LOGINทั้งนายและบ่าวถูกนำมาที่ห้องสอบสวน ใต้เท้าอวี๋ไม่ได้ลงมาสอบสวนด้วยตนเอง แต่เขาส่งคนของเขามาฟังคำร้องเรียนของนาง
“ข้าขอกระดาษและหมึกได้หรือไม่เจ้าคะ” นางร้องขอเบาๆ พร้อมผมเพ้าที่ยุ่งเหยิงและหน้าตาที่บวมช้ำทำคนในศาลร้องทุกข์เห็นใจไม่น้อย “แม่นางน้อยเซี่ย ทำแผลก่อนดีหรือไม่“ สตรีนางนึงถูกส่งมาทำแผลให้นางเอ่ยถาม ”ขอบคุณท่านน้า แต่ข้าช้ากว่านี้ไม่ได้เจ้าค่ะ หลักบานบางอย่างจะโดนคนพวกนั้นจัดการ“ นางเขียนทุกอย่างลงในกระดาษทีละข้อ ขอร้องให้ทุกคนไปตามหาหลักฐานตามที่นางบอก ก่อนจะคิดอะไรขึ้นได้ ”พี่ชายข้ารู้ว่าตอนนี้ใต้เท้ามีงานมากมายแต่ว่า…ข้าจะวางใจกว่านี้หากได้มอบหลักฐานให้เขาโดยตรง ลุงเขยและเหล่าญาติของท่านย่าข้า อยู่ในสถานะที่ทำลายทุกคนที่ขวางทางได้ทุกเมื่อ…ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ“ นางไม่ใช่คนโง่ หลังคำนวนดีแล้วว่าจะใช้วิธีไหนเสียเปรียบให้น้อยที่สุด นางเลือกใช้วิธีอ่อนน้อมและเรียกคะแนนสงสารแทน ”แม่นางรอเพียงครู่“ ซุนกวงสั่งให้คนไปรายงานอวี๋ลี่หัว ก่อนจะกลับมานั่งที่เดิม ขวดน้ำชาและน้ำแกงถูกยกมาวางตรงหน้า ”ข้ามั่นใจว่าในนี้มีพิษ แต่อาจจะไม่แรงถึงขั้นหยุดหายใจ แต่ว่ายามข้าหยุดกิน อาการป่วยข้าหายเป็นปลิดทิ้ง วอนท่านตรวจสอบให้ทีเจ้าค่ะ“ ซุนกวงรีบยกไปตรวจดูโลหะขนาดเล็กเมื่อจุ่มลงไปยังคงสภาพเดิม แต่เมื่อทิ้งไว้ถึงหนึ่งเค่อ มันจึงเริ่มดำขึ้น ”มีพิษจริงๆ” “เก็บหลักฐานชิ้นนี้ไว้ ตามอาจารย์เหมินมาตรวจว่าเป็นพิษชนิดใด” อวี๋ลี่หัวที่เดินเข้ามาในห้องร้องทุกข์เดินเลยมาถึงด้านในที่ตรวจสอบพิษก่อนออกคำสั่ง “ขอบคุณใต้เท้าที่มาตามคำร้องของข้า” มีใครบอกหรือไม่ว่าบุรุษผู้นี้หล่อเหลาหาตัวจับยากเหลือเกิน หากอยู่ในโลกเดิมของนาง…แน่นอนว่า คิ้วมังกร ดวงตาเรียวรี จมูกที่โด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบแต่สีชมพูน่าดูชมนั้น เป็นดาราได้เลยทีเดียว “ข้าว่างจากการว่าความพอดี แม่นางพูดเรื่องหลักฐานมาเถอะ ข้ามีเวลาไม่มากนัก” หากไม่ใช่ท่านย่าและท่านแม่เขาขอให้เข้ามาดูด้วยตนเอง เขาคงปล่อยผ่าน แต่ท่านย่าเขากลับสงสารนางจนออกปาก “นี่เป็นรายการสินค้าที่บิดาข้าต้องส่งอัญมณีให้แคว้นซาง เดิมทีซือหานถูกบิดาข้าไหว้วานให้มาทำการค้า ก่อนบิดาข้าจะขึ้นเรือไปและประสบพายุ หลังจากนั้นซือหานเกรงว่าหากไม่มีตราประทับสกุลเซี่ย คนแคว้นซางอาจไม่รับซื้อขาย จึงนำกลับมาให้ข้าที่จวน แต่ข้าไร้เรี่ยวแรง สองหูได้ยินเพียงคนพวกนั้นตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน“ นางยื่นกระดาษที่ยับยู่ยี่ส่งให้อวี๋ลี่หัว เขายกมันขึ้นมาดูก่อนพบว่าลายกระดาษนกกระเรียนเช่นนี้เป็นกระดาษที่เอาไว้ซื้อขายกับราชวงศ์จริงๆ สตรีผู้นี้ไม่ได้โกหก ”แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไร ว่าคนสนิทของบิดาเจ้าไม่ได้ยักยอกเอาไปเอง“ เขาถามไปอย่างนั้นอยากรู้ว่านางสืบเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน ”ซือหานรออยู่ที่ประตูเจ้าค่ะ“ เขาหันไปพยักหน้าให้คนของเขาพาเข้ามา ”เขาเป็นคนจำได้ว่าสินค้าบางชิ้นถูกขายไปให้ร้านเครื่องประดับในเมืองหลวงหลายแห่ง จึงแอบส่งข่าวให้ข้า เมื่อทราบเช่นนั้นข้าจึงหยุดกินอาหารที่คนบ้านใหญ่ส่งมา จากนั้นอาการจึงดีขึ้น“ เมื่อคนของนางเข้ามาแล้ว เขาส่งให้คนของเขาซักถามต่อ ”มีหลักฐานใดอีกหรือไม่“ นับว่านางฉลาดทีเดียวที่เลือกจะมามีเรื่องที่หน้าศาลาร้องทุกข์เพราะการมีอำนาจของสกุลเซี่ยแน่นอนว่าไม่มีใครกล้ายื่นมือไปช่วยนางร้องเรียนอยู่แล้ว ”ตอนนี้คนบ้านใหญ่หาที่ซ่อนอัญมณี ข้าอยากขอให้ท่านส่งคนไปคุ้มครองเรือนข้าได้หรือไม่ เพราะหากแคว้นซางไม่ได้สินค้า ข้ายังพอมีของไปทดแทน“ นางกระซิบบอกแผ่วเบา ทั้งๆที่อัญมณีพวกนั้นนางนำมันมาซ่อนในมิติที่โผล่มาตั้งแต่วันแรกที่นางลืมตาแล้ว ในนั้นไม่มีของช่วยชีวิตเหมือนในนิยายที่นางอ่าน มันเหมือนมีเอาไว้แค่เก็บของเท่านั้น ”ซือกวง ส่งคนไปคุ้มกันเรือนสกุลเซี่ย ส่งคำร้องทั้งหมดให้วังหลวง เรื่องนี้อาจใหญ๋ขึ้นเพราะของที่พ่อค้าเซี่ยต้องส่งไปที่แคว้นซาง ถูกปล้น!!!“จบคำพูดของนาง นางสั่งให้คนมาไล่สองแม่ลูกนั้นออกไปทันที แต่คนไม่รู้สำนึก อย่างไรก็คิดไม่ได้อยู่วันยันค่ำ“เจ้าต้องไม่ตายดี!! เจ้าเนรคุณคนที่เลี้ยงดูเจ้าได้อย่างไร!!”“ข้าเป็นถึงมารดาขอพ่อเจ้าอย่างไรสมบัติบุตรชายข้า มันควรจะเป็นของข้าทั้งหมด!! เจ้าข้าเอ้ยย มาดูคนเนรคุณผู้นี้เร็วเข้า!!” นางกอดอกยืนมองคนสองคนที่พากันตะโกนด้วยแววตาอ่านยาก ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในจวน ไม่สนใจใยดีใดๆทั้งสิ้น!!“หากไม่ติดว่าสามีข้าเป็นผู้พิพากษา นางสองคนคงไม่ได้มาร้องแหกปากเช่นนี้แน่!!” นางไม่อยากเอาความเดือดร้อนมาใส่สามี จึงยอมเลิกลา ตั้งแต่คุณหนูใหญ่เซี่ยต้องโทษประหาร คนบ้านใหญ่ไร้ที่พักพิง มีเพียงเงินช่วยเหลือจากงบหลวงเดือนละ10ตำลึง พร้อมปลูกเพิงเล็กๆให้อยู่เท่านั้น ชีวิตทั้งสองคนจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับบุตรชายของอาหญิงนางแล้ว ว่าเขาจะกลับมาจากการค้าเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้คนบ้านใหญ่หรือจะเมินเฉยให้สมกับที่บ้านใหญ่ส่งแม่เขาไปตาย นั่นสุดแต่บุญแต่กรรม!!“ให้คนเตรียมอาหาร ข้าจะไปที่สุสานท่านพ่อท่านแม่และถิงถิง” เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก นางเตรียมชุดที่เรียบร้อย แม้ยังไม่เจอร่างของบิดาแต่นางทำป้ายดวงวิญญาณให้
คำรายงานนั้นทำทุกคนผุดลุกขึ้นยืน“เจ้าสี่ดูแลท่านย่ากับพ่อแม่ข้าด้วย!!” สั่งเสร็จเขารีบวิ่งออกไปทันที โดยมีนางตามมาติดๆ เท้าหนากำลังจะก้าวเข้าไปในกองเพลิง แต่นางดึงแขนแกร่งเอาไว้ก่อน“ในนั้นไม่มีสิ่งใดสำคัญเจ้าค่ะ” ครานี้เขาหันมามองนางเต็มสองตา“หมายความว่า…อย่างไร” ใจเขานึกภาวนาให้ไม่เป็นดั่งคิด แต่เหมือนกับว่าคำขอเขาจะไม่เป็นผล“ไฟรามไปถึงจวนเซี่ย เป็นความบังเอิญ เราก็แค่…จับคนวางเพลิงให้ได้เจ้าค่ะ” พูดจบนางยกยิ้มให้เขาทันที ก่อนจะเดินกลับไปนั่งรอด้วยความใจเย็น…รอให้เพลิงในใจสงบ“นางช่าง…น่ากลัวเหลือเกิน” เป็นองค์รัชทายาทที่ตามมาเอ่ยสมทบ และเขาเห็นด้วย“พระองค์เอง…ก็อย่าเผลอไปมีเรื่องกับนางเข้าหล่ะ!!” เขายกยิ้มมุมปาก ก่อนมองดูชาวบ้านและทหารช่วยกันตักน้ำมาดับไฟ แต่เหมือนว่ามันจะไม่ทันการณ์เมื่อตอนนี้ไฟลามไปถึงจวนใหญ่เซี่ยเรียบร้อย“ในเมื่อการณ์เป็นเช่นนี้ข้าต้องตามจับคนร้ายตามหลักฐานสินะ” องค์รัชทายาทหันมาเอ่ยกับนาง นางจึงย่อตัวลงทำความเคารพ “แล้วแต่พระองค์จะกรุณาเพคะ” ท่าทางเช่นนั้นทำเขาขำ ก่อนนางจะได้ยินเสียงคนบ้านใหญ่ร้องโหยหวนมาจากตรอกด้านหลังหอสมุดของสามีนาง ทรัพย์สินที่มีถูกเผ
“ไม่นะ ถิงถิง อย่าทิ้งข้าไว้แบบนี้ ลืมตาตื่นมาข้ามีเพียงเจ้าคอยดูแล…อย่าทิ้งข้า ฮึก อย่าทิ้งข้าไป ฮือ~“ ลมหายใจสุดท้ายของบ่าวรับใช้แสนซื่อสัตย์ทำนางร้องไห้แทบขาดใจ ร่างกายทั้งร่างเครียดขึงจนอวี๋ลี่หัวรีบเข้ามาปลอบโยน“อันหนิง ถิงถิงไปสบายแล้ว” เสียงร้องไห้ของนางบาดหัวใจเขาจนเจ็บปวดไปหมด เหวินฟ่างกำดาบในมือแน่น ทั้งๆที่พึ่งได้ใช้ชีวิตปกติแท้ๆเชียว เหคุใดคนพวกนั้นจึงไม่ยอมเลิกลา“ฮึก~ ชีวิตหลังรอดตายข้ามีเพียงนาง” ใครบ้างในที่นี้ที่เห็นเซี่ยอันหนิงร้องไห้แล้วไม่ร้องตาม แม้แต่บุรุษอกสามสอกยังเบือนหน้าหนี ความเจ็บปวดที่นางมีมันบ่งบอกถึงว่าชีวิตนี้นางสูญสิ้นไปหมดแล้วดวงตาแดงก่ำกวาดมองดูคนงานที่บาดเจ็บร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ข้าวของที่พังเละไม่มีชิ้นดีด้วยใจขึงโกรธ ”ซือหานเป็นช่างหล่ออัญมณีอันดับหนึ่ง เขาเสียมือไป จะ…ใช้ชีวิตเช่นไรหรือเจ้าคะ“ อย่าว่าแต่ซือหานเลยบางคนถึงกับโดนกรีดเอ็นข้อมือด้วยซ้ำ”คุณหนู ข้าอดทนได้ขอรับ คุณหนูอย่าได้ยอมแพ้ ทำเครื่องประดับต่อไป“ นางหลับตาลงด้วยความขมขื่น”ส่งคนออกไปตามหากลุ่มโจร ประกาศออกไปให้ทั่วเมืองหลวง ประนามคนชั่วช้าที่กล้าปล้นสายแร่ทองคำ ทำให้เซี่ยอันหน
”การที่ต้องเดาว่าคนที่นั่นจะจัดการข้าเช่นไร ยากชมัด ทำข้าหงุดหงิดไม่น้อย“ หลังเหวินฟ่างกลับมานางได้เปิดอกระบาย”ฮูหยินวางใจ ข้าและทุกคนยินดีปกป้องท่านเท่าชีวิต“ นางเห็นเช่นนี้ใช่ว่าจะอุ่นใจ นางไม่อยากให้ใครบาดเจ็บอีกแล้ว“หรือข้าควร…ถอยออกมา เพื่อให้คนบ้านใหญ่สงบใจไม่อาฆาตแค้นดี” นางควรแบ่งทรัพย์สินเพิ่ม แล้วลงสัญญาเลิกแล้วต่อกันไปดีหรือไม่ สุดท้ายคืนนั้นทั้งคืนนางเอาแต่คิดวกวนจนเผลอหลับเกือบค่อนแจ้ง จนกระทั่งสามีกลับมาตอนรุ่งสาง เขาไปราชการที่วังหลวง เมื่อคืนจึงไม่ได้กลับจวน“เหวินฟ่างบอกว่า เจ้ามีเรื่องที่คิดไม่ตก” มือหนากวาดปอยผมนางออกจากใบหน้านวล“เหตุใดจึงรายงานทุกอย่าง” ใบหน้าสวยหวานงอง้ำ“เป็นเรื่องที่ข้าสั่งเอาไว้เอง อยากช่วยเหลือคนบ้านใหญ่หรือ” นางส่ายหัว แน่นอนเรื่องนั้นนางไม่อยากช่วยสักนิด แต่ก็อดห่วงคนอื่นไม่ได้ ด้วยกลัวว่าคนพวกนั้นจะมาเจ็บตัวเพราะนาง เหมือนซือหานและถิงถิง“ข้าเพียงกลัวว่าความโลภเข้าครอบงำ จนจิตใจมืดบอด ทำร้ายคนที่ไร้หนทางสู้เท่านั้นเจ้าค่ะ” โลกเดิมนางเองก็ลังเลเช่นนี้ จนสุดท้ายคนพวกนั้นหมายเอาชีวิตนางสำเร็จ นางจะไม่ยอมให้ชะตาเดิมกลับมาอีกครั้งแน่นอน“ข้า
เหมือนคนที่คุยกันถูกคอมาเจอกัน ตอนนี้นางได้รับรู้อะไรหลายๆอย่างจนกระทั่งเหวินฟ่างส่งสัญญานออกมา นางจึงขอตัวกลับ และแจ้งว่าอีกไม่นานจะเปิดหน้าร้านให้สาวๆเข้าไปเลือกชมได้ตามสบาย หรือหากไม่สะดวกนางสามารถนำมาให้ขายแบบเดิมได้ ซึ่งทุกคนยินดี และอยากผูกสัมพันธ์กับนาง การค้าขายที่ราบรื่นส่งผลให้นางเริ่มมองหาหน้าร้าน และได้ความอนุเคราะห์จากฮูหยินอวี๋มารดาของสามีนาง ที่เปิดตลาดให้เช่าอยู่หลายตรอก นางจึงได้ห้องแถวทำเลดีมา “วันนี้ซือหานจะมาถึงใช่หรือไม่” นางที่กำลังออกแบบเครื่องแต่งกายของบุรุษและสตรีถามเหวินฟ่างทั้งที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ เพราะมั่นใจว่าคนข้างกายของนางไม่มีใครอื่นนอกจากเหวินฟ่าง“มาถึงแล้วเจ้าค่ะ อยู่ที่จวนเซี่ย” บัดนี้จวนเซี่ยใกล้เสร็จแล้ว และนางแบ่งห้องพักให้บ่าวรับใช้สองคนที่เป็นคนดั้งเดิมคือซือหานและถิงถิง“เช่นนั้นไปรับถิงถิงกันเถอะ” นางเตรียมเก็บของแต่ใครบางคนที่มาใหม่ทำนางน้ำตาซึม“คารวะคุณหนู” น่าตาสดใสของสาวใช้ข้างกายและการแต่งตัวที่ดีขึ้นทำนางอดจะดีใจไม่ได้จริงๆ“เหตุใดจึงไม่รอข้าไปรับ” สาวใช้จัดการเตรียมเครื่องหอมที่ทำเอาไว้ใส่ถุงโดยไม่ต้องมีใครบอก“ตอนนี้คุณ
ตลอดทั้งคืนที่นางถูกเขาตักตวงความหอมหวาน ยอมรับว่ามันหวานล้ำดั่งกลีบผกาแรกแย้ม นางทั้งรุกทั้งรับเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ แสดงความหัวไวในการที่เขาสอน แถมยังต้อนเขาจนมุมในบางครา นาง…ช่างฉลาดและเฉลียวทุกเรื่อง“นอนเสีย ข้าดูสำนวนคดีนี้หน่อย” ตอนนี้เป็นเวลาค่อนคืนที่บทรักพึ่งสงบ เขาดึงตะกร้าใส่สำนวนคดีมาเปิดดูทั้งๆที่นางนอนทับบนแขนแกร่งอยู่ ส่วนตัวเขานอนพิงหัวเตียงปล่อยให้นางลูบหน้าอกที่มีแต่กร้ามเนื้อเล่น“เหตุใดจึงดื้อนักหืม” เขาถามพร้อมจับมือบางมาพรมจูบ“ข้าแค่เพลินไปหน่อย กำลังช่วยท่านดูสำนวนคดีนี้อยู่” เขาอ่านนางก็ช่วยอ่าน เห็นความสงสัยในหลายจุด“คดีนี้ทำไมหรือ” คดีที่อยู่ในมือเขาตอนนี้เป็นคดีที่สะเทือนขวัญคนทั้งเมืองพอสมควร เมื่อตอนนี้จู่ๆ ก็มีเด็กจมน้ำติดต่อกันวันละหลายคน หรือบางทีก็มีเด็กถูกลักพาตัวและพบเจอแบบไม่มีลมหายใจ ทั้งยังมีจุดเดียวที่พบศพ ใครบ้างไม่สงสัย ยิ่งคนเป็นพ่อแม่ที่สะเทือนใจจนต้องพึ่งยา นั่นถือว่าหนักพอสมควร“ข้าเชื่อว่าสำนวนคดีเล่มอื่น ก็ต้องระบุว่าเด็กตายมากมายเช่นนี้ จึงมีคนในบ้านเสียใจจากการจากไปจนล้มป่วย จากนั้น เหล่าแพทย์ก็จะเบิกยาซุนกุ่น ที่ช่วยเรื่องนอนหลับสบาย







