แชร์

บทที่ 9 (02)

ผู้เขียน: เกี้ยวเกล้า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-27 00:56:48

“เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน

          สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา

          “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน

          “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ”

          “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก

          “ว้าย”

          เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน

          “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ่งลงด้วยเสียงเดียว

          “หยุดนะ ไอ้คนป่าเถื่อน”

          เพียะ

          จนิตายกมือขึ้นฟาดลงบนใบหน้าคมคายของพริษฐ์อย่างสุดแรง จนหน้านั้นหันไปตามแรงตบ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ

          “เป็นอะไรมากไหมวิน” หญิงสาวรีบหันไปประคองเมธาวินที่ถูกชกจนล้มลงบนโซฟา

          “ไจ๋…”

          พริษฐ์ครางเสียงสั่น จนิตาตบหน้าเขาไม่พอ ยังไปแสดงความห่วงใยผู้ชายคนอื่นอีก แล้วเค้นเสียงหนักบอกไป “มันจะจูบคุณอยู่แล้วนะ”

          “อย่ามากร่างแถวนี้” จนิตาตวาดซ้ำ สายตามองอดีตสามีอย่างชิงชัง

          “ผมไม่ได้กร่าง ผมหึง” พริษฐ์ตะโกนสวนกลับด้วยอารมณ์ที่อัดอั้น

          “เอาสิทธิ์อะไรมาหึงไม่ทราบ? เราหย่ากันแล้ว” เขาคงสมองเสื่อมไปแล้ว ถึงมาแสดงสิทธิ์ทั้งที่ไม่มี

          “งั้นก็ไปจดทะเบียนกันใหม่” ชายหนุ่มขบกรามแน่น ขยับตัวเข้าไปคว้ามือนุ่มไว้ หมายจะลากพาไปยังที่ว่าการอำเภอ

          “ไม่”

          จนิตาสะบัดมือทิ้งอย่างขยะแขยง นั่นทำให้มีคนเจ็บอีกระลอก

          “ไจ๋...”  ชายหนุ่มครางชื่อหญิงสาวเสียงสั่นพร่า แต่ยังไม่ทันจะได้ตัดพ้อไปมากกว่านั้น เสียงกร้าวกระด้างก็โพล่งขึ้นอย่างโมโหสุดขีด

          “ผมจะแจ้งความ” เมธาวินยกมือขึ้นจับแก้ม อีกไม่นานต้องมีรอยช้ำแน่ ไม่คิดว่ามือที่จับมีดผ่าตัดจะหนักราวกับนักมวยขนาดนี้

          “แจ้งเลย คราวนี้ได้ติดคุกหัวโตแน่” จนิตาตอกกลับทันควันโดยไม่มีท่าทีลังเล หนำซ้ำยังยืนหยัดข้างคนเจ็บอย่างเต็มที่ เธอต้องการให้คนพาลอย่างพริษฐ์ได้รับบทเรียนราคาแพง ว่าผลของการใช้อารมณ์มันรุนแรงเพียงใด

          “ไจ๋ครับ...” พริษฐ์ทำได้แค่ครางอย่างคนหมดหวัง แววตาคู่สวยที่เขามองอยู่บัดนี้ว่างเปล่าจนน่าใจหาย

          จนิตาไม่เสียเวลาอยู่รอฟังเสียงอ้อนวอนอ่อยๆ นั้นอีก รีบสะบัดหน้าเดินออกจากร้านไป โดยมีเกวลินและศราเดินตามประกบติด ทิ้งให้คนบ้าบิ่นยืนคอตกอยู่กลางผับท่ามกลางสายตาที่ยังเอาเรื่องของเมธาวิน

          “ผมว่า...เราน่าจะพอเจรจากันได้นะครับ” ธนกฤตสลัดคราบนายตำรวจทิ้ง หลงเหลือเพียงฐานะเพื่อนที่ต้องจำใจแก้ต่างให้คนก่อเรื่อง แต่หากพริษฐ์ยังไม่ยอมลดราวาศอก ตนก็จะเป็นฝ่ายลากมันเข้าคุกเอง

          “ผมไม่รับคำขอโทษ” เมธาวินปรายตามองคนกระทำผิด มุมปากกระตุกยิ้ม “รับเป็นเงินเท่านั้น”

          “ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา” วาโยรีบตกปากรับคำเพื่อตัดไฟแต่ต้นลม ทว่าจำนวนเงินที่เรียกมากลับทำให้หน้าซีดเผือด

          “โอนมาครับ...สองแสนบาท”

          วาโยกดเข้าแอปพลิเคชันธนาคาร แล้วโอนเงินตามจำนวนที่อีกฝ่ายต้องการ

          หลังได้รับการแจ้งเตือน เมธาวินก็ทำหน้าพอใจ แต่ไม่วายบอกทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินจากไป “ทีหลังก็อย่าลืมล่ามโซ่เพื่อนไว้ด้วย จะได้ไม่บ้าไปวิ่งไล่กัดใครแบบนี้อีก”

          ไม่ถึงอึดใจ พื้นที่โดยรอบก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ไทยมุงสลายตัวไป เหลือแต่กลุ่มเพื่อนที่จ้องมองตัวต้นเหตุอย่างเอาเรื่อง

          “มึงเป็นอะไรไปไอ้พาย มึงไม่เคยสติหลุดแบบนี้” วาโยถามเสียงเครียด คบกันมาเป็นสิบปี นี่เป็นวันแรกที่เห็นพริษฐ์ใช้แต่อารมณ์จนลืมสมอง ฝ่ายนายตำรวจก็ไม่วายเตือนสติ      

          “ไอ้พาย คราวนี้กูช่วยมึงในฐานะเพื่อนนะ แต่ถ้ามีครั้งหน้า ต่อให้เป็นมึง กูก็จะเป็นคนใส่กุญแจมือลากมึงไปโรงพักด้วยมือของกูเอง”       

          “แล้วมึงจะให้กูนั่งดูเฉยๆ หรือไง มันจะจูบไจ๋อยู่แล้ว” พริษฐ์เค้นเสียงถามเพื่อนอย่างอัดอั้น หากเป็นพวกมันจะทนดูไหวหรืออย่างไร

          “มึงหึง?” วาโยและธนกฤตทำสีหน้าประหลาดใจ เพราะหากหึงก็แสดงว่ารัก แล้วถ้ารักจะหย่าขาดจากกันไปทำไม

          “เออ แปลกตรงไหน” พริษฐ์ยกมือขึ้นจับมุมปาก เพราะตนน่าจะถูกมือฝ่ายนั้นฟาดอย่างแรง แม้จะดูไม่ได้หนักเหมือนกำปั้น

          “มั่นใจว่าไม่ได้แค่หวงของ?” วาโยคิดว่าเพื่อนอาจจะทำตัวเป็นหมาหวงก้างมากกว่า

          “ก็ทั้งหึงทั้งหวง นั่นคนที่กูรักเลยนะเว้ย” พริษฐ์ตะโกนก้องใส่หน้าเพื่อน ตนไม่ใช่ท่อนไม้ที่จะไม่มีความรู้สึก เห็นผู้ชายอื่นมายุ่มย่ามกับคนที่รักแล้วจะวางเฉยได้

          “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status