Masuk“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว!
“จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้าคำราม ดังอย่างกับพิโรธโกรธใครมา ก่อนที่สายฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างกับฟ้ารั่ว ก่อนที่สายฟ้าแลบเจ็ดสาย ฟาดลงมาที่ร่างของลู่เสียนไม่หยุด ทุกคนยังคงยืนมองภาพนั้น ด้วยท่าทีตกตะลึง คุณหนูใหญ่จะเป็นอะไรหรือไม่ สายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างของนางไม่หยุด แต่แล้วจู่ ๆ ลู่เสียนก็ลุกขึ้น ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาไม่หยุด นางกระโดดลอยขึ้นบนหลังคา จากนั้นก็กระโดดเหาะ ไปตามหลังคา แล้วหายไปอย่างรวดเร็ว “คุณหนูใหญ่หายไปแล้ว!” “ตามไป” “พ่ะย่ะค่ะ” เหว่ยอ๋องรีบก้าวออกไป แล้วกระโดดขึ้นหลังมาที่ทหารนำมา แล้วรีบควบตามไปทันที เกิดอะไรขึ้นกับนางกันนะ สวรรค์ขออย่าให้นางเป็นอะไรเลย ใจเขายามนี้แสนจะเจ็บปวด กลัวว่านางจะเป็นอะไรไป ชาวเมืองแคว้นโจวตั้งตัวไม่ทัน วิ่งเก็บของกันจ้าละหวั่น จู่ ๆ ฟ้าก็มืดครึ้ม แล้วฝนก็เทกระหน่ำลงมา อย่างไม่ลืมหูลืมตา เสียงฟ้าร้องเสียงฟ้าผ่า ดังสนั่นหวั่นไหวอย่างน่ากลัว ลู่เสียนยืนอยู่บนหลังคาใกล้โรงเตี๊ยมที่เกิดเพลิงไหม้ ก่อนจะใช้พลังสายฝน สาดน้ำเข้าไปดับไฟ ที่ยามนี้เริ่มมอดลงแล้ว เพราะฝนเทลงมาอย่างหนัก จากนั้นนางก็กระโดดเหาะ ไปดูโรงเตี๊ยมยังจุดอื่น ๆ และดับไฟลงจนหมด ลู่เสียนยืนมองบ้านเมืองอยู่บนหลังคาอย่างสงบนิ่ง ขอบคุณสวรรค์ที่มอบพลังนี้ให้แก่ข้า ข้าก็อยู่ของข้าดี ๆ แต่พวกเจ้าก็อยากให้ข้าร้าย สวรรค์โปรดเข้าใจเจตนาของข้า ข้าจะไม่ทำร้ายใครอย่างขาดสติแน่นอน กำไลหยกเหมือนจะรับรู้ ก่อนจะเปล่งแสงแล้วจางหายไป ลู่เสียนกระโดดลงไปยังพื้นด้านล่าง ก่อนจะเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอย่างมั่นคง ทุกคนหันมาเห็นก็รีบวิ่งมาหา “คุณหนูใหญ่ไฟดับแล้วขอรับ โชคดีจริง ๆ โรงเตี๊ยมเสียหายไม่มาก เพราะจู่ๆ ฝนก็เทกระหน่ำลงมา จึงช่วยไว้ได้มากเลยขอรับ” ลู่เสียนมองทุกคน ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ให้ทุกคนไปรวมตัวกันที่ห้องโถง” “ขอรับ” ลู่เสียนก้าวเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ ที่ผู้จัดการโรงเตี๊ยมจัดเตรียมเอาไว้ให้ ก่อนเขาจะกลับมาพร้อมชาร้อน พอนางรับมากำไลที่ข้อมือ ก็เปล่งแสงสีแดงออกมาทันที “ยัยหนูชานี่คงมีปัญหาแล้วละ” เป็นเสียงของบรรพบุรุษเอ่ยขึ้นอย่างกังวล ลู่เสียนมองถ้วยชาในมือนิ่ง อยากกำจัดข้ามากขนาดนั้นเลย เผยตัวเร็วดี “ซ่า!!” “โอ๊ย! ร้อน ๆ คุณหนูใหญ่ท่านสาดน้ำชาใส่ข้าทำไมขอรับ!” เขาถามนางด้วยใบหน้าถมึงทึง พนักงานโรงเตี๊ยมเกือบ30คน ตกตะลึงกับการกระทำ ของคุณหนูใหญ่ ข่าวลือที่ว่านางร้ายกาจ เพิ่งเจอกับตาตัวเองก็วันนี้เอง แต่แล้วเหว่ยอ๋องก็ก้าวเข้ามา ด้วยท่าทีองอาจคล้ายดั่งมัจจุราช เมื่อมาเดินมาถึงลู่เสียน ก็รีบดึงนางมากอดทันที “ไม่เป็นไรใช่หรือไม่” ลู่เสียนส่ายหัว ก่อนจะผละออกมา “ถวายบังคมเหว่ยอ๋อง” ทุกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกัน แต่ยังคงงุนงงสงสัยและแปลกใจว่า เหตุใดท่านอ๋องกับคุณหนูใหญ่ ถึงมีท่าทีสนิทสนมกันขนาดนี้ เหว่ยอ๋องเห็นสายตาพวกเขาก็เอ่ยขึ้น “นางเป็นคู่หมั้นของข้า” คำตอบของเขา ทำเอาผู้จัดการโรงเตี๊ยมเข่าอ่อน คุณหนูใหญ่เป็นพระคู่หมั้นเหว่ยอ๋อง แย่แล้ว!ตัวร้ายกับตัวร้าย มาอยู่คู่กัน ชีวิตของเขาไม่รอดแล้ว ลู่เสียนเดินมายืนตรงหน้า ของผู้จัดการโรงเตี๊ยม ก่อนจะมองเขา ด้วยดวงตาเย็นเยียบ “เมื่อกี้ท่านถามข้าว่า ข้าสาดชาใส่ท่านทำไม คำตอบก็คือ เพียะ! เพียะ! เพียะ! เพียะ!” ลู่เสียนตบแบบไม่พักหายใจ จนผู้จัดการโรงเตี๊ยมเลือดกบปาก พนักงานตาเบิกกว้าง เริ่มหวาดกลัวคุณหนูใหญ่ขึ้นมา นางน่ากลัวเกินไปแล้ว ส่วนเหว่ยอ๋องยืนกอดอก มองการกระทำของนางอย่างนิ่งสงบ “โรงเตี๊ยมถูกวางเพลิง จนเกือบวอดวาย เพียงข้ามานั่ง ท่านก็ยกน้ำชาพร้อมยาพิษให้ข้า ท่านคิดว่าข้าควรจะยกมือไหว้ท่านหรืออย่างไร!” “หา…ชามีพิษหรือนี่!” ทุกคนร้องออกมาอย่างตกใจ เหว่ยอ๋องเมื่อได้ยินว่าชามีพิษ ก็ตรงมาคว้าลำคอเขาทันที ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเขาไปกระแทกเสาดังพลั่ก “ทหารจับเขาไปขังรอไต่สวน” “พ่ะย่ะค่ะ” “ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องถูกสอบสวนทุกคน เหมือนกับพนักงาน โรงเตี๊ยมอีกสามแห่ง พวกเจ้าคิดว่า จู่ ๆ จะเกิดเพลิงไหม้ พร้อมกันทีเดียวสี่โรงเตี๊ยมหรือไม่ เรื่องนี้ข้าคิดว่าไม่ปกติ ใครไม่มีส่วนรู้เห็น ก็ไม่ต้องกังวล เอาละช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาด ข้าต้องไปที่อื่นต่อ ฝากพวกเจ้าด้วย” “ขอรับคุณหนูใหญ่”เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


