โจวหยางเฉิงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงและท่าทีมีพิรุธของไป๋อี้หนิงกับเซี่ยเหว่ยกวง แต่เขาก็ยังคงแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ ปล่อยให้อีกฝ่ายร้อนรนต่อไปอีกสักพัก ก่อนที่โจวหยางเฉิงจะเบนสายตากลับมาให้ความสนใจกับชาวบ้านที่กำลังตื่นตระหนก ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าหากเรื่องราวเหล่านี้แพร่กระจายออกไป ชาวบ้านจะต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน ซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดการณ์ไว้เลยแม้แต่น้อย
“ศพสหายหญิงที่พบเจอนั้น หัวหน้าหมู่บ้านของพวกคุณได้พบศพของสหายหญิงคนหนึ่ง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเธอเป็นคนในหมู่บ้านเลี่ยงหวง นอกจากนี้ร่างกายของเธอคนนั้นยังถูกทำร้ายมาอย่างหนักและที่ลำคอก็มีร่องรอยถูกบีบด้วยเช่นกัน คาดว่าการเสียชีวิตอาจจะเป็นเพราะเธอขาดอากาศหายใจจากการถูกบีบที่ลำคอ”
“และจากคำให้การของหัวหน้าหมู่บ้านกับชาวบ้านที่ไปพบเจอศพของสหายหญิงคนนั้น ทำให้พวกเรารู้ว่าสหายหญิงคนนั้นมีชื่อว่า... เหรินรุ่ยหลิน”
ทันทีที่ชื่อของเพื่อนสนิทดังออกมาจากปากของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฉู่เถิงเยว่ก็รู้สึกราวกับสมองขาวโพลนไปหมด อีกทั้งหูทั้งสองของเธอก็อื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไป
“รุ่ยหลิน!”
“เถิงเยว่! เป็นยังไงบ้างลูก”
โจวเหมี่ยวอี๋รีบถลาเข้าไปรับร่างของลูกสะใภ้อย่างรวดเร็ว หลังจากที่อีกฝ่ายทำท่าจะเป็นลมล้มพับลงไปกองกับพื้น โชคยังดีที่แม่สามีของเธอเข้ามาช่วยประคองไว้อีกแรง ไม่อย่างนั้นด้วยเรี่ยวแรงของเธอเพียงคนเดียว คงไม่สามารถรับน้ำหนักของฉู่เถิงเยว่เอาไว้ได้อย่างแน่นอน
“เถิงเยว่ นั่งลงก่อนลูก”
เจียงซือหรันค่อยๆ ประคองร่างบางของฉู่เถิงเยว่ให้นั่งลงกับพื้น ก่อนที่เธอจะหยิบยาหม่องที่มักจะพกติดตัวไว้ตลอดเวลาออกมาจ่อใกล้จมูกของหลานสะใภ้ด้วยความเป็นห่วง
“แม่... ย่า... ฉันไม่คิดเลยว่ารุ่ยหลินจะกลายเป็นศพไปแบบนี้ แถมสหายตำรวจยังบอกอีกว่าเธอถูกทำร้ายจนตาย” น้ำเสียงของฉู่เถิงเยว่สั่นเครือ “ฉันอยากจะรู้จริงๆ ว่าใครกันที่กล้าทำร้ายรุ่ยหลินได้ถึงขนาดนั้น ทำไมถึงได้ใจร้ายใจดำขนาดนี้”
“ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะเถิงเยว่ แม่เชื่อว่าสหายตำรวจจะต้องจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้อย่างแน่นอน”
โจวเหมี่ยวอี๋ลูบหลังปลอบประโลมลูกสะใภ้ของตัวเองอีกครั้ง ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกเสียใจกับการจากไปของเหรินรุ่ยหลิน เพราะก่อนหน้านี้ในตอนที่เหรินรุ่ยหลินและลูกสะใภ้ของเธอยังคงสนิทสนมกันอยู่ อีกฝ่ายมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนเธอและครอบครัวอยู่เป็นประจำ ดังนั้นโจวเหมี่ยวอี๋จึงรู้สึกรักใคร่และเอ็นดูอีกฝ่ายราวกับลูกสาวของเธอคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ฉู่เถิงเยว่ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนใบหน้าของตัวเอง ก่อนที่เธอจะพยายามปรับลมหายใจของตัวเองให้มั่นคงขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นฉู่เถิงเยว่ก็ยังคงรู้สึกเสียใจกับการจากไปของเหรินรุ่ยหลิน สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปยังบางสิ่งบางอย่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ ซึ่งตอนนี้ฉู่เถิงเยว่สามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าคือร่างไร้วิญญาณของเหรินรุ่ยหลิน
“ฉันอยากให้สหายตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว รุ่ยหลินจะได้หมดห่วงและจากไปอย่างสงบเสียที”
ตรงกันข้ามกับเถียนหว่านซีที่ลอบยกยิ้มออกมาอย่างยินดี ในที่สุดเหรินรุ่ยหลินคนนั้นก็จะได้เลิกยุ่งเกี่ยวกับลูกชายของเธอเสียที และต่อจากนี้เธอก็จะได้ลูกสะใภ้ที่เธอต้องการเสียที เถียนหว่านซีหันไปมองไป๋อี้หนิงอีกครั้ง ทว่าเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเซียวมากมากกว่าเดิม ซ้ำร้ายมือทั้งสองข้างของไป๋อี้หนิงยังสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
“เป็นอะไรไปอี้หนิง หรือว่าหนูรู้สึกไม่สบายมากกว่าเดิมอีก”
ทันทีที่ไป๋อี้หนิงได้ยินคำถามของเถียนหว่านซี เธอก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนสีหน้าและปรับอารมณ์ของตัวเองให้เป็นปกติ ก่อนที่ไป๋อี้หนิงจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆ ให้กับอีกฝ่าย แน่นอนว่าถ้าหากไม่มีเรื่องของเหรินรุ่ยหลินในตอนนี้ ไป๋อี้หนิงคงรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับความเอ็นดูจากเถียนหว่านซี
เพียงแต่ในตอนนี้สิ่งที่ไป๋อี้หนิงให้ความสนใจเป็นที่สุดคือเหรินรุ่ยหลิน เพราะเธอยังเป็นกังวลและรู้สึกหวาดกลัว ว่าหัวหน้าหมู่บ้านคนนั้นพบเจอร่างของเหรินรุ่ยหลินเมื่อไหร่กันแน่
“ฉันแค่รู้สึกไม่สบายน่ะค่ะคุณแม่ สงสัยอาการยังไม่ดีขึ้น เลยรู้สึกปวดหัวแล้วก็อ่อนเพลียค่ะ”
เถียนหว่านซีรู้สึกเป็นห่วงไป๋อี้หนิงขึ้นมาทันที ทำให้เธอเอื้อมมือไปแตะร่างกายของอีกฝ่ายเพื่อตรวจดูอาการเบื้องต้น แต่เถียนหว่านซีก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมา เมื่อไม่ได้รู้สึกถึงความร้อนจากร่างกายของไป๋อี้หนิงเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงปักใจเชื่อว่าอีกฝ่ายคงจะรู้สึกไม่สบายอย่างที่พูดออกมาจริงๆ
“ถ้าไม่ไหวก็กลับไปพักที่บ้านก่อนเถอะ ทางนี้คงไม่มีอะไรมากหรอก ถึงยังไงเรื่องการตายของเหรินรุ่ยหลินก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราอยู่แล้ว ป้าคิดว่าหัวหน้าหมู่บ้านกับสหายตำรวจคงแค่จะมาบอกให้พวกเราระวังตัวเท่านั้น เอาไว้ป้ากลับไปแล้วค่อยไปเล่าให้หนูฟังทีหลังก็แล้วกัน”
“ทำแบบนั้นจะดีเหรอคะ”
แม้ใจจริงไป๋อี้หนิงอยากจะหนีออกไปจากที่แห่งนี้แล้วก็ตาม แต่เธอก็ไม่อยากกลายเป็นจุดสนใจหรือสร้างความแคลงใจให้กับชาวบ้านในสถานการณ์ตึงเครียดแบบนี้
เถียนหว่านซีโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก คอยดูเถอะ ถ้ามีกล้ามานินทาหนูอี้หนิง ป้านี้แหละจะตามไปจัดการคนพวกนั้นจนไม่กล้าเสนอหน้าออกจากบ้านอีกเลย”
ทันทีที่พูดจบ เถียนหว่านซีก็หันไปมองลูกชายของตัวเองที่กำลังเป็นห่วงเป็นใยไป๋อี้หนิง เธอก็รู้สึกยินดีอยู่ลึกๆ เพราะในเมื่อตัวปัญหาอย่างเหรินรุ่ยหลินถูกกำจัดไปพ้นทางแล้ว ต่อจากนี้ลูกชายของเธอก็จะสามารถคบหาดูใจกับไป๋อี้หนิงได้อย่างเปิดเผยเสียที และเธอก็สามารถสู่ขอไป๋อี้หนิงให้กับลูกชายของเธอได้เช่นกัน
เมื่อถึงเวลานั้นหลานชายตัวน้อยๆ ที่เธอเฝ้ารอก็จะได้มาเกิดเสียดี ยิ่งคิดถึงหลานชายตัวอวบอ้วน เถียนหว่านซีก็ยิ่งอยากให้ถึงวันที่ลูกชายของเธอและไป๋อี้หนิงแต่งงานกันเสียที และเมื่อถึงเวลานั้นเธอจะจัดงานให้ยิ่งใหญ่ เอาให้ชาวบ้านรู้สึกอิจฉาที่บ้านเซี่ยของเธอมีนักศึกษามหาวิทยาลัยถึงสองคนเลยทีเดียว
เพียงแต่ก่อนที่ไป๋อี้หนิงและเซี่ยเหว่ยกวงจะได้เดินออกไปจากบริเวณนี้ตามที่หวัง หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้เคาะสัญญาณเพื่อเรียกความสนใจให้ชาวบ้านเงียบเสียงลงเสียก่อน จังหวะนั้นเองที่พวกเขาทั้งคู่ก็สังเกตเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังของเขาอยู่
ใบหน้าของไป๋อี้หนิงถอดสีขึ้นมาทันที ก่อนที่เธอจะหันกลับไปหาเซี่ยเหว่ยกวงอีกครั้ง “พี่เหว่ยกวง พวกเราจะทำยังไงกันดี แบบนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขารู้ตัวคนร้ายแล้วเหรอ ทำไมสหายตำรวจถึงมายืนดักรออยู่ด้านหลังของเราแบบนี้ล่ะ”
ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นเซี่ยเหว่ยกวงจะไม่ทันสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกัน แต่ทันทีที่เขาและไป๋อี้หนิงขยับตัวเพื่อเดินออกจากกลุ่มของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวก็ได้ก้าวเดินออกมาจากด้านหลังต้นไม้ ทำให้เซี่ยเหว่ยกวงรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวขึ้นมาทันที ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมายืนดักรออยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่
“ไม่ต้องกังวลไป เดี๋ยวผมจะลองเข้าไปคุยกับสหายตำรวจดูก่อน”
เซี่ยเหว่ยกวงเอ่ยปลอบใจไป๋อี้หนิง ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องหน้าทันที แน่นอนว่าเซี่ยเหว่ยกวงได้ขออนุญาตอีกฝ่ายเพื่อพาไป๋อี้หนิงกลับไปพักผ่อนที่บ้านเซี่ย โดยให้เหตุผลไปว่าหญิงสาวรู้สึกไม่สบายขึ้นมากะทันหัน และเขาเกรงว่าถ้าปล่อยให้เธอยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป อาการป่วยของไป๋อี้หนิงอาจจะทรุดหนักลงก็เป็นได้
แต่เซี่ยเหว่ยกวงกลับคาดไม่ถึง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นนอกจากจะไม่อนุญาตให้พวกเขาออกไปแล้ว อีกฝ่ายยังหันไปส่งสัญญาณเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคนให้เข้ามาตรวจสอบอาการของไป๋อี้หนิงอีกด้วย
เซี่ยเหว่ยกวงรู้สึกตกตะลึง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคิดว่าตำรวจที่มาในหมู่บ้านเลี่ยงลวง มีเพียงแค่สามคนตามที่เขาเห็นก่อนหน้าเท่านั้น เซี่ยเหว่ยกวงไม่คาดคิดเลยว่าอยู่ๆ กลับมีคนที่สี่ซึ่งเป็นหมอโผล่ออกมาทันที หลังจากที่เขาได้แจ้งอาการป่วยของไป๋อี้หนิงออกไป ในเมื่อสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ เซี่ยเหว่ยกวงจึงทำได้เพียงประคองร่างของไป๋อี้หนิงไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งหามาให้ และปล่อยให้หมอคนดังกล่าวเดินเข้ามาตรวจดูอาการของไป๋อี้หนิง
เพราะหากเขายังคงดึงดันที่จะปฏิเสธความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกฝ่ายจะต้องเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างแน่นอน ดังนั้นเซี่ยเหว่ยกวงจึงทำได้เพียงส่งสายตากับไป๋อี้หนิง เพื่อให้อีกฝ่ายเดินตามน้ำไปเสียก่อน
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของเถียนหว่านซี ทว่าเธอกับยิ้มกริ่มขึ้นมาด้วยความยินดีและรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่งที่ไป๋อี้หนิงได้รับปฏิบัติอย่างดีจากหมอตรงหน้า เพราะนั่นทำให้อีกฝ่ายไม่ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านเสียก่อน แต่ยังคงอยู่ที่ลานกว้างแห่งนี้กับเธอ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเหล่านี้เดินทางกลับไป เธอยังสามารถหยิบยกเรื่องราวเหล่านี้ไปโอ้อวดให้ชาวบ้านอิจฉาตาร้อนได้อีกด้วย
เมื่อคิดได้ดังนั้น เถียนหว่านซีก็ละความสนใจจากไป๋อี้หนิง แล้วหันกลับไปจดจ่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่กงหมิงเหยี่ยนได้ส่งสัญญาณให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจ้งรายละเอียดสำคัญเพิ่มเติม
เมื่อโจวหยางเฉิงเห็นว่าชาวบ้านเริ่มเงียบเสียงลงอีกครั้ง เขาจึงหันไปพยักหน้าขอบคุณกงหมิงเหยี่ยน ก่อนที่เขาจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มชาวบ้านที่กำลังยืนรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ
“นอกจากนี้... ผมยังพบเบาะแสสำคัญบางอย่างในมือของสหายเหรินอีกด้วย” น้ำเสียงของโจวหยางเฉิงเข้มขึ้นเล็กน้อย “ดังนั้นผมจึงอยากจะขอสอบถามสหายทุกคนว่ามีใครคุ้นเคยกับของสิ่งนี้หรือไม่ และมันเป็นของสหายเหรินหรือว่าเป็นของคนอื่นกันแน่ ซึ่งแน่นอนว่าในส่วนนี้ ผมคงต้องขอสอบถามหัวหน้าหมู่บ้านและสหายทั้งสามคนที่ไปพบเจอศพเป็นอันดับแรก”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++