LOGINยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนแสบร้าวไปทั้งหัวใจ
พลอยชมพูดิ้นรนออกจากอ้อมแขนแข็งแรงที่กอดรัดไว้จนสุดกำลัง เมื่อไม่สำเร็จก็เริ่มทุบตีและดิ้นรนอีกหน มารุตมองร่างบอบบางของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบแสนงามที่พยศขึ้นมา เพราะความเข้าใจผิดที่เธอเอ่ยออกมาให้ได้ยินเมื่อครู่ จึงตัดสินใจรวบแขนทั้งสองของเธอไขว้หลังไว้ เพื่อยึดร่างบอบบางและดวงหน้าหวานให้หันมาเผชิญหน้ากับตนเองในความมืด เพียงเสี้ยววินาทีที่ยึดร่างบอบบางที่แสนพยศไว้ได้ตามใจต้องการ แสงไฟที่ดับลงไปเกือบชั่วโมงที่ผ่านก็สว่างวาบในทันที
ดวงหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยม่านน้ำตาอยู่ห่างเพียงคืบ แต่สิ่งที่ทำให้คนมองใจหายวาบคือแววตาแว่วหวานที่เคลือบไปด้วยร่องรอยความเจ็บร้าวที่เสียดแทงหัวใจคนมองจนลึกสุดหยั่ง มือหนาและอ้อมแขนแข็งแรงที่ยึดร่างบอบบางไว้คลายลงอย่างง่ายดาย เหมือนคนที่หมดเรี่ยวแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ ในขณะที่คนที่เพิ่งได้รับอิสรภาพก็ไม่ได้ลุกไปไหน เธอทำเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขนเช่นเดิมพร้อมๆกับปาดหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองข้างแก้มของตัวเองอย่างลวกๆ
“ผมไม่เคยเกลียดคุณ...มีแค่เรื่องนี้ที่ผมสามารถตอบได้ในเวลานี้” มารุตตอบความจริงในหัวใจให้คนตรงหน้ารับรู้ ก่อนจะรั้งมือบอบบางไว้แล้วซับหยาดน้ำตาที่ไหลเปียกปอนไม่ยอมหยุดอย่างเบามือ
พลอยชมพูช้อนตามองใบหน้าคมที่อยู่ห่างเพียงเอื้อมด้วยความรู้สึกหลากหลาย พาลนึกสงสัยไปว่าอะไรทำให้หัวใจของเธอมีไว้ให้คนตรงหน้าอย่างไร้เงื่อนไขเช่นนี้ ไร้แม้กระทั่งความลังเลที่จะเทหัวใจและความรักมากมายที่ไม่เคยมีให้ใครมาให้แก่คนตรงหน้าแต่เพียงผู้เดียว เพียงเสี้ยววินาทีของความคิดรอยยิ้มแสนหวานและเต็มไปด้วยร่องรอยความเศร้าก็ฉายขึ้นบนดวงหน้าหวาน พร้อมๆกับริมฝีปากจิ้มลิ้มที่ประกบริมฝีปากหนาของคนที่อยู่ห่างแค่คืบอย่างรวดเร็ว มารุตที่ไม่ทันคาดคิดกับการกระทำของคนตรงหน้าชะงักค้าง
แต่เมื่อริมฝีปากเล็กกดจูบลงมาอีกหนเช่นที่เขาแสดงออกต่อเธอในมื้ออาหารค่ำ ความคิดมากมายที่พยายามผลักไสคนตรงหน้าเพราะไม่อยากให้เธอถลำลึกกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น มารุตจุมพิตตอบกลับอย่างอ่อนหวานและเรียกร้องไม่ต่างจากที่คนตรงหน้าแสดงแม้แต่น้อย
“ขอบคุณมากนะคะ ที่ไม่เคยเกลียดพลอย” พลอยชมพูกระซิบบอกเสียงหวาน ก่อนจะจุมพิตริมฝีปากหนาของคนตรงหน้าอีกครั้ง มารุตมองการกระทำของหญิงสาวด้วยความความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเก่าก่อน พร้อมๆกับคำตอบที่ชัดเจนในหัวใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คุณทำให้ผมกลายเป็นคนบ้า” มารุตกระซิบบอกทั้งที่ยังคลอเคลียไม่ห่างดวงหน้าหวาน ก่อนจะเอ่ยต่อ “ขอบคุณนะ ที่รักผมมากขนาดนี้”
ทันทีที่จบประโยคริมฝีปากหนาก็ประกบริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มอีกครั้งอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะแปรเปลี่ยนทุกอย่างเป็นความลึกซึ้งอย่างที่ไม่เคยแสดงออกกับใครมาก่อน ความสัมพันธ์ที่เคยผูกพันธะคนทั้งคู่ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันเพียงกระดาษใบเดียวและสัจจะสัญญาที่มีผลทางนิตินัยกำลังแปรเปลี่ยนไปโดยไม่อาจหวนคืนได้ เมื่อความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและหลอมรวมคนทั้งคู่ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกันทางพฤตินัยกำลังเกิดขึ้น
“พี่ลมจะไม่เสียใจใช่ไหม...ที่ทำแบบนี้” เสียงหวานที่แหบพร่าถามอย่างเลื่อนลอย ดวงตากลมหวานที่ฉ่ำไปด้วยไฟพิศวาสทอดมองร่างสูงเกือบจะเปลือยเปล่าที่คลอเคลียอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะรั้งใบหน้าคมที่ประทับรอยจุมพิตจนเกือบทุกตารางนิ้วบนร่างกายของตนเองขึ้นมาประกบริมฝีปากอีกครั้งอย่างอ่อนหวาน
“คนที่ควรถามคำถามนี้คือผมมากกว่า...ไม่เสียใจใช่ไหม ที่เป็นผม” มารุตบอกกลั้วรอยยิ้ม ก่อนจะจุมพิตลงบนกระหม่อมบางที่เริ่มชื้นเหงื่อจากไฟปรารถนาที่ถูกจุดขึ้นมาของเขาและเธอ
“พลอยไม่เคยเสียใจเลยสักครั้งที่รักพี่ลม” ถ้อยคำแว่วหวานที่ร้อยเรียงออกมาจากใจ ถูกส่งผ่านคำพูดและการกระทำที่แสนวาบหวามและอ่อนหวาน จนหัวใจของคนรับอย่างมารุตอิ่มเอมจนแทบจะระเบิดออกมา เพราะรับรู้ได้ถึงความรักมากมายที่เธอมีไว้เพื่อเขาเพียงคนเดียว
ไฟรักที่แสนร้อนแรงและหวานล้ำเกินกว่าจะลบเลือนสงบลงเมื่อความปรารถนาของคนทั้งสองถูกเติมเต็ม หลงเหลือไว้เพียงความอบอุ่นที่ถ่ายทอดให้กันและกันของใจทั้งสองดวง ร่างบอบบางเปลือยเปล่าหลับสนิทอยู่ภายใต้อ้อมแขนที่กอดรัดไว้ด้วยความหวงแหนกว่าที่เคยเป็นมานับแต่รู้จักกัน มารุตจุมพิตกระหม่อมบางที่ยังชื้นเหงื่อของคนที่หลับสนิทในอ้อมแขนอย่างรักใคร่ พลอยชมพูช่างแสนหอมหวานและบริสุทธิ์ผุดผ่องจนหัวใจของเขาลิงโลดใจ วินาทีที่เธอมอบทุกสิ่งที่แสนมีค่าในชีวิตให้เขา คือวินาทีที่เขาตระหนักถึงสิ่งที่ถูกเก็บซ่อนในหัวใจของเขามานานแสนนาน
สิ่งที่ยากเสมอของคนปากหนักอย่างเขา คือการยอมรับหัวใจตัวเอง เขายอมรับแล้วว่า...ความจริงเขาหลงรักพลอยชมพูจนหมดหัวใจ รักตั้งแต่วินาทีแรกที่สบตา
‘พรุ่งนี้เช้าเมื่อเธอตื่นขึ้นมา...เขาจะบอกกับเธอ ว่าเขารักเธอมากเพียงใด’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







