Masukลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่” “จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ “ “อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย” “ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ” “ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว ลำพังตัวพวกข้า ก็ช่วยเจ้าได้นิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ได้มีพลังวิเศษอะไรมากมาย” เสียงชายชราเอ่ยออกมาจากกำไล ฮูหยินใหญ่และลู่เฉิง เดินเข้ามาเยี่ยมอาการของลู่เสียนตามปกติ พอก้าวเข้ามา ก็เห็นลู่เสียนนั่งพิงหัวเตียง พูดคุยอยู่คนเดียว ฮูหยินใหญ่จึงเอ่ยขึ้น “เจ้าแปลกขึ้นทุกวัน คุยคนเดียวก็ได้ด้วย” ฮูหยินใหญ่เอ่ยจบ ก็วางถ้วยน้ำต้มขิงและถ้วยยา ไว้ตรงหัวเตียงนอนของนาง ส่วนลู่เฉิงไม่พูดอะไรเพราะรู้ดีว่า บุตรสาวคุยอยู่กับใคร เพราะนางได้เล่าให้เขาฟังเรียบร้อยแล้ว เรื่องกำไลและวิญญาณบรรพบุรุษ “หน้าตาเจ้าดูสดชื่นขึ้นมาบ้างแล้ว โชคดีข้ามีสามลูกเขย คอยช่วยงานยามเจ้าล้มป่วย ไม่เช่นนั้นคงต้องวุ่นวายน่าดู” “เรียกลูกเขยเต็มปากเต็มคำเลยนะเจ้าคะ” ลู่เสียน มองบิดาที่ยามนี้ และดูมีความสุขอย่างมาก เมื่อเอ่ยถึงพวกเขาทั้งสามคน “แน่นอนสิ เจ้ารู้หรือไม่เรื่องลอบวางเพลิง และคนที่ลอบวางยาพิษเจ้า เหว่ยอ๋อง กุนซือเจียวลู่ และรองแม่ทัพฉือ ช่วยกันไต่สวนด้วยตัวเอง คาดว่าอีกไม่นาน คงรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง” ลู่เฉิงเอ่ยเล่าด้วยสีหน้าพึงพอใจและภูมิใจในตัวของพวกเขา แต่แล้วตงหานและผิงอัน จู่ ๆ ก็ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นายท่าน คุณหนูใหญ่ คนที่ถูกจับไปและคนที่มีส่วนรู้เห็น จู่ ๆ ก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุขอรับ” “เจ้าว่าอย่างไรนะ!! จู่ ๆ ทุกคนก็เสียชีวิตอย่างนั้นหรือ” ลู่เสียนตัวชาเย็นวาบไปทั้งร่าง เลือดเย็นเกินไปแล้ว! คนอยู่เบื้องหลังคงคิดปิดปากพวกเขา คนผู้นี้คงมีอำนาจและบารมีอยู่ไม่น้อย ถึงสามารถทำเรื่องราวเหล่านี้ได้ และคนผู้นี้มีความแค้นอะไรกับนาง และตระกูลลู่กันนะ? “ท่านพ่อใครกันที่แค้นตระกูลเราถึงขนาดนี้ ลงทุนวางเพลิงถึงสี่แห่ง อีกทั้งเตรียมยาพิษไว้รอข้า ยามนี้ฆ่าปิดปากผู้เกี่ยวข้อง ข้าว่าคนผู้นี้ไม่ธรรมดาเลยเจ้าคะ” ลู่เฉิงพยายามครุ่นคิดและใคร่ครวญว่า เคยไปทำให้ผู้ใดไม่พอใจหรือไม่ แต่ก็นึกไม่ออกว่ามี เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ชอบมีเรื่องกับใคร “เท่าที่ข้าจำได้ก็ไม่มีนะ” “คนที่วางยากำหนัดข้าเป็นฮูหยินรอง หรือว่าจะเป็นนางเจ้าคะ?” ลู่เสียนคิดว่าอาจเป็นไปได้ ที่ฮูหยินรองจะมีส่วนในเรื่องนี้ แต่แล้วจู่ ๆ จางไห่ องครักษ์คนสนิทของเหว่ยอ๋อง ก็ลากฮูหยินรองกับคุณหนูห้าเข้ามา จากนั้นก็มีเหว่ยอ๋อง เจียวลู่ และรองแม่ทัพตามเข้ามา จางไห่ผลักร่างฮูหยินรอง และคุณหนูห้าลงตรงหน้าลู่เฉิง “ท่านพี่! คุณหนูใหญ่ ข้าผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้าไม่รู้เรื่องการวางเพลิงโรงเตี๊ยม เรื่องนี้ขอไม่รู้จริง ๆ ข้ายอมรับผิดเรื่องวางยากำหนัด แต่เรื่องอื่นข้าไม่รู้จริง ๆ ได้โปรดเชื่อข้า ท่านพี่!” ลู่เสียนมองด้วยสายเรียบนิ่ง ช่วงนี้เกิดเรื่องขึ้นมากมาย นางไม่อาจไว้ใจใครได้จริง ๆ “ขังนางทั้งสองคนไว้ที่เรือน เรื่องนี้ข้าต้องตรวจสอบให้กระจ่าง พี่ตงหาน พี่ผิงอัน พาพวกนางไปเจ้าค่ะ” “ขอรับ/เจ้าค่ะ” ลู่เสียนหยิบถ้วยยามาดื่มรวดเดียวหมด ตามด้วยน้ำต้มขิง ที่มารดาต้มมาให้ จากนั้นก็ขยับขาลงมา ฮูหยินใหญ่รีบหยิบเสื้อคลุม มาสวมทับให้นางอีกที ลู่เสียนก้าวเดินไปนั่งที่โต๊ะ ที่นางให้คนกั้นทำเป็นห้องทำงาน ทุกคนจึงตามมานั่ง เพื่อรอฟังว่า นางจะมีความคิดเห็นอย่างไร กับเรื่องที่เกิดขึ้น “ข้าคิดว่าคนอยู่เบื้องหลัง ต้องเป็นคนมีอำนาจพอตัว ถึงสามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ แต่ที่ข้าสงสัย การวางเพลิงโรงเตี๊ยม ใครกันที่จะได้ผลประโยชน์กับเรื่องนี้” พอนางพูดเช่นนี้ เจียวลู่กุนซือผู้ชาญฉลาด ก็เริ่มครุ่นคิด ก่อนที่ลู่อันและลู่เจิน จะเดินเข้ามาพร้อมกับน้ำชาและของว่าง “ข้าว่าเรื่องนี้สลับซับซ้อนเกินไป อีกอย่างตระกูลลู่มีกิจการมากมาย ไม่แน่ว่า คนที่วางแผนวางเพลิงโรงเตี๊ยม ก็ใช่ว่าจะมีกิจการโรงเตี๊ยม เหมือนกับตระกูลลู่” “ขยายความหน่อยข้างง” รองแม่ทัพฉือเอ่ยถามขึ้นเพราะไม่เข้าใจ สิ่งที่เจียวลู่พูด “การทำเช่นนี้ เรียกว่าการเบี่ยงประเด็น เจ้าลองคิดดู เมื่อมีคนมาวางเพลิงโรงเตี๊ยม สิ่งแรกที่คนจะสงสัยและพุ่งเป้าไปก็คือ ตระกูลอื่นที่ทำกิจการโรงเตี๊ยมเหมือนกับตระกูลลู่ จะไม่มีใครสงสัย ตระกูลที่ประกอบกิจการอื่นเลย นี่เรียกว่า การเบี่ยงประเด็น” ลู่เสียนฟังเขาวิเคราะห์ ก็พยักหน้าเห็นด้วย “แต่ว่าเรื่องขัดผลประโยชน์ ก็ไม่ถึงขั้นต้องวางยาพิษข้าให้ตาย วางเพลิงอย่างเดียวก็พอแล้ว หากถึงขั้นต้องการให้ข้าตาย ข้าว่ามันคงต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่” ลู่เสียนเอ่ยเสริมขึ้นมา เพราะนางเชื่อว่าเรื่องนี้ ต้องมีอะไรมากกว่า ขัดผลประโยชน์ อย่างแน่นอน “คุณหนูใหญ่ พูดถึงเรื่องขัดผลประโยชน์ มันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการค้าอย่างเดียวนะ มันยังมีเรื่องของความรักอีกด้วยนะ พิษรักแรงหึง มันหนักหนาสาหัสมากกว่าหลายเท่า ขาเพียงยกตัวอย่างมาให้ฟัง และวิเคราะห์เฉย ๆ คงไม่มีสตรีใดทำไป เพราะหึงหวงบุรุษเช่นเขาหรอก” พอเขาพูดเช่นนี้ นางก็หันไปมองเหว่ยอ๋อง ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นาง จะว่าไปเขาก็หล่อเหล่าสง่างามมาก แต่ว่าเงียบขรึมเย็นชาไปนิด จะมีใครมาตกหลุมรักเขา จนถึงขั้นคิดกำจัดนางเลยหรือ แต่ว่าเรื่องนี้ ก็น่าคิดอยู่เหมือนกัน “แต่ข้าได้ยินว่า ท่านเหาะได้ เป็นความจริงหรือไม่?” จู่ ๆ เจียวลู่ก็นึกขึ้นมาได้ จึงรีบถามขึ้นมา ลู่เสียนได้ยินเขาถาม ก็หัวเราะออกมา “จะบอกอย่างไรดี ข้าเองก็ไม่เข้าใจเจ้าค่ะ พอข้าโกรธมาก ๆ เหมือนจะมีพลังบางอย่างขึ้นมา เหมือนกับร่างกายข้าเบามาก พอนึกว่าอยากไปถึงโรงเตี๊ยมเร็ว ๆ ร่างข้าก็กระโดดขึ้นไปแล้ว ข้าคิดว่าคงเป็นพลังจากสายฟ้า ที่ฟาดลงมาใส่ร่างของข้าเจ้าค่ะ” เหว่ยอ๋องเห็นนางพูดไม่หยุด จึงรีบรินชาให้นางดื่ม เพราะนางเพิ่งจะหายดี ควรดื่มน้ำและอะไรอุ่น ๆ เจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ มองท่าทีใส่ใจของคนเย็นชาอย่างหมั่นไส้ ร้ายกับคนทั้งโลก แต่ดีกับนางคนเดียว พ่อหน้าน้ำแข็งเรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้







