เข้าสู่ระบบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมห้องเก็บของขนาดเล็กหลังจากที่ประตูถูกปิดลง ไม่ได้ทำให้คนถูกขังรู้สึกมืดมนเท่าหัวใจที่เริ่มหมดความหวัง หลังปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความมืดมิดที่แสนสิ้นหวังในหัวใจอยู่พักใหญ่ มือบอบบางก็ปัดเศษฝุ่นผงที่ติดตามชุดเดรสสีหวานที่ตนเองสวมใส่ช้าๆ พร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นออกมาเป็นสาย
พลอยชมพูพยุงตัวลุกจากพื้นเย็นเฉียบที่นั่งอยู่ร่วมชั่วโมงอย่างยากลำบาก เพราะดูเหมือนตอนที่มารุตเหวี่ยงเธอเข้ามาให้ห้อง ข้อเท้าของเธอคงกระแทกเข้ากับอะไรบางอย่างจนเจ็บแปล๊บๆ ก่อนมือบอบบางจะควานหาสวิตช์ไฟอยู่ครู่หนึ่งแล้วกดเปิดมันเพื่อขับไล่ความมืดมิดภายในห้องอับๆแห่งนี้ โดยได้แต่หวังว่าแสงไฟที่ส่องสว่างจะสามารถขับไล่ความมืดมนในหัวใจเธอไปพร้อมๆกัน
แสงสว่างจ้าฉายขึ้นในเสี้ยววินาทีที่พลอยชมพูกดปุ่ม ดวงตากลมหวานที่ยังมีหยาดน้ำตาคลอหน่วยกวาดมองรอบๆห้องเก็บของขนาดเล็กคล้ายสำรวจ มือบางที่ยังเปื้อนฝุ่นปาดน้ำตาที่สองข้างแก้มลวกๆ แก้มใสสีชมพูผุดผ่องเปื้อนรอยฝุ่นจนมอมแมมไปหมด ก่อนจะผินหน้ามองภาพเงาสะท้อนจากตู้กระจกบานกว้างที่ถูกเก็บไว้ในมุมหนึ่งแล้วแค่นยิ้มคล้ายเยาะหยันตัวเองอยู่ในที ภาพสะท้อนที่เห็นในเบื้องหน้าช่างดูไม่เหมือนตัวเธอยามปกติแม้แต่น้อย บางทีนี่อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอภายใต้เปลือกนอกแสนสวยก็เป็นได้
ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าตัวเองผิด...
แต่บางครั้งเราก็ไม่เคยยอมรับความผิดของตัวเองง่ายๆ
พลอยชมพูพยายามสงบจิตใจอยู่พักใหญ่ ก่อนจะนำพาร่างบอบบางที่ไม่มั่นคงนักไปนั่งบนฟูกอันเก่าที่ถูกทิ้งไว้ภายในห้อง ดวงตากลมหวานกวาดตาสำรวจห้องเก็บของอีกครั้งด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว ตอนแรกเธอโกรธมารุตไม่น้อยที่ทำกับเธอเช่นนี้ เพราะขนาดบุพการีของเธอยังไม่เคยกักขังหรือแม้แต่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจก็ยังไม่เคย แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่น้องสาวของเธอเอ่ยเมื่อตอนเกิดเรื่อง พลอยชมพูก็เริ่มคิดได้ว่า
‘สิ่งที่ทำให้เธอถูกขังอยู่ที่นี่ไม่ใช่ความใจร้ายของมารุต แต่เป็นเพราะความเจ้าอารมณ์ที่แสนร้ายกาจของเธอเองต่างหาก’
“พิงค์...พี่ขอโทษนะ พี่คงนิสัยไม่ดีมากจริงๆ” คนรู้ตัวว่าผิดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินอีกหน เหมือนต้องการชำระล้างตะกอนที่ตกค้างในหัวใจให้จางหายไป
ห้องนั่งเล่นกว้างที่ควรว่างเปล่ากลับมีใครอีกคนนั่งอยู่ มารุตนั่งมองประตูห้องเก็บของที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนจะเหลียวมองนาฬิกาวินเทจที่ประดับผนังห้องนั่งเล่นอีกหนด้วยความลังเล เขาขังพลอยชมพูให้สำนึกผิดอยู่ในนั้นมาร่วมสองชั่วโมงแล้ว แต่น่าแปลกที่คนกระวนกระวายจนไม่อาจขยับไปไหนจากตรงนี้ได้ กลับกลายเป็นตัวเขาเอง
เขากำลังรู้สึกผิด!
‘รู้สึกผิดอะไรวะ ไอ้ลม? แกทำถูกแล้วจะกังวลทำไม’
แม้สมองจะสั่งการเช่นนั้น แต่ความกระวนกระวายในใจกลับเพิ่มพูนขึ้นทุกขณะที่เวลาเดินผ่านไปอย่างไร้เหตุผล มารุตพาร่างสูงของตัวเองไปหยุดยืนหน้าประตูห้องเก็บของอีกครั้ง ส่วนจะเป็นครั้งที่เท่าไรในรอบสองชั่วโมงที่ผ่านมา ตัวเขาเองก็ไม่ได้นับไว้ แต่มันคงมากพอที่จะทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนไขลานทิ้งไว้ให้เดินไปเดินมา และลานที่ถูกไขก็คงเสียไปเรียบร้อยแล้วในความคิดของมารุต ตัวเขาถึงยังเดินกลับไปกลับมาบ่อยครั้งจนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดเช่นนี้
เสียงเครื่องมือสื่อสารที่ดังขึ้น ทำให้ตุ๊กตาไขลานที่กลไกชำรุดหยุดชะงักแล้วเดินกลับมาที่ห้องรับแขกอีกหน
“ครับ น้าบัว” มารุตรับสายมารดาเลี้ยงในทันที นึกแปลกใจที่บัวบูชาติดต่อหาเขาในเวลาดึกดื่นค่อนคืนเช่นนี้
“ฮ่ะ! น้าบัวใจเย็นๆนะครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”มารุตรับคำทันทีก่อนจะพาร่างสูงออกไปจากห้องชุดสุดหรู โดยลืมนึกไปว่ามีใครอีกคนที่อยู่ในห้วงคำนึงจนถึงเมื่อครู่
บางสิ่งบางอย่างที่สูญเสียไปก็ไม่อาจเรียกคืนมาได้
และหนึ่งในนั้นก็คือ...ความรู้สึกของคนถูกทิ้ง
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







