ข้ามภพมาเป็นชายาอ๋องพิการ

ข้ามภพมาเป็นชายาอ๋องพิการ

last updateLast Updated : 2025-06-28
By:  yourcaffeine Ongoing
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 rating. 1 review
9Chapters
1.2Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เธอเป็นหมอจากยุคปัจจุบัน ตายแล้วฟื้นในร่างสตรีไร้ค่าผู้ไม่เป็นที่ต้องการของคนในตระกูล มิหน่ำซ้ำยังถูกจับแต่งงานแทนพี่สาว โดยเจ้าบ่าวคืออ๋องพิการขาเป๋

View More

Chapter 1

บทที่ 1

香月温子(こうつき あつこ)が息を切らしながら山の中腹にあるヴィラに辿り着いた時には、中のパーティーはとっくに始まっていた。

門番は彼女が来るとは思っていなかったようで、少し驚いた様子だった。

「奥様、どうしてこちらへ?皆様はもうお食事を済ませてしまわれましたのに……」

夫の誕生日パーティーだというのに、名ばかりの妻である彼女は忘れ去られ、この界隈の誰もが、彼女に連絡一つよこさなかった。

温子は門番に微笑みかけ、ヴィラのドアを押そうとしたその時、中から話し声が聞こえてきた。

「梓穂さん、どんなプレゼントを贈ったんですか?伊吹さん、ずっと梓穂さんのプレゼントの袋をじっと見て、随分前から楽しみにしているようです」

「俺が?」

「いやいや。その袋、もう穴が開くほど見つめてましたって。せっかく梓穂さんが今回帰国したんだし、もうさっさと温子さんと別れた方がいいんじゃないですか?みんなも気分悪いでしょうし」

「そうですよ。そもそも、あいつが薬を盛って伊吹さんのベッドに忍び込んだんでしょう?あの時、伊吹さんが一時的に情に流されて、あいつの世間体を気遣って妻の座を与えなかったら、とっくの昔に世間の唾にまみれて生きていけなかったでしょう」

中央に座る男は、仕立ての良いダークスーツを身につけ、シャツの襟元はボタンが二つ開けられていた。彼の雰囲気は生まれつき人を寄せ付けず、深く彫られた目元、高い鼻、薄い唇は、まるで色彩豊かな毒蝶のよう。今、細く吊り上がった目尻が、どこか冷淡で傲慢な雰囲気を醸し出している。

「急ぐ必要はない」

「伊吹さん、三年経ってもまだ急がないんですか?あの女、昔、梓穂さんの姉を植物状態にしたんですよ。おばあ様が庇ってなければ、とっくに俺たちが始末してましたよ」

灰原伊吹(はいばら いぶき)のすらりと美しい指が、手中のライターをもてあそぶ。その視線が、ふと、入り口の影を捉えた。

そこでようやく、皆は温子がいつの間にかそこに立っていることに気づいた。

誰かが小声で尋ねた。「誰か、あいつに連絡したのか?」

その場に返事をする者はおらず、どうやら彼女は招かれざる客だったらしい。

温子は睫毛を伏せた。

温子は穏やかで涼しげな顔立ちで、小ぶりな卵型の顔をしている。淡い色のカシミヤのセーターを着て、額の髪は優しく耳の後ろに留められている。

その容姿だけを見れば、誰も彼女があんな恥知らずな真似をするとは思わないだろう。だが、実際にそれらのことをしたのは、紛れもなく彼女自身だった。

手にプレゼントを携え、中央に座る伊吹を見つめる。胸は締め付けられて、じわりじわりと痛みが染み渡り、指先までぎゅっと握りしめた。

伊吹のもとへ歩み寄り、丹精込めて用意したプレゼントを差し出す前に、彼はわずかに眉をひそめ、気だるげにからかった。「誰が来ていいと言った?」

周囲から嘲笑が漏れる。それは、温子の誇りを寸分ずつ打ち砕くかのようだった。

傍らにいた篠崎梓穂(しのざき しほ)はそれを聞き、伊吹を咎めるように睨みつけ、温子の腕を引いて座らせた。「一応、あなたの奥さんなんだから、プレゼントを渡しに来るのは当然でしょう?温子さん、早く座って。伊吹ったら、本当に意地悪な性格なんだから」

温子は口を真一文字に結び、何も言わなかった。正真正銘の妻であるはずなのに、元婚約者の梓穂に場を取り繕ってもらうなんて。この場にいる誰もが彼女を歓迎していなかった。

それでも彼女は来た。

ただ、十八歳の時、彼が「二十八歳の誕生日を一緒に過ごそう」と言ってくれたから。

彼女は直接、伊吹の隣に座り、梓穂を押し退けた。

梓穂の顔色が一瞬で凍りつき、険しい表情になった。しかしすぐに気を取り直したように尋ねる。「伊吹にどんなプレゼントを用意したの?」

詮索好きな誰かが、直接手を伸ばして開けてみた。中にはマフラーが入っており、タグはなく、手編みのように見えた。

梓穂の声が再び響く。「あら、私と本当に気が合うわね。私もマフラーを贈ったのよ」

二本のマフラーはそうして並べられた。どちらも手編みで、どちらの出来が良いのかは判別できない。

誰かがうっかりテーブルに触れると、蓋の開いたワインボトルが突然倒れ、酒が二本のマフラーへと流れ出した。

伊吹は手を伸ばし、そのうちの一本を手に取った。もう一本はびしょ濡れになり、酒の匂いが充満していた。

彼が手に取ったのは、梓穂のマフラーだった。

温子は、二ヶ月かけて編んだマフラーが酒に浸されているのを見て、一瞬で顔色を失った。心臓は鈍く、痺れるように痛んだ。

梓穂はため息をつき、慰めるように温子の腕を組んだ。「温子さん、怒らないでね。これ、持って帰って洗えばまた使えるわよ」

温子はやはり梓穂を無視し、伊吹を見つめた。

伊吹は目を伏せ、その瞳に宿る感情を覆い隠していた。

場の雰囲気は微妙なものになった。温子はまるで、楽しんでいたパーティーを台無しにしたかのよう。人々は次々と立ち上がり、帰ると言い出し始めた。

温子は動かずにその場に座り、テーブルに置き去りにされたマフラーを見つめていた。まるで、自分自身を見ているかのように。

他の人々が次々と去っていく中、彼女は立ち上がろうとする伊吹を見つめ、静かに言った。「伊吹、誕生日おめでとう」

伊吹は聞こえていないかのように振る舞った。この周囲にいるのは皆、彼の親しい友人たちだ。

二十一歳の時、灰原家に見つけ出された頃、伊吹はすでに裸一貫から成り上がった新進気鋭のビジネスマンだった。そして、彼の隣には十九歳の香月温子(こうつき あつこ)がいた。

七年の歳月を経て、その新進気鋭のビジネスマンは、今や権力の中枢を担う巨頭となっていた。しかし、二人の間の愛情はもはや跡形もなく消え去っていた。

共に苦労し、無名だったあの辛い日々は、まるで前世の出来事のようだ。

伊吹は梓穂を送り届けるよう指示した。

梓穂は手を上げ、彼の肩にそっと触れた。「二人でちゃんと話し合ってね。いつも喧嘩ばかりじゃだめよ」

誰かが鼻で笑った。「梓穂さん、本当に気が長いですね」

「気が長いわけじゃないわ。ただ、あの頃の温子さんもまだ幼かったし、きっと悪気はなかったんだと思うの」

「わざとじゃないって、とんでもない。他人の人生を台無しにして、その上厚顔無恥にも梓穂さんの居場所を奪ったくせに、よくもまあ顔を出せるもんだ」

声は嫌悪感を露わにし、次第に小さくなっていった。

温子は座ったまま、まるで急所を突かれたかのように、全身の血の気が引いて、唇の色もわずかに薄くなっていた。

温子は立ち上がり、ずぶ濡れのマフラーを掴み取ると、伊吹を見つめた。

「伊吹」温子は一度、静かな声で彼を呼んだ。

伊吹のスーツはすでに腕にかけられていた。それを聞くと、彼はネクタイを軽く緩め、彼女を見ることなく、目に見えて苛立ちを募らせた。「また何か言いたいのか?」

温子は微笑んだ。その美しい唇から紡ぎ出されたのは、「私たち、離婚しましょう、伊吹」という言葉だった。

伊吹の瞳に驚愕の色が走り、その目元には陰鬱な影が幾重にも重なった。「今度はどんな新しい手口だ?あの時、薬を盛って俺に触れさせたくせに、今更高潔ぶって離婚だと?温子、お前は疲れないのか?」

「ごめんなさい、三年もあなたの時間を無駄にしてしまって。でも、今回は本気なの」

伊吹の瞳から嘲りが寸分ずつ消え去り、彼は勢いよく温子を引き寄せた。

指先で温子の顎を強く掴み、彼女が痛みに眉をひそめるのを見て、ようやくその得体の知れない鬱屈が少し和らいだ。「今更、無駄にしただと?てめえ、三年前は何をしてたんだ?温子、いいか、離婚したいんだろ?金は一銭たりともやらんぞ!」

「私、何もいらないから」

温子の瞳は澄んでおり、声は相変わらず穏やかで、一点の曇りもないようだった。

当時、伊吹が灰原家に見つけ出された後、彼の傍にいた温子は灰原家の両親に養女として迎えられた。

誰もが知っていた。灰原家は、ようやく見つけ出した次男が、平凡な出自の女性と結婚するのを望まず、手っ取り早く養女の身分を与えることで、世間の口を封じたのだと。

伊吹は温子の冷ややかな顔を見つめ、何も言わずに喉を詰まらせ、そして背を向けた。

「いいだろう、身一つで出て行け。後悔するなよ」

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters

reviews

Sangthien Juthamas
Sangthien Juthamas
เนื้อเรื่องดี
2026-07-18 19:18:43
0
0
9 Chapters
บทที่ 1
สายฝนพรำลงมาไม่ขาดสาย สาดซัดม่านน้ำสีเทาหม่นคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวงต้าจิง หลังคาดินเผาสีเข้มของหมู่ตึกระฟ้าและจวนขุนนางชั้นสูงสะท้อนเงาของเมฆฝนที่ลอยต่ำ กลืนกินสีสันสดใสของวันวานจนหมดสิ้น เสียงหยาดฝนกระทบกระเบื้องมุงหลังคาดังเป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ คล้ายเสียงถอนหายใจอันยาวนานของแผ่นดินที่กำลังเหนื่อยล้าบนถนนหินฉิงสือที่เปียกลื่น ผู้คนเดินขวักไขว่บางตากว่าปกติ พ่อค้าหาบเร่ต่างรีบเก็บแผงลอยของตนหลบเข้าชายคา รถม้าของขุนนางผู้มั่งคั่งเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งรอยล้อเปื้อนโคลนไว้เบื้องหลัง บรรยากาศของเมืองหลวงที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้กลับดูซบเซาและแฝงเร้นไว้ด้วยความตึงเครียดบางอย่างที่มองไม่เห็นความตึงเครียดนี้ไม่ได้มาจากเมฆฝนเพียงอย่างเดียว แต่มันซึมลึกอยู่ในอากาศที่ผู้คนหายใจเข้าไป เป็นเงาที่ทอดทับอยู่เหนือทุกการสนทนาในโรงเตี๊ยมและร้านน้ำชา ข่าวลือเรื่องศึกสายเลือดที่กำลังก่อตัวขึ้นในวังหลวงระหว่างองค์รัชทายาทผู้เปี่ยมบารมี กับเหล่าท่านอ๋องผู้เป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แพร่สะพัดไปราวน้ำป่าไหลหลาก และในบรรดาชื่อของท่านอ๋องทั้งหลาย ไม่มีชื่อใดที่จะทำให้ผู้ค
Read more
บทที่ 2
มืดจังมันไม่ใช่ความมืดใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท หรือความมืดในห้องที่ไร้แสงเทียน มันคือความมืดอันเป็นนิรันดร์ เป็นสุญญากาศที่ไร้ขอบเขต ไร้กาลเวลา และไร้ตัวตนความรู้สึกสุดท้ายของ ‘น้ำหวาน’ หรือ แพทย์หญิงจุฬา ศิริวัฒนกุล คือความร้อนระอุที่แผดเผาผิวหนัง เสียงแก้วแตกละเอียดดุจเสียงอสุนีบาตฟาดผ่านกลางห้องปฏิบัติการ กลิ่นสารเคมีที่คุ้นเคยแปรเปลี่ยนเป็นไอพิษมรณะ และภาพสุดท้ายคือเปลวไฟสีส้มแดงที่ลามเลียเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลงสู่ความว่างเปล่าอันสมบูรณ์นางควรจะตายแล้วแน่ ใช่ นางมั่นใจว่าตนเองตายแล้ว การระเบิดในห้องแล็บนิติวิทยาศาสตร์ระดับนั้นไม่เหลือโอกาสให้ใครรอดชีวิตแต่ในความมืดมิดอันเป็นอนันต์นี้ กลับมีบางสิ่งเคลื่อนไหวมันไม่ใช่ภาพ ไม่ใช่เสียง แต่เป็น ‘ความรู้สึก’ ที่ไหลบ่าเข้ามาในมโนสำนึกที่ไร้รูปร่างของนาง ความรู้สึกเย็นเยียบของการถูกทอดทิ้ง ความขมขื่นของหยดน้ำตาที่ไม่มีใครเห็น เสียงกระซิบเยาะเย้ยที่ก้องอยู่ในหัวราวกับเสียงสะท้อนในถ้ำลึก ความอบอุ่นจางๆ ของอ้อมกอดหนึ่งที่เลือนรางจนแทบจับต้องไม่ได้ และรสขมปร่าของยาพิษที่แผดเผาตั้งแต่ปลายลิ้นจรดช่องท้องข้อมูลมหาศาลที่ไม
Read more
บทที่ 3
กาลเวลาในเรือนซิงอวิ๋นคล้ายกับหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงหยาดฝนที่แปรเปลี่ยนจากเสียงสาดซัดรุนแรงมาเป็นเสียงพรำๆ แผ่วเบาที่ยังคงบ่งบอกว่าโลกภายนอกยังคงหมุนต่อไป น้ำหวาน—หรือตอนนี้คือจ้าวลี่อิง ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้าง ร่างกายอ่อนล้าจนแทบไม่รู้สึกถึงความแข็งของมันอีกต่อไป แต่สมองของนางกลับทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนหลังจากที่สาวใช้ทั้งสองวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนก ทิ้งนางไว้กับความเงียบอีกครั้ง จ้าวลี่อิงก็เริ่มทำในสิ่งที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญพึงกระทำเมื่อเผชิญหน้ากับเคสผู้ป่วยที่ซับซ้อน... นั่นคือการประเมินสภาพร่างกายอย่างละเอียดและเป็นระบบที่สุดเท่าที่จะทำได้นางเริ่มต้นจากระบบที่สำคัญที่สุดในตอนนี้: ระบบหัวใจและหลอดเลือด‘การเต้นของหัวใจ...’ นางหลับตาลง เพ่งสมาธิไปที่จังหวะการเต้นในอก กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น แต่ยังคงมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เป็นระยะ ๆ จังหวะจะเร็วขึ้น สลับกับช่วงที่เต้นช้าลงและมีจังหวะที่ขาดหายไป นี่คือผลกระทบโดยตรงจากพิษกลุ่มคาร์ดิโอไกลโคไซด์ที่ยังตกค้างอยู่ในระบบ แม้จะขับพิษส่วนใหญ่ออกไปแล้ว แต่กล้ามเนื้อหัวใจได้รับความเสียหายไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ในโลกเดิมคงต้อง
Read more
บทที่ 4
เงาแห่งราตรีทอดตัวยาวเหยียด กลืนกินทุกสรรพสิ่งไว้ในอ้อมกอดอันเยียบเย็น รัตติกาลคืบคลานเข้าสู่จวนเสนาบดีอย่างเงียบงัน ลบเลือนเส้นสายลายสลักและสีสันอันโอ่อ่าให้เหลือเพียงโครงร่างสีดำทะมึนภายใต้แสงจันทร์นวลจาง ในห้องพักของคุณหนูสาม บรรยากาศหนักอึ้งและสงบเยือกเย็น มีเพียงแสงเทียนที่วูบไหวบนเชิงเทียนทองเหลืองเท่านั้นที่ยังเคลื่อนไหว ประหนึ่งลมหายใจของห้องที่กำลังจะดับสูญจ้าวลี่อิงยังคงนั่งสงบอยู่บนเตียง ท่วงท่าของนางสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ริ้วคลื่น แต่ภายใต้ความเรียบสนิทนั้นคือกระแสความคิดที่เชี่ยวกราก ประสาทสัมผัสทุกส่วนของนางตื่นตัวและแผ่ขยายออกไปในความมืด สดับฟังทุกความเคลื่อนไหวที่อยู่นอกบานประตูกระทั่งเสียงจิ้งหรีดที่เคยกรีดร้องระงมเริ่มแผ่วเบาลง สรรพสำเนียงแห่งชีวิตในยามค่ำคืนได้จมลึกลงสู่การหลับใหลอย่างแท้จริง นางจึงขยับกายอย่างนุ่มนวล ทุกย่างก้าวที่เท้าเปล่าสัมผัสพื้นไม้เย็นเฉียบนั้นไร้สุ้มเสียง แฝงไว้ด้วยความหมายและความมุ่งมั่นที่แตกต่างจากคุณหนูสามผู้ป่วยไข้โดยสิ้นเชิง นางไปถึงบานประตู ใช้วัตถุเล็กๆ ขัดมันไว้กับวงกบ เป็นกลไกเตือนภัยอันเรียบง่ายทว่าเปี่ยมประสิทธิภาพเมื่อแน่ใจในปราก
Read more
บทที่ 5
อรุณรุ่งของวันใหม่ทอแสงแรกจับขอบฟ้า ปลุกสรรพชีวิตในจวนเสนาบดีให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน ทว่าสำหรับจ้าวลี่อิงแล้ว นางไม่ได้หลับใหลเลยทั้งราตรี จิตวิญญาณของนางตื่นโพลงอยู่ในความมืด สดับฟังทุกความเคลื่อนไหว ทบทวนทุกร่องรอยแห่งความจริงที่เพิ่งค้นพบ โลกที่นางเห็นในยามนี้มิได้เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกรอยยิ้มที่เคยดูอบอุ่นอาจซ่อนใบมีดไว้เบื้องหลัง ทุกถ้อยคำที่แสดงความห่วงใยอาจเคลือบไว้ด้วยยาพิษเมื่อเสี่ยวชุ่ยประคองชามยาถ้วยใหม่เข้ามาในยามเช้า สีหน้าของนางยังคงเปี่ยมด้วยความห่วงใยอันบริสุทธิ์ ช่างแตกต่างจากบรรยากาศอันหลอกลวงที่อบอวลอยู่ทั่วจวนแห่งนี้ จ้าวลี่อิงมองของเหลวสีนิลในชามนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความตายอีกต่อไป แต่บัดนี้มันคือเครื่องมือ คือบททดสอบ และคือเวทีที่นางต้องร่ายรำไปตามบทบาทที่ตนเป็นผู้กำกับนางตระหนักดีว่าการแสร้งทำยาหกหรือปฏิเสธอย่างเด็กๆ นั้นไม่อาจใช้ได้ตลอดไป มันจะสร้างความสงสัยโดยไม่จำเป็น กลยุทธ์ใหม่จึงถูกร่างขึ้นในมโนสำนึกอันเงียบงันของนางอย่างรวดเร็ว มันเป็นกลยุทธ์ที่เสี่ยงอันตราย ทว่าจำเป็นอย่างยิ่งยวด นั่นคือการควบคุมปริมาณพิษที่เข้าสู่ร
Read more
บทที่ 6
กาลเวลาในจวนเสนาบดีดูจะบิดเบี้ยวและเชื่องช้าลงนับตั้งแต่วันที่จ้าวลี่อิงได้สนทนากับบิดาในเรือนหนังสือของเขา แต่ในที่สุด วันแห่งพิธีสมรสพระราชทานก็คืบคลานมาถึงราวกับพญามัจจุราชในอาภรณ์สีมงคลจ้าวลี่อิงถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่ยามอิ๋น ท้องฟ้ายังคงเป็นสีน้ำหมึก เหล่านางกำนัลและบ่าวรับใช้ที่ฮูหยินรองส่งมาต่างกรูกันเข้ามาในห้องของนาง ประหนึ่งฝูงผึ้งที่กำลังรุมล้อมดอกไม้ที่ใกล้จะร่วงโรย พวกนางอาบน้ำขัดผิวให้นางด้วยเครื่องประทินผิวชั้นเลิศ อบร่ำร่างกายด้วยเครื่องหอมกำยานราคาแพง แล้วบรรจงสวมทับอาภรณ์สีแดงสดอันเป็นมงคลให้ทีละชั้นๆชุดวิวาห์นั้นงดงามและหนักอึ้งอย่างเหลือเชื่อ ผ้าไหมปักดิ้นทองเป็นลายหงส์คู่มังกรสยายปีก แขนเสื้อยาวลากพื้น ชายกระโปรงซ้อนทับกันถึงเก้าชั้น ทุกฝีเข็มเต็มไปด้วยความประณีต ทว่าสำหรับจ้าวลี่อิงแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับโซ่ตรวนอันงดงามที่กำลังพันธนาการนางให้แน่นหนายิ่งขึ้น ศีรษะของนางถูกประดับด้วยมงกุฎหงส์ทำจากทองคำและไข่มุกจนหนักอึ้ง ใบหน้าถูกแต่งแต้มจนขาวผ่อง ริมฝีปากถูกแต้มด้วยชาดสีแดงสดดุจโลหิตเมื่อการแต่งกายเสร็จสิ้น นางถูกพยุงให้นั่งนิ่งๆ อยู่กลางห้อง รอคอยฤกษ์ยามมงคลเพื่อ
Read more
บทที่ 7
เมื่อบานประตูไม้หนักอึ้งปิดลง เสียงของมันสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันราวกับเสียงปิดฝาโลงศพ ตัดขาดโลกของห้องหออันโอ่อ่าออกจากทุกสิ่งภายนอกโดยสมบูรณ์ บัดนี้ เหลือเพียงจ้าวลี่อิงและเสี่ยวชุ่ยผู้กำลังตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วยสีแดงมงคลอันเยียบเย็น"คุณหนู... ฮือ... ที่นี่... ที่นี่ช่างน่ากลัวเหลือเกิน" เสี่ยวชุ่ยสะอื้นไห้ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดผวา "บ่าวได้ยินพวกเขาพูดกันว่า... พระชายาองค์ก่อนก็สิ้นใจในเรือนหลังนี้ ท่านอ๋องก็ไม่เคยเสด็จมาที่นี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว"จ้าวลี่อิงหันไปมองสาวใช้ผู้ภักดีของนาง นางมิได้เอ่ยวาจาปลอบโยน แต่ยื่นมือไปบีบแขนของเสี่ยวชุ่ยเบาๆ เป็นการส่งผ่านความมั่นคงที่ไร้คำพูด จากนั้นนางจึงหันกลับมาสำรวจสภาพแวดล้อมแห่งใหม่ของนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่ห้องหอสำหรับนาง แต่คือที่เกิดเหตุ คือห้องขัง และอาจเป็น...สุสานของนางในอนาคต หากนางประมาทแม้เพียงนิดเดียวนางค่อยๆ เดินไปนั่งลงบนขอบเตียง ยกมือขึ้นถอดมงกุฎหงส์อันหนักอึ้งออกจากศีรษะอย่างช้าๆ แล้ววางมันลงบนโต๊ะข้างเตียง ความเงียบในห้องหอแห่งนี้ดังกว่าเสียงโห่ร้องใดๆ ที่นางเคยได้ยินมาทั้งชีวิต
Read more
บทที่ 8
ราตรีนั้นในเรือนจื่อเวยยาวนานกว่าทุกคืนที่ผ่านมา จ้าวลี่อิงนอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้สลักลายอันวิจิตร ดวงตาของนางเปิดกว้างอยู่ในความมืดมิด ภาพของสาวใช้ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกดึงขึ้นมาจากบ่อน้ำยังคงฉายชัดอยู่ในมโนสำนึกของนางราวกับถูกตีตราไว้ด้วยเหล็กร้อน...รอยช้ำที่ข้อมือ, รอยแดงที่ลำคอ, และมือที่กำแน่น...ความเงียบของจวนฉินอ๋องที่เคยทำให้นางรู้สึกถึงการถูกคุกคาม บัดนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป มันคือความเงียบแห่งการสมรู้ร่วมคิด คือความสงบอันน่าสะพรึงกลัวที่ใช้กลบฝังเสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์ในฐานะแพทย์ผู้เคยให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องชีวิต จิตวิญญาณของนางร่ำร้องโหยหวนต่อความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้า แต่ในฐานะจ้าวลี่อิงผู้ต้องเอาชีวิตรอดในรังอสรพิษแห่งนี้ สัญชาตญาณกลับกรีดร้องให้นางนิ่งเงียบเข้าไว้ การยื่นมือเข้าไปสอดส่องเรื่องนี้ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าสู่ปากเหวด้วยตนเอง นางเป็นเพียงพระชายาที่ถูกทอดทิ้ง ถูกตราหน้าว่าโง่เขลา ไร้ซึ่งอำนาจและเส้นสายใดๆ ในจวนแห่งนี้ การเปิดโปงฆาตกรคือการท้าทายอำนาจมืดที่หยั่งรากลึกอยู่ ณ ที่แห่งนี้โดยตรง และผลลัพธ์ก็อาจหมายถึงความตายสถานเดียวนางหลับตา
Read more
บทที่ 9
ราตรีนั้นในเรือนหนังสือของฉินอ๋องเจิ้งหยาง ยาวนานและเงียบงันกว่าทุกคืนที่ผ่านมา เขามิได้อ่านตำราพิชัยสงครามต่อ แต่กลับนั่งนิ่งอยู่บนรถเข็น ปล่อยให้เปลวเทียนสะท้อนประกายวูบไหวอยู่ในนัยเนตรอันลึกล้ำดุจห้วงเหวไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศรอบกายเขาเยียบเย็นลงจนน่าอึดอัด ประหนึ่งพญามังกรที่กำลังขดตัวนิ่งสงบ ทว่าแท้จริงแล้วภายในกำลังครุ่นคิดถึงพายุที่จะก่อตัวขึ้นคำถามนั้น... ‘เหตุใดคนที่ตกบ่อน้ำจึงไม่มีน้ำอยู่ในปอดเล่าเจ้าคะ’... ยังคงดังก้องอยู่ในมโนสำนึกของเขามันไม่ใช่คำถามธรรมดา มันคือความรู้ คือกุญแจ คือคำใบ้ที่ถูกส่งมาอย่างจงใจในรูปแบบที่วิปลาสที่สุด มันคือเสียงกระซิบจากปัญญาอันคมกริบที่ซ่อนกายอยู่ภายใต้หน้ากากของความโง่เขลาอันสมบูรณ์แบบจ้าวลี่อิง... พระชายาที่เขาได้รับมาดุจสินค้ามีตำหนิ สตรีที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นเพียงหมากทางการเมืองและเป็นที่ดูแคลนของคนทั้งใต้หล้า บัดนี้นางได้เผยตัวตนอีกด้านหนึ่งออกมาอย่างแยบยล...ด้านที่น่าพรั่นพรึงและน่าสนใจในเวลาเดียวกันเขาไม่เชื่อในเรื่องบังเอิญ และไม่เคยเชื่อว่าความตายในจวนของเขาจะเป็นเพียงอุบัติเหตุ จวนฉินอ๋องคืออาณาจักรของเขา ทุกความเคลื่อนไหวอยู่ในสา
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status