เข้าสู่ระบบเวยอ๋องมองหยวนเซียง เเล้วสั่งให้เสี่ยวฮัวพาหยวนเซียงไปทำแผล ทำให้หยวนเซียงไม่พอใจมาก เวยอ๋องรีบตาสองนายบ่าวนั้นทันที
หนิงเยียนมองร้านค้าสองข้างทาง ทำให้นางหวนคิดถึงโลกปัจจุบันยิ่งนัก คิดถึงโทรศัพท์ คิดถึงห้องแอร์ คิดถึงรถยนต์ ตั้งใจทำความดีเผื่อจะได้กลับบ้านในเร็ววัน
นางได้ร้านค้าข้างร้านหนังสือ หญิงสาวเดินเข้าไปด้านในกับเสี่ยวอ้าย เวยอ๋องยืนกอดอกมองมารร้ายเข้าไปเป็นเวลานานกว่านางจะออกมา
"เถ้าเเก่แม่นางสองคนนั้นเข้ามาทำไม" เถ้าแก่เนี้ยเจ้าของตึกแถวมองดูคุณชายท่านนี้
"แม่นางอยากจะเช่าร้านเปิดโรงหมอ" เวยอ๋องโยนเงินก้อนให้เถ้าแก่เเล้วเดินออกไป ในสมองหวนคิดถึงนางมารร้ายจะเปิดโรงหมอ นางเรียนวิชาแพทย์มารึ
เท่าที่เขาทราบหนิงเยียนเป็นคนไม่เอาไหนเสียเลยในสกุลหนิง นอกจากแต่งกายยั่วบุรุษไปวัน ๆ
หนิงเยียนกลับมาที่เรือนนอนของนาง จิบน้ำชาอย่างสบายใจ วันนี้นางได้ร้านสำหรับเปิดโรงหมอเเล้ว มิคาดคิดว่า สิ่งของพวกนั้นจะติดตามนางมาได้ เพียงแค่นางนึกถึงกล่องยา มันก็พลันปรากฏขึ้นตรงหน้านางแล้ว หญิงสาวเปิดหีบสีดำออกมา พบเข็มฉีดยา ตัวยาสำคัญในการฉีดเข้าร่างกาย โชคดีจริง ๆ นางได้ยินฝีเท้าของคนมุ่งหน้ามาหานาง กล่องดำรีบหายไปในชั่วพริบตา
แสดงว่ากล่องดำกล่องนี้มีเพียงนางที่สามารถเห็นได้คนเดียว ช่างวิเศษยิ่งนัก
"เจ้าไปเรียนวิชาแพทย์ตอนไหน" เวยอ๋องในอาภรณ์สีน้ำเงินยืนกอดอกมองคนงามที่นั่งตั่งเตี้ยอย่างไม่สนใจเขา
"ทำไม คนอย่างข้าจะเปิดโรงหมอมิได้รึ" เจ้าคนถ่อยแอบตามนางไปถึงร้านค้าเชียวรึ ถึงได้รู้เรื่องของนาง
"เจ้าเป็นพระชายา ตระหนักถึงตรงนี้บ้าง"
"ท่านก็หย่ากับข้าสิ ข้าต้องการอิสรภาพ"
เวยอ๋องรู้สึกไม่พอใจในตอนที่นางย้อนว่าจะให้เขาหย่ากับนาง
"เจ้าลืมไปแล้วรึ เจ้าทำเรื่องชั่ว อยากได้ข้าเป็นสามีถึงกับวางยาปลุกกำหนัดข้า มาบัดนี้เจ้าขอหย่าง่าย ๆ เจ้าเห็นจวนอ๋องเป็นที่สงเคราะห์ สตรีรึ" เขาไม่มีวันให้นางได้สมหวังหรอกนะ
"ท่านออกไปเถอะ อย่ามาวุ่นวายกับข้า ในเมื่อไม่อยากหย่า"
"มารดาเจ้ามิสบายวันพรุ่งเจ้าไปเยี่ยมนางเเล้วกัน" คนจวนหนิงส่งข่าวมา เวยอ๋องเลยถือโอกาสมาบอกนาง
"ข้าทราบเเล้ว ท่านไปเถอะ"
นางไม่อยากให้เขาอยู่ในเรือนของนาง เพราะนางเหม็นหน้าเขาอย่างมาก
เวยอ๋องอยากจะให้นางโอบกอดเขาเหมือนแต่ก่อน แต่ทว่าเขาต้องคิดผิด นางมารร้ายเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เมื่อก่อนแทบจะลากเขาขึ้นเตียง แต่ตอนนี้รังเกียจเขาเสียเเล้ว
มารดาเจ้าของร่างเดิมเป็นฮูหยินใหญ่ในจวนหนิง บิดาของหนิงเยียนคือเจ้ากรมโยธา ความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมไหลผ่านตาหนิงเยียน
นางเป็นที่รักของบิดาและมารดา ในจวนยังมีน้องสาวอีกสองคนที่เป็นลูกอนุ ไม่ค่อยถูกกับหนิงเยียนเท่าไรนัก อีกทั้งหนิงเยียนคนเดิมก็ร้ายไม่เบา นางเคยไปหอบุรุษด้วย แล้วยังทอดสะพานให้บุรุษไม่ซ้ำหน้า อีกทั้งยังชอบเวยอ๋องจนหมดใจ
"หนิงเยียน เจ้าก็ร้ายไม่เบาเหมือนกัน" ทำให้หนิงเยียนคนปัจจุบันถึงกับถอนหายใจ มิน่าเล่า หนิงเยียนคนนั้นถึงขอให้นางทำความดี ที่ผ่านมาสร้างแต่ความเลวไว้นับไม่ถ้วน
วันถัดมาหนิงเยียนสั่งให้เสี่ยวอ้ายเตรียมรถม้านางจะกลับจวนหนิงเพื่อเยี่ยมอาการมารดา ในระหว่างที่นางจะขึ้นรถม้าเวยอ๋องเดินออกมาพอดี
"ใจคอเจ้าจะไปคนเดียวรึ"
"รึท่านอยากจะไปด้วย"
"ข้าจะไปกับเจ้าด้วย"
มิคาดคิดว่าเจ้าอ๋องเถื่อนอยากจะไปกับนาง หนิงเยียนจำใจให้เจ้าอ๋องเถื่อนนั่งรถม้ากลับบ้านเดิมไปกับนางด้วย
เวยอ๋องแอบสังเกตท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายาตัวร้าย ถ้าเมื่อก่อนนางอยู่กับเขาสองต่อสอง นางจะต้องยั่วยวนเขา
หนิงเยียนอยากจะรู้เจ้าคนถ่อยขอกลับจวนกับนางมีแผนอันใดกันแน่ นางจึงยอมให้เขามากับนางด้วย
สารถีเอ่ยขึ้นว่าถึงจวนหนิงเเล้ว เวยอ๋องลงรถม้าเป็นคนแรก แสร้งทำทีเป็นสุภาพบุรุษ ให้หนิงเยียนจับมือในระหว่างที่ลงรถม้า แต่ทว่าคนอย่างหนิงเยียนมองความจอมปลอมของเวยอ๋องออก
นางเลือกที่จะเมินมือของเขาเเล้วกระโดดลงรถม้าเอง เดินเข้าไปในจวนหนิง โดยมีพ่อบ้านออกมาต้อนรับ
หนิงเยียนเดินตามพ่อบ้านไปพบมารดาของนาง ส่วนเวยอ๋องนั้นเดินตามหลังนางไม่ห่าง
"ท่านอ๋อง นายท่านเชิญท่านที่ห้องรับรองขอรับ"
พ่อบ้านจำคำของนายท่านหนิงได้ว่า หากท่านอ๋องมาด้วยให้เชิญไปห้องรับรอง กระนั้นเวยอ๋องจึงเดินไปห้องรับรองโดยมีข้ารับใช้ชายนำทาง
"พ่อบ้าน ข้าไปเองได้ เจ้าไปไหนก็ไป" ในความทรงจำร่างเดิมพ่อบ้านคนนี้เห็นแก่เงินไม่น้อย หนิงเยียนจึงไม่ชอบ อีกทั้งพ่อบ้านเป็นคนของอนุที่ถูกซื้อตัวไว้เเล้ว
หนิงเยียนอาศัยความทรงจำเจ้าของร่างเดิม เดินมาถึงเรือนนอนของมารดา
ทันทีที่เดินเข้ามาในเรือนกลิ่นยาคละคลุ้งลอยไปทั่วเรือน นี่หนิงฮูหยินป่วยเป็นอันใดกัน เพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น มารดาของนางก็นอนโทรมเชียวรึ
"ท่านแม่"
"เยียนเอ๋อร์มาเเล้ว"
หนิงฮูหยินมองดูบุตรสาว ได้ยินว่าหลายวันก่อนบุตรสาวตกน้ำเปลี่ยนไปราวกับคนละคน มันใช่จริง ๆ ด้วย เยียนเอ๋อร์ของนาง มีเเววตาที่เเข็งกร้าว นิสัยหยาบกระด้าง มายามนี้ เเววตาอ่อนน้อม ท่าทีอ่อนโยนเมื่อเจอผู้ใหญ่ อีกทั้งนิสัยตบตีบ่าวไพร่ลดลงด้วย
หนิงเยียนมองหนิงฮูหยินใบหน้างดงามนัก หนิงเยียนหน้าคล้ายหนิงฮูหยินเจ็ดส่วน
"ท่านแม่"
"เยียนเอ๋อร์สบายดีรึไม่" มืองามกุมมือบุตรสาวไว้ นางเลี้ยงบุตรจนนิสัยเสียอยากได้อะไรต้องได้ ตบตีบ่าวไพร่ หนิงฮูหยินนึกเสียใจเหมือนกัน แต่ตอนนี้เห็นบุตรสาวกลายเป็นคนละคนเปลี่ยนไปในทางที่ดี นางก็ตายตาหลับเเล้ว
"ข้าสบายดีเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านแม่ป่วยได้อย่างไร"
"ช่วงนี้สุขภาพไม่ค่อยดี"
หนิงเยียนจับชีพจรมารดา ยิ่งทำให้หนิงฮูหยินตกใจไม่น้อย
ฉากรักได้ดำเนินขึ้น เรือนร่างเปลือยเปล่าทั้งสองจุมพิตกันอย่างหอมหวาน หนึ่งปีแล้วที่พวกเขามิได้จุมพิตกันเยี่ยงนี้ รสชาติความหวานมิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ลิ้นหนาควาญหาความหวานในโพรงปากงาม หญิงสาวใช้ลิ้นเข้าไปในโพรงปากหนาเช่นกัน นางคิดถึงเขามาก การได้เสพรักกับเขาอีกครั้งมันคือสวรรค์ของนาง มือหนาใหญ่กุมที่ทรวงอกคู่งาม ถึงแม้นางจะมีบุตรมาแล้วหนึ่งคนแต่ความงามก็ยังไม่ส่างเสียจริง เต้านมขนาดใหญ่ถูกขยำอย่างแรงยิ่งเพิ่มความเสียวให้คนตัวเล็กยิ่งนัก หญิงสาวไม่ยอมแพ้ นางหื่นกระหายยิ่งนัก กระนั้นนางจึงผลักเขานอนลง จากนั้นขึ้นคร่อมชายหนุ่มลิ้นงามเลียที่ลำคอ ชายหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมา ไล่ลงมาจนถึงทรวงอกที่อัดไปด้วยกล้ามเป็นมัด ๆ ลิ้นงามของนางเลียไปรอบหัวนมของ จากนั้นหน้าท้องงามนางก็เลีย ชายหนุ่มยิ้มอย่างมีความสุขที่เจ้าสาวเขาเป็นฝ่ายรุก จากนั้นหยุดตรงที่ลำดุ้นขาวอวบ ปลายหัวโค้งงอนงามเหมือนเดิม ลิ้นงามเลียเข้าไปที่ปลายหัว มืองามชัก ไปมา ผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ปรี๊ดดดดดดดดดดด น้ำรักสีขาวขุ่นพุ่งติดใบหน้างาม กระนั้นใบหน้างามเยิ้มไปด้วยน้ำรัก นางเลียกินอย่างไม่รังเกียจ บรรย
จากนั้นคนจากร้านผ้าเจียงหนานมาขอเทียบชะตาของสือชิงหลันเพื่อจะหาฤกษ์งามยามดี ที่จะแต่งเข้าสกุลเซียว คืออีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เหล่าชาวบ้าน ต่างอิจฉาคุณหนูสกุลสือ แม้จะโดนสามีหย่าไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนอยากแต่งงานกับนาง ช่างน่าอิจฉาวาสนาของนางนัก สือชิงหลันทำใจกับการแต่งงานครั้งนี้แล้ว ถือว่าเป็นการตอบแทนครอบครัวของนาง สามวันก่อนที่จะถึงวันแต่งงาน คนสกุลเซียวส่งชุดเจ้าสาวสีแดงเพลิงมาให้สือชิงหลันที่สกุลสือ ที่หน้าแปลกที่สุดคือ ชายผู้นั้นรู้สัดส่วนของนางทุกอย่าง หญิงสาวพลันตกใจไม่น้อย ได้ยินมาว่านายน้อยเซียวคนนี้แม้จะอายสี่สิบปี แต่ทว่าใบหน้าช่างอ่อนเยาว์ยิ่งนัก รวกับคนอายุสามสิบปี เรื่องนี้บิดาของนางเป็นคนเล่าให้นางฟัง หลังจากที่นางแต่งงานไป บุตรชายของนางคงจะต้องให้มารดาของนางเลี้ยงดูสืออวี้ แต่คนสกุลเซียวบอกว่าให้นางนำบุตรชายไปเลี้ยงด้วย เรื่องนี้ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่ นางกับนายน้อยเซียวไม่เคยเห็นหน้ากันเลยแม้แต่น้อย เหตุใดเขาถึงต้องดีกับนางเพียงนี้ด้วยเล่า ใบหน้างามฉงนขึ้นมาทันที คิ้วงามขมวดเป็นปม ราวกับต้องการหาคำตอบจากเรื่องนี้ จวนสกุลสือหน้าประตูจัดด้วยโคมสีแดง
รถม้ามุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงม่อเป่ย ฝูงชนต่างมองดูรถม้าอีกทั้งผ้าแพรนับร้อยผืนวางในเกวียนอย่างงดงาม คาดไม่ถึงว่าพ่อค้าชาวเจียงหนานจะมาลงรากปักฐานที่เมืองม่อเป่ย อีกทั้งยังได้ยินมาว่าจะมาเปิดร้านผ้าที่ตรอกฟูกุ้ยด้วย ผ้าแพรแต่ละผืนถักทออย่างงดงาม เป็นผ้าที่หาได้อยากส่งมาจากเจียงหนาน ล้วนทำให้คุณหนู ฮูหยินต่างอยากได้ของสวย ๆ งาม ๆ มาประดับบนเรือนกายของตัวเอง กิจการร้านผ้าเจียงหนานดำเนินไปด้วยดี ได้ยินมาว่าเปิดร้านผ้าวันแรก ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสียแล้ว คุณหนูสกุลต่าง ๆ ต่างก็เข้าแถวเพื่อซื้ออาภรณ์หราจากเจียงหนานทั้งนั้น ได้ยินมาว่าพ่อค้าผ้าถึงแม้จะอายุสี่สิบปีแต่ก็ยังหล่อเหลาไม่เบาเลยทีเดียว อีกทั้งยังได้ยินมาว่า พ่อค้าผ้าเป็นพวกปล่อยเงินกู้ให้กับเหล่าขุนนาง และร้านค้าทั่วไปที่ขาดทุนอีกด้วย กระนั้นจึงให้เหล่าขุนนางแวะเวียนมาร้านผ้าเจียงหนานไม่ขาดสาย รวมทั้งเถ้าแกกิจการต่าง ๆ ในม่อเป่ย ต่างชื่นชมพ่อค้าวัยหนุ่มคนนี้ด้วย มือหนาใหญ่แกว่งถ้วยชาปี้หลัว ชาจากแดนใต้ที่ดีที่สุด แกว่งไปมา น้ำชาวนรอบจอกจากร้อน ๆกลายเป็นเย็น ๆ ดวงตาเรียวเล็กมองดูชั้นร่างของร้านผ้า ฝูงชนต่างต่อแถวซื
หลังจากที่จัดการกับสกุลตงเรียบร้อยแล้ว เซี่ยเฟิงพาสือชิงหลันเดินทางกลับแคว้นม่อเป่ยพร้อมเงินจำนวนมาก ถึงเวลาที่เขาจะสารภาพความจริงกับนางเสียที ในคืนนั้นในเรือนนอนของนาง ชายหนุ่มย่างกรายเข้ามา เขาอยากจะทำเรื่องอย่างวว่าเหลือเกิน เพราะเขาไม่ได้ทำกับนางมาหลายวัน นางเองคดว่าพรุ่งนี้นางจะบอกข่าวดีกับเขา ว่านางตั้งครรภ์แล้ว ท้องของนางป่องขึ้นอย่างชัดเจน “ท่านพี่ จะนอนกับข้ารึ” น้ำเสียงหวานเอ่ยถามสามี “ข้าอยากเหลือเกิน ข้าจะทำเบา ๆ เจ้าวางใจเถอะ” ดวงตาหงส์จ้องดวงหน้าหล่อท่ามกลางแสงไฟที่วูบไหว เขาอยากขนาดนั้นเชียวรึ นางไม่ต้องการให้เขาทำอีกแล้ว นางกลัวเด็กจะไม่ปลอดภัย “ท่านพี่ คืนนี้ข้ามิไหว ข้ารู้สึกไม่สบาย ได้โปรดท่านอย่ากวนข้าเลย”น้ำเสียงอ่อนล้า บวกกับดวงตาที่เว้าวอน ทำให้คนฟังอดที่จะใจอ่อนไม่ได้ ชายหนุ่มยิ้มขึ้น “ก็ได้ ไม่ทำแล้ว” ชายหนุ่มหมุนเรือนกายที่จะจากไป “ท่านพี่ แต่ข้ามีวิธีที่จะทำให้ท่านหายอยากเจ้าค่ะ” วิธีนี้น่าจะปลอดภัยและมีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มพลันมองร่างงามที่นั่งคุกเข่าเลียแท่งหยกงามของเขา วิธีของน
เซี่ยเฟิงพาฮูหยินของเขามาพักที่โรงเตี๊ยมดังที่สุดในแคว้นอวิ่น ในห้องยามนี้สือชิงหลันทำหน้าอย่างมิพอใจ เมื่อหวนคิดถึงตอนสตรีหน้าสุนัขมองสามีของนางจนจะทะลุถึงอาภรณ์ สตรีนางนั้นชื่อตงฮวา ช่างไม่เก็บอาการเสียจริง หญิงสาวนั่งที่ตั่งยาวพรางรินน้ำชายกขึ้นมาดื่ม ชายหนุ่มมองดูก็รู้ว่านางนั้นทำไหน้ำส้มแตก ใบหน้าหล่อเหลาเผยอยิ้มแล้วนั่งลงตรงข้ามนาง มองดวงหน้าที่โกรธาเขา นางหึงเขาอย่างนั้นรึ ครั้งแรกที่ได้เห็นนางหึงเขานั้นมีความสุขเสียจริง “เจ้าหึงข้า” “เปล่า” นางเฉไฉไปเรื่อย “น้องหญิง ตาข้าไม่มีวันบอดที่จะมองหญิงอื่น นัยน์ตาของข้ารักเพียงเจ้า มองเพียงเจ้า ตราบชั่วฟ้าดินสลาย” “จริงนะ” “จริง อนุภรรยาข้าจะไม่มี ข้าจะมีเพียงเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว” “ข้ารักท่านพี่ที่สุดเลย” นางจุมพิตที่แก้มขาวของเขา ในค่ำคืนนั้นชายหนุ่มได้พาหญิงสาวออกมาเดินเล่นที่ตรอกเฟื่องฟูของเมืองอวิ๋น ท้องถนนเต็มไปด้วยฝูงชนเดินไปมา หญิงสาวมองดูหนังตะลุงของแคว้นอวิ๋น การแสดงช่างตื่นตาตื่นใจเสียจริง เรื่องราวของหนุ่มเลี้ยงม้ากับคุณหนูในห้องหับ ต่างไม
เช้าของอีกวันพอนางลืมตาขึ้นมาพบว่านางนั้นอยู่เตียงนอนของนางเอง แสดงว่าเขาเป็นคนสวมอาภรณ?ให้นาง จากนั้นก็มาส่งนางที่เรือน หญิงสาวมองออกไปทางหน้าต่าง สายจนตะวันโด่งแล้ว นางกำลังจะลุกจากเตียง “คุณหนู ท่านนอนพักเถอะเจ้าค่ะ นายน้อยให้ท่านพักผ่อน อีกอย่างวันพรุ่งนี้ ท่านจะต้องเดินทางไปแคว้นอวิ๋นเพื่อส่งข้าวมรกตกับนายน้อยเจ้าค่ะ นายน้อยแจ้งเรื่องนี้ตอนเช้าเจ้าค่ะ” “อย่างนั้นเอง ดีเหมือนกัน ข้าก็อยากจะไปเที่ยวต่างแคว้น” แคว้นอวิ่นเป็นแคว้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ กระนั้นการปลูกข้าวกินจำต้องลำบาก ไม่เหมือนแคว้นม่อเป่ยที่อุดมสมบูรณ์ไปเสียทุกอย่าง กระนั้นทั้งสองแคว้นจำต้องทำการค้าข้าวด้วยกัน ในยามพลบค่ำที่เรือนใหญ่ “ท่านพ่อวันพรุ่ง ท่านต้องปลอมตัวเป็นข้าไปส่งข้าวมรกตที่แคว้นอวิ๋น ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยแล้วกัน” เซี่ยเจียงตัวจริงมองบิดาของเขา สวมหน้ากากหนังมนุษย์ มีใบหน้าคล้ายเขาราวกับแกะ ส่วนเขาอยู่ที่จวนกับเสี่ยวซุนตลอด อีกทั้งบ่าวของเขาต่างรู้เรื่อง ที่เขาเป็นพวกตัดแขนเสื้อดีเชียวล่ะ “ข้ารู้แล้ว เจ้าอยู่ทางนี้ อย่าก่อความวุ่นวาย” “ขอรับ







