로그인บทที่ 9
“มันเป็นเหี้ยอะไร”
เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว
“ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า
“สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่
“เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ
“ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้”
พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ
“ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า
“กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที
ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคยมีท่าทีบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ แล้วเห็นเจ้าตัวหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดดูอะไรสักอย่างพร้อมด้วยรอยยิ้มหยันๆ จึงชะโงกหน้าไปดูบ้าง
‘ผมจัดการเรื่องที่ดินที่เขาใหญ่ให้เรียบร้อยแล้วนะครับ’
พริษฐ์จ้องข้อความจากนายหน้าขายที่ดินด้วยสายตาว่างเปล่า นึกอยากจะพิมพ์ขอยกเลิกให้รู้แล้วรู้รอด เพราะตอนนี้ที่ดินผืนนั้นไม่มีประโยชน์สำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว
“มึงซื้อที่ที่เขาใหญ่เหรอวะ” ธนกฤตเลิกคิ้วมอง “ที่ตรงนั้นแพงหูฉี่เลยนะนั่น”
“ถึงว่า...ช่วงสี่ห้าเดือนมานี้มึงดูโหมรับเคสเยอะกว่าปกติมาก” วาโยเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้
“เออ” พริษฐ์กระแทกเสียงตอบ มือยกแก้วเหล้ากระดกเข้าปาก
“ทำไมถึงอยากได้วะ” วาโยไม่เห็นเพื่อนเคยพูดถึงว่าอยากได้ที่ดินที่ไหนมาก่อนเลย
“ไม่ใช่กูที่อยากได้” พริษฐ์คว่ำหน้าจอสมาร์ตโฟนลง แผ่นหลังกระแทกกับพนักพิงอย่างหงุดหงิดและเจ็บจี๊ดที่ใจ
“แล้วใครอยากได้” ครั้งนี้เพื่อนทั้งสองถามขึ้นพร้อมกัน
“ก็ใครที่กูพาไปเขาใหญ่บ่อยๆ ล่ะ” พริษฐ์หันไปมองเพื่อนทั้งสอง คิดว่าพวกมันก็คงรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด
“คุณไจ๋” วาโยกับธนกฤตโพล่งออกมาพร้อมกัน พริษฐ์มักจะเคลียร์คิวงานเพื่อพาจนิตาไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ปีละหลายครั้ง แล้วถามไปด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก “มึงทำเพื่อคุณไจ๋ขนาดนี้เลยเหรอ”
“กูก็ควรดูแลเขาให้ดีปะวะ นั่นคนที่กูแต่งงานด้วยเลยนะ” พริษฐ์เค้นเสียงบอก พลางกลอกตาใส่เพื่อน เขาไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องทำเหมือนตนเป็นคนใจจืดใจดำขนาดนั้น
“แล้วมึงแต่งงานกับเขาเพราะอะไร” แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่ก็อยากรู้ว่าไอ้เพื่อนตัวดีจะตอบเช่นใด จะยอมคายความจริงที่มันซ่อนไว้ออกมาไหม
ฝ่ายธนกฤตเลิกคิ้วมอง รู้ว่าพริษฐ์หย่าขาดจากอดีตภรรยาแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ และดูเหมือนตอนนี้จะมีอีกเรื่องให้ต้องสงสัยเพิ่ม
วาโยยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับธนกฤต เพราะมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าพูดถึง ในครั้งนั้นหากสิบทิศไม่อึดอัดใจก็คงไม่ระบายออกมา แล้วมองพริษฐ์อย่างเร่งเร้าเอาคำตอบ แต่เจ้าตัวกลับกระเด้งตัวขึ้นแล้วมองไปทางหนึ่ง
“ไจ๋”
ทุกคนหันไปมองตามสายตาพริษฐ์ แล้วเห็นจนิตาปรากฏตัวในชุดเดรสรัดรูปสีเข้มที่เน้นหุ่นสะโอดสะองเย้ายวนใจ เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกลุ่มเพื่อนสนิทอย่างเกวลิน ศรา และชายหนุ่มแปลกหน้าอีกหนึ่งคนที่เดินขนาบข้างไม่ห่าง
“คนที่มากับคุณไจ๋นั่นใคร หล่อว่ะ” วาโยไม่คุ้นหน้าอีกฝ่ายเลย แล้วหรี่ตามองคนที่กำลังมองฝ่ายนั้นไม่วางตา
ทางด้านจนิตาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟานุ่มในโซนวีไอพี โดยมีเกวลินและศรานั่งถัดไป ส่วนชายหนุ่มที่มาด้วยนั่งลงเคียงข้างเธอทางด้านซ้าย
“นังไจ๋”
“ว่า”
“นั่นผัวเก่าแก” ทุกคนต่างหันขวับไปมองยังโต๊ะที่อยู่ห่างไปไม่มาก แล้วพากันทำหน้าสะอิดสะเอียน รู้สึกเหมือนคลื่นไส้แทนจนิตาขึ้นมา
“เลิกกันแล้วก็ขยันเจอกันเกิน” ศราอดบ่นไม่ได้ ตอนที่เพื่อนยังตาบอดอยู่ กว่าจะหาเวลากลับไปเจอกันได้นั้นแสนยากเย็น เลิกปุ๊บเวรกรรมดันลิขิตให้เจอกันไม่ว่างเว้น
“ไม่ต้องไปสนใจ” จนิตาเอ่ยเสียงเรียบ เบนสายตาออกจากพริษฐ์ราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ หญิงสาวหันไปสั่งน้ำส้มกับพนักงาน ตอนนี้มีเจ้าตัวเล็กอยู่ในครรภ์ก็ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์
ในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เบาๆ มาจิบเรียกความสดชื่น ไม่นานเครื่องดื่มและของกินเล่นก็ถูกนำมาวางตรงหน้า
“ชนแก้วกันหน่อยพวกเรา” จนิตาชูแก้วน้ำส้มขึ้นสูง
“จัดไป” เกวลินยกแก้วขึ้นตาม ทว่ากลับมีคนหนึ่งที่ไม่ได้มองแค่แก้ว แต่จ้องมองจนิตาด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม หนำซ้ำยังขยับกายเข้าไปชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
“วินอยากชนแก้วกับไจ๋ แค่สองคนได้ไหมครับ” เจ้าของประโยคทุ้มต่ำคือ ‘เมธาวิน’ ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเข้มราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น
“ได้สิ” จนิตาไม่ปฏิเสธ แต่ก็อดจะเอียงคอมองไม่ได้
เมธาวินชวนจนิตาคุยไม่หยุด มือหนายื่นไปแตะสัมผัสที่กลีบปากนุ่มเบาๆ เพื่อเช็ดเศษขนมที่เปื้อนอยู่ หญิงสาวชะงักไปเล็กน้อยเพราะตั้งตัวไม่ทัน เกวลินกับศราเองก็ไม่ต่างกัน มองตากันเลิ่กลั่ก หนำซ้ำเมธาวินยังหยิบขนมไปป้อนถึงปากของว่าที่คุณแม่อีกด้วย ในจังหวะนั้นเองฝั่งทางโต๊ะของสามหนุ่มก็มีเสียงแว่วดังขึ้น
“เฮ้ยไอ้พาย มึงจะไปไหน” วาโยรีบคว้าข้อมือพริษฐ์ที่จู่ๆ ก็กระเด้งตัวลุกขึ้น พลางกระซิบเตือนสติ “เดี๋ยวก็โดนอีกข้อหาหรอกมึง”
“อีกข้อหา” ธนกฤตเลิกคิ้วสูง รู้สึกว่าตัวเองพลาดเรื่องสำคัญไปอย่างแรง จึงส่งสายตาคะยั้นคะยอให้วาโยคายความลับออกมา “มึงเล่าเลยไอ้โย”
“มันไปหาคุณไจ๋ที่บ้าน เธอก็เลยแจ้งความข้อหาบุกรุก” วาโยพยายามกระตุกแขนให้เพื่อนยอมนั่งลง
“เชี่ย” นายตำรวจหนุ่มร้องเสียงหลง หันมองทางจนิตาด้วยความทึ่ง เมื่อก่อนเจ้าตัวรักเพื่อนเขาแทบตาย เหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง เพราะเห็นภาพหนึ่ง“เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน
“ฮะ? อะไรนะ” วาโยเบิกตาโต ทวนประโยคนั้นซ้ำเพื่อให้แน่ใจ มันเมาถึงพูดผิดพูดถูกหรือเปล่า “มึงรักคุณไจ๋?” “ไม่รักแล้วกูจะแต่งงานกับไจ๋ทำไมวะ” พริษฐ์มองหน้าคนถามอะไรแปลกๆ อย่างไม่เข้าใจ ฝ่ายวาโยนิ่งและอึ้งไป สมองเริ่มมีความสับสน ส่วนนายตำรวจหนุ่มได้แต่ยืนเกาศีรษะ เพราะเริ่มตามไม่ทันแล้ว ทางด้านเมธาวินเดินลิ่วๆ ไปยังรถคันหรูที่สตาร์ตเครื่องรออยู่ สองเท้าก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังด้วยท่าทางสบายใจ “วินมาแล้ว...” ทุกสายตาในรถจับจ้องที่เขาเป็นจุดเดียว ศราเผยอปากจะถามแต่เจ้าตัวกลับยกมือห้าม “ขอเวลาห้านาที” เมธาวินก้มหน้าก้มตาจัดการสมาร์ตโฟนสักพัก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองจนิตา “ไจ๋ เงินเข้าหรือยัง” “เงินอะไร” หญิงสาวที่นั่งนิ่งมาตั้งแต่ก้าวเท้าขึ้นรถเลิกคิ้วขึ้น สีหน้ามีความตึงเครียดไม่น้อย “ไจ๋ก็ดูสิ” เมธาวินพยักพเยิดหน้าให้จนิตาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเช็ก หญิงสาวทำตาม ไม่นานก็ต้องตาเบิกกว้าง เมื่อได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร ว่าเมธาวินโอนเงินให้เธอถึงสองแสนบาทแล้วรีบถามไป “แกโอนเงินให้ฉันทำไม...ตั้งสองแสน”
“เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ
บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย
“เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ
บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”
“งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด







