LOGINเรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือน
สองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไร คุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย “ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับคุณหนูใหญ่ให้มาก เกิดเรื่องขึ้นมาเช่นนี้ จึงทำให้ข้าคิดได้ว่า ไม่มีความจำเป็น ที่จะต้องไปโกรธ หรือเกลียดคุณหนูใหญ่ นางทำทุกอย่างก็เพื่อปกป้องตระกูลลู่ ข้ามองเจตนาของผิดไป” “ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้ทำให้ข้าภูมิใจในตัวท่านมากเจ้าค่ะ” ลู่ฟางเอ่ยขึ้นด้วยความดีใจ ที่มารดาคิดได้เสียที ที่ผ่านมาพวกนางอยู่กันอย่างสุขสบาย ถูกตัดเบี้ยหวัดลงแค่นี้นางไม่เดือดร้อนอะไร ทุกเดือนเบี้ยหวัดที่ได้มา นางก็มีเหลือเก็บทุกครั้ง “ข้ามาคิดทบทวนดูแล้ว ข้าจะไปหาพี่หญิงใหญ่ แล้วเสนอตัวช่วยทำงาน ข้าไม่อยากถูกมองว่าเห็นแก่ตัวเจ้าค่ะ” อนุจางได้ฟังก็น้ำตาคลอ ขนาดนางยังมีความกตัญญูรู้คุณคน นางที่เป็นมารดา ละอายใจเหลือเกิน “ท่านไม่ร้องไห้เจ้าค่ะ คิดได้ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ข้าคิดว่าพี่หญิงใหญ่ ต้องมองเห็นในความจริงใจของพวกเราอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” ลู่เซียนเอ่ยปลอบมารดา เพราะเห็นนางเริ่มร้องไห้ออกมา “เด็กดีขอบใจเจ้าสองคนมาก” อนุจางสวมกอดพวกนางอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจ ลู่เสียนกลับมานอนพักผ่อนอยู่บนเตียงเพราะยังไม่หายดี โดยมีเหว่ยอ๋องนั่งอยู่บนเตียง นางจึงโอกาสนอนหนุนตักเขา เหว่ยอ๋องยกมือมาลูบหัวของนางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะใช้นิ้วไปเกลี่ยแก้มใสของนางเล่นอย่างเอ็นดู “จิ้งจอกน้อยเมื่อไหร่จะหายป่วยสักที” ลู่เสียนเอื้อมมือมาจับมือเขาไว้ ก่อนจะส่งยิ้มให้เขา ก่อนลุกขึ้นมานั่งพร้อมขยับไปนั่งตรงกลางเตียง แล้วล้มตัวลงนอนแล้วตบเตียงเบา ๆ ให้เขาขึ้นไปนอน เขาจึงถอนรองเท้าและขึ้นไปนอนอย่างว่าง่าย ก่อนลู่เสียนจะสวมกอดเขาเอาไว้ แล้ววางศีรษะเอาไว้บนอกของเขา “คืนนี้นอนที่นี่ดีหรือไม่เพคะ?” “อืม” “ไม่ปฏิเสธเลยหรือเพคะ?” เขากอดกระชับร่างของนางแน่นขึ้น “ข้าก็รอเจ้าชวนอยู่” เอ่ยจบเขาก็จุ๊บลงไปบนศีรษะของนาง ลู่เสียนหันไปมองใบหน้าของเขาใกล้ ๆ ก่อนจะลูบไล้อย่างหลงใหล บุรุษผู้นี้ยิ่งมองก็หล่อเหล่า “ท่านอ๋องหล่อเหล่ามากจริง ๆ” “เจ้าก็งดงามมาก” เขาตอบนัยน์ตาเป็นประกาย ลู่เสียนจึงก้มลงจูบเขาเบา ๆ ละเมียดละไมดูดดึงริมฝีปากเขาอย่างช้า ๆ ไม่เร่งรีบ เหว่ยอ๋องครางออกมาอย่างพอใจ จากจูบอย่างเนิบนาบ เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนจากห้วงลึกของแรงปรารถนา เขารีบผลักร่างของนางมาอยู่ใต้ร่าง “ลู่เสียนมองเขานัยน์ตาหยาดเยิ้ม” เขายกมือมาลูบไล้ริมฝีปากของนาง ที่ยามนี้เริ่มบวมขึ้นมานิด ๆ “เจ้าเป็นคนเริ่มเองนะ” “ใครโทษท่านกัน” “ฮึ!เด็กดื้อ” คราวนี้เขาไม่นุ่มนวลอีกต่อไป ก้มลงไปบดจูบนางอย่างร้อนแรง ต่างคนต่างช่วยกันปลดอาภรณ์อย่างเร่งรีบ สองร่างเบียดกายแนบชิด จนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน เขาครางออกมาอีกครั้งอย่างพอใจ ร่างกายของนางช่างเนียนนุ่มละเอียดมือ จับสัมผัสตรงไหนก็ทำให้เขารู้สึกดี มังกรหนุ่มถูไถอยู่ปากถ้ำอย่างรัญจวน คราวนี้ลู่เสียนต้องรีบถอนจูบ เพื่อปลดปล่อยเสียงครางอย่างเสียวซ่าน “อื้อออ…ท่านอ๋อง” “เด็กดีข้าจะช่วยถอนพิษไข้ให้เจ้าดีหรือไม่?” “ดีเพคะ ต้องถอนพิษหลาย ๆ รอบถึงจะหาย” เขาได้ยินนางตอบเช่นนั้น ก็มันเขี้ยวดันมังกรพรวดเดียวจมมิด “อ้ายยย” ลู่เสียนผวาเฮือกกอดเขาเอาไว้แน่น เมื่อเขาเริ่มขยับนางก็เริ่มผ่อนคลาย ก่อนจะร้องครางออกมาอย่างพอใจ บทรักดำเนินต่อไปอย่างไม่มีสิ้นสุด จนทั้งคู่พลอยหลับไปเพราะเหนื่อยล้า เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นเวลาอีกวัน เหว่ยอ๋องนอนกอดร่างบางเอาไว้ เพราะนางยังไม่ตื่นเขาไม่อยากปลุกนาง แต่ก็ดูเหมือนนางจะรู้ จึงเริ่มขยับตัวและลืมตาขึ้นมา พอเห็นเขามองนางอยู่แล้ว ก็ลุกขึ้นไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งที “ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันรู้สึกว่าหายป่วยแล้ว แล้วยังรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สดชื่นขึ้นเป็นอย่างมากเลยเพคะ” “อยากซ้ำอีกรอบหรือไม่ จะได้หายดียิ่งขึ้น” เขาเอ่ยยิ้ม ๆ “ไม่ดีกว่าเพคะ หม่อมฉันมีงานต้องทำ วันนี้ต้องไปดูช่างที่มาซ่อมโรงเตี๊ยม ท่านอ๋องจะไปกับหม่อมฉันหรือว่าจะกลับวังเพคะ?” “ข้าจะไปกับเจ้า” ลู่เสียนยิ้มหวานให้เขา เมื่อได้ยินว่าเขาจะไปกับนางด้วย นางรู้สึกว่าความรักนี่ก็แปลก บทจะมาก็มาอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่ว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะเรียกว่าความรัก เพราะนางกับเขารู้จักกันได้ไม่นาน แต่นางก็รู้สึกพอใจและมีความสุขไม่น้อย เมื่อมีเขาอยู่ใกล้ ๆ “ข้าจะส่งคนมาคุ้มกันที่นี่” “ขอบพระทัยเพคะ” “พี่หญิงท่านตื่นหรือยังเจ้าคะ? ท่านกุนซือและท่านรองแม่ทัพมาถึงแล้วเจ้าค่ะ” เป็นเสียงของลู่อันที่ตะโกนถามอยู่ด้านนอก ลู่เสียนรู้สึกเขินอายขึ้นมา เมื่อรู้ว่าสายมากแล้ว “ตื่นแล้วเดี๋ยวข้าออกไป” ลู่เสียนรีบดึงร่างของเขาให้ไปชำระล้างร่างกายทันที น้ำในอ่างอาบน้ำยังอุ่นกำลังดี สงสัยบ่าวในจวนแอบนำมาเติมเอาไว้ ลู่เสียนจึงก้าวลงไปในอ่างน้ำทันที เมื่อมองไปที่ร่างของเขาที่เปลือยเปล่าก็ยิ้มเขินขึ้นมา รูปร่างเขาสมบูรณ์แบบมาก ร่างกายสูงใหญ่กำยำล่ำสัน กล้ามหน้าท้องแผงอกตึงเปรี้ยะ นางมองสำรวจด้วยสายตาชื่นชม เขามองท่าทีของนางอย่างขบขัน นางจะรู้ตัวหรือไม่ว่า นางเป็นจิ้งจอกน้อยที่หื่นที่สุด สายตาของนางแทบไม่ปิดบังความรู้สึกใด ๆ “อีกสักรอบเถิด” “จะดีหรือเพคะ” นางตอบออกไปแต่มือกลับคว้ามังกรของเขามารูดขึ้นรูดลง ก่อนจะก้มลงไปดูดหัวมังกรอย่างคลั่งไคล้หลงใหล “ลู่เสียนเจ้าจะร้ายกาจเกินไปแล้ว อ่าาา เด็กดีดูดแรง ๆ” เหว่ยอ๋องคำรามออกมาอย่างสุขสม ก่อนจะปลดปล่อยลาวาออกมาอย่างมากมาย “ลงมาล้างเนื้อล้างตัวเพคะ ทุกคนรออยู่” ลู่เสียนบอกเขาอย่างร่าเริง นางเคยเสียชีวิตมาแล้ว พอมาอยู่ในร่างใหม่ จึงอยากใช้ชีวิตให้มีความสุขและมีค่าที่สุด เพราะไม่รู้ว่าชีวิตจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน นางจึงคิดว่าสิ่งไหนที่ทำแล้วมีความสุข ก็ควรไขว่คว้าเอาไว้ และอย่าจมกับความทุกข์นานเกินไป เพราะเวลานั้นมีค่ามากวันต่อมาตระกูลลู่ก็ได้ส่งของหมั้นไปสู่ขอกุนซือเจียวลู่ ให้กับคุณหนูรองลู่อัน และส่งของหมั้นไปสู่ขอรองแม่ทัพฉือลี่เฉี่ยว ให้กับคุณหนูสามลู่เจิน บุรุษทั้งเมืองต่างพากันอิจฉา กับของหมั้นที่ทางตระกูลลู่ส่งมามากมาย แต่ก็นึกประหลาดใจในเวลาเดียวกัน สตรีไปสู่ขอบุรุษเกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็น นี่มันขนบธรรมเนียมประเพณีอันใดกันที่จริงตระกูลเจียวและตระกูลฉือ พวกเขาตั้งใจจะคืนของหมั้นให้กับตระกูลลู่ทั้งหมดอยู่แล้ว พวกเขาเป็นบุรุษฐานะก็ไม่ธรรมดา สมควรให้ฝ่ายหญิงมากกว่า แต่ที่ไม่ทำตอนนี้เพราะลู่เสียนบอกว่า อยากให้ตระกูลเจียวและตระกูลฉือ เห็นถึงความจริงใจว่า ตระกูลลู่ต้องการพวกเขาไปเป็นลูกเขยจริง ๆทางด้านตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ได้จัดเตรียมของหมั้นเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน เมื่อแม่สื่อมาเจรจาสู่ขอกันเสร็จเรียบร้อย ผ่านไปไม่นานตระกูลเจียวและตระกูลฉือ ก็ตั้งขบวนแห่ของหมั้น ออกไปสู่ขอคุณหนูรองและคุณหนูสาม ทำเอาผู้คนแตกตื่นให้ความสนใจกับประเพณีที่ไม่เคยเห็นนี้ซึ่งรอบนี้มีของหมั้น ที่มาจากตระกูลเจียว ของหมั้นที่มาจากตระกูลฉือ และของหมั้นก่อนหน้านี้ที่มาจากตระกูลลู่รวมกัน ขบวนแห่ของหมั้นจึงยาวเป็นทางยาว ผู้ค
เรือนอนุจางตระกูลลู่ อนุจางนั่งเหม่อมองออกไปทางหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย ฮูหยินรองและคุณหนูห้าลู่เจียว วางยากำหนัดคุณหนูใหญ่ อีกทั้งส่งคนให้ไปรังแกแต่จับได้เสียก่อน พวกนางพากันหนีไป แต่ถูกเหว่ยอ๋องจับกลับมา คุณหนูใหญ่จึงได้สั่งให้ขังทั้งสองคนเอาไว้ในเรือนสองวันก่อนทุกคนในจวนยังคงจดจำได้ดี ภาพที่จางไห่ องครักษ์คนสนิทของท่านอ๋อง สังหารคนร้ายต่อหน้าทุกคน น่าสยดสยองจนทุกคนขวัญผวา โชคที่ที่นางเพียงแค่คิด แต่ยังไม่ได้ลงมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตนางและบุตรสาวอีกสองคน จะเป็นเช่นไรคุณหนูหกลู่ฟางและคุณหนูเจ็ดลู่เซียน เปิดประตูเข้ามาพร้อมของว่างและน้ำชา มองมารดาที่ยังคงนั่งเหม่อลอย“ท่านแม่ทานอะไรเสียหน่อยเจ้าค่ะ” อนุจางหันมามองบุตรสาวอย่างเต็มตา พวกนางเติบโตมาเป็นสตรีที่สวยสดงดงาม ถึงจะเป็นเพียงบุตรสาวของอนุ แต่ก็มีความเป็นอยู่อย่างดี คหบดีลู่เฉิงแม้จะไม่ได้รักใคร่นาง แต่ก็ดูแลให้อยู่สุขสบาย ฮูหยินใหญ่ก็ใจกว้างและมีเมตตา นางจะโง่เขลาแค้นเคือง คุณหนูใหญ่ไปด้วยเหตุอันใด แค่นางตัดเบี้ยหวัดลงมา หากไม่ใช้สุรุ่ยสุร่ายย่อมเพียงพออย่างแน่นอน อนุจางลุกมาหาบุตรสาวทั้งสอง ก่อนจะดึงพวกนางมากอด “ต่อไปเราต้องดีกับ
“อืม..น่าเสียดายฝนดันมาตกหนักเสียก่อน เพลิงไหม้จึงไม่ได้เผาทำลายโรงเตี๊ยมให้เสียหายมากกว่านี้ แต่ก็นับว่าได้สร้างความปั่นป่วน ให้กับตระกูลลู่อยู่ไม่น้อย” เจินซีหยวน ท่านอ๋องแห่งแคว้นเจินเอ่ยพร้อมยกชาขึ้นดื่มอย่างเฉื่อยชา“ต่อไปนางและตระกูลลู่ คงระมัดระวังตัวกันมากขึ้น อีกอย่างตอนนี้นางมีเหว่ยอ๋องมาคอยหนุนหลัง พวกเราคงทำอะไรยากขึ้น ไม่คิดว่าตระกูลลู่ที่ไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษ จะมีบุตรสาวเก่งการค้าเช่นคุณหนูใหญ่ นางเข้ามาดูแลไม่นาน ก็พบเจอสิ่งผิดปกติ ที่ซุกซ่อนเอาไว้มากมาย จากที่พวกเราส่งคนเข้าไปแฝงตัว และกอบโกยผลประโยชน์ คงต้องรีบดึงคนของเราออกมาพ่ะย่ะค่ะ”“ก็แค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง จะกังวลไปทำไม มีเหว่ยอ๋องหนุนหลังแล้วอย่างไร จัดการพวกเขาทั้งคู่ไปเสียพร้อมกัน ที่จริงข้าก็อยากจะจัดการเขามาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที ศึกที่ผ่านมาเขาฆ่าทหารของข้าตายไปหลายหมื่นนาย เป็นเพราะมีตระกูลลู่คอยสนับสนุนเสบี่ยง ไม่เช่นนั้นข้าก็คงพาแคว้นเจินชนะไปแล้ว” เจินซีหยวนหรือหยวนอ๋องแห่งแคว้นเจิน เอ่ยด้วยความเจ็บแค้นใจ “ใจเย็น ๆ เถิดเพคะ อีกไม่นานเราต้องได้จัดการพวกเขาอย่างแน่นอน หากฆ่าเหว่ยอ๋องได้ แ
“เรื่องที่เกิดขึ้นเราค่อย ๆ สืบไปดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคงไม่ง่ายที่จะสืบหาคนที่อยู่เบื้องหลัง ต่อไปข้าจะระมัดระวังตัวให้มากขึ้น แต่ว่าตอนนี้ข้ามีเรื่องอื่นอยากปรึกษาเจ้าค่ะ” ลู่เสียนจ้องมองกุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ อย่างจริงจังก่อนจะเอ่ยขึ้นพวกท่านสองคนมีความจริงใจเพียงใด ที่จะคบหากับคุณหนูรองและคุณหนูสาม?”“ข้าเอาศักดิ์ศรีของตระกูลฉือเป็นเดิมพัน” รองแม่ทัพฉือตอบด้วยความมั่นใจ“ข้าก็เอาศักดิ์ศรีของตระกูลเจียวเป็นเดิมพันเช่นกัน” เจียวลู่ตอบด้วยความหนักแน่นลู่เสียนหันไปมองบิดาและมารดา นางคิดว่าตระกูลลู่ ต้องการบุรุษที่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง มาช่วยกันปกป้องอีกแรง ลำพังนางคนเดียว มันยากเกินไปเพราะกิจการตระกูลลู่มีมากมาย มันเกินกำลังของนางจริง ๆนอกจากเหว่ยอ๋องแล้ว นางต้องการบุรุษมาเพิ่มอีก ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นั่นก็คือ กุนซือเจียวลู่และรองแม่ทัพฉือ ก็ในเมื่อเขาสองคนมีใจให้กับน้องสาวของนาง นางก็ช่วยทำให้มันเร็วขึ้นก็แค่นั้นเอง พบเจอบุรุษที่ดีอย่าปล่อยให้ลอยนวล ต้องรีบต้อนเข้ามาไว้ในรั้วแล้วเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี“พวกท่านต้องการค่าสินสอดเท่าใดเจ้าคะ?”“ห้ะ…ค่าสินสอดหรือ?” เจียวลู่และร
ลู่เสียนล้มป่วยลงจริง ๆ เพราะตากฝน และก่อนหน้านั้นนางก็ถูกพิษกำหนัด และได้เปิดศึกสงครามบนเตียง กับเหว่ยอ๋องจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ร่างกายจึงอ่อนเพลียและอ่อนล้า จึงล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน ลู่เสียนนอนซมอยู่บนเตียงมาได้สองวันแล้ว นางนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้“ท่านปู่ข้ายังไม่ได้กินยาห้ามครรภ์เลยเจ้าค่ะ ข้าจะท้องหรือไม่ ข้ายังไม่อยากท้องตอนนี้” ชายชราบรรพบุรุษได้ยินก็หัวเราะออกมา“ฮ่า ๆ ตราบใดที่เจ้ายังใส่กำไลที่ข้อมือ เจ้าก็ไม่มีทางท้องอย่างแน่นอน หากเจ้าอยากท้องก็แค่ถอดกำไลออก เมื่อนั้นเจ้าได้ท้องสมใจแน่”“จริงหรือเจ้าคะ เฮ้อ!ค่อยเบาใจหน่อย ข้ายังมีเรื่องให้ทำอีกมากมาย ยังตั้งครรภ์ตอนนี้ไม่ได้ ““อืมข้าก็เห็นด้วย แต่ว่าต่อไปเจ้าต้องระวังตัวให้ดี ดูเหมือนมีคนอยากเอาชีวิตเจ้า การวางเพลิงสี่จุดพร้อมกัน เรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลย”“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านปู่เหมือนข้าได้รับพลังมาเลยเจ้าค่ะ ยิ่งเวลาโกรธพลังยิ่งเพิ่มมากขึ้น แล้วพอตัวข้าพอคิดว่า อยากเหาะไปให้ถึงเร็ว ๆ ก็เหมือนจะทำได้ทันทีเลย แปลกจริง ๆ เจ้าค่ะ”“ข้าก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่เจ้าได้รับมาคืออะไร แต่ก็ดีแล้ว
เมื่อลู่เสียนเดินออกมา จางไห่ก็ได้นำรถม้า มาจอดรอหน้าโรงเตี๊ยมเรียบร้อยแล้ว ลู่เสียนก้าวขึ้นไปทันทีตามด้วยเหว่ยอ๋อง ก่อนนางจะบอกให้จางไห่รีบไป เมื่อมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งที่สอง ลู่เสียนรีบก้าวลงมาจากรถม้าอย่างเร่งรีบ ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจโดยรอบ ดูเหมือนจะเสียหายไปพอสมควร สวรรค์หากนางมาไม่ทันจะเป็นเช่นไร เจ้าพวกคนชั่ว ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าเอาไว้แน่ เหว่ยอ๋องยกมือขึ้นมาลูบแก้มนางอย่างแผ่วเบา เพราะเขารับรู้ได้ถึงไอพลังสังหาร ที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างของนาง “จิ้งจอกน้อยเริ่มโกรธแล้ว” “เข้าไปกันเถอเพคะ” “อืม” ลู่เสียนเดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พร้อมกวาดตามองหาผู้จัดการร้าน แต่กลับไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ “ผู้จัดการโรงเตี๊ยมไปไหน?” “วันนี้ผู้จัดการไม่มาทำงานเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่” “ไม่มาทำงานแล้วมีคนไปบอกเขาหรือไม่ว่า โรงเตี๊ยมเกิดไฟไหม้?” “มีคนไปบอกเขาแล้วเจ้าค่ะ แต่เขาบอกไม่สบายลุกไม่ไหว” ลู่เสียนกำหมัดเข้าหากันแน่น คงถึงเวลาจริง ๆ แล้วสินะ ในเมื่อจะร้ายก็ร้ายให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต! ข้าจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว “ท่านอ๋องหม่อมฉันสงสัยเขา” “จางไห่ส่งคนไปจับตัวเขา ไปขังที่คุกของทางการ” “พ่ะย







