LOGINเกลียวคลื่นที่สาดซัดน้ำทะเลให้เข้ากระทบชายฝั่งเป็นระลอกอย่างเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ท้องฟ้าสีครามกว้างไกลสุดสายตาที่ตัดเส้นขอบทะเลยังสว่างกระจ่างใสจนไม่เหลือร่องรอยของพายุฝนที่โหมกระหน่ำมาตลอดทั้งคืน แสงแรกของดวงตะวันที่โผล่พ้นขอบฟ้ามากว่าครึ่งดวงส่องแสงอวดความงดงามจับดวงใจของคนมองอย่างง่ายดาย
พลอยชมพูยืนอยู่บนปลายสะพานไม้ที่ทอดยาวลงไปในท้องทะเลกว้างคลี่ยิ้มละมุน คิดไม่ผิดที่ลองเดินตามเส้นทางที่ตนเองไม่เคยเดิน ถึงตลอดทางจะถูกห้อมล้อมไปด้วยสายน้ำที่ชวนให้สั่นไหวลึกๆในหัวใจ และแม้ปลายสะพานจะสิ้นสุดลงที่ท้องทะเลกว้างใหญ่ที่ไม่เหลือหนทางให้ก้าวเดินต่อไป แต่ความสวยงามที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำให้เธอรู้ว่า มันคุ้มค่ามากมายเพียงใดกับความเสี่ยงบนเส้นทางที่เธอก้าวเดินผ่านมา
คงเหมือนกับเรื่องราวของเธอและมารุตที่เกิดขึ้น
แม้สุดท้ายจะก้าวเดินไปสู่ปลายทางที่สิ้นสุด แต่ค่ำคืนที่แสนวิเศษของเธอและเขา จะสลักลึกในความทรงจำไปจนชั่วชีวิตที่เหลือของเธอ
เมื่อความสัมพันธ์ของตัวเองกับคนที่หลงรักก้าวมาไกลเกินกว่าความคิดฝัน พลอยชมพูจึงเริ่มตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่เธอยอมเพิ่งยอมรับมันได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอเคยเฝ้าเพียรพยายามหลอกตัวเองมาโดยตลอด ว่าวันหนึ่งข้างหน้ามารุตจะต้องรักเธอจนหมดหัวใจ แต่มาวันนี้เมื่อความสัมพันธ์ของเธอและเขามาไกลเกินย้อนกลับ ตัวเธอเองกลับยอมรับได้อย่างสงบนิ่งถึงความพ่ายแพ้ของตนเอง ก่อนจะคลี่ยิ้มที่แฝงไปด้วยความสุขที่แสนเศร้า
ช่างน่าขันที่ในวันนี้เธอรู้แล้ว...ว่าเธอพร้อมที่จะเดินออกจากชีวิตของมารุต
ยังไม่ทันที่ความคิดมากมายในห้วงคำนึงจะสงบลงได้อย่างใจคิด สายลมที่แสนบางเบาก็พัดพาความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทนที่ เมื่อเธอรู้สึกได้ถึงภัยคุกคามที่อยู่ใกล้ตัวจนน่าใจหาย หญิงสาวตัดสินใจหันหลังกลับไปมองทางเดินทอดยาวที่เคยมีเพียงแค่ตนเองอยู่ลำพังจนถึงเมื่อครู่ในทันที แต่ในเสี้ยววินาทีที่หันกลับ แรงมหาศาลก็กระแทกลงบนแผ่นหลังบอบบางของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนงาม จนร่างบอบบางเสียหลักร่วงหล่นลงในน้ำทันที
‘ตู้ม!’
พลอยชมพูสำลักน้ำทะเลที่สูดเข้าไปในทันทีที่ร่วงหล่นลงไปในน้ำ ความแสบร้อนที่เกิดจากการหายใจเอาน้ำเค็มเข้าไปในปอด ทำให้ดวงหน้าหวานแดงก่ำและดวงตาหวานก็เคลือบไปด้วยม่านน้ำตาด้วยความตื่นตระหนก ร่างบอบบางพยายามพยุงตัวเองให้ลอยตัวเหนือน้ำอย่างยากลำบาก เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวทำให้คนที่ตกลงไปในน้ำไม่สามารถพยุงตัวเองขึ้นมาได้อย่างใจคิด ก่อนร่างบอบบางจะจมลงในน้ำอย่างรวดเร็วราวกับท้องทะเลต้องการดึงรั้งให้ตัวเธอจมหายไปตลอดกาล คนที่ยังตกใจและสับสนสำลักน้ำทะเลอีกครั้งด้วยความทรมาน พร้อมๆกับสติที่เริ่มเลือนรางลงอย่างรวดเร็ว
‘ถ้าเกิดอะไรขึ้นต้องมีสติ ไม่ใช่ตกอกตกใจแล้วก็ร้องห่มร้องไห้...ต้องเข้มแข็งแล้วหาทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น’
เสียงทุ้มของคนที่อยู่ในห้วงความรู้สึกเสมอดังก้องในใจคนที่กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลที่มืดมิด พลอยชมพูดิ้นรนอีกครั้งทั้งที่ร่างกายของเธอกำลังอ่อนแรงลง เพื่อนำพาร่างที่สั่นไหวจากความกลัวขึ้นมาบนผิวน้ำอย่างยากลำบาก ทันทีที่โผล่พ้นผิวน้ำ หญิงสาวก็ตะโกนก้องเพื่อร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงที่ดังที่สุดที่เธอคิดว่าตัวเองจะเปล่งได้
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ ช่วยด้วย”
คนที่เริ่มมีสติกวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาหนทางที่จะยื้อชีวิตที่เธอเพิ่งรู้ว่ามันสั้นเพียงใด ให้อยู่ต่อไปให้ได้นานที่สุดเท่าที่กำลังของเธอจะมี แต่แล้วดวงตาหวานที่กวาดไปมาก็สะดุดหยุดลงที่ร่างบอบบางของใครอีกคนที่ยืนมองเธออยู่ที่ปลายสะพาน ดวงตาสีนิลที่แสนว่างเปล่าคู่นั้นมองจ้องมายังเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ก่อนหัวใจที่เต้นแรงกว่าปกติจะเต้นเร็วแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัวอย่างรวดเร็ว จนคนที่กำลังพยุงตัวเองให้ลอยอยู่ในน้ำต้องยกมือกุมหน้าอกข้างซ้ายไว้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเจ็บร้าวที่บาดลึกจนปวดไปทั้งร่างกายอย่างทรมาน
ดวงตากลมหวานที่แดงก่ำมองประสานดวงตากับใครบางคนที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่จุดเดิม ก่อนหัวใจที่เต้นระรัวจะกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว พร้อมภาพความทรงจำในอดีตที่ไหลเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว จนเจ้าของความทรงจำรู้สึกช้าวาบไปทั้งร่าง
สายน้ำเชียวกราดและสายฝนที่ซัดกระหน่ำจนมองไม่เห็นทิศทาง กำลังพัดพาร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งให้ปลิดปลิวไปอย่างไร้ทางหลบหนี สายฟ้าที่ฟาดลงมาจนเกิดเสียงกึกก้องและกราดเกรี้ยวทำให้คนที่อยู่ในกระแสน้ำรู้ว่า ชะตาชีวิตของเธอคงมาได้เพียงเท่านี้ เด็กหญิงผู้เคราะห์ร้ายถูกสายน้ำซัดร่างของเธอไปกระแทกกับก้อนหินโสโครกในแม่น้ำหลายหนจนเลือดสีแดงสดไหลอาบไปทั่วทั้งร่าง ผู้เคราะห์ร้ายที่เริ่มสิ้นหวังและสิ้นเรี่ยวแรงหลับตาลงอย่างช้าๆ เพื่อปล่อยให้วาระสุดท้ายของชีวิตจบลงอย่างไม่ทรมานมากนัก
‘อย่าหลับตานะ! อย่ายอมแพ้สิ’ เสียงของใครอีกคนดังกระทบเข้ามาในโสตประสาท ทำให้ดวงตากลมหวานที่ปิดสนิทต้องเปิดขึ้นอีกหน
‘ลิน!’ เสียงหวานที่สั่นพร่าร้องเรียกเสียงเบา ก่อนจะพยายามว่ายน้ำต้านสายฝนที่ยังซัดกระหน่ำเข้าไปหาคนที่กำลังพยายามว่ายน้ำมาหาตัวเองอย่างยากลำบาก
‘ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอตายหรอกนะ...ยายตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ’ คนที่กระโดดลงน้ำมาเพื่อช่วยคนตรงหน้า คว้าแขนบอบบางที่อาบไปด้วยเลือดของคนที่พยายามว่ายน้ำมาหาตนเองไว้แน่นพลางเอ่ยบอก
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







