LOGINหลังจากพวกเขารับอาหารเย็นเสร็จ ขอตัวกลับ ลู่เสียนก็ตรงมาแช่อ่าง เพราะรู้สึกเหนื่อยล้า วันนี้นางทำงานหนักจริง ๆ ในคราแรกนางคิดว่า จะนั่งตรวจบัญชี แต่นางรู้สึกว่า อยากนอนพักผ่อนมากกว่า ลู่เสียนจึงตัดสินใจดับเทียน และขึ้นไปนอนก่อนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
ผ่านไปราว ๆ หนึ่งชั่วยาม ลู่เสียนก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เพราะร่างกายรู้สึกแปลก ๆ ร่างกายร้อนรุ่ม เหงื่อผุดออกมามากมาย เกิดอะไรขึ้น! ความร้อนภายในร่างกาย ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นี่ร่างกายของนางเป็นอะไร สติก็เริ่มพร่าเลือน “ท่านปู่ช่วยข้าด้วย! ท่านปู่!” ลู่เสียนตัดสินเรียกท่านปู่ เพราะยามนี้นางไม่มีแรง แม้จะตะโกนเรียกใคร ชายชราที่กำลังนอนสะดุ้งตื่น เมื่อได้เสียงของนางเรียกให้ช่วย “ท่านปู่ช่วยด้วยเจ้าค่ะ” บรรพบุรุษที่อยู่ในกำไล ต่างพากันปลุกทุกคนให้ตื่น เมื่ออาการของนางก็เดาได้ทันที “แย่แล้ว!เจ้าถูกยาปลุกกำหนัด” พอเขาเอ่ยเช่นนั้น เสียงบานประตู ก็ดังเหมือนมีใครผลักเข้ามา “แอ๊ด!” ก่อนจะมีชายฉกรรจ์สามคน ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาอย่างระแวดระวัง เหล่าบรรพบุรุษตกใจมาก แบบนี้ไม่ดีแน่ พวกเขาจะช่วยนางได้อย่างไร “พวกเราจะช่วยนางอย่างดี?” “ข้าคิดออกแล้ว ห้องข้างมีตงหานและผิงอันนอนอยู่พวกเราต้องทำให้เกิดเสียง พวกเขาจะได้มาช่วยนาง” ชายฉกรรจ์เดินย่างสามขุมเข้ามา ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างพอใจ เมื่อเห็นลู่เสียนนอนกระสับกระส่าย ทุรนทุรายอย่างทรมาน พวกเขามองนางด้วยสายตาหื่นกระหาย ยาพิษกำหนัดชนิดนี้ ไม่มียาถอนพิษ นอกจากเสพสมเพียงเท่านั้น คุณหนูห้าบอกว่านางมีองครักษ์ นอนอยู่ห้องข้าง ๆ ห้ามทำเสียงดังเด็ดขาด หนึ่งในชายฉกรรจ์จุดเทียน เพื่อที่จะได้มองเห็นนางได้ชัดขึ้น แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกใจ ผงะถอยหลังแทบสิ้นสติ ร่างของนางเต็มไปด้วยเลือด อีกทั้งมีหนอนชอนไชและไตไปตามร่างของนาง ก่อนที่นางจะลุกพรวดขึ้นมานั่ง “ผี! ช่วยด้วยผีหลอก! ช่วยด้วย!” ชายทั้งสามด้วยความตกใจและหวาดกลัว ร้องออกมาอย่างไม่คิดชีวิต ตงหานและผิงอัน รีบวิ่งมาที่ห้องคุณหนูใหญ่ทันที “พวกเจ้ามาทำอะไรที่ห้องคุณหนูใหญ่?” ตงหานตะคอกออกไปอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนพุ่งเข้าไปพร้อมดาบในมือ ผิงอันก็รีบตรงเข้าไปช่วย เสียงต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงร้อง อย่างเจ็บปวดของเหล่าชายฉกรรจ์ ไม่นานร่างของพวกเขาสามคน ก็หมอบอยู่กับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดเต็มตัว ผิงอันรีบวิ่งไปดูคุณหนูใหญ่ ที่มีอาการแปลก ๆ “พี่ผิงอันข้าถูกพิษกำหนัด” “คุณหนูใหญ่!” ผิงอันร้องขึ้นมาด้วความตกใจใครกันกล้าวางยานางเช่นนี้ ไม่นานทุกคนก็วิ่งกรูกันเข้ามา เพราะได้ยินเสียงเอะอะ “เกิดอะไรขึ้นเสียนเอ่อร์ เป็นอะไรลูก?” ฮูหยินใหญ่ร้องออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นผิงอันประคองร่างของลู่เสียนเอาไว้ ผิงอันรีบเอ่ยบอกฮูหยินใหญ่ทันที “เกิดอะไรขึ้น?” ลู่เลิ่งวิ่งเข้ามาด้วยความเป็นห่วง เอ่ยถามขึ้น “คุณหนูใหญ่ถูกวางยาพิษกำหนัดขอรับ” “บัดซบ! ใครกันกล้าทำเรื่องเช่นนี้ในจวนของข้า! พวกเจ้ารีบพานางไปหาเหว่ยอ๋อง” “ขอรับ” “พ่อบ้านจับพวกเขามัดเอาไว้ให้แน่น ๆ แล้วจับไปไว้กลางลานของจวน ให้คนเฝ้าเอาไว้ รอเหว่ยอ๋องมาไต่สวน” “ขอรับ” ยามนี้ไฟทุกดวงถูกจุดให้สว่างโร่ ลู่เฉิงโกรธจนแทบ อยากคว้าดาบมาฆ่าพวกเขา แต่ฮูหยินใหญ่ห้ามเขาไว้เสียก่อน ซึ่งเขาก็คิดว่า หน้าที่นี้ควรให้บุตรเขยของเขา เป็นคนจัดการ น่าจะสะใจกว่า เพราะความโหดเหี้ยมของเขา ไม่มีใครไม่รู้ เสียงเคาะประตูจวนอ๋อง ดังขึ้นในยามวิกาล ทหารองครักษ์รีบวิ่งมาเปิดประตู แต่ต้องเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อเห็นบุรุษผู้หนึ่ง อุ้มร่างของสตรีอยู่ในอ้อมแขน และมีสตรีอีกผู้หนึ่งยืนอยู่เคียงข้าง “ไปทูลท่านอ๋องคุณหนูใหญ่ไม่สบาย” เมื่อได้ยินว่าเป็นคุณหนูใหญ่ เขาก็รีบวิ่งไปรายงานท่านอ๋องทันที ไม่นานท่านอ๋องก็ออกมา พร้อมชุดคลุมอย่างเร่งรีบ ตงหานรีบยกร่าง ของคุณหนูใหญ่ให้เขาท่านที “นางถูกพิษกำหนัดชนิดรุนแรง คนร้ายถูกจับเสียก่อนยังไม่มีอะไรเสียหาย นายท่านลู่ให้พานางมาหาท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ” “พวกเจ้าไปเถอะ ข้าดูแลนางเอง พรุ่งนี้เอาชุดมาให้นางเปลี่ยนด้วย” “กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ” เหว่ยอ๋องรีบพานางมาที่ห้องของเขา ก่อนจะวางร่างของนาง ลงบนเตียงอย่างอ่อนโยน ลู่เสียนรับรู้ว่าถูกพามาที่จวนเหว่ยอ๋อง สติของนางพร่าเลือนเต็มที แต่ในโสตประสาท นางมองเห็นเขาชัดเจน ยามนี้นางนอนอยู่บนผ้าผืนใหญ่ กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยมีเขานั่งอยู่เคียงข้าง “ท่านอ๋อง” นางโน้มคอเขาลงมาหา เหว่ยอ๋องรู้ว่านางไม่มีสติ แต่อดเขินอายไม่ได้อยู่ดี “คืนนี้เป็นของข้านะเพคะ?” “อืม” พอได้ยินคำตอบ นางก็หัวเราะออกมาอย่างพอใจ ก่อนจะผลักเขานอนลง ก่อนจะขึ้นไปทาบทับบนตัวของเข้า “ตัวของท่านหอมมากเลย” กล่าวจบนางก็ก้มลงไปจูบเขาอย่างร้อนแรง เหว่ยอ๋องก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตอบรับการจูบของนางเป็นอย่างดี เสียงแลกจูบดังขึ้นมา เพราะไม่มีใครยอมใคร ลิ้นร้อนต่างเกี่ยวกระหวัดดูดดึง สลับกันไปมาอย่างแสนเสน่หา “จิ้งจอกน้อยเจ้าช่างร้อนแรง” “แล้วชอบหรือไม่เพคะ?” “ชอบมาก ให้ข้าช่วยเจ้าปลดอาภรณ์เจ้า ดีหรือไม่?” “ดีเพคะ” ตอบเสร็จนางก็ล้มตัวลงนอน ปล่อยให้เขาช่วยถอดชุดที่นางสวม เหว่ยอ๋องใจเต้นแรง มองร่างกายขาวผ่องนวลเนียนดั่งผลลูกท้อ เขาสัมผัสร่างกายของนางอย่างหลงใหลและคลั่งไคล้ นางงดงามมากจริง ๆ ดอกบัวคู่งามยืนเด่นอย่างสวยงาม เอวของนางเล็กบอบบางแต่ผายได้รูป รูปร่างของนางสวย จนลมหายใจเขาสะดุด “เด็กน้อยเจ้างดงามมาก” เขาเอ่ยจบก็ก้มลงมา บดจูบนางอย่างเร่าร้อน จากนั้นเขาก็เริ่มดึงอาภรณ์ ออกจากร่างของเขาอย่างรวดเร็ว มังกรของเขาดีดผึงออกมาอย่างตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะปล่อยให้ มังกรหนุ่มบดเบียดดอกได้งาม อย่างวาบหวามรัญจวน “เสียงหัวใจท่านอ๋องเต้นแรงมากเพคะ” “ก็ข้าตื่นเต้น” เมื่อนางได้ยินเช่นนั้น ก็รีบผลักเขานอนลง ก่อนจะเป็นคนสอนบทเรียนรักเขาเอง ยุคก่อนนางผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว พอมาอยู่ในร่างนี้ นางจึงเป็นงานมากกว่าเขา ที่ยังไม่เคยมีอะไรกับสตรีมาก่อน “ให้หม่อมฉันเป็นคนทำดีกว่าเพคะ” เอ่ยจบนางก็ถอยลงไปยังมังกรของเขา ที่ยืนรอท้ารบอยู่ ลู่เสียนคว้ามังกรผู้ฮึกเหิม ก่อนจะส่งลิ้นเข้าไปทักทาย เหว่ยอ๋องสะดุ้ง รู้สึกวาบหวิวรัญจวนขึ้นมา ก่อนจะครางออกมาอย่างพอใจ “อืมมม อ่าาา” ลู่เสียนเห็นเขาพอใจ ก็เร่งการดูดดึงปรนเปรออย่างเอาใจ “เสียนเอ่อข้าไม่ไหวแล้ว” กล่าวจบมังกรของเขา ก็พ่นพิษออกมามากมาย ลู่เสียนกลืนมันลงท้องจนหมด ก่อนจะเข้านั่งยอง แล้วจับมังกรดันเข้าไป ยังดงดอกเหม่ยอย่างช้า ๆ ร่างนี้ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่เพราะฤทธิ์ของพิษกำหนัด นางทนรอไม่ไหว จึงตัดสินใจดันลงไปจนสุด เขามองใบหน้าของนางที่เหยเก บ่งบอกว่านางเจ็บแต่นางกัดริมฝีปากเอา ก่อนนางจะค่อย ๆ ขยับ จากนั้นก็เริ่มเร็วและแรงขึ้น ตามแรงอารมณ์ปรารถนาที่ลุกโชน เหว่ยอ๋องช่วยจับเอวบางของนาง ก่อนจะกระแทกใส่ร่างของเขาดังสนั่น “ท่านอ๋อง งือออท่านพี่” “เด็กดี ยอดดวงใจของข้า” สองร่องกอดกระหวัดรัดกันแน่น เมื่อได้ไปเยือนยังแดนฉิมพลี แต่ใช่ว่านางจะหยุดอยู่แค่นั้น แต่คราวนี้เหว่ยอ๋องเป็นคนจัดการเอง ลู่เสียนยกขามาเกี่ยวเอวเขาเอาไว้ เพราะเขาตอกนางเร็วและแรงไม่หยุด “พรุ่งนี้เจ้าห้ามตำหนิข้า” “ไม่อยากแน่นอนเพคะ” “ดี” “แรง ๆ เลยเพคะ อ้ายยยย” ลู่เสียนร่างกายเกร็งกระตุก ปลดปล่อยน้ำรักออกมา ส่วนเขาก็ตามนางมาติด ๆ “อ่าาาา” บทรักคืนนี้เหมือนจะไม่จบลงง่าย เหว่ยอ๋องยิ้มรับอย่างพอใจ ยาพิษกำหนัดจะหมดในยามใด ใครสนกันละ ยามนี้เขามีความสุขจนล้น ใกล้รุ่งสางเขาอุ้มนางไปชำระร่างกาย แม้ยามนี้บนเตียงจะเลอะด้วยคราบที่เขาร่วมรัก แต่ยามนี้เขาและนางเหนื่อย จนไม่สนสิ่งได้เพราะง่วงเต็มที ก่อนจะล้มตัวลงนอน กอดร่างของนางแล้วหลับไปทันที ต่อไปน้องจะเริ่มร้ายขึ้นเรื่อยแล้วนะคะ เพราะร้ายกับน้องก่อน ฝากกดไลท์ กดเพิ่มเข้าชั้นด้วยนาาาาเรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไปเมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง“จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว”“เข้าไปกันเถอเพคะ”“อืม”ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่“ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?”“วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่”“ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?”“มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว“ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา”“จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ”“พ่ะย่ะค่ะ”พนักงานเมื่อรู้ว่า
“เจ้าว่าอะไรนะ!” ลู่เสียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยตกใจ เกิดเหตุพร้อมกันสี่แห่ง คงมีคนจงใจวางเพลิงเป็นแน่ มันจะมากเกินไปแล้ว! “จางไห่รีบแจ้งทหารที่อยู่ใกล้เคียง ให้มาช่วยดับไฟ ส่วนพวกเจ้าจัดการศพเหล่านี้”เหว่ยอ๋องเอ่ยขึ้น “ลู่เสียนเราจะทำอย่างไรดีลูก?” ฮูหยินใหญ่ตรงเข้ามาจับแขนลู่เสียนอย่างหวาดวิตก ลู่เสียนโกรธมากจนนัยน์ตาแดงก่ำ นางจิกเล็บลงบนฝ่ามือจนเจ็บ “ท่านปู่ บรรพบุรุษตระกูลลู่ ข้าต้องการพลัง อภินิหารอะไรก็ได้เจ้าค่ะ ข้าทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!!” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นอย่างอัดอั้นและโกรธแค้น “เจ้าไปนั่งตรงลาน นำเลือดของเจ้าชโลมกำไลที่เจ้าสวม จากนั้นก็คงแล้วแต่โชคชะตา ว่าจะพิจารณาเจ้าอย่างไร” ลู่เสียนไม่รีรอ รีบคว้าดาบของทหาร มาปาดไปที่ฝ่ามือ แล้วนำเลือดไปชโลมกำไลที่นางสวมทันที ทุกคนมองภาพนั้นอย่างตกตะลึงพรึงเพริด คุณหนูใหญ่นางทำอะไร! เหตุใดต้องทำร้ายตัวเอง นางเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่ ลู่เสียนไม่สนใจสายตาผู้ใด นางก้าวไปนั่งขัดสมาดตรงลานหน้าจวน จู่ ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้ม เหมือนกำลังจะมีพายุฝน เสียงฟ้าร้องดังใกล้เข้ามา จากนั้นทั่วทั้งฟ้า ก็ปรากฏฟ้าแลบแปลบปลาบ และฟาดลงมาอย่างน่ากลัว เสียงฟ้าร้องฟ้







