FAZER LOGINตอนที่ 6
แสงแฟลชสว่างวาบสาดกระทบใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางฉากจำลองหรูหรากลางสตูดิโอขนาดใหญ่ ชาล็อตโดดเด่นอยู่ในชุดเดรสสีแดงเข้มจากแบรนด์ระดับโลก ทุกการเคลื่อนไหวเฉียบขาด คางเรียวเชิดขึ้นองศาพอเหมาะ หัวไหล่ผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบสบสู้เลนส์กล้องอย่างรู้จังหวะ
แม้เมื่อคืนจะข่มตาหลับไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่ทันทีที่เสียงชัตเตอร์ทำงาน ชาล็อตก็สลัดคราบภรรยาที่เพิ่งทะเลาะกับสามีทิ้งไปจนหมดสิ้น ไร้ร่องรอยความอ่อนล้า เหลือเพียงนางแบบแถวหน้าผู้ครองบัลลังก์วงการมานานปี
"ดีมากครับคุณชาล็อต ขออีกช็อตนะครับ หันไหล่ซ้ายนิดหนึ่ง ใช่ครับ แบบนั้นเลย" ช่างภาพรัวชัตเตอร์เก็บภาพต่อเนื่อง
ทีมงานหลังจอมอนิเตอร์พากันพยักหน้าพึงพอใจ ทันทีที่เสียงสั่งคัตดังขึ้น ชาล็อตก็ทิ้งท่าโพส ผู้ช่วยรีบวิ่งนำเสื้อคลุมมาสวมให้พร้อมแจ้งเวลาพักสิบห้านาที หญิงสาวยื่นมือรับขวดน้ำ ดื่มรวดเดียวสองอึกก่อนเดินตรงไปยังเก้าอี้ส่วนตัว
บรรยากาศรอบกองถ่ายจอแจ วันนี้ไม่ได้มีเพียงเธอที่เป็นนางแบบหลัก แบรนด์ยังดึงดาวรุ่งมาประกบอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือมีนา นางแบบวัยยี่สิบสามที่กำลังเป็นกระแส มีนาสวย รูปร่างดี ช่างพูดช่างจา และรู้วิธีหว่านเสน่ห์ให้คนรอบข้างเอ็นดู ซึ่งตรงข้ามกับชาล็อตอย่างสิ้นเชิง
"พี่ชาล็อตคะ" เสียงหวานใสเรียกขึ้น
ชาล็อตเงยหน้ามอง มีนายืนยิ้มแป้นอยู่ไม่ไกลพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ
"เซตเมื่อกี้พี่สวยมากเลยค่ะ" มีนาเอ่ยชม
"ขอบคุณค่ะ" เธอตอบสั้นกระชับก่อนก้มลงสนใจโทรศัพท์ต่อ
"พี่ชาล็อตทำงานกับแบรนด์นี้มาหลายครั้งแล้วใช่ไหมคะ" ทว่ามีนายังคงยืนรั้งรอ
"สี่ครั้ง"
"มิน่าล่ะทุกคนถึงดูเกรงใจพี่มากเลย"
"หมายความว่ายังไงคะ" ปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอชะงัก ชาล็อตเงยหน้าขึ้นสบตา
"ไม่มีอะไรค่ะ มีนาแค่จะบอกว่าพี่ดูมีประสบการณ์" มีนายิ้มซื่อราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าพลั้งปาก
"ถ้าจะพูดอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถอะค่ะ" สัญชาตญาณเตือนชาล็อตว่าเด็กคนนี้ไม่ได้เดินมาเพื่อชื่นชม
"มีนาแค่สงสัยน่ะค่ะ ถ้านี่คืองานใหญ่ของ AW แล้วพี่ชาล็อตไม่ได้เป็นภรรยาคุณอัครวินท์ พี่ยังจะได้งานเยอะขนาดนี้ไหมนะ" มีนาหัวเราะเจื่อน กวาดสายตามองรอบตัว เมื่อเห็นว่าทีมงานกำลังวุ่นวายและไม่มีใครสนใจ จึงขยับเข้าไปใกล้อีกก้าว
"พูดใหม่สิ" บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะหยุดนิ่ง ดวงตาคู่สวยแปรเปลี่ยนจากความเฉยชาเป็นเยือกเย็น
"มีนาก็แค่พูดเล่นค่ะ วงการนี้รู้ ๆ กันอยู่ว่าใครเป็นใคร ถ้าเป็นเมียเจ้าของค่าย โอกาสก็ต้องมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว" มีนากลืนน้ำลายลงคอ แต่ความคึกคะนองยังผลักดันให้เธอเชิดหน้ายิ้ม
"ฉันทำงานมาตั้งแต่ก่อนแต่งงานกับเขา" ชาล็อตแค่นหัวเราะ เสียงนั้นเย็นเยียบจนคนฟังชะงัก
"แต่มาดังที่สุดก็หลังแต่งนี่คะ"
"ฟังให้ดีนะมีนา ฉันได้งานเพราะฉันมีความสามารถ แล้วเธอล่ะ ได้งานนี้มาเพราะอะไร เพราะหน้าตา หรือเพราะผู้จัดการของเธอไปตามตื๊อแบรนด์อยู่ตั้งสามเดือน" ร่างระหงผุดลุกขึ้นยืน ความสูงจากรองเท้าส้นแหลมส่งให้เธอจ้องกดอีกฝ่าย
"พี่ชาล็อต!" น้ำเสียงใสเริ่มกระด้าง
"ทำไม รับความจริงไม่ได้" ชาล็อตสวนกลับ
"อย่างน้อยมีนาก็ไม่ได้ใช้ทะเบียนสมรสหางาน"
ชาล็อตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอีกฝ่าย รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า ก่อนที่ผู้ช่วยจะวิ่งหน้าตั้งเข้ามาแทรกเพื่อเรียกไปเปลี่ยนชุด หญิงสาวจึงยอมละสายตาแล้วเดินผละไป ไฟระอุที่ถูกจุดขึ้นยังไม่ดับมอด มันเพียงรอเวลากระพือ
สิบห้านาทีต่อมา ห้องแต่งตัววุ่นวายขวักไขว่ ชุดสำหรับเซตต่อไปถูกแขวนเด่นอยู่กลางห้อง เดรสกูตูร์สีขาวบริสุทธิ์ปักคริสตัลระยับทั้งตัว มูลค่าเหยียบสองล้านบาทและมีเพียงชุดเดียวในประเทศ สไตลิสต์พร่ำเตือนทีมงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ระวังชายกระโปรง เพราะหากเสียหายคงต้องรับผิดชอบกัน
ขณะที่ช่างแต่งหน้ากำลังเติมสีลิปสติก ชาล็อตลอบมองเงาสะท้อนในกระจก มีนาเดินกรีดกรายเข้ามาด้านหลัง พูดคุยกับทีมงานอย่างร่าเริงราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชาล็อตเบือนหน้าหนี เธอเกลียดนิสัยหน้าไหว้หลังหลอก แต่ก็ไม่อยากเอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ
ทว่าจังหวะที่ผู้ช่วยเดินออกไปรับโทรศัพท์ และสไตลิสต์หันไปจัดเตรียมเครื่องประดับ สายตาของชาล็อตกลับปะทะเข้ากับภาพบางอย่างผ่านบานกระจก มีนายืนอยู่แนบชิดเดรสสีขาว มือข้างหนึ่งจงใจแตะชายกระโปรง ก่อนจะเอียงแก้วกาแฟในมืออีกข้าง ปล่อยให้ของเหลวสีเข้มหยดทะลักลงบนผืนผ้าสีบริสุทธิ์
"เธอทำอะไร!" เสียงตวาดกร้าวลั่นห้อง
ทุกคนสะดุ้งสุดตัว มีนารีบชักมือกลับ แต่คราบสีน้ำตาลก็ลามเป็นวงกว้างบนชายกระโปรงเสียแล้ว
"ตายแล้ว ชุด!" สไตลิสต์กรีดร้อง ทีมงานแห่กรูกันเข้าไปดู
"เธอจงใจ" ชาล็อตพุ่งตรงเข้าไปจับข้อมือมีนาแน่น
"มีนาไม่ได้ตั้งใจค่ะ แก้วมันหลุดมือ" เด็กสาวหน้าเสีย รีบสะบัดแขนออก
"โกหก ฉันเห็นว่าเธอเอียงแก้วใส่ชุดเอง"
"มีนาไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ ทุกคนก็เห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ พี่ชาล็อตโกรธเรื่องเมื่อกี้ก็อย่ามาใส่ร้ายกันเลยนะคะ" เสียงเริ่มดังอื้ออึง สไตลิสต์จับจ้องรอยเปื้อนแทบร้องไห้ มีนาหันไปตีหน้าเศร้าใส่คนรอบข้าง
"อย่ามาเล่นละครกับฉัน" ชาล็อตสวน
"มีนาไม่ได้เล่น พี่ต่างหากที่หาเรื่อง"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือกระทบซีกหน้าดังก้อง ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ใบหน้าของมีนาหันขวับไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงเถือกปรากฏชัดบนแก้มขาว ชาล็อตยืนหอบหายใจ ฝ่ามือยังคงชาหนึบ
"พี่ตบมีนา" มีนาหันกลับมาช้า ๆ น้ำตาหยดแหมะ
"ใช่ และถ้าเธอยังโกหกอีก ฉันจะทำยิ่งกว่านี้"
"พี่ชาล็อต พอเถอะค่ะ" ผู้จัดการส่วนตัวถลันเข้ามาดึงแขน แต่หญิงสาวสะบัดออก
"ออกไปจากกองซะ แล้วฉันจะให้ AW ยกเลิกงานของเธอทั้งหมด" สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เด็กสาว
"พี่ไม่มีสิทธิ์" มีนาร้องไห้โฮ
"ฉันมีสิทธิ์ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู"
ไม่มีใครในห้องนั้นล่วงรู้เลยว่า โทรศัพท์เครื่องหนึ่งตรงมุมห้องได้บันทึกวิดีโอเอาไว้ทั้งหมด และมันเริ่มบันทึกหลังจากคราบกาแฟเปื้อนชุดไปแล้ว ภาพที่ปรากฏจึงมีเพียงนางแบบรุ่นพี่ตบหน้ารุ่นน้องอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมประโยคข่มขู่
สองชั่วโมงให้หลัง วิดีโอนั้นถูกปล่อยว่อนโซเชียล ยอดแชร์ทะยานจากหลักพันสู่หลักแสนอย่างรวดเร็ว แฮชแท็ก #ชาล็อตนางร้าย ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งเทรนด์ทวิตเตอร์ก่อนที่การถ่ายทำจะเสร็จสิ้นเสียอีก โทรศัพท์ของผู้จัดการดังระงมไม่ขาดสาย ข้อความก่นด่าสาดเสียเทเสียหลั่งไหลเข้ามาทุกช่องทาง
"คลิปมันไม่ครบ ไปหาคลิปเต็มมา แล้วให้ฝ่ายกฎหมายเช็กว่าใครเป็นคนปล่อย" ชาล็อตกวาดตามองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าปลายนิ้วกลับจิกเครื่องแน่น
"อีกเรื่องค่ะ คุณวินท์สั่งให้ชาล็อตเข้าบริษัทด่วน" ผู้จัดการรายงาน
ชาล็อตแค่นหัวเราะ ข่าวร้ายมักเดินทางไวเสมอ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชาล็อตผลักประตูห้องทำงานของอัครวินท์เข้าไป บรรยากาศภายในห้องหนักอึ้ง ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋าอยู่หน้าผนังกระจก ด้านหลังมีหน้าจอโทรทัศน์กำลังฉายคลิปที่เป็นประเด็นหลา
"นั่งสิ" อัครวินท์เอ่ยเสียงเรียบ
"ไม่ต้องเปิดวนซ้ำหรอกค่ะ ฉันจำได้ดีว่าตบมันไปแรงแค่ไหน" หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้
"คุณยังเห็นเป็นเรื่องล้อเล่นอีกเหรอ" อัครวินท์หันขวับ
"ฉันไม่ได้ล้อเล่น เด็กนั่นจงใจทำชุดแบรนด์พัง"
"มีหลักฐานไหม"
"ตอนนี้ยังไม่มี" คำถามนั้นทำเอาชาล็อตชะงัก
"แปลว่าไม่มี ในสายตาคนนอก คุณคือคนที่ตบหน้ารุ่นน้องกลางกองถ่ายแถมยังใช้อำนาจข่มขู่" น้ำเสียงของเขาเฉียบขาด
"ก็เพราะมันทำลายชุดก่อน"
"ไม่ค่ะ ต้องคุยเดี๋ยวนี้" ชาล็อตแค่นหัวเราะ ดวงตาคู่สวยแข็งกร้าวขึ้น"เตรียมตัวขึ้นเวทีในอีกหนึ่งนาทีนะครับ" เสียงพิธีกรเร่งเร้าดังขึ้นอีกระลอก"ชาล็อต อย่าเพิ่งทำเรื่องวุ่นวาย" อัครวินท์กดเสียงต่ำ"แล้วใครกันคะที่สร้างเรื่องขึ้นมาก่อน" เธอจ้องหน้าเขาก่อนที่การปะทะอารมณ์จะบานปลาย ประตูเวทีก็เปิดออก ทีมงานส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินออกไป อัครวินท์ก้าวออกไปเป็นคนแรก ตามด้วยพระเอกหนุ่ม และพริมโรสที่เดินตามหลังไปติด ๆ"พี่ ขึ้นไปก่อนเถอะค่ะ กล้องรอถ่ายอยู่เต็มเลย" ผู้จัดการรีบกระซิบเตือนสติชาล็อตยังคงยืนนิ่งงัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เธอใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการซุกซ่อนความร้าวรานทั้งหมดไว้ใต้หน้ากากความมั่นใจ แล้วก้าวขึ้นสู่เวทีแสงแฟลชสว่างวาบพร้อมเสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำจากนักข่าวนับร้อย ชาล็อตฉีกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ พิธีกรกล่าวแนะนำโปรเจกต์ ผู้กำกับอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของซีรีส์ ผู้บริหารกล่าวถึงการร่วมทุน ชาล็อตไม่ได้ยินสรรพเสียงเหล่านั้นเลย สายตาของเธอจับจ้องเพียงโปสเตอร์แผ่นยักษ์ที่ถูกผ้าสีดำบดบังไว้"และในวันนี้ เราจะเปิดตัวนักแสดงนำหญิงของเหนือเส้นขอบฟ
สามเดือนเต็มที่ชาล็อตอุทิศเวลาให้กับบทบาทอิงดาว สามเดือนที่ต้องตื่นก่อนรุ่งสางเพื่อเข้าคลาสเรียนการแสดง จำใจปฏิเสธงานเดินแบบที่ปารีส ปัดสัญญาพรีเซนเตอร์จากญี่ปุ่น และเลื่อนแคมเปญเครื่องประดับระดับโลกออกไปอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะตารางเวิร์กช็อปชนกัน ผู้จัดการส่วนตัวบ่นกรอกหูแทบทุกวันว่าเธอกำลังทิ้งเงินหลายสิบล้าน ทว่าชาล็อตไม่เคยลังเลซีรีส์เหนือเส้นขอบฟ้าไม่ใช่แค่โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ประจำปีของ AW Entertainment แต่มันคือผลงานที่เธอปรารถนาที่สุดในรอบหลายปี อิงดาวคือตัวละครซับซ้อน เป็นผู้หญิงที่เปลือกนอกแข็งกร้าว เย่อหยิ่ง ดูเห็นแก่ตัว ทว่าเบื้องลึกกลับรักครอบครัวสุดหัวใจจนยอมทำลายตัวเองเพื่อปกป้องทุกคน ทันทีที่ได้อ่านบท ชาล็อตตกหลุมรักตัวละครนี้ เธออาจมองเห็นเศษเสี้ยวของตัวเองซ่อนอยู่ในนั้น ผู้หญิงที่ใครต่อใครตราหน้าว่าร้ายกาจ โดยไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงกลายเป็นคนแบบนี้"ขออีกรอบค่ะ" เสียงครูสอนการแสดงดังก้องห้องซ้อมชาล็อตสูดลมหายใจลึกก่อนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางชื้นด้วยหยาดเหงื่อ เธอเพิ่งซ้อมฉากร้องไห้ต่อเนื่องมาเกือบสองชั่วโมง แต่ความรู้สึกข้างในยังบอกว่าไม่ดีพ
ตอนที่ 7"ต่อให้มีนายั่วยุ การใช้กำลังก็ยังผิดอยู่ดี""คุณจะไม่เชื่อฉันอีกแล้วใช่ไหม""นี่ไม่ใช่เรื่องของการเชื่อหรือไม่เชื่อ" อัครวินท์เดินกลับมาท้าวแขนที่โต๊ะ"สำหรับฉันมันใช่! ฉันบอกว่าเห็นกับตาว่าเด็กนั่นตั้งใจ คุณก็ยังถามหาหลักฐาน" เธอผุดลุกขึ้นยืน"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง สั่งปลดมีนาเพียงเพราะภรรยาผมบอกว่าเห็นอย่างนั้นเหรอ ผมกำลังแก้ปัญหาในฐานะผู้บริหารที่ต้องอิงข้อเท็จจริง ไม่ใช่สามีที่จะหลับหูหลับตาเข้าข้างคุณทุกเรื่อง""ก็ได้ค่ะ งั้นท่านประธานจะให้ฉันทำยังไง" คำว่าสามีคล้ายเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงใจ ชาล็อตเชิดคางขึ้น ซ่อนแววตาสั่นไหวไว้มิดชิด"ตั้งโต๊ะแถลงข่าวขอโทษ""ไม่ ฉันจะไม่ขอโทษมีนา เพราะมันโกหก""คุณต้องขอโทษที่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ไปยอมรับในสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ คุณต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองก่อเรื่อง" อัครวินท์ถอนหายใจ"ถ้าฉันไม่ทำล่ะ" ชาล็อตกำหมัดแน่น"หุ้น AW ร่วงไปหกเปอร์เซ็นต์ภายในสองชั่วโมง สปอนเซอร์เริ่มถามหาความรับผิดชอบ ทุกคนกำลังเพ่งเล็งว่าครอบครัวผู้บริหารใช้อำนาจบาตรใหญ่"หญิงสาวนิ่งงัน ความโกรธเกรี้ยวยังคงสุมอก แต่เธอรู้ดีว่า AW คือหยาดเหงื่อแรงกายของอัครวิ
ตอนที่ 6แสงแฟลชสว่างวาบสาดกระทบใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางฉากจำลองหรูหรากลางสตูดิโอขนาดใหญ่ ชาล็อตโดดเด่นอยู่ในชุดเดรสสีแดงเข้มจากแบรนด์ระดับโลก ทุกการเคลื่อนไหวเฉียบขาด คางเรียวเชิดขึ้นองศาพอเหมาะ หัวไหล่ผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบสบสู้เลนส์กล้องอย่างรู้จังหวะแม้เมื่อคืนจะข่มตาหลับไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่ทันทีที่เสียงชัตเตอร์ทำงาน ชาล็อตก็สลัดคราบภรรยาที่เพิ่งทะเลาะกับสามีทิ้งไปจนหมดสิ้น ไร้ร่องรอยความอ่อนล้า เหลือเพียงนางแบบแถวหน้าผู้ครองบัลลังก์วงการมานานปี"ดีมากครับคุณชาล็อต ขออีกช็อตนะครับ หันไหล่ซ้ายนิดหนึ่ง ใช่ครับ แบบนั้นเลย" ช่างภาพรัวชัตเตอร์เก็บภาพต่อเนื่องทีมงานหลังจอมอนิเตอร์พากันพยักหน้าพึงพอใจ ทันทีที่เสียงสั่งคัตดังขึ้น ชาล็อตก็ทิ้งท่าโพส ผู้ช่วยรีบวิ่งนำเสื้อคลุมมาสวมให้พร้อมแจ้งเวลาพักสิบห้านาที หญิงสาวยื่นมือรับขวดน้ำ ดื่มรวดเดียวสองอึกก่อนเดินตรงไปยังเก้าอี้ส่วนตัวบรรยากาศรอบกองถ่ายจอแจ วันนี้ไม่ได้มีเพียงเธอที่เป็นนางแบบหลัก แบรนด์ยังดึงดาวรุ่งมาประกบอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือมีนา นางแบบวัยยี่สิบสามที่กำลังเป็นกระแส มีนาสวย รูปร่างดี ช่างพูดช่างจา และรู้วิธีหว่านเสน
"ใครอนุญาต""ต้องขออนุญาตด้วยเหรอคะ" คำถามนั้นเรียกเสียงแค่นหัวเราะจากชาล็อต"ฝ่ายศิลปินเป็นคนจัดตาราง คุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตามใจชอบ" อัครวินท์สืบเท้าเข้าประชิด"ฉันเป็นศิลปินของค่ายนี้มาหลายปี ห้องนั้นฉันใช้มาตลอด" หญิงสาววางแท็บเล็ตในมือลง"แต่วันนี้คุณไม่มีตาราง""ตอนนี้มีแล้วค่ะ""อย่ามาเล่นเกมกับผม" น้ำเสียงของเขากดต่ำจนน่าขนลุก ทุกคนในห้องแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี"แล้วถ้าฉันจะใช้ล่ะคะ" ทว่าชาล็อตกลับเชิดหน้าท้าทาย"ย้ายของพริมกลับห้องเดิม แล้วคืนตารางซ้อมสิบโมงให้เธอ""ไม่ค่ะ""ชาล็อต" อัครวินท์หรี่ตาลง"ฉันเป็นภรรยาคุณ และฉันก็ถือหุ้น AW อยู่ด้วย" เธอยกแขนขึ้นกอดอก"ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องพื้นที่ของบริษัทเหมือนกัน""คุณถือหุ้นไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์" อัครวินท์หลุดขำในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน"อย่างน้อยก็ยังเป็นผู้ถือหุ้น""และนั่นไม่ได้ให้สิทธิ์คุณใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกศิลปินคนอื่นตามอำเภอใจ""ฉันไม่ได้กลั่นแกล้ง""คุณย้ายห้องเธอ เลื่อนตารางเธอ แล้วแทรกงานตัวเองเข้าไปทั้งที่ไม่ได้กำหนดไว้ นี่ยังไม่เรียกกลั่นแกล้งอีกหรือ"เสียงของเขาก้องกังวาน ชัดเจนจนบาดแก้วหูทีมงานท
ตอนที่ 5หลังจากนั้นอัครวินท์ก็ปิดตายหัวใจ ทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดให้กับการทำงานสามปีให้หลัง AW ก้าวขึ้นเป็นค่ายบันเทิงระดับท็อปของประเทศ ประจวบเหมาะกับที่ครอบครัวของชาล็อตต้องการร่วมทุนธุรกิจกับครอบครัวของเขา ข้อเสนอเรื่องการแต่งงานจึงถูกหยิบยกขึ้นมาอัครวินท์ตอบตกลง ไม่ใช่เพราะรักเจ้าสาว แต่คิดว่าถึงเวลาต้องก้าวเดินต่อไป การแต่งงานอาจเป็นสะพานข้ามอดีตอันเจ็บปวด ส่วนชาล็อตตอบตกลงด้วยเหตุผลที่สวนทางกันโดยสิ้นเชิง เธอแต่งเพราะรักเขาสุดหัวใจ"ถ้าเราแต่งกัน ผมจะให้เกียรติคุณในฐานะภรรยา แต่ผมรับปากไม่ได้ว่าจะรักคุณ""ไม่เป็นไรค่ะ" ชาล็อตยกแก้วไวน์จรดริมฝีปาก รอยยิ้มมั่นใจระบายบนใบหน้าสะสวย"ชาล็อต""คุณไม่ต้องรักฉันวันนี้ก็ได้ เพราะฉันมีเวลาทั้งชีวิตที่จะทำให้คุณรัก""อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน""ไม่มีวันค่ะ"เธอเชื่อหมดใจว่าความใกล้ชิดจะหลอมละลายน้ำแข็งในใจเขาได้ เชื่อว่าการตื่นมาพบหน้ากันทุกเช้าจะสร้างความผูกพัน เชื่อว่าความรักที่มอบให้จะได้รับการตอบแทนสักวันแต่ชีวิตจริงโหดร้ายกว่าละคร ต่อให้ภรรยารักสามีจนหมดลมหายใจ เขาก็ไม่มีหน้าที่ต้องรักตอบ โดยเฉพาะเมื่อคนในอดีตหวนกลับมาหกเดือนก่อ







