เข้าสู่ระบบเมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไป
เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง “จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว” “เข้าไปกันเถอเพคะ” “อืม” ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ “ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?” “วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” “ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?” “มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา” “จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ” “พ่ะย่ะค่ะ” พนักงานเมื่อรู้ว่าเป็นท่านอ๋อง ก็ตกใจเตรียมตัวจะถวายความเคารพ แต่ว่าลู่เสียนกลับคว้ามือของเขา แล้วหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว พวกเขาได้ยืนมองอย่างเหม่อลอย มาเร็วไปเร็วดั่งพายุ ลู่เสียนมาที่โรงเตี๊ยมแห่งที่สาม ผู้จัดการรีบออกมาต้อนรับ ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และรีบเล่าเหตุการณ์ให้นางฟังทันที “คุณหนูใหญ่ ไฟเริ่มไหม้จากห้องที่ลูกค้าพักขอรับ ไม่รู้ไหม้ขึ้นมาได้อย่างไร?” “แล้วลูกค้าท่านนั้นยังอยู่ที่นี่หรือไม่?” “ออกไปก่อนเกิดเหตุได้ราว ๆ อึดใจขอรับ” “แล้วเสียหายไปกี่ห้อง?” “สามห้องขอรับ” “ช่วยกันเก็บกวาดให้เรียบร้อย ท่านช่วยติดต่อช่างให้มาซ่อมด้วยเจ้าค่ะ” “ขอรับคุณหนูใหญ่” ลู่เสียนเดินออกมาที่รถม้า ก่อนจะหันกลับไปมองอีกครั้ง “ต้องสอบสวนทุกคนอย่างละเอียด” โรงเตี๊ยมแห่งที่สี่ ลู่เสียนเดินเข้าไปอย่างเร่งรีบ ดูเหมือนที่นี่จะเสียหายมากที่สุด อีกทั้งมีลูกค้าได้รับบาดเจ็บ ผู้จัดการโรงเตี๊ยมรีบเดินออกมา แต่พอเห็นเหว่ยอ๋องเดินมาพร้อมกับคุณหนูใหญ่ ก็ตกใจหน้าซีดเผือด พวกเขาเหตุใดถึงมาด้วยกัน “คุณหนูใหญ่ เพลิงไหม้เหมือนจะเกิดขึ้นที่โรงครัวขอรับ สงสัยพ่อครัวจะใช้ไฟแรงเกินไป จึงเกิดการลุกไหม้อย่างรวดเร็วขอรับ” ลู่เสียนแสยะยิ้มออกมาอย่างสมเพช คำรายงาน ดูเหมือนเตรียมเอาไว้อย่างดี โกหกไม่เนียนไม่เรียนมาใหม่ “ถวายบังคมท่านอ๋อง” “อืม” เหว่ยอ๋องไม่สนใจรีบเดินตามลู่เสียน เข้าไปยังในห้องครัวของโรงเตี๊ยม ลู่เสียนมองสำรวจในครัวอย่างละเอียด เขาคิดว่านางเป็นเด็กห้าขวบหรืออย่างไร เหตุเกิดที่โรงครัว แต่โรงครัวก็ปกติดี ลู่เสียนรีบออกมาเดินดูรอบ ๆ ก่อนจะเห็นถังน้ำมัน วางไว้อยู่มุมหนึ่ง ไม่เห็นโล่งศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ “หม่อมฉันว่าที่นี่ นอกจากผู้จัดการแล้ว คงมีอีกหลายคนที่ร่วมมือกันวางเพลิง เราเข้าไปข้างในกันเถอะเพคะ” เมื่อมาถึงห้องโถงใหญ่ ที่มีไว้เพื่อประชุมพนักงาน บนโต๊ะประจำที่นางเคยนั่งยามนี้ มีกาน้ำชาตั้งเอาไว้รอ ลู่เสียนเหลือบตามอง พนักงานทุกคนที่มายืนรอ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ แต่เพียงแค่นางสัมผัสเก้าอี้ กำไลก็เปล่งแสงสีแดงออกมา “ยัยหนูระวังตัวด้วย! เหมือนเก้าอี้จะไม่ปกติ” วิญญาณบรรพบุรุษรีบเอ่ยเตือนนางขึ้นมาทันที ลู่เสียนกำมือแน่นโกรธจนดวงตาแดงก่ำ พวกเขาคิดจะเอาชีวิตนาง ก่อนนางจะจับเก้าอี้แล้วเหวี่ยงไปที่ผู้จัดการสุดแรง ผู้จัดการไม่ทันตั้งตัว เพราะมัวแต่ ใจจดใจจ่อว่านางจะนั่งหรือไม่นั่ง เมื่อเก้าอี้ลอยมา จึงถูกฟาดไปเต็ม ๆ ยังไม่หยุดแค่นั้น ลู่เสียนพุ่งมาราวกับพายุ จับคอเสื้อของเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะต่อยไปที่ใบหน้าเข้ายั้ง “ปึก!! ๆ ๆ ๆ” โอ๊ยยย อ๊ากกก” พอร่างของเขาทรุดลงมานั่งกับพื้น ลู่เสียนก็เตะไปที่ปลายค้างเขาอีกครั้ง พลั่ก! “โอ๊ยนังบ้า! นังแพศยา! เจ้าไม่ตายดีแน่” เหว่ยอ๋องย่อตัวลงตรงหน้าเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น ด้วยนำ้เสียงเย็นเยียบ “บังอาจ!กล่าววาจาหมิ่นเกียรติ ว่าที่พระชายาของข้า ต่อหน้าข้าเช่นนี้ เจ้าคิดว่าข้าควรจะ จัดการเจ้าอย่างไรดี?” “ว่าที่พระชายา!!” คราวนี้ผู้จัดการถึงกับฉี่ราดเพราะความหวาดกลัว พนักงานที่มีส่วนรู้เห็นและช่วยเขา เริ่มมีอาการหนาวสั่นขึ้นมา คุณหนูใหญ่ที่น่ากลัว กลายเป็นว่าที่พระชายา ตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องหนุนหลังเช่นนี้ พวกเขาไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน “ทหารจับตัวไป” ลู่เสียนสั่งออกไปอย่างดุดัน “พ่ะย่ะค่ะ” “ส่วนคนที่อยู่ที่นี่ อย่าคิดว่าจะหนีรอดไปได้ เพลิงไหม้ครั้งนี้ มีคนจงใจทำมันขึ้นพร้อมกันสี่แห่ง และมีคนจงใจวางยาพิษข้าบนเก้าอี้ตัวนั้น คนที่ไม่ได้ทำผิดก็ไม่ต้องกังวล แต่ทุกคนต้องถูกทางการสอบสวน” “คุณหนูใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว โปรดละเว้นโทษด้วย ข้าถูกบังคับ ข้าไม่ได้เต็มใจทำ” พนักงานผู้หนึ่งรีบคุกเข่าสารผิด “ข้าก็ด้วย เป็นเพราะเขาขู่ข้า ว่าจะไม่ให้ข้าทำงานที่นี่ต่อ ข้าเลยต้องทำ” “ใช่เจ้าค่ะเป็นเพราะเขาข่มขู่ข้า จะเอาเรื่องของข้าไปเปิดโปง ข้าเลยต้องทำเจ้าค่ะ” ลู่เสียนมองพวกเขาอย่างไม่ใส่ใจ พยักหน้าให้ทหารมาจับพวกเขาไป “พี่ตงหาน พี่ผิงอัน ให้ลูกค้าที่พักที่นี่ ย้ายไปพักโรงเตี๊ยมที่อยู่ใกล้กัน แจ้งทางโรงเตี๊ยมว่า ข้าให้พวกเขาพัก โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บ หาหมอมารักษาดูแล” “ขอรับคุณหนูใหญ่” ลู่เสียนพอสั่งงานทุกอย่างเสร็จ ก็เดินออกมาพร้อมเหว่ยอ๋อง แต่แล้วก็เหมือนสติของนางจะดับวูบไป และไม่รับรู้อะไรอีก “ลู่เสียน!” เหว่ยอ๋องร้องออกมาด้วยความตกใจ รีบรับร่างของนาง ที่หมดสติมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนรีบตรงดิ่งกับจวนตระกูลลู่ ที่เขาเลือกกลับตระกูลลู่เพราะเขาคิดว่า หากนางฟื้นได้สติ คงอยากเห็นหน้า บิดามารดาก่อนผู้ใด จากนั้นเขาก็สั่งให้ทหารไปตามหมอหลวง แล้วให้พาเขาตามไปที่จวนตระกูลลู่ เขากอดร่างของนางเอาไว้แน่น เขาสัมผัสได้ถึงร่างกายของนางเหมือนมีไอร้อนออกมา คงตากฝนจนล้มป่วย จิ้งจอกเก้าหางเจ้าต้องไม่เป็นอะไรนะเรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้







