공유

บทที่ 9

last update 게시일: 2026-08-17 14:01:41

บทที่ 9

          “มันเป็นเหี้ยอะไร”

          เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว

          “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า

          “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่

          “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ

          “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้”   

          พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ     

          “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า    

          “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที        

          ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคยมีท่าทีบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ แล้วเห็นเจ้าตัวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดดูอะไรสักอย่างพร้อมด้วยรอยยิ้มหยันๆ จึงชะโงกหน้าไปดูบ้าง

          ‘ผมจัดการเรื่องที่ดินที่เขาใหญ่ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ’

          พริษฐ์จ้องข้อความจากนายหน้าขายที่ดินด้วยสายตาว่างเปล่า นึกอยากจะพิมพ์ขอยกเลิกให้รู้แล้วรู้รอด เพราะตอนนี้ที่ดินผืนนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว

          “มึงซื้อที่ที่เขาใหญ่เหรอวะ” ธนกฤตเลิกคิ้วมอง “ที่ตรงนั้นแพงหูฉี่เลยนะนั่น”

          “ถึงว่า...ช่วงสี่ห้าเดือนมานี้มึงดูโหมรับเคสเยอะกว่าปกติมาก” วาโยเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้

          “เออ” พริษฐ์กระแทกเสียงตอบ มือยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก

          “ทำไมถึงอยากได้วะ” วาโยไม่เห็นเพื่อนเคยพูดถึงว่าอยากได้ที่ดินที่ไหนมาก่อนเลย

          “ไม่ใช่กูที่อยากได้” พริษฐ์คว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟนลง แผ่นหลังกระแทกกับพนักพิงอย่างหงุดหงิดและเจ็บจี๊ดที่ใจ

          “แล้วใครอยากได้” ครั้งนี้เพื่อนทั้งสองถามขึ้นพร้อมกัน

          “ก็ใครที่กูพาไปเขาใหญ่บ่อยๆ ล่ะ” พริษฐ์หันไปมองเพื่อนทั้งสอง คิดว่าพวกมันก็คงรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด

          “คุณไจ๋” วาโยกับธนกฤตโพล่งออกมาพร้อมกัน พริษฐ์มักจะเคลียร์คิวงานเพื่อพาจนิตาไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ปีละหลายครั้ง แล้วถามไปด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก “มึงทำเพื่อคุณไจ๋ขนาดนี้เลยเหรอ”

          “กูก็ควรดูแลเขาให้ดีปะวะ นั่นคนที่กูแต่งงานด้วยเลยนะ” พริษฐ์เค้นเสียงบอก พลางกลอกตาใส่เพื่อน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องทำเหมือนตนเป็นคนใจจืดใจดำขนาดนั้น

          “แล้วมึงแต่งงานกับเขาเพราะอะไร” แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ก็อยากรู้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีจะตอบเช่นใด จะยอมคายความจริงที่มันซ่อนไว้ออกมาไหม

          ฝ่ายธนกฤตเลิกคิ้วมอง รู้ว่าพริษฐ์หย่าขาดจากอดีตภรรยาแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ และดูเหมือนตอนนี้จะมีอีกเรื่องให้ต้องสงสัยเพิ่ม

          วาโยยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับธนกฤต เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าพูดถึง ในครั้งนั้นหากสิบทิศไม่อึดอัดใจก็คงไม่ระบายออกมา แล้วมองพริษฐ์อย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ แต่เจ้าตัวกลับกระเด้งตัวขึ้นแล้วมองไปทางหนึ่ง

          “ไจ๋”

          ทุกคนหันไปมองตามสายตาพริษฐ์ แล้วเห็นจนิตาปรากฏตัวในชุดเดรสรัดรูปสีเข้มที่เน้นหุ่นสะโอดสะองเย้ายวนใจ เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างเกวลิน ศรา และชายหนุ่มแปลกหน้าอีกหนึ่งคนที่เดินขนาบข้างไม่ห่าง

          “คนที่มากับคุณไจ๋นั่นใคร หล่อว่ะ” วาโยไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายเลย แล้วหรี่ตามองคนที่กำลังมองฝ่ายนั้นไม่วางตา

          ทางด้านจนิตาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มในโซนวีไอพี โดยมีเกวลินและศรานั่งถัดไป ส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยนั่งลงเคียงข้างเธอทางด้านซ้าย

          “นังไจ๋”

          “ว่า”    

          “นั่นผัวเก่าแก” ทุกคนต่างหันขวับไปมองยังโต๊ะที่อยู่ห่างไปไม่มาก แล้วพากันทำหน้าสะอิดสะเอียน รู้สึกเหมือนคลื่นไส้แทนจนิตาขึ้นมา

          “เลิกกันแล้วก็ขยันเจอกันเกิน” ศราอดบ่นไม่ได้ ตอนที่เพื่อนยังตาบอดอยู่ กว่าจะหาเวลากลับไปเจอกันได้นั้นแสนยากเย็น  เลิกปุ๊บเวรกรรมดันลิขิตให้เจอกันไม่ว่างเว้น

          “ไม่ต้องไปสนใจ” จนิตาเอ่ยเสียงเรียบ เบนสายตาออกจากพริษฐ์ราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ หญิงสาวหันไปสั่งน้ำส้มกับพนักงาน ตอนนี้มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในครรภ์ก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์

          ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ มาจิบเรียกความสดชื่น ไม่นานเครื่องดื่มและของกินเล่นก็ถูกนำมาวางตรงหน้า 

          “ชนแก้วกันหน่อยพวกเรา” จนิตาชูแก้วน้ำส้มขึ้นสูง        

          “จัดไป” เกวลินยกแก้วขึ้นตาม ทว่ากลับมีคนหนึ่งที่ไม่ได้มองแค่แก้ว แต่จ้องมองจนิตาด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม หนำซ้ำยังขยับกายเข้าไปชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง  

          “วินอยากชนแก้วกับไจ๋ แค่สองคนได้ไหมครับ” เจ้าของประโยคทุ้มต่ำคือ ‘เมธาวิน’ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเข้มราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น        

          “ได้สิ” จนิตาไม่ปฏิเสธ แต่ก็อดจะเอียงคอมองไม่ได้

          เมธาวินชวนจนิตาคุยไม่หยุด มือหนายื่นไปแตะสัมผัสที่กลีบปากนุ่มเบาๆ เพื่อเช็ดเศษขนมที่เปื้อนอยู่ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยเพราะตั้งตัวไม่ทัน เกวลินกับศราเองก็ไม่ต่างกัน มองตากันเลิ่กลั่ก     หนำซ้ำเมธาวินยังหยิบขนมไปป้อนถึงปากของว่าที่คุณแม่อีกด้วย ในจังหวะนั้นเองฝั่งทางโต๊ะของสามหนุ่มก็มีเสียงแว่วดังขึ้น 

          “เฮ้ยไอ้พาย มึงจะไปไหน” วาโยรีบคว้าข้อมือพริษฐ์ที่จู่ๆ ก็กระเด้งตัวลุกขึ้น พลางกระซิบเตือนสติ “เดี๋ยวก็โดนอีกข้อหาหรอกมึง”             

          “อีกข้อหา” ธนกฤตเลิกคิ้วสูง รู้สึกว่าตัวเองพลาดเรื่องสำคัญไปอย่างแรง จึงส่งสายตาคะยั้นคะยอให้วาโยคายความลับออกมา “มึงเล่าเลยไอ้โย”

          “มันไปหาคุณไจ๋ที่บ้าน เธอก็เลยแจ้งความข้อหาบุกรุก” วาโยพยายามกระตุกแขนให้เพื่อนยอมนั่งลง          

          “เชี่ย” นายตำรวจหนุ่มร้องเสียงหลง หันมองทางจนิตาด้วยความทึ่ง เมื่อก่อนเจ้าตัวรักเพื่อนเขาแทบตาย เหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง เพราะเห็นภาพหนึ่ง

          “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 10

    “ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status