่ะ” เธอบอกยิ้มๆ“งั้นเอาชุดนี้นะครับ” เขาชี้ไปที่เครื่องเพชรชุดใหญ่“เพชรน้ำงามมาก ธัญญ์ตาถึงจัง แต่มันแพงมากนะ” วิธาดาลูบเค
นี่เธอจะเสียใจแค่ไหนที่เขาว่าร้ายเธอขนาดนั้น แต่ชายหนุ่มพยายามบังคับรถให้แล่นกลับบ้านโดยเร็วที่สุด เขามีหลายอย่างอยากคุยกับเธอ และเคลียร์กันให้เข้าใจ“พี่ธัญญ์ฟังนิอยู่หรือเปล่าคะ”“ครับ ขอบใจน้องนิมากครับที่บอกความจริงกับพี่”“ยังไงนิก็ขอให้พี่ธัญญ์โชคดีนะคะ” สุนิสาอวยพรให้ชายหนุ่ม“ครับ” ธัญญ์รับคำ ตอนนี้ใจเขาเดินทางไปถึงบ้านไตรสุรเดชเรียบร้อย เสียงรถที่แล่นเข้ามาจอดทำให้วิธาดาอมยิ้ม มองโต๊ะอาหารแล้วเดินไปรับสามีที่เดินคอตกเข้ามาในบ้าน ธัญญ์มองรอยยิ้มของภรรยาด้วยหัวใจที่เต้นแรง เขารู้สึกผิดเต็มหัวใจ“วิ” ธัญญ์ผวากอดร่างหญิงสาวแนบอก วิธาดาอึ้งไปสักครู่ ก่อนจะกอดตอบเขา คิดไปว่าเพื่อนของเขาเป็นอะไรร้ายแรงหรือเปล่า“คุณณัฐเป็นยังไงบ้าง”“ไม่เป็นอะไรแล้ว” เขาผละห่างเล็กน้อยก่อนตอบ มองสบตาภรรยานิ่ง“ธัญญ์หิวหรือยัง วิจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ยัยวิวกำลังหลับ” เธอบอกเขา ก่อนผละห่างเดินไปยังโต๊ะอาหาร“วิ” ธัญญ์ดึงภรรยามากอดอีกครั้ง“เป็นอะไรคะ” เธอมองเขาด้วยความสงสัย“ฉันขอโทษ”“ขอโทษ” เธอทวนประโยคของเขาด้วยความงุนงง ก่อนจะยิ้ม เขาคงหมายถึงเรื่องที่ผ่านมา แค่เธอเห็นเขาอุ้มบุตรสาวและแสดงความ
“ณัฐมีปัญหานิดหน่อย ฉันจะรีบกลับมานะ” หญิงสาวเอาชุดมายื่นให้เขา ธัญญ์ดึงภรรยามากอดแน่น กดจุมพิตที่หน้าผากมนหนักๆ ด้วยความรู้สึกรักที่ก่อเกิดขึ้นมาในหัวใจเมื่อไหร่เขาไม่แน่ใจ แต่รู้ว่าตอนนี้มันเต็มตื้นขึ้นมาจนแทบล้น การได้อยู่ห่างกัน มันทำให้คิดถึงแบบนี้นี่เอง แต่พอเธออยู่ใกล้ชิด เขากลับไม่สนใจสภาพของเพื่อนที่มาเปิดประตู ทำให้ธัญญ์ต้องส่ายหน้า“พอเถอะ เรื่องมันเป็นยังไง ไหนลองเล่ามา” ธัญญ์รู้ว่าเพื่อนรักปาริชาติมาก และมีเรื่องทะเลาะกันบ่อย และหลังๆ ดูจะหนักขึ้น“ปามีคนอื่น ฉันไม่ดีตรงไหนวะเพื่อน ฉันดูแลเอาใจใส่เค้าอย่างดี ตามใจเขาทุกอย่าง” ณัฐร้องไห้อย่างไม่อาย เพราะเขารักผู้หญิงคนนี้มาก“นายไม่ผิดหรอกเพื่อน แต่เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคน ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงเหมือนกัน ฉันเชื่อว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน บางทีนายกับปาอาจไม่ใช่เนื้อคู่กันก็ได้เพื่อน”“ช่างเถอะ แล้วนายล่ะ เรื่องนายกับคุณวิเป็นยังไงบ้าง” ณัฐตบต้นคอตัวเองเบาๆ แล้วพิงศีรษะหลับตาเหมือนคนเป็นทุกข์หนัก ธัญญ์ตบไหล่เพื่อนอย่างปลอบๆ“เรื่องของฉันเหรอ ตอนนี้ฉันอยากให้วิกลับบ้านไปกับฉัน ถึงเธอไม่ได้แสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวด







