Mag-log inบทที่ 8
“เหอะ”
จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้
พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว
จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง
“พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”
“ค่ะ”
ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก
“เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง
“ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”
ตะวันฉายยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกเหรื่อที่เริ่มจำได้ว่านักร้องสาวคนนี้ คืออดีตนางร้ายเบอร์หนึ่ง ส่วนพรรุจาที่นั่งอยู่ด้านล่างเบะปากใส่อดีตหลานสะใภ้ที่เธอชิงชัง ต่างจากว่าที่หลานสะใภ้คนใหม่ที่แอบปลื้มมายาวนาน
“ขอให้รักกันไปจนวันตาย...อยู่กันไปจนแก่เฒ่านะคะ” จนิตาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม คำอวยพรนั้นกลั่นออกมาจากใจจริง คู่ผีเน่าโลงผุคู่นี้ไม่ควรไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก ควรจะเน่าเหม็นและจมปลักอยู่ด้วยกันไปจนตราบลมหายใจสุดท้าย
เมื่อได้รับคำอวยพรสมใจ ตะวันฉายก็ประคองบิดาลงไปด้านล่างตรงไปยังโต๊ะผู้บริหาร ก่อนจะปลีกตัวไปหาพริษฐ์แล้วทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้าง ท่ามกลางเสียงเพลงรักหวานซึ้งที่จนิตากำลังขับกล่อม “ยินดีด้วยนะครับหมอพาย”
“ยินดีด้วยนะยัยฉาย”
“ได้คู่กันเสียทีนะ”
กลุ่มเพื่อนของตะวันฉายปรี่เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังอวยพรเพื่อนรัก หวังว่ารักครั้งนี้จะไม่พังพินาศเหมือนครั้งก่อน ขณะที่พรรุจามองภาพนั้นด้วยความปลาบปลื้ม
“ป้าก็ขอให้หนูฉายกับตาพายมีความสุขมากๆ นะลูก ป้าตื่นเต้นจริงๆ ที่จะได้เรามาเป็นหลานสะใภ้เสียที”
“คุณป้าครับ...คุณฉาย” พริษฐ์แทรกขึ้น สายตาที่มองหญิงทั้งสองคนดูเคร่งเครียด คล้ายมีเรื่องคอขาดบาดตายต้องคุยกันเดี๋ยวนี้ ทว่าพรรุจาตวัดสายตาดุปรามหลานชายทันที
“เอาไว้ค่อยคุยกันตาพาย...ว่าแต่หนูฉายดูที่ทางไว้หรือยังลูก ว่าจะใช้ที่ตรงไหนเป็นเรือนหอ” พรรุจาหันไปลูบต้นแขนว่าที่หลานสะใภ้อย่างเอาใจ “ป้ารู้จักที่ทำเลทองอยู่หลายแปลง ถ้าหนูฉายสนใจ พรุ่งนี้ป้าจะพาไปดู”
“งั้นพรุ่งนี้พวกเราไปดูกันเลยก็ได้ค่ะ” ตะวันฉายตอบเสียงหวาน พลางหันไปสบตาพริษฐ์ด้วยแววตาเปี่ยมสุข เธอเคยตาบอดเลือกคนผิดจนเกือบพังมาแล้ว ครั้งนี้จะไม่ยอมให้พลาดอีกเด็ดขาด “ฉายว่า...คุณพ่อคงดีใจสุดๆ เลยค่ะที่เห็นเราสองคนลงเอยกันแบบนี้”
ชายหนุ่มมองไปยังวิโรจน์เล็กน้อย ก่อนเบนกลับไปมองร่างระหงบนเวทีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ เมื่อเสียงเพลงจบลง พริษฐ์ก็กระเด้งตัวลุกจากเก้าอี้ราวกับติดสปริง
“แกจะไปไหน” พรรุจาแหวเสียงต่ำ ส่งสายตาสั่งให้หลานนั่งลงที่เดิม
“พายคะ” ฝ่ายตะวันฉายรีบคล้องแขนพริษฐ์เอาไว้ พร้อมส่งสายตาไปร้องขอ
“ผมยังยืนยันในคำปฏิเสธที่บอกคุณฉายไปเมื่อไม่กี่วันก่อนครับ” พริษฐ์ขยับแขนออกจากการเกาะกุม แล้วสองเท้าก็จ้ำอ้าวไปยังด้านหลังเวทีโดยไม่สนสายตาใคร
“ตาพาย” พรรุจาตาวาวด้วยความไม่พอใจ แล้วก็ต้องพยายามข่มอารมณ์กังวล ปั้นหน้ายิ้มรับแขกเหรื่อที่เดินเข้ามาร่วมยินดี ส่วนตะวันฉายทำแค่มองตามแผ่นหลังนั้นไป
“มีอะไรหรือเปล่ายัยฉาย หมอพายเขาปฏิเสธอะไรแก”
“ไม่มีอะไรหรอก” ตะวันฉายฝืนยิ้ม ทั้งที่ฝ่ามือที่วางอยู่บนตักกำลังกำแน่นจนเล็บแทบฝังเข้าเนื้อ
ด้านพริษฐ์เดินไปหยุดอยู่ที่ประตูด้านหลังโซนรับรอง เมื่อเห็นจนิตาก้าวออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายก็ถลาเข้าไปหา
“ไจ๋”
จนิตากลอกตาใส่ด้วยความระอา แล้วรีบเร่งฝีเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังหน้าโรงแรมเพื่อรอรถแท็กซี่ ทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าวข้อมือก็ถูกมือหนาคว้าหมับเข้าให้
“หยุดคุยกันก่อนครับไจ๋” พริษฐ์บอกเสียงเข้ม เขามีเรื่องต้องอธิบายให้ฟัง ไม่อย่างนั้นคงเข้าใจผิดไปแน่
“ปล่อยมือเดี๋ยวนี้” หญิงสาวบิดข้อมือออก แต่พริษฐ์ไม่ยอมปล่อย สายตาจึงตวัดไปมองอย่างไม่พอใจ ก่อนปากอิ่มจะตั้งคำถามไป “หรือว่าจะจ้างไจ๋ให้ไปร้องเพลงในงานแต่งอีก คิวยังว่างอยู่ค่ะ แต่อาจจะขออัปค่าตัวนิดหน่อย”
หากพริษฐ์ติดต่อมาจริงๆ เธอคงจะเรียกค่าจ้างที่มากกว่านี้ ถ้ามีครั้งหน้ารับรองว่าจะจัดเต็มจนสูงทะลุเพดาน
“ยังไงติดต่อผ่านผู้จัดการไจ๋ได้เลยนะคะ”
“ฟังผมก่อนครับ” พริษฐ์พยายามใจเย็นลง ปากเอ่ยร้องขอไปอีก “นะครับไจ๋ไจ๋”
“ปล่อยค่ะ คนของไจ๋มารับแล้ว” จนิตาเอียงคอมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่ห่างออกไป ปากอิ่มส่งเสียงเรียกอย่างสนิทสนม “พี่เก้าคะ”
นพเก้ารีบเดินเข้ามาชาร์จทันที “ช่วยปล่อยมือไจ๋ด้วยนะครับ” “สรุปคือมันจริงๆ” คุณหมอสูติฯ หน้าเข้มขึ้นจนน่ากลัว จนิตาไม่คิดฟังคำเตือนของตนเลยหรืออย่างไร
หญิงสาวบิดปากใส่ กระชากมือออกจนหลุดพ้นพันธนาการ แล้วรีบขยับตัวไปยืนชิดกับนพเก้า ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวให้คนที่รู้จักกันอยู่แล้วได้รู้จักกันมากขึ้นไปอีกในฐานะใหม่
“พี่เก้าคะ ไจ๋ขอแนะนำให้รู้จักกับหมอพาย ว่าที่สามีใหม่ของคุณฉายค่ะ”
นพเก้าไม่ได้มีท่าทีแปลกใจกับคำแนะนำตัวนั้น แค่แสยะยิ้มเย็นพลางเอ่ยร่วมอวยพรจากใจจริง “ยินดีด้วยครับ นรกรอคุณอยู่”
พริษฐ์หน้าตึงขึ้น ดวงตาดุดันจ้องเขม็งไปยังแขนเรียวเล็กที่สอดเข้าไปคล้องแขนของนพเก้าอย่างสนิทสนม
“เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว”
“ได้สิครับ”
“ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”
“เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ
บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย
“เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ
บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”
“งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


