Mag-log inฮ่องเต้ผู้เบื่ออาหาร กลับหลงใหลในรสมือของแม่ครัวสวมรอย—โดยไม่ล่วงรู้ว่าเจ้าของรสชาตินั้น คือสาวน้อยจอมกวนผู้หลุดมาจากอนาคต!ฝีปากร้ายและมุกเต็มไปด้วยมุกตลกไร้สาระพร้อมกับสูตรอาหารมัดใจฝ่าบาท เมื่ออาหารคือสะพานใจ แต่ความจริงยังถูกปิดซ่อน… เมื่อรสชาติผูกพันหัวใจ แต่ความจริงยังเป็นปริศนา จะรอวันเปิดเผย หรือถูกกลืนหายไปตลอดกาล? แล้วเมื่อความจริงปรากฏ… จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งหรือไม่?
view moreSegunda parte de "Siempre, fuiste tú"
23 de septiembre/2018/ Ciudad; BOSTON, ESTADOS UNIDOS.
Nuevo semestre escolar, nuevo profesor, nuevos amigos y misma escuela.
La Zoe Johnson de meses atrás murió, con eso quiero de decir que mi vida ya no es tan normal que digamos. Ahora soy popular, tengo al chico más guapo de Excel como amigo y a la más inteligente como amiga, ahora todos los chicos se pelean por sentarse conmigo en la cafetería del colegio y todos los fines de semana me llegan invitaciones a fiestas. Creo que todo esto se lo debo a mi hermana Elizabeth y a Noah Harris, sin embargo no todo en mí ha cambiado, sigo siendo la misma, inteligente, dulce y tierna chica del prestigioso colegio Excel High School que tiene la peor madre de Boston. Amber. En vacaciones trato de ser un buen ejemplo para mí, pero no le resultó y volvió a ser la misma madre que nunca está en casa al pendiente de sus hijas.
Lo único que va a ser diferente este nuevo semestre es que mi mejor amiga de la infancia Hannah Williams regresó y no estoy segura que quiera volver a verla, no estoy segura de querer perdonarla. Mi vida a raíz de su partida tuvo un cambio radical, gracias a eso conseguí nuevos amigos y todo Excel sabe quién soy. Dolió, vaya que dolió mucho que se fuera sin previo aviso y que ahora vuelva necesitando de mí es un poco fortalecedor. Siento que estoy siendo mala persona, pero responderle el mensaje es dejarla entrar en mi vida, es permitirle herirme de nuevo. Y no, no estoy dispuesta a sentir más dolor, lo siento Hannah Williams, he decido que ya tú no tienes lugar en mi vida desde ahora.
Atentamente: ZOE JOHNSON.
ร่างของเสี่ยวหนี่ในชื่อใหม่ข้าวนึ่ง ฮองเฮาผู้แสนอ่อนโยนกลายเป็นสิ่งที่เขาควบคุมไม่ได้ เพราะเมื่อเสี่ยวหนี่มารับบทฮองเฮา ไม่ได้รู้ว่ากำลังกลายเป็นตัวละครหนึ่งในที่เขาทำผิดพลาดแต่สามารถพลิกวิกฤติด้วยความตั้งใจอย่างรอบคอบและกลับมาเป็นโอกาส ท่านยมหัวเราะต่อไป พร้อมกับครุ่นคิดถึงความแปลกประหลาดของชีวิตที่บางครั้งแค่เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็ทำให้ผลลัพธ์ต่างออกไปบันทึกของเขาแสดงให้เห็นถึงเส้นทางที่เสี่ยวหนี่ต้องเดิน นับจากการพบเจอความรักแท้จากหยางลี่ไปจนถึงการเป็นแม่ขององค์ชายองค์หญิง นี่คือสิ่งที่เขากำหนดไว้ แต่ไม่เคยคาดคิดว่าจะทำให้เขารู้สึกสนุกไปกับมันในทุกๆ ครั้งที่ต้องบันทึกการเปลี่ยนแปลงของชีวิตมนุษย์“ดูสิ...จากแม่ครัวในร้านอาหารนางกลายเป็นฮองเฮาจริงๆ หัวใจของท่านฮ่องเต้ก็เปิดรับข้าวนึ่งจนหมดทั้งหัวใจ...” ท่านยมยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับครางเบาๆ "แต่ชีวิตนั้นช่างบิดเบี้ยว บางครั้งต้องเลือกทิ้งบางสิ่ง เพื่อให้ได้สิ่งใหม่มา” ท่ามกลางอาณาจักรของการตัดสินและการย้อนรอยอดีตที่ยาวนานท่านยมถอนหายใจยาวๆ ด้วยความรู้สึกขบขันที่ลึกซึ้ง และแล้วเขาก็เริ่มพลิกบันทึกหน้าใหม่ โดยไม่ให้พลาดทุกความเปลี่ยนแ
ตงเจี้ยนที่ยิ้มมุมปากหลังจากทานราดหน้าทะเล ก็ตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม "ราดหน้าทะเลนี่ก็ไม่น้อยหน้ากันเลยนะ เส้นราดหน้าเหนียวนุ่มกำลังดี ปลา หอย กุ้งสดมาเต็ม ทุกคำที่ทานเข้าไปมันเต็มไปด้วยรสทะเลที่สดใหม่ ผสมกับซอสที่เคี่ยวจนข้นและไม่เหนียวจนเกินไปนี่สิที่เรียกว่าอร่อยมาก"เฟยเทียนที่ถือกระบี่ไม้ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางเหมือนจะกินอะไรเป็นครั้งแรกในชีวิตก็อดไม่ได้ที่จะลองชิม เขาก้มลงแล้วตักราดหน้าทะเลกินคำแรกแล้วเงยหน้ามาพูด "รสชาติดีมากอร่อยที่สุดของครับ" เขาพูดพร้อมยิ้มกว้างจนตาหยีขณะที่ทุกคนเริ่มลงมือลิ้มรสชาติอาหาร เสี่ยวอี้และอันหรูที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มพูดถึงความอร่อยของอาหาร เสี่ยวอี้ลูบท้องตัวเองแล้วพูดกับแววตาเบิกบาน "ถ้าอาหารทุกมื้อในวังหลวงเป็นแบบนี้คงไม่มีใครอยากออกจากโต๊ะอาหารเลยนะ"ในขณะเดียวกัน องค์ชายหยางหลิงที่วิ่งมาจากห้องข้างๆ พร้อมกับองค์หญิงน้อยของอวี่หรงและเชียหยา ก็เข้ามานั่งที่โต๊ะ พวกเขาก็เริ่มตักอาหารแล้วลิ้มรสไปพร้อมๆ กันหยางหลิงตักผัดไทยห่อไข่คำแรกและพูดอย่างเต็มปาก "อร่อยที่สุดเลยฮับเสด็จแม่"พูดพร้อมกับรอยยิ้มตาหยี ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการพูด
หนึ่งปีผ่านไป...พื้นที่ในวังหลวงแห่งนี้เต็มไปด้วยความสดใสและความคึกคักของเด็กๆ ที่เริ่มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเสียงฝีเท้าเล็กๆ ขององค์ชายน้อยหยางหลิง วิ่งเข้ามาหาหยางลี่ที่ยืนยิ้มอยู่ในศาลาริมน้ำ หน้าตาเต็มไปด้วยความสุข องค์ชายตัวน้อยโผเข้าสู่อ้อมกอดของบิดาทันที"เสด็จพ่ออออออออ" หยางหลิงพูดเสียงใสๆ ก่อนจะยิ้มกว้างและยกแขนขึ้นกอดหยางลี่อย่างแน่นหนา "วันนี้ลูกอยากจะฝึกขี่ม้า แต่องครักษ์เฟิงอวี่เฉิงบอกว่าข้าเดินให้เก่งก่อนค่อยหัดขี่ม้าเสด็จพ่อลูกโตแล้วนะเก่งขึ้นด้วย"“จริงหรือไหนดูสิต้องให้พ่อลองอุ้มเจ้าดูก่อน”หยางลี่ยิ้มตอบลูกชายแล้วยกเขาขึ้นไว้ในอ้อมแขนด้วยความรัก “ลูกตัวโตขึ้นแล้วนะฮับ”"ดีมากลูก ข้ารู้ว่าเจ้าจะเก่งขึ้นทุกวันแน่ลูกพ่อ"ข้างๆ หยางหลิง อ๋องน้อยเฟยเทียนยืนถือกระบี่ไม้ในมือ เขายืนข้างๆ ตงเจี้ยนที่ยืนยิ้ม "พ่อบอกว่าจะสอนข้าเดินหมาก ท่านพ่อ เมื่อไรข้าจะได้เป็นผู้คุมหมากเสียที"เฟยเทียนพูดเสียงตื่นเต้น ก่อนจะยืนหันไปมองอวี่หรงที่ยืนอยู่ห่างๆ อวี่หรงหัวเราะน้อยๆ หันมายิ้มให้กับลูกชาย "ไปหัดขี่ม้าก่อนเถอะ แล้วข้าจะสอนเจ้าหมากภายหลังฝีมือของพ่อไม่ธรรมดาเจ้าจะต้องเป็นผู้คุ
อวี่หรงและตงเจี้ยนพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งกอดรัดท่านยมไว้อย่างแน่นหนา ดวงตาของทั้งสองเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ แต่ร่างสูงเต้นมูนว็อกนั้นหายไปแล้ว"อย่าปล่อยนะ ตงเจี้ยน" อวี่หรงพูดเสียงหนักแน่น ขณะที่เขาจับท่านยมไว้อย่างมั่นคง"ข้าไม่มีทางปล่อยหรอกน่าท่านเองก้จับไว้ให้มั่นองค์ชายรอง" ตงเจี้ยนตอบกลับเสียงดุดัน แน่นอนว่าทั้งสองไม่ยอมให้ท่านยมหลุดมือไปง่ายๆ อย่างเด็ดขาดในขณะที่การต่อสู้ของพวกเขาดำเนินไป เสี่ยวหนี่ยืนมองอย่างงุนงง โดยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมทั้งสามถึงพุ่งเข้ามาแบบนี้"กำลังคิดจะทำอะไรกัน" เสี่ยวหนี่ถามด้วยความสับสน ปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะต้องการอะไรจากการกระทำนี้หยางลี่ที่กอดเสี่ยวหนี่ไว้แน่น จนเสี่ยวหนี่ไม่ยอมปล่อยมือราวกับว่าหากปล่อยมือเสี่ยวหนี่จะหายไปตลอดกาล"เสี่ยวหนี่... ไม่ต้องห่วงนะข้าจะไม่ยอมให้เจ้าต้องไปไหน ไม่มีทางข้าเองก็ไม่ปล่อยเจ้าได้โปรดอยู่ที่นี่กับข้า"" หยางลี่พูดดังๆ รัวเร้วแบบไม่พัก แต่คนที่หายไปจริงๆ คือท่านยมหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไม่เคยมีตัวตนที่นี่เลย อวี่หรงและตงเจี้ยนยังคงกอดกันยื้อยุดไปมาไม่ลืมหูลืมตาด
เสี่ยวหนี่เดินออกไปยังสวนด้านหลังวังยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินสาดส่องผ่านยอดไม้ลงมาเป็นลำทำให้ร่างเล็กในชุดบางสีอ่อนดูราวกับภาพฝัน มือของนางกำรากสมุนไพรซางลู่ไว้แน่น กลิ่นความขมจางๆ ของสมุนไพรลอยคลุ้งในอากาศ นางก้มหน้าลงมองมันก่อนจะเดินไปยังบ่อน้ำเล็กๆ ที่อยู่มุมสวนซึ่งเป็นที่เงียบสงบ ไม่มีใครมาแถวนี
ห้องในตำหนักเหยี่ยนหลิง เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างเบาๆ พื้นไม้เก่าแก่สะท้อนเสียงฝีเท้าของผู้มาเยี่ยม ในความเงียบสงัดนั้น เสี่ยวหนี่นั่งอยู่บนเตียง ข้างๆ ตัวมีลูกน้อยในอ้อมแขนหยางหลิง ความอบอุ่นของเด็กน้อยทำให้รู้สึกถึงความรักที่บริสุทธิ์ประตูห้องเปิดออก ไทเฮาเดินเข้ามาในห้องไร้ผู้ติดตาม ด้วยท่าทางสง่า
วันนี้รีบมาทันทีเมื่อมีเสียงระบบยมโลกแจ้งเตือน เสียงแจ้งมาว่ามีวิญญาณหนึ่งที่จะต้องมอบตัว ท่านยมจึงรีบออกจากโลกยมโลกด้วยความรวดเร็วเขาลอยขึ้นไปในอากาศ ท่ามกลางควันที่ลอยคลุ้งออกจากเมรุแห่งหนึ่ง ควันลอยขึ้นเหนือท้องฟ้าสีขาวพวยพุ่ง เปรียบเสมือนจุดหมายปลายทางที่วิญญาณจะต้องมารวมตัว เพื่อรอการนำพาไปสู
ในห้องที่เงียบสงัด ร่างของข้าวนึ่งนอนอยู่บนเตียงในห้องดูแลผู้ป่วยไอซียู เครื่องช่วยหายใจทำงานอย่างหนัก เสียงบี๊บของเครื่องมือแพทย์ที่ตรวจจับชีพจรและอัตราการหายใจดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่ทุกอย่างกลับแสดงสัญญาณที่ไม่ดี สัญญาณชีพเริ่มไม่ปกติ เครื่องมือบางตัวเริ่มส่งเสียงเตือนเบาๆ แต่พยาบาลที่เฝ้าอยู่ก็รู้ส






Rebyu