Masukแสงสาดส่องสีท้อง ทอประกายบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน เสียงนกร้องอยู่ด้านนอก ปลุกให้เหว่ยอ๋องงัวเงียตื่น ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเบาไว้อย่างหวงแหน ลู่เสียนซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาอย่างผ่อนคลาย
เหว่ยอ๋องยกมือมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู ลู่เสียนนอนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น “เมื่อคืนเราจัดไปกี่รอบเพคะ” “ทำไมเจ้ารู้สึกเจ็บหรือ? “ก็นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันทนไหว ที่ถามเพราะ…” ลู่เสียนยกมือมาลูบแผงอกเขาไปมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ เหว่ยอ๋องรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันที “จิ้งจอกน้อย หากเจ้ายังไหว ข้าพร้อมเสมอ” “หม่อมฉันคิดว่า พิษกำหนัดยังคงลงเหลืออยู่เพคะ คงยังรีดพิษออกไม่หมด” ลู่เสียนเอ่ยพร้อมลูบไล้มังกรเขาเล่น เหว่ยอ๋องขยับกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองนางด้วยาสายตาร้อนแรง “ขอข้าสำรวจร่างกายเจ้าหน่อย ว่ายังมีพิษหลงเหลืออยู่หรือไม่” เอ่ยจบเขาก้มลงไปดูดดอกไม้งาม ที่ยามนี้แดงช้ำจากการกระทำที่รุนแรง เขาจับขาของนางให้อ้าออกกว้างขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแล้วใช้ลิ้นตวัดดูดดึงยอดเกสร “ท่านอ๋อง งือออ” “ข้าเรียนรู้สิ่งที่เจ้าทำกับข้า” “เก่งเพคะ” พอได้รับคำชม เหว่ยอ๋องก็เดินหน้า ด้วยความมั่นใจ ก่อนเขาจะขึ้นไปทาบทับร่างของนาง แล้วดันมังกรที่แข็งขืนเข้าไปยังปากถ้ำ ที่ฉ่ำเยิ้มด้วยความปรารถนา เขารู้สึกดีเหลือเกิน เหมือนกับเสพสมเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ “ขยับแรง ๆ เลยเพคะ” “อืม” เสียงบรรเลงเพลงดังออกมา จนบ่าวในจวนต่างพากันเขินอาย ได้ข่าวว่าคุณหนูใหญ่มาค้างที่นี่ บ่าวในจวนจึงไม่มีใครเข้าไปปลุก แต่เสียงที่ดังออกมา บ่งบอกว่าพวกเขาตื่นแล้ว ท่านอ๋องกับคุณหนูใหญ่ช่างร้อนแรงกันเสียจริง บ่าวในจวนไม่เป็นอันทำงานแล้ว ตงหานและผิงอันมาถึงยามสาย ๆ เพราะเดาสถานการณ์ว่า พวกเขาคงต้องอ่อนเพลียและยังไม่ตื่น แต่พอเดินมาใกล้ กลับต้องหน้าแดง รีบพาผิงอันเดินไปที่อื่นทันที ผ่านไปราว ๆ ครึ่งชั่วยาม เหว่ยอ๋องก็เรียกให้บ่าวเข้าไปเตรียมน้ำ เมื่อชำระร่างกายเสร็จ ผิงอันก็นำชุดที่เตรียมมาให้ลู่เสียน เหว่ยอ๋องและลู่เสียนแต่งกายเสร็จก็ก้าวออกมา เขาเอื้อมมือไปจับมือของนาง ก่อนจะพาไปขึ้นม้าที่จอดรออยู่ ตงหานและผิงอันก้าวเดินตามไปติด ๆ เมื่อมาถึงจวนตระกูลลู่ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงวัน เหว่ยอ๋องเดินจูงมือลู่เสียน ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเย็นชา บรรยากาศภายในจวน ดูเหมือนตึงเครียดไม่น้อย เหว่ยอ๋องปรายตามอง ชายสามคนที่ถูกมัดไว้ตรงลานกลางแจ้ง ก่อนจะเดินไปนั่งตรงโต๊ะ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้ เขาดึงนางให้นั่งบนตักของเขา ก่อนจะโอบเอวนางเอาไว้หลวม ๆ บ่าวรีบนำชาและของวางมาตั้งบนโต๊ะ “ถวายบังคมท่านอ๋อง” ลู่เฉิงเข้ามาทำความเคารพ “อืม ไม่ต้องมากพิธี สามคนนั้นที่มาก่อเรื่องเมื่อคืนใช่หรือไม่?” “พ่ะย่ะค่ะ” “ทหารไปลากมาตรงนี้” “พ่ะย่ะค่ะ” ทหารที่ตามมาจากจวนอ๋อง รีบเข้าไปกระชากร่างของพวกเขาทั้งสามคน มาคุกเข่าตรงหน้าเหว่ยอ๋อง พวกเขาเงยหน้า เมื่อเห็นว่าเป็นเหว่ยอ๋องก็ตกใจหน้าซีด ร่างกายเริ่มสั่นเทา ด้วยความหวาดกลัว ท่านอ๋องจะไต่สวนด้วยตัวเอง ชีวิตของพวกเขาจบสิ้นแล้ว “ทหารให้คนปิดล้อมจวน ห้ามคนเข้าออก” “พ่ะย่ะค่ะ” “ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต ๆ ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกผิดแล้ว” “สำนึกตอนนี้ก็สายไปแล้ว” เหว่ยอ๋องหันไปหาองครักษ์คนสนิท “ให้ทุกคนมารวมกันที่นี่” จางไห่รีบนำทหารไปแจ้งทุกคนทันที ลู่เสียนมองใบหน้าหล่อเหลา ที่อยู่ใกล้กับนางเพียงแค่คืบ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ เขาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม มองนางด้วยสายอบอุ่น “ท่านอ๋องมารวมกันหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” “ดี! ใครสั่งให้เจ้ามาทำร้ายคุณหนูใหญ่?” เขาหันไปถามชายสามคนตรงหน้า แต่กลับไม่เงียบไม่มีใครตอบ “ฉึบ! อ๊ากกก” จางไห่ใช้ดาบแทงลงไปกลางหลังทันที “ใครสั่ง” “ทะ..ท่านอ๋องเป็นคุณหนูห้ากับฮูหยินรองพ่ะย่ะค่ะ” “ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ! อ๊ากก” ดาบแหลมคมฟันฉับ บนลำคอของพวกเขาทันที เลือดสด ๆ สาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ลู่เสียนรีบหันไปกอดคอเขาเอาไว้ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบหลังและตบลงเบา ๆ อย่างปลอบโยน “ไปจับฮูหยินรองและคุณหนูห้ามา” “ท่านอ๋องเหมือนพวกนางจะหนีไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เพราะเสื้อผ้าเครื่องประดับ หายไปหมดเลยพ่ะย่ะค่ะ” เขาพยักหน้ารับรู้ ลู่เจินใบหน้าซีดเผือดเมื่อรับรู้ว่า คนที่สั่งคนให้มาทำร้ายพี่หญิงใหญ่ คือมารดาของนางและลู่เจียว ท่านแม่พวกท่านทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร ลู่อันดึงนางมากอดอย่างปลอบใจ ลู่เสียนหันไปมองลู่เจินอย่างเห็นใจ จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อพวกนางเลือกทางเดินเช่นนี้เอง ลู่เจินรีบเดินมาคุกเข่า ต่อหน้าเหว่ยอ๋องและลู่เสียน ลู่เฉิงหันไปสบตากับฮูหยินใหญ่อย่างหนักใจ “ท่านอ๋อง พี่หญิง ได้โปรดละเว้นชีวิตของฮูหยินรองและลู่เจียวด้วย” ลู่เสียน มองลู่เจินอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าไว้ชีวิตแน่นอน แต่ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ ข้าไม่ได้เกิดมาเพื่อใจดี กับคนที่คิดปองร้ายข้า แต่ในเมื่อนางเป็นมารดาของเจ้า และลู่เจียวเป็นน้องสาวของข้า บัญชีนี้ข้าจะจดเอาไว้ก่อน แต่หากมีครั้งหน้า เจ้าอย่าโทษที่ข้าจะใจร้าย” “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่หญิงเจ้าคะ” “นายท่านแย่แล้ว! คุณหนูใหญ่แย่แล้วขอรับ โรงเตี๊ยมสี่แห่ง เกิดไฟไหม้ขอรับ ตอนนี้ทุกคนและทางการกำลังช่วยกันดับไฟอยู่ขอรับ” พนักงานของโรงเตี๊ยมผู้หนึ่งรีบวิ่งมารายงาน ด้วยสีหน้าตื่นตกใจ“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้
แสงสาดส่องสีท้อง ทอประกายบนท้องฟ้า บ่งบอกว่าเช้าวันใหม่ได้มาเยือน เสียงนกร้องอยู่ด้านนอก ปลุกให้เหว่ยอ๋องงัวเงียตื่น ก่อนจะกระชับกอดร่างบางเบาไว้อย่างหวงแหน ลู่เสียนซุกใบหน้าลงบนแผ่นอกของเขาอย่างผ่อนคลายเหว่ยอ๋องยกมือมาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู ลู่เสียนนอนทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะเอ่ยขึ้น“เมื่อคืนเราจัดไปกี่รอบเพคะ”“ทำไมเจ้ารู้สึกเจ็บหรือ?“ก็นิดหน่อยเพคะ หม่อมฉันทนไหว ที่ถามเพราะ…” ลู่เสียนยกมือมาลูบแผงอกเขาไปมา ก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปช้า ๆ เหว่ยอ๋องรู้สึกเสียวซ่านขึ้นมาทันที“จิ้งจอกน้อย หากเจ้ายังไหว ข้าพร้อมเสมอ”“หม่อมฉันคิดว่า พิษกำหนัดยังคงลงเหลืออยู่เพคะ คงยังรีดพิษออกไม่หมด” ลู่เสียนเอ่ยพร้อมลูบไล้มังกรเขาเล่น เหว่ยอ๋องขยับกายลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองนางด้วยาสายตาร้อนแรง“ขอข้าสำรวจร่างกายเจ้าหน่อย ว่ายังมีพิษหลงเหลืออยู่หรือไม่” เอ่ยจบเขาก้มลงไปดูดดอกไม้งาม ที่ยามนี้แดงช้ำจากการกระทำที่รุนแรง เขาจับขาของนางให้อ้าออกกว้างขึ้น ก่อนจะก้มลงไปแล้วใช้ลิ้นตวัดดูดดึงยอดเกสร“ท่านอ๋อง งือออ”“ข้าเรียนรู้สิ่งที่เจ้าทำกับข้า”“เก่งเพคะ”พอได้รับคำชม เหว่ยอ๋องก็เดินหน้า ด้วยความมั่นใจ ก่







