LOGIN“พาย”
ตะวันฉายถึงกับหน้าเสีย ไม่นึกว่าพริษฐ์จะใจร้ายใส่เธอได้ถึงเพียงนี้ แล้วน้ำตาก็ขังคลอหน่วยตาในทันที
พริษฐ์ไม่คิดใจอ่อน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบ ที่สำคัญเขาฝืนใจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้จริงๆ ทว่าไม่ทันได้พูดใดๆ ต่อไปอีกก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้น
“ตาพาย ทำไมพูดแบบนี้กับหนูฉายฮะ” พรรุจาที่เปิดประตูมาได้ยินประโยคใจร้ายเข้าถึงกับขึ้นเสียงใส่หลานชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอรีบก้าวไปหยุดเท้าอยู่เคียงข้างตะวันฉาย
“คุณป้า” ตะวันฉายเบะปากคล้ายจะปล่อยโฮออกมา
“หนูฉายตั้งใจทำมาให้ แกก็ควรกิน” คนเป็นป้าดุหลานชายอีกครั้ง ไม่นึกว่าพริษฐ์จะทำนิสัยเช่นนี้ คงติดมาจากแม่นางร้ายนั่น
“ผมรับไว้แต่น้ำใจนะครับ อย่างอื่นผมขอปฏิเสธ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าซุปไก่นั้นไม่ได้มีแต่น้ำใจ จึงยืนกรานปฏิเสธ ดวงตาจ้องมองคนเป็นป้าอย่างจริงจัง
“ตาพาย” พรรุจาตวาดเสียงปรามดุ แล้วไม่วายเตือนให้หลานชายได้พึงระลึกไว้ “อย่าทำตัวแบบนี้ อย่าลืมสิว่า ครอบครัวหนูฉายมีบุญคุณต่อพวกเรา”
“ผมไม่เคยลืมครับ” พริษฐ์ตอบสั้นๆ เพราะคำว่าบุญคุณนี่แหละที่ทำให้เรื่องราวมันยุ่งเหยิงแบบนี้
“งั้นแกก็ควรทำในสิ่งที่สมควร” พรรุจาบอกเสียงเรียบ หวังใจว่าหลานชายจะว่าง่ายเสียที “แกต้องแต่งงานกับหนูฉาย”
“ผมคงต้องขอเป็นคนเนรคุณครับ ผมยืนยันไปแล้วว่าผมจะแต่งงานกับคนที่ผมรักเท่านั้น และคนคนนั้นก็คือไจ๋ คนเดียวครับ”
“เหอะ แต่แกกับมันหย่าขาดจากกันไปแล้ว แถมมันยังไปแล้วไม่ใช่หรือไง หลายวันที่ผ่านมาก็ไม่เคยกลับมาดูดำดูดีแก”
พรรุจาปรายตามองไปรอบๆ ห้อง ไม่มีแม้แต่เงาของแม่นั่น แล้วหลานชายจะยังละเมอเพ้อพกอะไรอยู่อีก เจ้าตัวควรคว้าคนดีๆ อย่างตะวันฉายไว้ในเมื่อมีโอกาสแล้ว
“ครับ” พริษฐ์ยิ้มอย่างปวดใจ เพราะเขาเป็นคนทำให้ตนเองต้องสูญเสียคนที่รักไป “แต่ผมจะไปตามหาไจ๋ให้เจอ แล้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้ไจ๋ยอมคืนดีด้วย”
“แกมันโง่ มีเพชรในมือไม่ยอมคว้าไว้ ดันไปคว้าก้อนหิน”
พรรุจาเดือดปุดในใจที่พริษฐ์คิดจะกลับไปคว้าก้อนกรวดไร้ค่า“ไจ๋คือเพชรในใจผมครับ”
สำหรับพริษฐ์ จนิตาคือเพชรที่ส่องแสงเสมอ ไม่ว่าจะในยามใด
“พาย...” ตะวันฉายที่ได้ฟังถ้อยคำไร้เยื่อใยได้แต่ครางออกมา ลำตัวเซถอยหลังคล้ายจะล้มลง จนพรรุจาต้องยื่นมือไปประคอง
“ขอโทษด้วยครับคุณฉาย แต่ผมว่าผมบอกคุณไปชัดเจนแล้วตั้งแต่วันนั้น ที่ผ่านมาผมเห็นคุณฉายเป็นน้องและเป็นลูกสาวของผู้มีพระคุณเท่านั้น และผมว่าคุณฉายก็น่าจะพอรู้อยู่บ้างว่าผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลย”
ที่ผ่านมาตนปฏิบัติต่อตะวันฉายอย่างไรเจ้าตัวย่อมรู้ดี นอกเสียจากว่าหญิงสาวกำลังหลอกตัวเองอยู่
“พายกำลังจะว่าฉายคิดไปเอง...” ตะวันฉายครางในลำคอ แล้วจังหวะหนึ่งก็ต้องขบเม้มปากแน่นเมื่อถูกตอกกลับมาอีก
“ผมมั่นใจว่าคุณฉายเองก็ไม่ได้รักผม แต่คุณฉายแค่ไม่อยากให้ใครมองว่าล้มเหลว” ถ้าจะรักคงรักไปนานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เขาต้องคอยตามดูแลเจ้าตัว ความรู้สึกในตอนนี้ของอีกฝ่ายก็แค่ต้องการจะหาเกราะป้องกันให้ตัวเองเท่านั้น
“ฉายผิดหรือคะที่ฉายอยากได้คนปกป้องดูแล ฉายกลัวว่าเขาจะมาทำร้ายฉายอีก...ฮึก” น้ำเสียงนั้นมีแต่ความตัดพ้อ เธอผิดตรงไหนกัน น้ำตาเม็ดสวยหยดแหมะลงมาไม่ขาดสาย
“โธ่ หนูฉาย” พรรุจากอดปลอบหญิงสาวด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ แล้วมองตรงไปยังหลานชายอย่างตำหนิ “แกจะใจดำปล่อยให้หนูฉายต้องหวาดกลัวจริงๆ หรือตาพาย”
“คุณฉายยังมีคุณท่านคอยปกป้องครับ” พริษฐ์ตอบกลับเสียงเรียบ เขาไม่ได้ไร้น้ำใจ แต่รู้ดีว่าบิดาของตะวันฉายมีอำนาจล้นฟ้าพอที่จะคุ้มครองลูกสาวตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตนเป็นเกราะกำบังในฐานะสามี “หรือถ้าคุณฉายกลัวมันจะมาทำร้าย ผมจะให้ไอ้ธามช่วยตามดูมันให้”
“ไม่...ต้อง” ตะวันฉายปฏิเสธโดยพลัน
“นั่น มันมาแล้วครับ” ไม่ถึงอึดใจบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงก็เดินเข้ามาในห้อง
“สวัสดีครับคุณป้า คุณฉาย” ธนกฤตมาในชุดสวมเครื่องแบบเต็มยศ เพราะเพิ่งตรงมาจากสถานีตำรวจ ก่อนจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ จึงร้องถาม “มีอะไรกันหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ตะวันฉายสั่นหน้าปฏิเสธไป แล้วค่อยๆ ขยับตัวออกจากอ้อมกอดของคนที่เอ็นดูเธอ “ฉายว่า ฉายกลับดีกว่าค่ะคุณป้า”
จากนั้นตะวันฉายก็รีบเดินไวๆ ออกจากห้องไป ฝ่ายพรรุจาได้แค่ครางเสียงแผ่วอย่างสงสารจับใจ
“โธ่ หนูฉาย” ชั่วอึดใจก็หันสายตาไปมองหลานชาย แต่ไม่ทันจะได้พูดใดๆ ถ้อยคำของพริษฐ์ก็ดังสวนมาเสียก่อน
“ถ้าคุณป้าอยากได้คุณฉายขนาดนั้น คุณป้าก็แต่งงานเองสิครับ”
“แก”
พรรุจาชะงักค้าง นิ้วที่ชี้หน้าหลานชายสั่นระริกด้วยความโกรธจัด ไม่นึกว่าหลานที่เคยว่าง่ายจะยอกย้อนได้เจ็บแสบขนาดนี้ พลันมองสบตาที่แข็งกระด้าง ทำให้รู้ว่าพูดอะไรไปตอนนี้ก็เปล่าประโยชน์ จึงสะบัดตัวเดินตามตะวันฉายออกจากห้องไป
พริษฐ์ผ่อนลมหายใจออกมา สีหน้ามีความกังวล แต่มันก็เป็นสิ่งที่เขาควรทำให้เด็ดขาด หวังใจว่าตะวันฉายและคนเป็นป้าจะเลิกพยายามเสียที
“พวกกูพร้อมจะยืนข้างมึงเสมอไอ้พาย” วาโยเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนเบาๆ เขาเข้าใจดีว่าพริษฐ์ต้องแบกรับความหนักใจเรื่องบุญคุณไว้มากแค่ไหน
“ขอบใจว่ะ” พริษฐ์ยิ้มขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ไม่เคยทอดทิ้งกัน ก่อนมองเลยไปยังธนกฤตตามคำถามของสิบทิศ
“ทำไมมึงทำหน้าเครียด เรื่องคดีหรือวะ”
“อื้อ” นายตำรวจหนุ่มพยักหน้า พร้อมเกริ่นนำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “คนที่พวกมึงสงสัยเมื่อคราวก่อน…”
“คนไหน” วาโยเอ่ยถาม ไม่แน่ใจว่าจะเป็นญาติหัวร้อนหรือว่าคนที่พริษฐ์เคยไปมีเรื่องด้วยที่ผับ
ชายหนุ่มไม่แม้แต่จะเบี่ยงตัวหลบ ยืนนิ่งรับแรงดันน้ำที่ปะทะร่างกายจนเปียกโชกไปทั้งตัว เขายอมให้ศราสาดซัดความโกรธแค้นใส่ได้ตามสบาย ขอแค่เจ้าตัวใจอ่อนยอมบอกที่ซ่อนของจนิตา ศราเร่งระดับน้ำให้แรงขึ้นไปอีก จะดูว่าคนหน้าด้านจะทนได้สักแค่ไหน ทว่าเวลาผ่านไป คนตรงหน้ากลับยังยืนนิ่งเฉย ไม่ยอมหนีเลยแม้แต่น้อย จนหญิงสาวเริ่มขบเม้มปาก ใจกลัวขึ้นมาว่าตนเองจะเป็นสาเหตุให้อีกฝ่ายแผลติดเชื้อ ถ้าถึงขั้นตายขึ้นมาตนจะซวยเอาได้ จึงฮึดฮัดขัดใจพร้อมทิ้งสายยางลงพื้น แล้วเปลี่ยนมาเท้าเอวด้วยความเหนื่อยหน่าย “โอ๊ย…มันอยู่ระยองมั้ง” “จริงเหรอครับ” พริษฐ์ตาโตอย่างมีความหวัง ระยองเป็นสถานที่ที่จนิตาชอบและเขาเคยพาเธอไปเที่ยวบ่อยๆ ไม่ต่างจากเขาใหญ่ “ไปหาเอาเอง” ศราสะบัดมือไล่ส่งๆ ไม่คิดจะขยายความต่อ “ขอบคุณครับ” พริษฐ์กล่าวขอบคุณจากใจ แม้จะรับรู้ว่าถ้อยคำนั้นอาจจะไม่ใช่ความจริง แต่มันก็เป็นความหวังได้อยู่ไม่น้อย ที่ผ่านมาธนกฤตส่งคนช่วยตามหาตามสถานที่ต่างๆ ที่เขาบอกแล้ว แต่ก็ไม่พบแม้แต่เงา ว่าแล้วร่างสูงก็พลิกตัวกลับขึ้นรถพร้อมมุ่งหน้าไปยังจังหวัดร
ประนอมผ่อนลมหายใจช้าๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “ป้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณไจ๋ที่รักคุณพายขนาดนั้น จู่ๆ ถึงขอหย่าได้ แล้วคุณพายเองก็รักคุณไจ๋ไม่แพ้กัน” ประนอมนึกถึงความหลัง “ที่คุณพายให้ป้ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะอยากให้ป้าช่วยมาดูแลคุณไจ๋ เพราะเธอชอบหัดทำอาหารแล้วมือโดนน้ำมันกระเด็นใส่บ่อยๆ รวมถึงไม่อยากทิ้งให้คุณไจ๋ต้องอยู่บ้านคนเดียว เวลาที่คุณพายต้องไปทำงาน” หากไม่รักก็คงไม่เอาใจใส่และห่วงใยเท่านี้ แต่ก็ไม่รู้ว่าตนแก่เกินไปจึงไม่เข้าใจอารมณ์ของหนุ่มสาวหรือเปล่า “ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนิสัยมันแหละครับป้า ทำอะไรห่วงอะไรก็ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกเมีย” วาโยอธิบายเสริม ประนอมพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเจ้านายเป็นคนปากหนักมาแต่ไหนแต่ไร ความรักความห่วงใยส่วนใหญ่มักจะแสดงออกผ่านการกระทำหรือฝากฝังผ่านเธอเสียมากกว่า “ยังไงผมก็ฝากมันด้วยนะครับ” “ค่ะ” ประนอมยิ้มรับคำฝากฝัง แล้วรีบหันไปตระเตรียมปรุงอาหารรสอ่อนๆ ที่พริษฐ์พอจะกินได้ ซึ่งก็ไม่พ้นเมนูโปรดของจนิตาอย่างข้าวต้มกุ้ง เผื่อว่ากลิ่นหอมคุ้นเคยจะช่วยให้เจ้านายเจริญอาหา
“ญาติคนไข้คนนั้นตัดทิ้งได้เลย เขาไม่มีปัญญาจ้างมือปืนมายิงไอ้พายได้หรอก” ธนกฤตตอบ สีหน้ายิ่งเครียดหนักเมื่อคดีดูเหมือนจะวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น “ทำไม” ทุกคนทำสีหน้าใคร่รู้ “เพราะเขาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปเมื่อสามสัปดาห์ก่อน” คำเฉลยของธนกฤตทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สิบทิศจะโพล่งถามถึงอีกคน “แล้วคนที่ไอ้พายไปมีเรื่องด้วยที่ผับล่ะ” “เพื่อนคุณไจ๋...เพื่อนสาว” “อะไรนะ” แม้แต่พริษฐ์ก็ทำหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนของจนิตา “เมื่อก่อนชื่อนน ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นเมธาวิน หรือวินนี่” ธนกฤตบอกถึงข้อมูลที่สืบทราบมาได้ “แล้วมึงจำไม่ได้เลยหรือไงวะพาย” วาโยหันไปถามคนบนเตียง “หรือว่าวันนั้นมึงเมาจนเบลอ” “จำไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะเขาศัลยกรรมมาเยอะ และได้ย้ายไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศมานานแล้ว วันนั้นเขาแค่คงอยากยั่วโมโหมัน” ธนกฤตอธิบายจนทุกคนกระจ่างใจ “ไว้มีโอกาสกูจะไปขอโทษเขา” พริษฐ์เริ่มจำได้ถึงเพื่อนคนดังกล่าว อีกฝ่ายเป็นเพื่อนที่จนิตาเคยพูดถึงอยู่บ้างว่าอยู่ต่างประเทศ
“พาย” ตะวันฉายถึงกับหน้าเสีย ไม่นึกว่าพริษฐ์จะใจร้ายใส่เธอได้ถึงเพียงนี้ แล้วน้ำตาก็ขังคลอหน่วยตาในทันที พริษฐ์ไม่คิดใจอ่อน ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้คงไม่จบ ที่สำคัญเขาฝืนใจแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้จริงๆ ทว่าไม่ทันได้พูดใดๆ ต่อไปอีกก็มีเสียงตวาดลั่นดังขึ้น “ตาพาย ทำไมพูดแบบนี้กับหนูฉายฮะ” พรรุจาที่เปิดประตูมาได้ยินประโยคใจร้ายเข้าถึงกับขึ้นเสียงใส่หลานชาย สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เธอรีบก้าวไปหยุดเท้าอยู่เคียงข้างตะวันฉาย “คุณป้า” ตะวันฉายเบะปากคล้ายจะปล่อยโฮออกมา “หนูฉายตั้งใจทำมาให้ แกก็ควรกิน” คนเป็นป้าดุหลานชายอีกครั้ง ไม่นึกว่าพริษฐ์จะทำนิสัยเช่นนี้ คงติดมาจากแม่นางร้ายนั่น “ผมรับไว้แต่น้ำใจนะครับ อย่างอื่นผมขอปฏิเสธ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าซุปไก่นั้นไม่ได้มีแต่น้ำใจ จึงยืนกรานปฏิเสธ ดวงตาจ้องมองคนเป็นป้าอย่างจริงจัง “ตาพาย” พรรุจาตวาดเสียงปรามดุ แล้วไม่วายเตือนให้หลานชายได้พึงระลึกไว้ “อย่าทำตัวแบบนี้ อย่าลืมสิว่า ครอบครัวหนูฉายมีบุญคุณต่อพวกเรา” “ผมไม่เคยลืมครับ” พริษฐ์ตอบสั้นๆ เพราะคำว่าบุญคุณนี่แหละที
“อะไรล่ะ” เกวลินถามกลับ จะได้โทร.กลับไปบอกเพื่อนทั้งสองถูก “อยากกินเนื้อผู้ชายหนุ่มๆ” ไม่พูดเปล่า ยังทำท่าใช้ลิ้นเลียกลีบปากอีกด้วย นั่นทำให้ต้นแขนถูกฟาดดังเพียะ “นังไจ๋ อย่าเพิ่งมาหาพ่อให้หลานฉันตอนนี้” เกวลินเท้าเอววีน ตนก็คิดว่าเพื่อนจะอยากกินขนมนมเนย ที่ไหนได้กลับนึกหิวผู้ชายขึ้นมาเสียอย่างนั้น “ใครว่า หาผัวใหม่ให้ตัวเองต่างหาก” จนิตาว่าแล้วหัวเราะเสียงดัง เธอเป็นทั้งพ่อและแม่ของลูกได้ แต่เป็นผัวให้ตัวเองไม่ได้ เกวลินเห็นเพื่อนหัวเราะได้ก็ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แม้ลึกๆ จะไม่แน่ใจว่าจนิตากำลังแกล้งทำเพื่อให้เธอสบายใจหรือเปล่า หลังจากนั้นทั้งคู่ก็นั่งคุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ฝีเท้าที่ตั้งใจจะก้าวตรงไปยังเตียงคนไข้ต้องเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน สิบทิศรีบพุ่งตัวไปยังห้องน้ำแทนเมื่อได้ยินเสียงอาเจียนดังแว่วออกมาไม่หยุด “ไอ้พายไหวไหมเนี่ย” สิบทิศรีบเข้าไปช่วยประคองเพื่อนที่นั่งกองอยู่กับพื้น หลังพยายามขยับตัวลุกจากการนั่งกอดชักโครก กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่ลอยมาปะทะจมูกทำให้เขาถึงกับต
วาโยมองหน้าเพื่อนแล้วได้แต่นึกสงสาร พลันรีบประคองคนที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้นจากเตียง “มึงจะทำอะไร...” “กูจะไปตามหาไจ๋” พริษฐ์พยายามฝืนความเจ็บที่ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยว แต่ลุกอย่างไรก็ไม่ขึ้นเลย “มึงเอาตัวให้รอดก่อน เดี๋ยวพวกกูจะช่วยตามหาให้ก่อน” แค่ขยับตัวลุกยังทำไม่ได้ แล้วมันจะเอาปัญญาที่ไหนไปเร่ตามหาจนิตา “แต่ถ้ากูปล่อยให้นานไปกว่านี้ โอกาสที่กูจะหาไจ๋เจอก็จะยิ่งน้อยลง” พริษฐ์ทำหน้าดื้อรั้น จะให้นอนอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร “ตอนนี้สิ่งที่มึงต้องสนคือใครยิงมึงต่างหาก ถ้าออกไปแล้วถูกยิงอีกมึงจะทำยังไง” วาโยเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี “แต่อยู่โดยไม่มีไจ๋ กูน่าจะทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก” พริษฐ์มองเพื่อนด้วยแววตาเจ็บปวดรวดร้าว “อย่ามาคลั่งรักตอนนี้” วาโยปรามดุ สิบทิศก็พยักหน้าเห็นด้วยว่าเพื่อนควรฟังคำเตือน “กูคลั่งรักไจ๋มานานแล้ว” พริษฐ์แย้งไปด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เออ แต่มึงเป็นพวกปากหนักไงไอ้พาย คราวนี้ก็เรียนรู้และจำไว้เป็นบทเรียนซะ และถ้ายังไม่อยากให้ลูกขาดพ่อ มึงต้องพักให้ร่างกายหายดีก่อน หายแล้วพวกกูจะไม่ห้ามมึงเลย”







