LOGINประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน”
ประนอมนึกถึงความหลัง “ที่คุณพายให้ป้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากให้ป้าช่วยมาดูแลคุณไจ๋ เพราะเธอชอบหัดทำอาหารแล้วมือโดนน้ำมันกระเด็นใส่บ่อยๆ รวมถึงไม่อยากทิ้งให้คุณไจ๋ต้องอยู่บ้านคนเดียว เวลาที่คุณพายต้องไปทำงาน”
หากไม่รักก็คงไม่เอาใจใส่และห่วงใยเท่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตนแก่เกินไปจึงไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวหรือเปล่า
“ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนิสัยมันแหละครับป้า ทำอะไรห่วงอะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกเมีย” วาโยอธิบายเสริม
ประนอมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเจ้านายเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร ความรักความห่วงใยส่วนใหญ่มักจะแสดงออกผ่านการกระทำหรือฝากฝังผ่านเธอเสียมากกว่า“ยังไงผมก็ฝากมันด้วยนะครับ”
“ค่ะ”
ประนอมยิ้มรับคำฝากฝัง แล้วรีบหันไปตระเตรียมปรุงอาหารรสอ่อนๆ ที่พริษฐ์พอจะกินได้ ซึ่งก็ไม่พ้นเมนูโปรดของจนิตาอย่างข้าวต้มกุ้ง เผื่อว่ากลิ่นหอมคุ้นเคยจะช่วยให้เจ้านายเจริญอาหารขึ้นมาบ้าง
ส่วนคนที่หัวใจเต็มไปด้วยความคิดถึงเวลานี้ทำได้แค่ปรายตามองไปรอบห้อง ทุกตารางนิ้วอัดแน่นไปด้วยความทรงจำที่มีร่วมกับภรรยา หัวใจของเขาบีบรัดรุนแรงจนต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอก ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่ถูกยิงนั้นยังเทียบไม่ได้เลยกับความทรมานที่ต้องสูญเสียจนิตาไป
มือหนาค่อยๆ หยิบสมาร์ตโฟนของตัวเองขึ้นมากดพิมพ์ข้อความเดิมซ้ำๆ แล้วส่งไปหาเบอร์เดิมอยู่ตลอด
“ผมคิดถึงไจ๋”
“คิดถึงไจ๋มากๆ เลยครับ”
พริษฐ์ได้แต่ส่งข้อความไป แม้จะรู้ดีว่ามันส่งไปไม่ถึงจนิตาก็ตามที มือนั้นยังไม่หยุดพิมพ์
“ผมขอโทษ ผมผิดเอง”
“ผมรักไจ๋”
พริษฐ์เลื่อนหน้าจอไล่ย้อนดูข้อความนับร้อยที่เขาเพียรส่งไปฝั่งเดียว
“ไจ๋กับลูกเป็นยังไงบ้าง”
“ไจ๋คิดถึงผมบ้างไหม…”
พริษฐ์หวังว่าจะมีการตอบกลับมาในสักวันหนึ่ง แต่มันก็เหมือนเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ ที่แสงนั้นริบหรี่ลงจนแทบมองไม่เห็นแล้ว
เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวไวๆ เข้ามาในตัวบ้านด้วยความเร่งรีบ เพราะวาโยที่เพิ่งมาถึงสังเกตเห็นว่ารถคันหนึ่งหายไปจากโรงจอดรถ จึงตรงดิ่งไปถามแม่บ้านเก่าแก่ทันที
“ป้านอม ไอ้พายล่ะครับ”
“คุณพายออกไปตามหาคุณไจ๋ค่ะ” ประนอมตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มไม่ออก ความกังวลฉายชัดในแววตา “ที่จริงออกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ป้าห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง”
วาโยได้แต่กลอกตามองบน เขาไม่ได้มาเยี่ยมแค่วันเดียว เจ้าตัวก็หาเรื่องให้ปวดหัวเสียแล้ว สภาพร่างกายเพิ่งจะฟื้นตัวได้ไม่เท่าไรแท้ๆ ยังริอ่านฝืนขับรถออกไปลำพัง ถ้าเกิดอุบัติเหตุหรือแผลฉีกขาดขึ้นมาจะทำอย่างไร วินาทีต่อมาก็ต้องหันไปมองเพื่อนที่ขับรถตามกันมาติดๆ
“ไอ้พายไปไหน” สิบทิศร้องถาม
“มันไปตามหาคุณไจ๋”
“ฮะ? แต่มันยังไม่หายดีเลย แถมคนร้ายก็ยังตามจับไม่ได้” สิบทิศอุทานด้วยความตกใจ พริษฐ์เพิ่งกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้ไม่ถึงหกวันแท้ๆ ไม่คิดว่ามันจะออกไปโดยลำพัง แต่ในอีกมุมหนึ่งก็เข้าใจหัวอกเพื่อนดีว่ามันทรมานแค่ไหน
“ไอ้ธามบอกว่าคนร้ายหนีออกนอกประเทศไปแล้ว” วาโยเพิ่งได้รับการแจ้งข่าวจากธนกฤตเมื่อเช้านี้ คิดว่าพริษฐ์ก็คงได้รับข่าวก่อนตนแล้ว “ไปตั้งแต่สองวันแรกที่ยิงไอ้พายแล้ว”
“แบบนี้มันเตรียมการมาทุกอย่างแล้วใช่ไหม” ยิ่งรู้ ยิ่งรู้สึกกลัว ไม่รู้ว่าพริษฐ์ไปเหยียบเท้าใครเข้า ถึงได้อยากจะฆ่าแกงกัน
“ก็อย่างที่ไอ้ธามคิดไว้ มันน่าจะเป็นมืออาชีพ และคนที่จ้างวานได้ต้องมีอิทธิพลพอตัว”
สิบทิศกัดปากอย่างเป็นกังวล แล้วหันมองหน้าของวาโย เพราะใจนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะกระซิบกระซาบถามความคิดเห็น “หรือว่า...พ่อคุณฉายวะ”
หากลองตรองดูให้ดี การที่พริษฐ์ไปหักหน้าไม่ยอมแต่งงานกับตะวันฉายนั้นอาจจะทำให้วิโรจน์ไม่พอใจเอาได้ ในเมื่อการแต่งงานก็ถูกประกาศไปแล้ว ไม่มีทางเลยที่จะไม่เกิดการกินแหนงแคลงใจเกิดขึ้น
“ไอ้ธามตามดูแล้ว ยังไม่เจอหลักฐาน” ธนกฤตลองตามดูฝ่ายนั้นแล้ว แต่ก็ไม่มีพิรุธใดๆ เช่นเดียวกับตะวันฉาย ตอนนี้จึงยังมืดแปดด้านเช่นเดิม ทว่าแต่ละคดีมีความยากง่ายต่างกันไป บางคดีปิดไม่ได้เป็นสิบปีก็มีให้เห็น
สิบทิศได้แต่พรูลมหายใจร้อนๆ ออกมาอย่างหนักอก ทำได้เพียงภาวนาขอให้เพื่อนรักแคล้วคลาดปลอดภัย จนกว่าจะถึงวันที่มันตามหาหัวใจของตัวเองเจอ
ขณะเดียวกันพริษฐ์กำลังเคลื่อนรถมาจอดนิ่งที่หน้าบ้านสองชั้นหลังเดิมที่เขาได้แวะมาเมื่อวาน ทว่ายังไม่ทันที่จะเอ่ยใดๆ เสียงไม่ต้อนรับก็แว่วเข้าหูมา
“มาอีกแล้ว” คนที่กำลังลากสายยางสีฟ้าไปหลังบ้านชะงักกึก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความระอา เมื่อเห็นคนที่ไม่อยากเจอที่สุดยืนอยู่หน้าประตูรั้ว
พริษฐ์ส่งยิ้มไปให้แก่ศรา เพื่อนสนิทของจนิตา นัยน์ตาฉายแววเว้าวอน
“ฉันบอกไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วไง ว่ายัยไจ๋ไม่ได้อยู่ที่นี่” ศราเน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำ
“แต่คุณรู้ใช่ไหมครับว่าไจ๋อยู่ที่ไหน” พริษฐ์ถามกลับด้วยเสียงร้องขอ เชื่อว่าเพื่อนสนิทอย่างศราและเกวลินไม่มีทางปล่อยให้จนิตาหายไปโดยไม่รู้ร่องรอยแน่ “ผมมีเรื่องอยากจะคุยกับไจ๋ครับ อยากปรับความเข้าใจ ผมรักไจ๋ รักแค่ไจ๋คนเดียว”
“กลับไปซะ ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้นแหละ และถ้ายังหน้าด้านมาอีก ฉันจะเอาน้ำฉีดไล่จริงๆ ด้วย” ศราแผดเสียงเขียวพลางก้มมองสายยางในมือเป็นเชิงขู่
“ฉีดเลยครับ” พริษฐ์บอกเป็นนัยๆ ว่าเขาจะมาจนกว่าจะได้เจอตัวของจนิตา
ศราตวัดตามองอย่างไม่สบอารมณ์ คิดว่าเธอแค่ขู่หรืออย่างไร มือเรียวเอื้อมไปหมุนก๊อกน้ำ ก่อนจะจ่อปลายสายยางพุ่งตรงไปยังร่างสูงตรงหน้า
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบ ยืนนิ่งรับแรงดันน้ำที่ปะทะร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว เขายอมให้ศราสาดซัดความโกรธแค้นใส่ได้ตามสบาย ขอแค่เจ้าตัวใจอ่อนยอมบอกที่ซ่อนของจนิตา
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบ ยืนนิ่งรับแรงดันน้ำที่ปะทะร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว เขายอมให้ศราสาดซัดความโกรธแค้นใส่ได้ตามสบาย ขอแค่เจ้าตัวใจอ่อนยอมบอกที่ซ่อนของจนิตา ศราเร่งระดับน้ำให้แรงขึ้นไปอีก จะดูว่าคนหน้าด้านจะทนได้สักแค่ไหน ทว่าเวลาผ่านไป คนตรงหน้ากลับยังยืนนิ่งเฉย ไม่ยอมหนีเลยแม้แต่น้อย จนหญิงสาวเริ่มขบเม้มปาก ใจกลัวขึ้นมาว่าตนเองจะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายแผลติดเชื้อ ถ้าถึงขั้นตายขึ้นมาตนจะซวยเอาได้ จึงฮึดฮัดขัดใจพร้อมทิ้งสายยางลงพื้น แล้วเปลี่ยนมาเท้าเอวด้วยความเหนื่อยหน่าย “โอ๊ย…มันอยู่ระยองมั้ง” “จริงเหรอครับ” พริษฐ์ตาโตอย่างมีความหวัง ระยองเป็นสถานที่ที่จนิตาชอบและเขาเคยพาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ ไม่ต่างจากเขาใหญ่ “ไปหาเอาเอง” ศราสะบัดมือไล่ส่งๆ ไม่คิดจะขยายความต่อ “ขอบคุณครับ” พริษฐ์กล่าวขอบคุณจากใจ แม้จะรับรู้ว่าถ้อยคำนั้นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่มันก็เป็นความหวังได้อยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาธนกฤตส่งคนช่วยตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่เขาบอกแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ว่าแล้วร่างสูงก็พลิกตัวกลับขึ้นรถพร้อมมุ่งหน้าไปยังจังหวัดร
ประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน” ประนอมนึกถึงความหลัง “ที่คุณพายให้ป้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากให้ป้าช่วยมาดูแลคุณไจ๋ เพราะเธอชอบหัดทำอาหารแล้วมือโดนน้ำมันกระเด็นใส่บ่อยๆ รวมถึงไม่อยากทิ้งให้คุณไจ๋ต้องอยู่บ้านคนเดียว เวลาที่คุณพายต้องไปทำงาน” หากไม่รักก็คงไม่เอาใจใส่และห่วงใยเท่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตนแก่เกินไปจึงไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวหรือเปล่า “ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนิสัยมันแหละครับป้า ทำอะไรห่วงอะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกเมีย” วาโยอธิบายเสริม ประนอมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเจ้านายเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร ความรักความห่วงใยส่วนใหญ่มักจะแสดงออกผ่านการกระทำหรือฝากฝังผ่านเธอเสียมากกว่า “ยังไงผมก็ฝากมันด้วยนะครับ” “ค่ะ” ประนอมยิ้มรับคำฝากฝัง แล้วรีบหันไปตระเตรียมปรุงอาหารรสอ่อนๆ ที่พริษฐ์พอจะกินได้ ซึ่งก็ไม่พ้นเมนูโปรดของจนิตาอย่างข้าวต้มกุ้ง เผื่อว่ากลิ่นหอมคุ้นเคยจะช่วยให้เจ้านายเจริญอาหา
“ญาติคนไข้คนนั้นตัดทิ้งได้เลย เขาไม่มีปัญญาจ้างมือปืนมายิงไอ้พายได้หรอก” ธนกฤตตอบ สีหน้ายิ่งเครียดหนักเมื่อคดีดูเหมือนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น “ทำไม” ทุกคนทำสีหน้าใคร่รู้ “เพราะเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน” คำเฉลยของธนกฤตทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สิบทิศจะโพล่งถามถึงอีกคน “แล้วคนที่ไอ้พายไปมีเรื่องด้วยที่ผับล่ะ” “เพื่อนคุณไจ๋...เพื่อนสาว” “อะไรนะ” แม้แต่พริษฐ์ก็ทำหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนของจนิตา “เมื่อก่อนชื่อนน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมธาวิน หรือวินนี่” ธนกฤตบอกถึงข้อมูลที่สืบทราบมาได้ “แล้วมึงจำไม่ได้เลยหรือไงวะพาย” วาโยหันไปถามคนบนเตียง “หรือว่าวันนั้นมึงเมาจนเบลอ” “จำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเขาศัลยกรรมมาเยอะ และได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศมานานแล้ว วันนั้นเขาแค่คงอยากยั่วโมโหมัน” ธนกฤตอธิบายจนทุกคนกระจ่างใจ “ไว้มีโอกาสกูจะไปขอโทษเขา” พริษฐ์เริ่มจำได้ถึงเพื่อนคนดังกล่าว อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่จนิตาเคยพูดถึงอยู่บ้างว่าอยู่ต่างประเทศ
“พาย” ตะวันฉายถึงกับหน้าเสีย ไม่นึกว่าพริษฐ์จะใจร้ายใส่เธอได้ถึงเพียงนี้ แล้วน้ำตาก็ขังคลอหน่วยตาในทันที พริษฐ์ไม่คิดใจอ่อน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบ ที่สำคัญเขาฝืนใจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้จริงๆ ทว่าไม่ทันได้พูดใดๆ ต่อไปอีกก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้น “ตาพาย ทำไมพูดแบบนี้กับหนูฉายฮะ” พรรุจาที่เปิดประตูมาได้ยินประโยคใจร้ายเข้าถึงกับขึ้นเสียงใส่หลานชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอรีบก้าวไปหยุดเท้าอยู่เคียงข้างตะวันฉาย “คุณป้า” ตะวันฉายเบะปากคล้ายจะปล่อยโฮออกมา “หนูฉายตั้งใจทำมาให้ แกก็ควรกิน” คนเป็นป้าดุหลานชายอีกครั้ง ไม่นึกว่าพริษฐ์จะทำนิสัยเช่นนี้ คงติดมาจากแม่นางร้ายนั่น “ผมรับไว้แต่น้ำใจนะครับ อย่างอื่นผมขอปฏิเสธ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าซุปไก่นั้นไม่ได้มีแต่น้ำใจ จึงยืนกรานปฏิเสธ ดวงตาจ้องมองคนเป็นป้าอย่างจริงจัง “ตาพาย” พรรุจาตวาดเสียงปรามดุ แล้วไม่วายเตือนให้หลานชายได้พึงระลึกไว้ “อย่าทำตัวแบบนี้ อย่าลืมสิว่า ครอบครัวหนูฉายมีบุญคุณต่อพวกเรา” “ผมไม่เคยลืมครับ” พริษฐ์ตอบสั้นๆ เพราะคำว่าบุญคุณนี่แหละที
“อะไรล่ะ” เกวลินถามกลับ จะได้โทร.กลับไปบอกเพื่อนทั้งสองถูก “อยากกินเนื้อผู้ชายหนุ่มๆ” ไม่พูดเปล่า ยังทำท่าใช้ลิ้นเลียกลีบปากอีกด้วย นั่นทำให้ต้นแขนถูกฟาดดังเพียะ “นังไจ๋ อย่าเพิ่งมาหาพ่อให้หลานฉันตอนนี้” เกวลินเท้าเอววีน ตนก็คิดว่าเพื่อนจะอยากกินขนมนมเนย ที่ไหนได้กลับนึกหิวผู้ชายขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ใครว่า หาผัวใหม่ให้ตัวเองต่างหาก” จนิตาว่าแล้วหัวเราะเสียงดัง เธอเป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกได้ แต่เป็นผัวให้ตัวเองไม่ได้ เกวลินเห็นเพื่อนหัวเราะได้ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แม้ลึกๆ จะไม่แน่ใจว่าจนิตากำลังแกล้งทำเพื่อให้เธอสบายใจหรือเปล่า หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฝีเท้าที่ตั้งใจจะก้าวตรงไปยังเตียงคนไข้ต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน สิบทิศรีบพุ่งตัวไปยังห้องน้ำแทนเมื่อได้ยินเสียงอาเจียนดังแว่วออกมาไม่หยุด “ไอ้พายไหวไหมเนี่ย” สิบทิศรีบเข้าไปช่วยประคองเพื่อนที่นั่งกองอยู่กับพื้น หลังพยายามขยับตัวลุกจากการนั่งกอดชักโครก กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้เขาถึงกับต
วาโยมองหน้าเพื่อนแล้วได้แต่นึกสงสาร พลันรีบประคองคนที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียง “มึงจะทำอะไร...” “กูจะไปตามหาไจ๋” พริษฐ์พยายามฝืนความเจ็บที่ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ลุกอย่างไรก็ไม่ขึ้นเลย “มึงเอาตัวให้รอดก่อน เดี๋ยวพวกกูจะช่วยตามหาให้ก่อน” แค่ขยับตัวลุกยังทำไม่ได้ แล้วมันจะเอาปัญญาที่ไหนไปเร่ตามหาจนิตา “แต่ถ้ากูปล่อยให้นานไปกว่านี้ โอกาสที่กูจะหาไจ๋เจอก็จะยิ่งน้อยลง” พริษฐ์ทำหน้าดื้อรั้น จะให้นอนอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร “ตอนนี้สิ่งที่มึงต้องสนคือใครยิงมึงต่างหาก ถ้าออกไปแล้วถูกยิงอีกมึงจะทำยังไง” วาโยเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “แต่อยู่โดยไม่มีไจ๋ กูน่าจะทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก” พริษฐ์มองเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว “อย่ามาคลั่งรักตอนนี้” วาโยปรามดุ สิบทิศก็พยักหน้าเห็นด้วยว่าเพื่อนควรฟังคำเตือน “กูคลั่งรักไจ๋มานานแล้ว” พริษฐ์แย้งไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เออ แต่มึงเป็นพวกปากหนักไงไอ้พาย คราวนี้ก็เรียนรู้และจำไว้เป็นบทเรียนซะ และถ้ายังไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ มึงต้องพักให้ร่างกายหายดีก่อน หายแล้วพวกกูจะไม่ห้ามมึงเลย”







