LOGIN“ญาติคนไข้คนนั้นตัดทิ้งได้เลย เขาไม่มีปัญญาจ้างมือปืนมายิงไอ้พายได้หรอก” ธนกฤตตอบ สีหน้ายิ่งเครียดหนักเมื่อคดีดูเหมือนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น
“ทำไม” ทุกคนทำสีหน้าใคร่รู้
“เพราะเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน” คำเฉลยของธนกฤตทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สิบทิศจะโพล่งถามถึงอีกคน
“แล้วคนที่ไอ้พายไปมีเรื่องด้วยที่ผับล่ะ”
“เพื่อนคุณไจ๋...เพื่อนสาว”
“อะไรนะ” แม้แต่พริษฐ์ก็ทำหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนของจนิตา
“เมื่อก่อนชื่อนน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมธาวิน หรือวินนี่” ธนกฤตบอกถึงข้อมูลที่สืบทราบมาได้
“แล้วมึงจำไม่ได้เลยหรือไงวะพาย” วาโยหันไปถามคนบนเตียง “หรือว่าวันนั้นมึงเมาจนเบลอ”
“จำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเขาศัลยกรรมมาเยอะ และได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศมานานแล้ว วันนั้นเขาแค่คงอยากยั่วโมโหมัน” ธนกฤตอธิบายจนทุกคนกระจ่างใจ
“ไว้มีโอกาสกูจะไปขอโทษเขา” พริษฐ์เริ่มจำได้ถึงเพื่อนคนดังกล่าว อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่จนิตาเคยพูดถึงอยู่บ้างว่าอยู่ต่างประเทศกับสามี มาถึงตรงนี้ใบหน้าคมคายก็เริ่มฉายแววเคร่งเครียด “ถ้าไม่ใช่สองคนนั้น...กูก็คิดไม่ออกแล้วว่าจะเป็นใคร”
“กูเลยต้องมาบอกมึงไง ว่าตอนนี้กูต้องสืบทุกคนรอบตัวมึง รวมถึงคุณฉายกับคุณลุงวิโรจน์ด้วย” ธนกฤตมองสบตากับพริษฐ์ เพราะรู้ดีว่ามันเคารพและให้เกียรติวิโรจน์มากแค่ไหน
“แต่เมื่อกี้คุณฉายเพิ่งมาเยี่ยมมัน คุณลุงก็ส่งกระเช้ามา แถมยังบอกมันว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลย” วาโยอดแย้งออกไปไม่ได้ เมื่อคู่พ่อลูกนั้นดูห่วงใยในตัวของพริษฐ์ไม่น้อย
“ในฐานะตำรวจ ตอนนี้กูต้องตั้งสมมติฐานว่าทุกคนมีแรงจูงใจได้หมด” เมื่อคดีมืดแปดด้านก็จำเป็นต้องเริ่มสืบจากคนใกล้ตัวที่สุด แม้จะเสี่ยงต่อความรู้สึกของเพื่อนก็ตาม
พริษฐ์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “สืบเลยไอ้ธาม บุญคุณก็ส่วนบุญคุณ ความผิดก็ส่วนความผิด กูทนได้ถ้าใครจะทำร้ายกู แต่กูกลัวว่ามันจะลามไปถึงแม่กับไจ๋”
หากคนร้ายยังลอยนวลอยู่แบบนี้ ครอบครัวเขาก็เหมือนแขวนอยู่บนเส้นด้าย ส่วนทางวิโรจน์เขาเชื่อว่าท่านคงเข้าใจในกระบวนการทำงานของกฎหมาย และคนบริสุทธิ์ก็ไม่มีอะไรต้องหวั่นเกรง
“ว่าแต่มีเบาะแสมือปืนบ้างไหมวะ”
“ยัง กำลังตามไล่ดูอยู่ แต่แกะรอยค่อนข้างยาก” แม้ตอนนี้จะเร่งตามสืบ แต่ก็ยังไม่ได้เรื่องเท่าไร ราวกับมันหายตัวได้แบบไร้ร่องรอย แล้วบอกถึงข้อสันนิษฐาน “มันน่าจะเป็นมืออาชีพที่มีการเตรียมการมาอย่างดี”
พริษฐ์หน้าเครียดขึ้น ไม่รู้เลยว่าตนเองไปทำอะไรให้ใครโกรธถึงขั้นต้องจ้างมือปืนมาเข่นฆ่ากัน
“แต่มึงไม่ต้องห่วง กูจะตามหาตัวมันให้เจอให้ได้” ธนกฤตให้สัญญา รวมถึงคนบงการด้วย
พริษฐ์ยิ้มขอบคุณ และเชื่อว่ากฎหมายจะลงโทษคนทำผิดได้อย่างแน่นอน แต่ก็หวังว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างเร็วไว รวมถึงอยากจะให้ตนเองออกจากโรงพยาบาลได้เสียที อยากออกไปตามหาจนิตาใจแทบขาดแล้ว
“มึงอยู่ไหวแน่นะไอ้พาย”
วาโยมองหน้าคนที่ในที่สุดก็ได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นที่บ้านเสียที หลังผ่านมาสามสัปดาห์กว่า
“อื้อ ไหว”
พริษฐ์พยักหน้าช้าๆ ร่างกายของเขาเริ่มฟื้นตัวจนขยับเขยื้อนได้ โดยไม่มีอาการเจ็บแปลบมารบกวนเหมือนช่วงแรก แม้จะยังไม่หายดีเป็นปลิดทิ้ง แต่อย่างน้อยก็ลุกเดินไปไหนมาไหนได้เอง พลันมองหน้าเพื่อนอย่างขอบคุณและรับรู้ว่ามันห่วงใย
“ป้านอมก็อยู่ กูไม่ได้อยู่คนเดียวหรอก” พริษฐ์พึมพำบอก สายตากวาดมองไปรอบห้องนอนกว้าง ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีจนิตาอยู่เคียงข้าง ร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ทว่าวินาทีนี้กลับเหลือแค่ความว่างเปล่า นัยน์ตาคมวูบไหวด้วยความเศร้าโศกอย่างปิดไม่มิด
วาโยลอบถอนหายใจ ถึงพริษฐ์จะบอกว่าไหว แต่เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้
“แต่กูขอวานอะไรสักหน่อย” พริษฐ์เงยหน้ามองสบตากับเพื่อน
“ว่ามา”
“หากรอบรูปให้หน่อย กูอยากเอารูปแต่งงานแขวนไว้ที่เดิม” พริษฐ์มองไปยังภาพแห่งความสุขที่ตนยืนคู่กับจนิตาในชุดบ่าวสาว ซึ่งมันถูกวางไว้บนโต๊ะติดริมหน้าต่าง
“เดี๋ยวกูหาให้”
วาโยพยักหน้ารับ เมื่อเห็นแววตาปวดร้าวของเพื่อนเขาก็ทำได้แค่ตบบ่าเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ ส่วนเรื่องการตามหาจนิตาเขาจะช่วยมันอีกแรง ทางด้านธนกฤตก็กำลังเร่งมือให้อยู่
“มึงอยากกินอะไร กูจะลงไปบอกป้านอมให้”
“กูไม่หิวเลย” พริษฐ์สั่นหน้าช้าๆ ตอนที่อยู่โรงพยาบาลเขาโหยหาอยากกลับมาที่นี่ แต่พอกลับมาใจมันเหมือนจะขาด เมื่อจมูกได้กลิ่นจางๆ ของจนิตา แต่กลับไม่สามารถโอบกอดได้
“แต่ก็ต้องกิน ไม่อยากไปตามหาคุณไจ๋เร็วๆ หรือไง”
“งั้นเป็นอะไรก็ได้” พริษฐ์ว่าตามนั้น
วาโยพยักหน้ารับ แล้วเดินถอยห่างออกจากห้องมา ปล่อยให้เพื่อนได้พักผ่อน ก่อนไปหยุดเท้าที่ห้องครัวตรงหน้าคนเก่าคนแก่ของบ้าน
“ป้านอมครับ ช่วยทำอะไรง่ายๆ ให้ไอ้พายทีนะครับ”
“ได้เลยค่ะ” ประนอมขานรับด้วยความเต็มใจ เธอเอ็นดูพริษฐ์เหมือนลูกหลาน เพราะช่วยเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเล็ก
“และช่วยดูมันให้หน่อยนะครับ หามะม่วงเปรี้ยวให้มันที มันแพ้ท้องแทนคุณไจ๋” ตลอดระยะเวลาที่เพื่อนอยู่โรงพยาบาล สิ่งที่มันพร่ำหาไม่แพ้จนิตานั้นไม่พ้นผลไม้รสเปรี้ยว หากไม่ได้กินก็จะอาเจียนยกใหญ่ จนแทบต้องคลานออกจากห้องน้ำ
ประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน”
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบ ยืนนิ่งรับแรงดันน้ำที่ปะทะร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว เขายอมให้ศราสาดซัดความโกรธแค้นใส่ได้ตามสบาย ขอแค่เจ้าตัวใจอ่อนยอมบอกที่ซ่อนของจนิตา ศราเร่งระดับน้ำให้แรงขึ้นไปอีก จะดูว่าคนหน้าด้านจะทนได้สักแค่ไหน ทว่าเวลาผ่านไป คนตรงหน้ากลับยังยืนนิ่งเฉย ไม่ยอมหนีเลยแม้แต่น้อย จนหญิงสาวเริ่มขบเม้มปาก ใจกลัวขึ้นมาว่าตนเองจะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายแผลติดเชื้อ ถ้าถึงขั้นตายขึ้นมาตนจะซวยเอาได้ จึงฮึดฮัดขัดใจพร้อมทิ้งสายยางลงพื้น แล้วเปลี่ยนมาเท้าเอวด้วยความเหนื่อยหน่าย “โอ๊ย…มันอยู่ระยองมั้ง” “จริงเหรอครับ” พริษฐ์ตาโตอย่างมีความหวัง ระยองเป็นสถานที่ที่จนิตาชอบและเขาเคยพาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ ไม่ต่างจากเขาใหญ่ “ไปหาเอาเอง” ศราสะบัดมือไล่ส่งๆ ไม่คิดจะขยายความต่อ “ขอบคุณครับ” พริษฐ์กล่าวขอบคุณจากใจ แม้จะรับรู้ว่าถ้อยคำนั้นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่มันก็เป็นความหวังได้อยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาธนกฤตส่งคนช่วยตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่เขาบอกแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ว่าแล้วร่างสูงก็พลิกตัวกลับขึ้นรถพร้อมมุ่งหน้าไปยังจังหวัดร
ประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน” ประนอมนึกถึงความหลัง “ที่คุณพายให้ป้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากให้ป้าช่วยมาดูแลคุณไจ๋ เพราะเธอชอบหัดทำอาหารแล้วมือโดนน้ำมันกระเด็นใส่บ่อยๆ รวมถึงไม่อยากทิ้งให้คุณไจ๋ต้องอยู่บ้านคนเดียว เวลาที่คุณพายต้องไปทำงาน” หากไม่รักก็คงไม่เอาใจใส่และห่วงใยเท่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตนแก่เกินไปจึงไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวหรือเปล่า “ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนิสัยมันแหละครับป้า ทำอะไรห่วงอะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกเมีย” วาโยอธิบายเสริม ประนอมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเจ้านายเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร ความรักความห่วงใยส่วนใหญ่มักจะแสดงออกผ่านการกระทำหรือฝากฝังผ่านเธอเสียมากกว่า “ยังไงผมก็ฝากมันด้วยนะครับ” “ค่ะ” ประนอมยิ้มรับคำฝากฝัง แล้วรีบหันไปตระเตรียมปรุงอาหารรสอ่อนๆ ที่พริษฐ์พอจะกินได้ ซึ่งก็ไม่พ้นเมนูโปรดของจนิตาอย่างข้าวต้มกุ้ง เผื่อว่ากลิ่นหอมคุ้นเคยจะช่วยให้เจ้านายเจริญอาหา
“ญาติคนไข้คนนั้นตัดทิ้งได้เลย เขาไม่มีปัญญาจ้างมือปืนมายิงไอ้พายได้หรอก” ธนกฤตตอบ สีหน้ายิ่งเครียดหนักเมื่อคดีดูเหมือนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น “ทำไม” ทุกคนทำสีหน้าใคร่รู้ “เพราะเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน” คำเฉลยของธนกฤตทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สิบทิศจะโพล่งถามถึงอีกคน “แล้วคนที่ไอ้พายไปมีเรื่องด้วยที่ผับล่ะ” “เพื่อนคุณไจ๋...เพื่อนสาว” “อะไรนะ” แม้แต่พริษฐ์ก็ทำหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนของจนิตา “เมื่อก่อนชื่อนน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมธาวิน หรือวินนี่” ธนกฤตบอกถึงข้อมูลที่สืบทราบมาได้ “แล้วมึงจำไม่ได้เลยหรือไงวะพาย” วาโยหันไปถามคนบนเตียง “หรือว่าวันนั้นมึงเมาจนเบลอ” “จำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเขาศัลยกรรมมาเยอะ และได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศมานานแล้ว วันนั้นเขาแค่คงอยากยั่วโมโหมัน” ธนกฤตอธิบายจนทุกคนกระจ่างใจ “ไว้มีโอกาสกูจะไปขอโทษเขา” พริษฐ์เริ่มจำได้ถึงเพื่อนคนดังกล่าว อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่จนิตาเคยพูดถึงอยู่บ้างว่าอยู่ต่างประเทศ
“พาย” ตะวันฉายถึงกับหน้าเสีย ไม่นึกว่าพริษฐ์จะใจร้ายใส่เธอได้ถึงเพียงนี้ แล้วน้ำตาก็ขังคลอหน่วยตาในทันที พริษฐ์ไม่คิดใจอ่อน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบ ที่สำคัญเขาฝืนใจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้จริงๆ ทว่าไม่ทันได้พูดใดๆ ต่อไปอีกก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้น “ตาพาย ทำไมพูดแบบนี้กับหนูฉายฮะ” พรรุจาที่เปิดประตูมาได้ยินประโยคใจร้ายเข้าถึงกับขึ้นเสียงใส่หลานชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอรีบก้าวไปหยุดเท้าอยู่เคียงข้างตะวันฉาย “คุณป้า” ตะวันฉายเบะปากคล้ายจะปล่อยโฮออกมา “หนูฉายตั้งใจทำมาให้ แกก็ควรกิน” คนเป็นป้าดุหลานชายอีกครั้ง ไม่นึกว่าพริษฐ์จะทำนิสัยเช่นนี้ คงติดมาจากแม่นางร้ายนั่น “ผมรับไว้แต่น้ำใจนะครับ อย่างอื่นผมขอปฏิเสธ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าซุปไก่นั้นไม่ได้มีแต่น้ำใจ จึงยืนกรานปฏิเสธ ดวงตาจ้องมองคนเป็นป้าอย่างจริงจัง “ตาพาย” พรรุจาตวาดเสียงปรามดุ แล้วไม่วายเตือนให้หลานชายได้พึงระลึกไว้ “อย่าทำตัวแบบนี้ อย่าลืมสิว่า ครอบครัวหนูฉายมีบุญคุณต่อพวกเรา” “ผมไม่เคยลืมครับ” พริษฐ์ตอบสั้นๆ เพราะคำว่าบุญคุณนี่แหละที
“อะไรล่ะ” เกวลินถามกลับ จะได้โทร.กลับไปบอกเพื่อนทั้งสองถูก “อยากกินเนื้อผู้ชายหนุ่มๆ” ไม่พูดเปล่า ยังทำท่าใช้ลิ้นเลียกลีบปากอีกด้วย นั่นทำให้ต้นแขนถูกฟาดดังเพียะ “นังไจ๋ อย่าเพิ่งมาหาพ่อให้หลานฉันตอนนี้” เกวลินเท้าเอววีน ตนก็คิดว่าเพื่อนจะอยากกินขนมนมเนย ที่ไหนได้กลับนึกหิวผู้ชายขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ใครว่า หาผัวใหม่ให้ตัวเองต่างหาก” จนิตาว่าแล้วหัวเราะเสียงดัง เธอเป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกได้ แต่เป็นผัวให้ตัวเองไม่ได้ เกวลินเห็นเพื่อนหัวเราะได้ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แม้ลึกๆ จะไม่แน่ใจว่าจนิตากำลังแกล้งทำเพื่อให้เธอสบายใจหรือเปล่า หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฝีเท้าที่ตั้งใจจะก้าวตรงไปยังเตียงคนไข้ต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน สิบทิศรีบพุ่งตัวไปยังห้องน้ำแทนเมื่อได้ยินเสียงอาเจียนดังแว่วออกมาไม่หยุด “ไอ้พายไหวไหมเนี่ย” สิบทิศรีบเข้าไปช่วยประคองเพื่อนที่นั่งกองอยู่กับพื้น หลังพยายามขยับตัวลุกจากการนั่งกอดชักโครก กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้เขาถึงกับต
วาโยมองหน้าเพื่อนแล้วได้แต่นึกสงสาร พลันรีบประคองคนที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียง “มึงจะทำอะไร...” “กูจะไปตามหาไจ๋” พริษฐ์พยายามฝืนความเจ็บที่ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ลุกอย่างไรก็ไม่ขึ้นเลย “มึงเอาตัวให้รอดก่อน เดี๋ยวพวกกูจะช่วยตามหาให้ก่อน” แค่ขยับตัวลุกยังทำไม่ได้ แล้วมันจะเอาปัญญาที่ไหนไปเร่ตามหาจนิตา “แต่ถ้ากูปล่อยให้นานไปกว่านี้ โอกาสที่กูจะหาไจ๋เจอก็จะยิ่งน้อยลง” พริษฐ์ทำหน้าดื้อรั้น จะให้นอนอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร “ตอนนี้สิ่งที่มึงต้องสนคือใครยิงมึงต่างหาก ถ้าออกไปแล้วถูกยิงอีกมึงจะทำยังไง” วาโยเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “แต่อยู่โดยไม่มีไจ๋ กูน่าจะทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก” พริษฐ์มองเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว “อย่ามาคลั่งรักตอนนี้” วาโยปรามดุ สิบทิศก็พยักหน้าเห็นด้วยว่าเพื่อนควรฟังคำเตือน “กูคลั่งรักไจ๋มานานแล้ว” พริษฐ์แย้งไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เออ แต่มึงเป็นพวกปากหนักไงไอ้พาย คราวนี้ก็เรียนรู้และจำไว้เป็นบทเรียนซะ และถ้ายังไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ มึงต้องพักให้ร่างกายหายดีก่อน หายแล้วพวกกูจะไม่ห้ามมึงเลย”







