LOGINZODAMONX BAR
ร่างบางนั่งหน้าหมดอาลัยตายอยาก อยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ข้างเพื่อนสนิทชื่อโนอาร์ โดนประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เทตั้งแต่วันนั้น หลังจากที่เธอไม่สามารถตอบสนองความต้องการบนเตียงได้
จนตอนนี้ก็กลับมานั่งคิดดู ไม่วายหน้าชาจนคิ้วขมวดเป็นปม
“ทำไมแกนั่งหน้าบูดแบบนั้นวะ”
“ไอ้ประธานเฮงซวยนั่น...”
“อย่าบอกนะว่าโดนผู้ชายเทมาอีกแล้ว”
โซดาลอบถอนหายใจ เธอยังไม่ได้เล่าเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังหรอก
คำพูดของประธานศรันย์แทงใจดำเป็นบ้า ทำเธอไม่สามารถลืมน้ำเสียงกับสายตาเขาได้เลย
ไม่ใช่ว่าเขาหยั่งเชิงเธอเป็นนัยน์เหรอ...
เขาคงปรามาสเธออยู่ในใจสิท่า อายุปูนนี้แต่ไม่เคยเสียบริสุทธิ์มาก่อน
“ไม่สิ ฉันว่าแกน่าจะเป็นต้นเหตุให้โดนเทมากกว่า” โนอาร์มองหน้าเพื่อนสนิทปราดเดียวก็รู้ คุยกับผู้ชายคนไหนไม่ได้นานหรอก
“ฉันเนี่ยนะเป็นต้นเหตุ” โซดาทำหน้าไม่อยากเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุ
“พวกโสดด้วยความสามารถไง”
“โสดด้วยความสามารถคืออะไร”
เธอไม่อยากโทษตัวเองว่าเป็นฝ่ายผิด ในเมื่อโดนเทเพราะไม่ยอมขึ้นห้องคนคุย ทั้งที่ความสัมพันธ์ยังไม่พัฒนาไปไหน อีกอย่าง เธอไม่ใช่เด็กน้อยที่ดูไร้เดียงสาขนาดนั้นหรอก
แค่ยังไม่เคยมีใคร...
ทำให้เธออยากมีเซ็กส์มาก่อนเลย
“แกจะมาทำหน้าเหนื่อยกับฉันอีกคนทำไมเนี่ย”
“ก็แกอุตส่าห์มีคนหล่อแล้วก็รวยแต่...”
"อย่าดุสิ"
"หน้าหมวยนมใหญ่ขนาดนี้ นี่แกโสดได้ไงยะ"
โนอาร์หมดคำจะพูด ประธานศรันย์มีบริษัทยักษ์ใหญ่ โปรไฟล์ผู้ชายของเพื่อนแต่ละคนก็เลิศเลอทั้งนั้น
คิดดูสิ มันเป็นไปได้ยังไง ไม่ว่าเดทกับผู้ชายคนไหนก็โดนเท เหตุเพราะดูน่าเบื่อจืดชืดเกินไป ภายนอกของโซดาอาจดูเป็นสาวมั่นใจ ทำงานคล่องแคล่วพึ่งพาตัวเองได้ดีด้วยซ้ำ
“หรือผู้ชายไม่ชอบคนเก่งเกินไปแบบแก” โนอาร์ลองหาสาเหตุในครั้งนี้ดู
โซดาไหวไหล่ไม่ใส่ใจ เธอเป็นพี่สาวที่ต้องดูแลน้องตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ไม่อาจเป็นที่พึ่งทางกายและใจได้
ถ้าเธอเป็นเสาหลักให้น้องสาวไม่ได้ เลม่อนก็จะไม่เหลือใครเหมือนกัน
“แต่แกไม่คิดจะคบจริงจังสักคนเลยเหรอยัยโซ”
“อยากจริงจัง ถ้าไม่หวังเรื่องบนเตียง”
“ส่วนใหญ่ก็หวังกันทั้งนั้นแหละแก ขนาดฉันยังหวังเลยบางทีน่ะ”
ร่างบางพ่นลมขำ เพื่อนคนนี้เป็นสายบุกก็เลยไม่เข้าใจคนอย่างเธอล่ะสิ
ผิดไหมถ้าอยากสารภาพว่า... เธอยังไม่เคยใจเต้นแรงกับผู้ชายที่เดทเลยสักคน
เรื่องราวเร่าร้อนก็อยากลองดู แต่คู่นอนไม่ทำให้รู้สึกเร่าร้อน กลับทำตัวที่จะกึ่งบังคับให้สมยอมแบบนี้ เจอทุกรายมากไปมันก็น่าเบื่อจะแย่
“หูย กลุ่มนั้นทำไมหล่อจังวะยัยโซ”
“ไหน”
“โน่น”
นิ้วเรียวของโนอาร์ชี้ไปอีกด้านของร้าน โซดาหันมองตาม พลางหรี่ตาแล้วสังเกตโต๊ะที่คนกลุ่มนั้นไปนั่ง
โต๊ะวีไอพีของร้าน...
“เหมือนกลุ่มประธานมานั่งสังสรรค์กันเลยอ่า” โนอาร์อมยิ้มเขิน พลางใช้มือดันไหล่โซดาแก้เขินไปด้วย
“เปิดโต๊ะวีไอพีสินะ”
“ระดับนี้แล้ว แกไม่เห็นออร่าความหล่อรวยเลยเหรอ”
“ตาเปล่ามองเห็นได้ด้วยหรือไง”
“อย่าช็อตฟิวส์เพื่อนสิยะ นี่ หาดามใจสักคนดูดีมั้ยแก”
โซดาส่ายหน้าว่าไม่คิดเรื่องนี้ มองกลุ่มชายหนุ่มที่เดินเข้ามาในร้าน แล้วก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่เดินผ่านเลย พวกเขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ด้านนอกสวมเสื้อเบลเซอร์หรือสูททับอีกที
ดูดีกันใช่ย่อย...
แก๊งนี้คัดหน้าตาหรือเปล่า
เธอกับเขาที่บังเอิญหันมาสบตากันพอดี ทำใจโซดากระตุกวูบ แต่ทว่าก็ยังไม่เป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน ซึ่งอีกฝ่ายก็สู้ตากลับไม่ลดละเช่นกัน
“ไม่เอาหรอก ฉันขอพักเรื่องหาแฟนสักระยะก็แล้วกัน” โซดาละสายตาไปอีกทาง เมื่อรู้สึกว่าร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
“จะไปอยากพักทำไม หัวใจมันจะได้กระชุ่มกระชวย”
โนอาร์เอาตัวเข้าไปกระแซะ ใช้ข้อศอกกระทุ้งแซวอีกฝ่าย
“ถ้าเจ็บใจแล้วมันรู้สึกแย่ แกลองไปเจ็บตรงอื่นอาจจะรู้สึกดีนะ”
“ยัยโน”
“อ้าว พูดจริงนี่นา”
โซดาหน้าร้อนผ่าว ไม่เคยเจ็บตรงนั้นก็เลยไม่เข้าใจ มันรู้สึกเจ็บแต่ดีหรือมีความรู้สึกอื่นด้วย
“แต่ฉันคุยกับใครก็พังหมด ช่างเถอะ ฉันมันจืดชืดแล้วก็น่าเบื่อจริง” เธอยอมรับก็ได้ว่าน่าเบื่อ เป็นคนติดห้อง สิงร้านตอนกลางคืนมากกว่าที่อื่น
ใช้ชีวิตวุ่นกับงานลูกเดียว รู้ตัวอีก ใกล้สามสิบแล้วยังไม่เคยมีแฟนเลย
“ทีนี้ก็มานั่งหงอย”
“ทำไงได้”
ร่างบางยกมือปิดหน้า พลางถอนหายใจให้ความบัดซบกับการมีคู่
ขึ้นคานก็ไม่แย่หรอก...
“ยัยโซ”
“อะไร”
“ฉันว่าพ่อหนุ่มหล่อหน้าตี๋อินเตอร์เขาสนใจแกนะ”
อีกครั้งที่โนอาร์ใช้ศอกกระทุ้งเรียก หลังสังเกตเห็นว่าพ่อหนุ่มหล่อมาดนักธุรกิจ เอาแต่จ้องมาทางเพื่อนเธอไม่วางตาเลย
“อยากลองคุยมั้ย”
“พอเถอะ”
“คนนี้หล่อระดับดาราเชียวนะยัยบ้านี่”
โซดายังไม่มีท่าทีสนใจ แต่ก็ไม่ขัดคำพูดโนอาร์ เพราะผู้ชายที่เผลอไปสบสายตาเมื่อครู่นี้ หล่อระเบิดเหมือนลูกรักพระเจ้าเชียว
“ผู้ชายที่เคยเข้ามาจีบแก... ไม่ได้ครึ่งคนนี้เลยสักคนเดียว”
“ยัยโน”
“เขาแอบมองแกไม่หยุดเลย แปลว่าผู้ชายเขาก็สนใจแกนะเว้ย”
โซดาเหลือบสายตามองประกอบการตัดสินใจ เขาก็หล่อจริง ไม่สิ ผู้ชายที่กำลังพูดคุยกับเพื่อนแต่คอยเหลือบมองเธอ เขาหล่อเหมือนดาราบนหน้าจอทีวีเลยล่ะ
แต่ยังไม่ทันได้พูดจา ผู้ชายคนนั้นที่จ้องตากับเธออยู่ เขาก็ลุกจากที่นั่งมาหาเธอที่ตัวแข็งทื่อในฉับพลัน เหลือบขอความช่วยเหลือโนอาร์ แต่อีกฝ่ายกลับเตรียมลุกหนี ผลักไสเพื่อนให้ผู้ชายเต็มที่เลย
“เอ่อ... ฉันขอตัวก่อนดีกว่า”
“แกจะไปไหนเนี่ย”
“ลองใช้ชีวิตแบบรถไฟเหาะบ้างย่ะยัยโซ รถไฟคุณปู่เชื่องช้าเต่าคลาน น่าเบื่อจะตายแก”
“หะ”
โซดารู้สึกขาดอากาศเฉียบพลัน เมื่อโนอาร์ทิ้งให้เธออยู่ลำพัง พร้อมผู้ชายร่างสูงราวร้อยเก้าสิบเซน ทั้งอกผายไหล่กว้าง ใบหน้าก็สมมาตร เปล่งประกายมาแต่ไกลเหมือนเรืองแสงได้เลย
รู้อีกที...
เทพบุตรเดินดินก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
“ขอผมเลี้ยงเครื่องดื่มสักแก้วได้มั้ย”
“มะ- ไม่เป็น...”
เธอกำลังจะปฏิเสธออกไป แต่พอเห็นดวงตาที่แฝงความอ้อนของเขา เธอก็พยักหน้าเปิดทางให้เขานั่งคุยกัน
แค่คุย... ไม่เสียหายอะไรหรอก
“คุณชื่ออะไรเหรอคะ” เธอถามหลังรับเครื่องดื่มที่เขาสั่งมาให้ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เธอไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายโดยตรง แต่ในเมื่อเขามานั่งตรงหน้า เธอก็ไม่อยากจะเสียมารยาทในการสนทนา
“นึกว่ารู้จักผมซะอีก”
“ทำไมถึงคิดว่าฉันรู้จักคุณในเมื่อ... เราเพิ่งเคยเจอกัน”
“อ่า ผมคงหลงตัวเองมากไปหน่อยใช่มั้ยเนี่ย”
โซดาหน้าเหวอเล็กน้อย มองอีกฝ่ายยกมือลูบท้ายทอยแล้วยิ้มแก้เขิน แต่รอยยิ้มที่แก้ขัดเขินของเขาเมื่อครู่นี้
ดูดีชะมัดเลย
“ฮันเตอร์ครับ คุณล่ะ”
“โซ... เอ่อ โซดาค่ะ”
ZODAMONX BARข้อความจากฮันเตอร์ส่งมาเมื่อช่วงหัวค่ำ เขาบอกว่าถ้าซ้อมเต้นเสร็จแล้วจะแวะมาหาที่ร้าน โซดาก็ไม่ได้อยากเจอหรอก แต่เธอเข้าร้านตั้งแต่ช่วงเย็น มาเซ็นเอกสารแล้วก็ตรวจร้านนิดหน่อยไม่ได้อยากเจอสักนิด แต่ก็แค่ เลือกชุดกับแต่งหน้าเป็นชั่วโมงเธอพรหมน้ำหอมที่ต้นคอ ปล่อยผมยาวสยายถึงกลางหลัง เลือกชุดเดรสตัวโปรดมานั่งหน้าเคาน์เตอร์บาร์ไม่ได้อยากเจอเลยไม่เลย“ขอพี่นั่งด้วยคนสิครับ”เสียงที่คุ้นหูดังจากด้านหลัง แต่เธอรู้ ว่าไม่ใช่ฮันเตอร์แน่นอน ครั้นพอหันไปเจอ โซดาก็ผงะแล้วมุ่นคิ้วใส่อย่างลืมตัว“พี่ศรันย์...”“ตกใจเหมือนเห็นผีเลยนะน้องโซ”ศรันย์ทิ้งตัวนั่งที่เก้าอี้ข้างเธอ โซดาก็เลยขยับตัวห่างเขาเล็กน้อย“มาทำอะไรที่นี่อีกคะ” ใบหน้าสวยตายด้าน เป็นซังกะตายอย่างที่เคยโดนเขาปรามาสนั่นแหละ“มาดื่มสิ”“ถ้างั้นก็ตามสบายค่ะ”ร่างบางระหงจะลุกหนี เขาไม่ใช่เป้าหมายที่เธออยากคุยด้วยคงไม่ดี ถ้าเกิดฮันเตอร์มาเจอเข้า เธอไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด ต่อให้มันจะไม่มีอะไรให้เขาต้องเข้าใจผิดก็ตามแต่ทว่า ศรันย์ไม่ให้เธอลุกหนี เขาคว้าแขนเธอแล้วกระตุกให้นั่งลง“พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย”“สำคัญมั้ย”“เย็นชาอีก
“ทำไมพี่ตื่นเช้า...”เสียงงัวเงียดังจากด้านหลัง ร่างบางที่กำลังทอดไข่ดาวในกระทะ เอี้ยวคอหันไปมองอีกฝ่าย ก่อนจะถูกเขาเดินเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง ฮันเตอร์ที่เอาคางเกยไหล่เล็กส่งเสียงอืออาในคอ“แค่อยากทำอะไรให้นายทานตอนเช้า” โซดาตอบกลับ แต่ใบหน้าร้อนผ่าวชอบกลแค่โดนกอดเมื่อคืนก็นอนกอดกันกลมบนเตียง หมาเด็กกินเก่งจนเธอหมดแรงเลย“ไม่เห็นต้องลำบาก”“ก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลยนี่”“ผมไม่อยากให้พี่ลำบาก เพิ่งจะแปดโมงเอง”ฮันเตอร์รู้สึกตัวเพราะคลำหาโซดาไม่เจอ เขาลุกจากเตียงในสภาพที่หัวยุ่งไม่เป็นทรง เสื้อก็ไม่ใส่ สวมแค่กางเกงขายาวสีเทา“ทำไมพี่ไม่ปลุกผมล่ะ”“เห็นนายหลับสบายเลยไม่อยากปลุก”“เมื่อคืนสบายตัวไปหน่อยมั้ง”คนเด็กกว่าพูดติดเล่น แต่เธอฟังดูก็รู้ว่าหื่นกามกินเก่งชะมัดเมื่อคืนเธอโดนจับยกขาไม่พักเลย เขาแรงดีเหมือนคนเก็บกด เก็บทุกท่าบนเตียง เรียกว่าใช้งานเตียงได้คุ้มค่าเลยล่ะโซดาตั้งใจทอดให้ขอบไข่ดาวกรอบๆ ก่อนเธอจะตักโปะบนข้าวผัด ตู้เย็นเขาไม่ค่อยมีเนื้อสัตว์ติดเท่าไหร่ เปิดไปเจอแต่เบียร์กระป๋อง พอเห็นผักที่พอทำได้ไม่กี่อย่าง กอปรกับมีไข่เหลืออยู่ด้วยเพราะงั้น... ข้าวผัดไข่โปะไข่ดาว มื้อเช้า
“อย่าเลย ถ้านายโดนจับได้ขึ้นมาจะแย่เอา”โซดาพูดแล้วก็รู้สึกขัดเขิน เธอกำลังเปลือยหน้าอกต่อหน้าเขานะ แต่เด็กนี่กลับมาชวนคุยเรื่องเดทซะงั้นทั้งมือจ้องจะจับ มองสองเต้าเธอตาเป็นมัน ไหนจะขบปากอยากชิมอีก“คุณแอลก็เตือนเรื่องนี้อยู่ นายอย่าแหกกฎของเธอดีกว่า” เธอใจเต้นแรงก็จริงที่ได้ยินเขาชวนเดท แต่พอมาคิดดู เราสองคนอย่าเสี่ยงกันเลยดีกว่า ทว่าดูจากความดื้อของฮันเตอร์แล้วเขาเอาจริง...“ไม่น่าจะมีคนจำเราได้หรอกมั้ง”“ต่อให้นายพรางตัวยังไงพี่ว่า... คนที่ชอบนายก็จำได้อยู่ดี”มือหนากอบกุมเนินเต้าสวย สายตาแพรวพราวของเขาก็สบมองกัน โซดาที่เขินจนวางสายตาไม่ถูก หลุบตาหนีแล้วเม้มปาก หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะเอาซะเลยเพราะเขาเป็นคนทำ...หัวใจจะวายตายไหมเนี่ย“เหรอ”“อื้อ”ฮันเตอร์แค่เลิกคิ้วทะเล้น เพราะเขาสนใจเต้าสวยมากกว่า ก่อนอ้าปากงับยอดปทุมถัน พร้อมแลบลิ้นตวัดเลียขึ้นลงเขาบีบความนุ่มนิ่มที่เด้งสู้มือ พลางช้อนตามองสีหน้าเสียวสุดๆ ของโซดาที่เหยเก“อ่ะ” โซดาตัวกระตุก หลังโดนลิ้นร้อนเขากระตุ้นจุดเสียวซ่านกระโปรงตัวสั้นเธอถูกถกมากองที่เอว ฮันเตอร์ยกตัวขึ้นเล็กน้อย เขาถอดกางเกงลงไปกองช่วงตาตุ่ม แท่งร้อ
ร่างบางเม้มปากดึงหน้าเครียด เธอเดินตามหลังคนเด็กกว่าเข้าห้อง ตั้งแต่บนรถจวบจนถึงเพนท์เฮ้าส์ ฮันเตอร์ก็ปิดปากไม่พูดไม่จา เขาฮัมเพลงดูอารมณ์ดี แต่ยังเปิดโหมดงอนใส่เธออยู่นี่คงเป็นบททดสอบระดับสูง คือการให้โซดาเป็นฝ่ายง้อผู้ชายก่อน“เอ่อ...”เธอส่งเสียงในลำคอ ก่อนจะมุ่นคิ้วติดกัน มองเขาที่ทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศ ร่างสูงเดินปลดกระดุมเสื้อ พลางถอดนาฬิกาวางบนโต๊ะ แต่กลับไม่หันมามองเธอสักนิดเด็กนี่เอาจริงเหรอโกรธ... จริงดิโซดาเหมือนถูกความกดดันรายล้อม ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย เธอก็กวาดสายตาไปรอบห้อง ไม่มีตัวช่วยอื่นให้เธอเลือกเลย“เดี๋ยวก่อนสิฮันเตอร์ นี่นายจะเดินหนีพี่ไปไหน”จบแล้ว...ภาพลักษณ์ของโซดาหมดสิ้น ไม่เคยคิดภาพนี้ในหัวมาก่อน ภาพของเธอที่เข้าไปคว้าแขนเขาไม่ให้เดินหนี หลังอีกฝ่ายทำท่าจะเข้าห้องนอน ใบหน้าสวยติดประหม่าลามไปยังลมหายใจ“ขอโทษถ้าทำให้นายรู้สึกไม่ดี...”ฮันเตอร์ได้ยินคำขอโทษแล้ว เขาแอบอมยิ้มมุมปาก แต่เธอคงไม่เห็นตอนเขายิ้มหน้าทะเล้น โซดาคอตก งุดหน้าคางเกือบชิดอก มือก็เขย่าแขนเสื้อเขาให้หันมาคุยกันก่อน“ฮัน...”“แค่นี้เหรอครับ”“แค่นี้เหรอ ?”โซดากัดปากล่าง นี่เขาจะหย
“นายไม่กลัวว่าจะโดนตามแอบถ่ายอีกหรือไงฮัน”แอลถอนหายใจ แทนที่จะนัดเจอกันข้างนอก มีจังหวะหรือระยะห่างที่ไร้พิรุธว่า ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่ฮันเตอร์กลับวนเวียนใกล้ตัวโซดาเกินไปแบบนี้ถ้ามีภาพเขาหลุดอีกชุดที่สอง เธอต้องควักเงินจ่ายกระเป๋าแห้งแน่“ผมเข้าทางด้านหลัง ไม่น่าจะมีคนจับได้หรอกพี่แอล”“ดื้อชะมัด แต่ยังไงก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน”“ว่าแต่... พี่แอลมาข่มขู่คนของผมเหรอ”ฮันเตอร์แกล้งหยอกเย้า เขามาในสภาพสวมหมวกปกปิดใบหน้า แล้วก็ใส่แมสแต่ดึงลงมาไว้ใต้คาง“นายเห็นพี่ใจร้ายใจดำขนาดนั้นเลยรึไง” ผู้จัดการสาวจิปาก มองฮันเตอร์ที่ขำแล้วไหวไหล่ใส่“เผื่อพี่โดนเบื้องบนเขากดดันมาอีกแรงไง”“พี่โดนกดดันมาตลอดนายก็รู้”“แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ ผมไม่อยากให้พี่โซดามาอึดอัดด้วย”“เธอจะอึดอัดก็เพราะนายไม่ระวังพวกมือแอบถ่ายต่างหาก”“มันเป็นความผิดผมที่ไม่ระวัง หรือสตอคเกอร์ขายข่าวกันแน่พี่แอล...”โซดามองทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนโพล่งออกไป เพราะคิดว่าสองคนนี้กำลังจะทะเลาะกัน แต่ทว่า ผู้จัดการสาวกับตัวศิลปิน พูดจาจิกกัดกันเล่นเป็นปกติอยู่แล้ว“คุณแอลเขาไม่ได้ข่มขู่อะไรพี่หรอก เราคุยแล้วก็จบลงด้วยดี”
ผู้หญิงที่โซดาเจอมุมร้าน แนะนำตัวว่าชื่อแอล เป็นผู้จัดการสาวให้วงของแฮกอิท เธอเกริ่นอย่างสุภาพว่าขอคุยส่วนตัว โซดาก็เลยพาอีกฝ่ายขึ้นมานั่งคุยที่ห้องทำงานด้านบนบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด โซดาไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า กอปรกับเธอที่มานั่งตรงหน้าเป็นผู้จัดการซุปตาร์ด้วยประหม่า...โซดาเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง ภายในห้องก็พาลเงียบสงัดอีก“ขอบคุณคุณโซดาที่ให้เกียรติมาคุยกับแอลนะคะ แล้วแอลก็ต้องขอโทษด้วยที่จะต้องพูดตามตรงค่ะ”ผู้จัดการสาวเกริ่นเสียงเรียบ สีหน้าจริงจัง เมื่อหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่อยู่ในกระเป๋ามาวางบนโต๊ะ“ฉันพอทราบเรื่องราวของคุณมาบ้างแล้ว...”“เรื่องของฉันเหรอคะ”“ใช่ค่ะ”“จากใครคะ”“จากคนที่เป็นคู่นอนของคุณ”สิ้นคำนั้น โซดาก็นิ่งชะงักไป ลมเย็นพลันแล่นผ่านขึ้นมาที่กลางอกแอลไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือข่มขู่ ใบหน้าเธอประดับรอยยิ้มทุกครั้ง เวลาที่ต้องปิดท้ายประโยคคำพูด แต่โซดานี่สิ ใจเต้นกระหน่ำปานจะหลุดจากอก ถ้าไม่นั่งเก้าอี้อยู่คงล้มตึงไปแล้ว“ฮะ- ฮันเตอร์เหรอคะคุณแอล” เธอพูดแล้วเม้มปาก การตอบไปแบบนั้นก็ไม่ต่างจากการยอมรับว่าฮันเตอร์คือคู่นอน...“คุณสองคนให้ข้อมูลตรงกันนะคะ”“เอ่อ...”“







