로그인สามเดือนเต็มที่ชาล็อตอุทิศเวลาให้กับบทบาทอิงดาว สามเดือนที่ต้องตื่นก่อนรุ่งสางเพื่อเข้าคลาสเรียนการแสดง จำใจปฏิเสธงานเดินแบบที่ปารีส ปัดสัญญาพรีเซนเตอร์จากญี่ปุ่น และเลื่อนแคมเปญเครื่องประดับระดับโลกออกไปอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะตารางเวิร์กช็อปชนกัน ผู้จัดการส่วนตัวบ่นกรอกหูแทบทุกวันว่าเธอกำลังทิ้งเงินหลายสิบล้าน ทว่าชาล็อตไม่เคยลังเล
ซีรีส์เหนือเส้นขอบฟ้าไม่ใช่แค่โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ประจำปีของ AW Entertainment แต่มันคือผลงานที่เธอปรารถนาที่สุดในรอบหลายปี อิงดาวคือตัวละครซับซ้อน เป็นผู้หญิงที่เปลือกนอกแข็งกร้าว เย่อหยิ่ง ดูเห็นแก่ตัว ทว่าเบื้องลึกกลับรักครอบครัวสุดหัวใจจนยอมทำลายตัวเองเพื่อปกป้องทุกคน ทันทีที่ได้อ่านบท ชาล็อตตกหลุมรักตัวละครนี้ เธออาจมองเห็นเศษเสี้ยวของตัวเองซ่อนอยู่ในนั้น ผู้หญิงที่ใครต่อใครตราหน้าว่าร้ายกาจ โดยไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงกลายเป็นคนแบบนี้
"ขออีกรอบค่ะ" เสียงครูสอนการแสดงดังก้องห้องซ้อม
ชาล็อตสูดลมหายใจลึกก่อนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางชื้นด้วยหยาดเหงื่อ เธอเพิ่งซ้อมฉากร้องไห้ต่อเนื่องมาเกือบสองชั่วโมง แต่ความรู้สึกข้างในยังบอกว่าไม่ดีพอ
"เมื่อกี้ดีแล้วนะ" ครูเดินเข้ามาใกล้
"ไม่ค่ะ อิงดาวไม่ได้ร้องเพราะเสียใจอย่างเดียว เธอมีความโกรธแค้นปนอยู่ด้วย แล้วเมื่อกี้หนูก็ร้องไห้ฟูมฟายมากไป" ชาล็อตปฏิเสธก่อนจะเดินกลับไปยืนประจำจุด
"ขออีกครั้งนะคะ"
"พี่ชาล็อต วันนี้พี่ซ้อมมาตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าแล้วนะคะ" ผู้จัดการส่วนตัวที่นั่งอยู่มุมห้องลอบถอนหายใจ
ชาล็อตปรายตามองนาฬิกา เกือบบ่ายสามโมง
"อีกครั้งเดียว" เธอตอบ
"ครั้งที่แล้วก็พูดแบบนี้" ผู้จัดการบ่นอุบ
ชาล็อตไม่สนใจ เธอหลับตา ปล่อยให้ห้วงอารมณ์ของตัวละครไหลเวียนเข้ามาในหัวใจ เพียงไม่กี่วินาทีที่ลืมตาขึ้น แววตาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ความแข็งกระด้างมลายหายไป เหลือเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังประคับประคองตัวเองไม่ให้แตกสลาย
"ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเข้าใจ เพราะถ้าฉันเริ่มอธิบายตั้งแต่วันนี้ ฉันคงต้องอธิบายไปตลอดชีวิต" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบา
ครูสอนการแสดงยืนนิ่งงัน ชาล็อตเม้มริมฝีปากแน่น ขอบตาแดงก่ำทว่าไร้หยาดน้ำตา
"ถ้าทุกคนอยากให้ฉันเป็นคนร้าย ก็เอาสิคะ" เธอแค่นหัวเราะ
บรรยากาศในห้องซ้อมเงียบสงัด
"แบบนี้แหละ" ครูสอนการแสดงพยักหน้าช้า ๆ
ชาล็อตหลุดออกจากตัวละคร เธอหอบหายใจรวยริน ผู้จัดการรีบยื่นผ้าขนหนูให้ หญิงสาวรับมาซับหน้า
"พรุ่งนี้กี่โมง" ชาล็อตถาม
"เก้าโมงค่ะ แต่ตอนบ่ายมีคิวฟิตติ้งลองชุด แล้ววันแถลงข่าวก็ยังเป็นวันศุกร์เหมือนเดิม" ผู้จัดการตอบ
ชาล็อทยิ้มบาง หลังจากข่าวฉาวเรื่องตบมีนา ภาพลักษณ์ของเธอพังทลายยับเยิน แบรนด์หนึ่งสั่งพักสัญญา อีกสองแบรนด์เลื่อนการประกาศตัวพรีเซนเตอร์ กระแสต่อต้านในสังคมยังคุกรุ่น แต่เธอยังฝากความหวังไว้กับซีรีส์เรื่องนี้ หากผลงานออกมาประจักษ์สายตา ทุกอย่างจะต้องค่อย ๆ ดีขึ้น
เธอไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ในช่วงเวลาที่กำลังซ้อมทุ่มเทจนแทบหมดแรง อีกชั้นหนึ่งของอาคารเดียวกัน คณะกรรมการกำลังร่วมกันลงมติเพื่อลบชื่อเธอออกจากโปรเจกต์
ห้องประชุมใหญ่บนชั้นสามสิบ อัครวินท์นั่งประจำตำแหน่งหัวโต๊ะ ขนาบข้างด้วยกลุ่มผู้บริหาร AW ทางฝั่งซ้าย และตัวแทนกลุ่มทุนทางฝั่งขวา หนึ่งในนั้นคือวงศธร นักธุรกิจหนุ่มตัวแทนกองทุนสื่อรายใหญ่ที่ถือสัดส่วนการลงทุนในโปรเจกต์นี้สูงถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์
"ผมไม่ได้กังขาเรื่องฝีมือของคุณชาล็อต แต่ตอนนี้เรากำลังมีปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์" วงศธรเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้า
"ผลสำรวจล่าสุดพบว่ามีกลุ่มคนต่อต้านเธอเกินสี่สิบเปอร์เซ็นต์ครับ" ผู้บริหารฝ่ายการตลาดพยักหน้าสมทบ
"ตลาดต่างประเทศก็เริ่มตั้งคำถาม ถ้าเรายังดึงดันใช้นักแสดงนำคนเดิม ผู้ซื้อบางรายอาจชะลอการลงทุน" วงศธรเลื่อนแผ่นกระดาษไปกลางโต๊ะ
"กระแสข่าวพวกนี้อยู่ไม่นานหรอก" อัครวินท์กวาดตามองตัวเลขด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"อาจจะใช่ แต่โปรเจกต์นี้ใช้เม็ดเงินลงทุนกว่าร้อยล้าน ไม่มีใครอยากเอาเงินมาเดิมพันกับคำว่าอาจจะ" วงศธรแย้งทันควัน
"ผมยังยืนยันคำเดิมว่าคุณชาล็อตเหมาะสมกับบทนี้ที่สุด" ผู้กำกับซีรีส์ถอนหายใจหนักหน่วง
"ผมไม่ได้เถียงเรื่องศักยภาพ แต่เรากำลังขายซีรีส์ ไม่ใช่เวทีสอบวัดระดับการแสดง ถ้าอยากรักษาฐานตลาด เราควรเปลี่ยนตัวนักแสดง" วงศธรยืนยัน
"แล้วจะให้ใครมารับบทแทน" ผู้บริหารท่านหนึ่งเอ่ยถาม
"พริมพิชา" วงศธรพลิกเปิดแฟ้มอีกหน้า
อัครวินท์เงยหน้าขึ้นขวับ วงศธรจับสังเกตได้ทันทีแต่ยังคงสงวนท่าที
"กระแสของเธอกำลังกลับมาดี ภาพลักษณ์สะอาดสะอ้าน สังคมเห็นใจเรื่องการหย่าร้าง และกำลังถูกพูดถึงในฐานะผู้หญิงแกร่งที่ลุกขึ้นมาเริ่มต้นชีวิตใหม่" วงศธรอธิบายต่อ
"แต่ประสบการณ์การแสดงของเธอขาดช่วงไปหลายปีนะ" ผู้กำกับท้วง
"ก็ส่งไปเรียนเวิร์กช็อปเพิ่ม ต้นทุนค่าเรียนยังไงก็ถูกกว่าต้นทุนความเสี่ยงจากวิกฤตภาพลักษณ์" วงศธรเสนอทางออก
อัครวินท์นิ่งเงียบไปเนิ่นนาน ทุกคนในห้องต่างรอคอยคำตอบ เพราะท้ายที่สุด อำนาจชี้ขาดทั้งหมดล้วนอยู่ในมือเขา ผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตระหนักดีว่า หากดึงดันเลือกชาล็อตต่อไป เท่ากับเขากำลังเอาเงินทุนของบริษัทและนักลงทุนไปแขวนบนเส้นด้าย แต่หากตัดสินใจปลดเธอออก คนที่ต้องแบกรับความบอบช้ำมากที่สุดก็คือภรรยาของเขาเอง
ภาพชาล็อตที่คร่ำเคร่งซ้อมบทจนดึกดื่นผุดขึ้นมาในหัว เขาเคยเห็นเธอกลับบ้านพร้อมบทละครที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ต เห็นเธอนั่งดูคลิปการแสดงเก่า ๆ ระหว่างทานอาหาร แม้แต่วันที่ข้อเท้าพลิก เธอก็ยังฝืนไปเรียนคลาสการเคลื่อนไหวร่างกาย อัครวินท์รู้ดีว่าเธอทุ่มเทสุดตัว ทว่าในฐานะประธานบริษัท เขาไม่มีสิทธิ์ใช้ความสงสารมานำทางธุรกิจ
"ถ้าพริมโรสทดสอบหน้ากล้องผ่าน ก็เปลี่ยนตัวได้" เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด
ผู้กำกับกลืนคำพูดลงคอ วงศธรพยักหน้ารับ
"ผมจะให้ทีมงานจัดการเรื่องนี้เอง" วงศธรรับคำ
ไม่มีใครกล้าตั้งคำถามต่อว่าแล้วชาล็อตล่ะ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าหน้าที่แจ้งข่าวร้ายนั้นตกเป็นของอัครวินท์ แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่ได้ปริปากบอกเธอ
สามวันต่อมา งานแถลงข่าวถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โรงแรมหรูใจกลางเมือง กองทัพสื่อมวลชนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ป้ายโปรเจกต์เหนือเส้นขอบฟ้าตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่หน้าเวที ชาล็อตปรากฏตัวในชุดเดรสสีดำเข้ารูปขับเน้นเรือนร่าง หญิงสาวอารมณ์ดีอย่างหาได้ยากขณะช่างแต่งหน้ากำลังเติมสีลิปสติกให้ที่หลังเวที
"โปสเตอร์อยู่ไหนคะ" เธอเอ่ยถาม
"เอ่อ ยังคลุมผ้าไว้อยู่ค่ะ" ผู้ช่วยฝ่ายประชาสัมพันธ์หน้าเจื่อนตอบ
"ลึกลับจัง กลัวนักข่าวแอบถ่ายรูปไปก่อนเหรอ" ชาล็อตหัวเราะร่วน
ไม่มีเสียงตอบรับ บรรยากาศอึมครึมจนผู้จัดการส่วนตัวเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
"มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า" ผู้จัดการหันไปเค้นถามทีมงาน ทว่าทุกคนต่างหลบสายตา
"มีอะไร" ชาล็อตมองเงาสะท้อนผ่านกระจก รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางหาย
"พี่ชาล็อต หนูว่าพี่รออยู่ตรงนี้ก่อนดีกว่า" ทีมงานหน้าซีดเอ่ยเตือน
"รออะไร" ชาล็อตย้อนถาม
"ขอเรียนเชิญนักแสดงและคณะผู้บริหารทุกท่านเตรียมตัวด้านข้างเวทีครับ" ยังไม่ทันได้รับคำตอบ เสียงประกาศจากพิธีกรบนเวทีก็ดังกึกก้องขึ้นเสียก่อน
"เดี๋ยวก็รู้เอง" ชาล็อตลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าคลัตช์ ก้าวเดินตรงไปยังจุดรอขึ้นเวที
แล้วสายตาก็ปะทะเข้ากับพริมโรส อีกฝ่ายสวมชุดเดรสสีขาวเรียบหรู แต่งหน้าทำผมจัดเต็ม ยืนเคียงข้างพระเอกของซีรีส์
"เธอมาทำอะไรที่นี่" ชาล็อตหยุดฝีเท้ากึก กวาดสายตามองพริมโรสสลับกับทีมงานรอบข้าง
"ชาล็อต" พริมโรสมีสีหน้าลำบากใจ
"ฉันถามว่ามาทำอะไร" น้ำเสียงของชาล็อตเย็นเยียบลงฉับพลัน
"ชาล็อต" ผู้จัดการรีบคว้าแขนเธอไว้
"ปล่อย" เธอสะบัดแขนออก จังหวะนั้นเองที่อัครวินท์ก้าวเข้ามา
"วินท์" ชาล็อตหันขวับไปหาเขาทันที
ชายหนุ่มชะงัก สีหน้าของเขาทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปกองแทบเท้า ไร้ความประหลาดใจ ไร้ความสงสัย มีเพียงแววตาเรียบเฉยของคนที่ล่วงรู้ทุกอย่างอยู่ก่อนแล้ว
"เกิดอะไรขึ้น" เธอเค้นเสียงถาม
"จบงานแล้วค่อยคุยกัน" อัครวินท์สบตาเธอครู่หนึ่ง
"นิสัยแบบไหน""ใช้อารมณ์ระรานข่มขู่พริม""ฉันเพิ่งถูกเตะออกจากบทที่ทุ่มเทซ้อมมาสามเดือน โดยที่สามีตัวเองไม่ปริปากบอกสักคำ แถมยังเอาบทนั้นไปประเคนให้ผู้หญิงที่เขาเคยรัก คุณยังหน้าด้านหวังให้ฉันยืนปรบมือยินดีด้วยอีกเหรอคะ" ชาล็อตหลุดหัวเราะเสียงขื่นก่อนก้าวเข้าไปหาเขา"นี่มันคือเรื่องของธุรกิจ อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาปะปน" อัครวินท์เถียงกลับ"ถ้ามันเป็นเรื่องธุรกิจจริง ๆ ทำไมคนที่ได้ผลประโยชน์ทุกอย่างถึงต้องเป็นพริมโรสด้วยล่ะคะ" ริมฝีปากของชาล็อตสั่นระริกขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเขา"อย่าพูดพล่อย ๆ เหมือนผมใช้อำนาจยกบทให้เธอ" อัครวินท์ขมวดคิ้วมุ่น"แล้วมันไม่ใช่ความจริงหรือไง""พริมผ่านการทดสอบหน้ากล้องตามขั้นตอน""ฉันก็ผ่าน""แต่สถานการณ์ของภาพลักษณ์คุณตอนนี้มันไม่เอื้ออำนวย""เพราะข่าวเรื่องมีนางั้นเหรอ""ก็มีส่วน""ทั้งที่หลักฐานก็ทนโท่ว่าเด็กนั่นเป็นคนเริ่มก่อนเนี่ยนะ""แต่ภาพที่คุณลงไม้ลงมือตบเธอมันปรากฏออกไปแล้ว และภาพลักษณ์ของคุณก็เสียหายไปแล้วจริง ๆ" อัครวินท์ย้ำชัด"งั้นแปลว่าหยาดเหงื่อที่ฉันทุ่มเทมาทั้งหมดมันไร้ความหมายเลยสินะ" ชาล็อตจ้องหน้าเขาเขม็ง"ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น"
"ไม่ค่ะ ต้องคุยเดี๋ยวนี้" ชาล็อตแค่นหัวเราะ ดวงตาคู่สวยแข็งกร้าวขึ้น"เตรียมตัวขึ้นเวทีในอีกหนึ่งนาทีนะครับ" เสียงพิธีกรเร่งเร้าดังขึ้นอีกระลอก"ชาล็อต อย่าเพิ่งทำเรื่องวุ่นวาย" อัครวินท์กดเสียงต่ำ"แล้วใครกันคะที่สร้างเรื่องขึ้นมาก่อน" เธอจ้องหน้าเขาก่อนที่การปะทะอารมณ์จะบานปลาย ประตูเวทีก็เปิดออก ทีมงานส่งสัญญาณให้ทุกคนเดินออกไป อัครวินท์ก้าวออกไปเป็นคนแรก ตามด้วยพระเอกหนุ่ม และพริมโรสที่เดินตามหลังไปติด ๆ"พี่ ขึ้นไปก่อนเถอะค่ะ กล้องรอถ่ายอยู่เต็มเลย" ผู้จัดการรีบกระซิบเตือนสติชาล็อตยังคงยืนนิ่งงัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เธอใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการซุกซ่อนความร้าวรานทั้งหมดไว้ใต้หน้ากากความมั่นใจ แล้วก้าวขึ้นสู่เวทีแสงแฟลชสว่างวาบพร้อมเสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำจากนักข่าวนับร้อย ชาล็อตฉีกยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามราวกับไม่มีสิ่งใดผิดปกติ พิธีกรกล่าวแนะนำโปรเจกต์ ผู้กำกับอธิบายถึงความยิ่งใหญ่ของซีรีส์ ผู้บริหารกล่าวถึงการร่วมทุน ชาล็อตไม่ได้ยินสรรพเสียงเหล่านั้นเลย สายตาของเธอจับจ้องเพียงโปสเตอร์แผ่นยักษ์ที่ถูกผ้าสีดำบดบังไว้"และในวันนี้ เราจะเปิดตัวนักแสดงนำหญิงของเหนือเส้นขอบฟ
สามเดือนเต็มที่ชาล็อตอุทิศเวลาให้กับบทบาทอิงดาว สามเดือนที่ต้องตื่นก่อนรุ่งสางเพื่อเข้าคลาสเรียนการแสดง จำใจปฏิเสธงานเดินแบบที่ปารีส ปัดสัญญาพรีเซนเตอร์จากญี่ปุ่น และเลื่อนแคมเปญเครื่องประดับระดับโลกออกไปอย่างไร้เยื่อใยเพียงเพราะตารางเวิร์กช็อปชนกัน ผู้จัดการส่วนตัวบ่นกรอกหูแทบทุกวันว่าเธอกำลังทิ้งเงินหลายสิบล้าน ทว่าชาล็อตไม่เคยลังเลซีรีส์เหนือเส้นขอบฟ้าไม่ใช่แค่โปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ประจำปีของ AW Entertainment แต่มันคือผลงานที่เธอปรารถนาที่สุดในรอบหลายปี อิงดาวคือตัวละครซับซ้อน เป็นผู้หญิงที่เปลือกนอกแข็งกร้าว เย่อหยิ่ง ดูเห็นแก่ตัว ทว่าเบื้องลึกกลับรักครอบครัวสุดหัวใจจนยอมทำลายตัวเองเพื่อปกป้องทุกคน ทันทีที่ได้อ่านบท ชาล็อตตกหลุมรักตัวละครนี้ เธออาจมองเห็นเศษเสี้ยวของตัวเองซ่อนอยู่ในนั้น ผู้หญิงที่ใครต่อใครตราหน้าว่าร้ายกาจ โดยไม่เคยมีใครตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงกลายเป็นคนแบบนี้"ขออีกรอบค่ะ" เสียงครูสอนการแสดงดังก้องห้องซ้อมชาล็อตสูดลมหายใจลึกก่อนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอางชื้นด้วยหยาดเหงื่อ เธอเพิ่งซ้อมฉากร้องไห้ต่อเนื่องมาเกือบสองชั่วโมง แต่ความรู้สึกข้างในยังบอกว่าไม่ดีพ
ตอนที่ 7"ต่อให้มีนายั่วยุ การใช้กำลังก็ยังผิดอยู่ดี""คุณจะไม่เชื่อฉันอีกแล้วใช่ไหม""นี่ไม่ใช่เรื่องของการเชื่อหรือไม่เชื่อ" อัครวินท์เดินกลับมาท้าวแขนที่โต๊ะ"สำหรับฉันมันใช่! ฉันบอกว่าเห็นกับตาว่าเด็กนั่นตั้งใจ คุณก็ยังถามหาหลักฐาน" เธอผุดลุกขึ้นยืน"แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง สั่งปลดมีนาเพียงเพราะภรรยาผมบอกว่าเห็นอย่างนั้นเหรอ ผมกำลังแก้ปัญหาในฐานะผู้บริหารที่ต้องอิงข้อเท็จจริง ไม่ใช่สามีที่จะหลับหูหลับตาเข้าข้างคุณทุกเรื่อง""ก็ได้ค่ะ งั้นท่านประธานจะให้ฉันทำยังไง" คำว่าสามีคล้ายเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงใจ ชาล็อตเชิดคางขึ้น ซ่อนแววตาสั่นไหวไว้มิดชิด"ตั้งโต๊ะแถลงข่าวขอโทษ""ไม่ ฉันจะไม่ขอโทษมีนา เพราะมันโกหก""คุณต้องขอโทษที่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่ไปยอมรับในสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ คุณต้องรับผิดชอบในส่วนที่ตัวเองก่อเรื่อง" อัครวินท์ถอนหายใจ"ถ้าฉันไม่ทำล่ะ" ชาล็อตกำหมัดแน่น"หุ้น AW ร่วงไปหกเปอร์เซ็นต์ภายในสองชั่วโมง สปอนเซอร์เริ่มถามหาความรับผิดชอบ ทุกคนกำลังเพ่งเล็งว่าครอบครัวผู้บริหารใช้อำนาจบาตรใหญ่"หญิงสาวนิ่งงัน ความโกรธเกรี้ยวยังคงสุมอก แต่เธอรู้ดีว่า AW คือหยาดเหงื่อแรงกายของอัครวิ
ตอนที่ 6แสงแฟลชสว่างวาบสาดกระทบใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางฉากจำลองหรูหรากลางสตูดิโอขนาดใหญ่ ชาล็อตโดดเด่นอยู่ในชุดเดรสสีแดงเข้มจากแบรนด์ระดับโลก ทุกการเคลื่อนไหวเฉียบขาด คางเรียวเชิดขึ้นองศาพอเหมาะ หัวไหล่ผ่อนคลาย ดวงตาคมกริบสบสู้เลนส์กล้องอย่างรู้จังหวะแม้เมื่อคืนจะข่มตาหลับไปได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง แต่ทันทีที่เสียงชัตเตอร์ทำงาน ชาล็อตก็สลัดคราบภรรยาที่เพิ่งทะเลาะกับสามีทิ้งไปจนหมดสิ้น ไร้ร่องรอยความอ่อนล้า เหลือเพียงนางแบบแถวหน้าผู้ครองบัลลังก์วงการมานานปี"ดีมากครับคุณชาล็อต ขออีกช็อตนะครับ หันไหล่ซ้ายนิดหนึ่ง ใช่ครับ แบบนั้นเลย" ช่างภาพรัวชัตเตอร์เก็บภาพต่อเนื่องทีมงานหลังจอมอนิเตอร์พากันพยักหน้าพึงพอใจ ทันทีที่เสียงสั่งคัตดังขึ้น ชาล็อตก็ทิ้งท่าโพส ผู้ช่วยรีบวิ่งนำเสื้อคลุมมาสวมให้พร้อมแจ้งเวลาพักสิบห้านาที หญิงสาวยื่นมือรับขวดน้ำ ดื่มรวดเดียวสองอึกก่อนเดินตรงไปยังเก้าอี้ส่วนตัวบรรยากาศรอบกองถ่ายจอแจ วันนี้ไม่ได้มีเพียงเธอที่เป็นนางแบบหลัก แบรนด์ยังดึงดาวรุ่งมาประกบอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือมีนา นางแบบวัยยี่สิบสามที่กำลังเป็นกระแส มีนาสวย รูปร่างดี ช่างพูดช่างจา และรู้วิธีหว่านเสน
"ใครอนุญาต""ต้องขออนุญาตด้วยเหรอคะ" คำถามนั้นเรียกเสียงแค่นหัวเราะจากชาล็อต"ฝ่ายศิลปินเป็นคนจัดตาราง คุณไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนตามใจชอบ" อัครวินท์สืบเท้าเข้าประชิด"ฉันเป็นศิลปินของค่ายนี้มาหลายปี ห้องนั้นฉันใช้มาตลอด" หญิงสาววางแท็บเล็ตในมือลง"แต่วันนี้คุณไม่มีตาราง""ตอนนี้มีแล้วค่ะ""อย่ามาเล่นเกมกับผม" น้ำเสียงของเขากดต่ำจนน่าขนลุก ทุกคนในห้องแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี"แล้วถ้าฉันจะใช้ล่ะคะ" ทว่าชาล็อตกลับเชิดหน้าท้าทาย"ย้ายของพริมกลับห้องเดิม แล้วคืนตารางซ้อมสิบโมงให้เธอ""ไม่ค่ะ""ชาล็อต" อัครวินท์หรี่ตาลง"ฉันเป็นภรรยาคุณ และฉันก็ถือหุ้น AW อยู่ด้วย" เธอยกแขนขึ้นกอดอก"ฉันมีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องพื้นที่ของบริษัทเหมือนกัน""คุณถือหุ้นไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์" อัครวินท์หลุดขำในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน"อย่างน้อยก็ยังเป็นผู้ถือหุ้น""และนั่นไม่ได้ให้สิทธิ์คุณใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกศิลปินคนอื่นตามอำเภอใจ""ฉันไม่ได้กลั่นแกล้ง""คุณย้ายห้องเธอ เลื่อนตารางเธอ แล้วแทรกงานตัวเองเข้าไปทั้งที่ไม่ได้กำหนดไว้ นี่ยังไม่เรียกกลั่นแกล้งอีกหรือ"เสียงของเขาก้องกังวาน ชัดเจนจนบาดแก้วหูทีมงานท







