แชร์

ตอนที่ 7 ล่อลวง

ผู้เขียน: MACARONI/1Millionmilesaway
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-06 18:00:48

หลินอันเล่อแบกสาลี่ม่านโหรวเต็มตะกร้ามาจนถึงอารามได้อย่างปลอดภัย หอบหายใจเหนื่อยอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงของศิษย์ไป๋เหลียน

“เจ้า… หลินอันเล่อ...”

“เจ้าคะ”

“เจ้าคือองค์หญิงเถียนเหม่ยหลินจริงหรือ” เผิงลู่ซินถามด้วยความสงสัย ตัวสั่นระริกเล็กน้อยเพราะเมื่อครู่เพิ่งเห็นสีหน้าของเถียนซีเย่และพวกหย่งชางที่เหี้ยมโหดจนเกือบลืมหายใจ

“หลินอันเล่อเจ้าค่ะ” นางไม่รู้หรอกว่าเกิดเรื่องใดขึ้นแต่นางไม่อยากเป็นเถียนเหม่ยหลินจริง ๆ 

“เจ้าจะบอกว่าพวกเขาโกหกอย่างนั้นรึ” ฉิงเอ๋อร์ไม่แน่ใจสักเท่าใดแล้วรีบบอกว่า “เฮ้อ… ลู่ซินพานางไปอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าตัวใหม่แล้วไปพบอาจารย์ที่ห้องโถงหลัก”

“เจ้าค่ะ” ศิษย์น้องพยักหน้าแล้วรีบพาตัวหลินอันเล่อไปขัดสีฉวีวรรณไม่ให้เหลือคราบหญ้าสีอร่ามมอมแมมแม้แต่น้อย ทั้งยังพรมน้ำหอมและนำเสื้อผ้าสีขาวที่ถักทออย่างดีที่สุดมาให้นางสวมอีกด้วย

“ศิษย์พี่ เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ” หลินอันเล่อเอ่ยถามเพราะคนตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไรเลย สีหน้าของนางกังวลกลัวไปหมดจนแทบไม่ได้ยินเสียงใครแล้ว “ศิษย์พี่”

“โอ๊ย เจ้าอย่าถามให้มากความได้หรือไม่”

“…” 

“ลู่ซิน เสร็จหรือยัง” ฉิงเอ๋อร์มาตามเพราะเห็นว่าฝ่ายอาจารย์กำลังร้อนรนใจ

“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” 

นางตอบกลับไปพลางหวีผมและจัดชุดของหลินอันเล่อให้เรียบร้อย สายตายังคงกวาดมองอีกครั้งหนึ่งเพื่อดูว่ามีบาดแผลที่ใดหรือไม่ก่อนที่ทุกคนจะไปรวมตัวกันในที่นัดหมาย

หลินอันเล่อเดินตามหลังพวกเขาพลางมองไปรอบตัว รู้สึกได้ว่าบรรยากาศเย็นยะเยือกมากกว่าที่เคย ลานด้านข้างมีรถม้าและคนกลุ่มหนึ่งยืนรออย่างเป็นระเบียบคิดในใจว่าใครกันสามารถเหยียบย่างเข้ามาในอารามชีแห่งนี้ได้โดยไม่สนใจกฎพันข้อที่อาจารย์ไป๋เหลียนตั้งขึ้น

ทันทีที่ก้าวเข้าไปข้างในจึงได้เห็นชายที่มีดวงตาสีน้ำเงินเข้มและเรือนผมสีเงินยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“เหม่ยหลิน” เขาเอ่ยเรียกอย่างสนิทสนม แต่แล้วก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อหลินอันเล่อทำเหมือนไม่รู้จักกัน “ไม่ได้เจอกันนานหลายปี เจ้าจึงจำข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ”

หากหลินอันเล่อจำผู้ใดไม่ได้ย่อมไม่แปลกเพราะคนที่อยู่ในร่างนี้ไม่ใช่เจ้าของร่างเสียหน่อย 

“เถียนเหม่ยหลิน เจ้าจำอาไม่ได้จริงหรือ” เถียนซีเย่คาดคั้นด้วยความมุ่งหวัง ต่อให้ลืมใครต่อใครไปแล้วแต่นางไม่ควรลืมเขา ผู้ที่เป็นคนที่สำคัญกับนางมากที่สุด

“อา…” เจ้าตัวทบทวนอย่างหนัก มองใบหน้า ดวงตา เรือนผม ท่าทางสูงศักดิ์ของเขาและท่าทีของคนรอบตัว

บุรุษตรงหน้าแต่งกายด้วยชุดที่มีลวดลายแตกต่างจากที่เคยเห็นมาก่อน พู่ห้อยตรงเอวแสดงฐานะของชนชั้นสูงและอาจารย์ของไป๋เหลียน ไม่กล้าแม้แต่สบตาพลางนึกถึงคำพูดของเผิงลู่ซินก่อนหน้านี้ เจ้าคือองค์หญิงเถียนเหม่ยหลินจริงหรือ

“เสด็จอาหรือเพคะ”

“น้อยใจนักที่เจ้าจำไม่ได้” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าแต่เดินมาหาเด็กน้อยตรงหน้า สายตามองดูนึกว่าจะได้เห็นภาพที่นางวิ่งมาฟ้องเขาเสียอีกว่าถูกคนในอารามไป๋เหลียนรังแก ร่างกายใต้อาภรณ์ชั้นดีควรต้องช้ำเขียว สีหน้าอิดโรยเพราะถูกใช้งานหนักจนร่างกายผ่ายผอม

ทว่า สิ่งที่เห็นกลับตรงกันข้าม เถียนเหม่ยหลินในเวลานี้ยืนนิ่งเหมือนทำตัวไม่ถูกก็เท่านั้น ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ดีไม่เหมือนกับภาพที่เคยเห็นในชีวิตก่อนเลยสักนิด

หากเป็นอย่างนี้แล้ว เขาจะกลายเป็นแสงสว่างหนึ่งเดียวที่ช่วยนางหนีพ้นจากนรกบนดินได้อย่างไร เถียนเหม่ยหลินจะต้องทรมาน ไม่ว่าหนีไปทางใดก็ต้องวนกลับมาที่เดิม เฝ้ารอและเรียกร้องหาแต่เพียงเขาเท่านั้น

เถียนซีเย่จับมือหลานสาวขึ้นมาดู ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผิวผุดผ่องถูกสิ่งใดเคลือบไว้หรือไม่ บางทีรอยช้ำพวกนั้นอาจซ่อนอยู่ใต้เครื่องประทินโฉมก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็หาร่องรอยบาดแผลไม่เจอราวกับไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นยามที่หลานสาวอาศัยอยู่ที่นี่

“เสด็จอา…” ขณะที่อีกฝ่ายครุ่นคิดตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง เด็กน้อยก็ไม่ต่างกันเพราะคิดว่าคนตรงหน้าจะพากลับวังหลวงแคว้นคุนหลันและเมื่อใดที่อยู่ในที่แห่งนั้น คงไม่แคล้วโดนสวีอันอวี่สังหารอย่างแน่นอนจึงคิดอยากหนีให้พ้นแต่โดยเร็ว

“กลับกันเถอะ” เถียนซีเย่เอ่ยขึ้นพลางโอบไหล่นางคิดพาไปที่รถม้าแต่ขาสองข้างของอีกฝ่ายไม่ขยับแม้แต่นิดเดียวจึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย “ไม่อยากกลับหรือ”

“หม่อมฉันไม่อยากกลับวังหลวงเพคะ” 

คำตอบนั้นถูกหยิบยกมาใช้เพราะไม่อยากอยู่ในที่เสี่ยงอันตราย ง่ายต่อการพบเจอสวีอันอวี่แต่เถียนซีเย่กลับเข้าใจว่านางเกลียดชังทุกคนในวังหลวงจึงไม่อยากกลับไปที่แห่งนั้น นับว่าเข้าทางเขาโดยปริยาย

“ไม่ใช่วังหลวงแต่เป็นที่แห่งหนึ่ง เจ้าจะต้องชอบอย่างแน่นอน” เขากล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดูผิวเผินเหมือนคนที่อบอุ่นจนนางเผลอวางใจแล้วอดสงสารไม่ได้ที่วันข้างหน้าเถียนซีเย่จะเป็นอีกคนที่ถูกสวีอันอวี่สังหารอย่างเหี้ยมโหดเช่นเดียวกัน

ครั้นขึ้นมานั่งในรถม้าแล้วจึงต้องเริ่มปรับตัวใหม่ให้คุ้นชินกับที่คนตรงหน้าเรียกว่าเถียนเหม่ยหลิน

“เจ้าไม่มีเรื่องใดจะบอกข้าหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยถามอยากฟังหลายอย่างจากปากของนาง ในใจคิดอยากทำลายอารามไป๋เหลียนที่ทำร้ายนางให้ราบคาบเหมือนในครั้งอดีตแต่พอมาเห็นกับตาล้วนมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด 

“เสด็จอาเดินทางมาไกลนัก ทรงเหน็ดเหนื่อยหรือไม่เพคะ” เถียนเหม่ยหลินเอ่ยทักทายตามประสาคนในครอบครัวเดียวกันที่ไม่ได้พบหน้ามานาน น้ำเสียงของเด็กน้อยร่าเริงสดใส สีหน้ายิ้มแย้มผ่อนคลายยามอยู่ต่อหน้าทำให้เขานึกถึงวันวาน

“ได้เจอเจ้านับว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง” เขาเอื้อมมือลูบศีรษะของเถียนเหม่ยหลิน จับผมขึ้นมาช่อหนึ่งแล้วพูดว่า “เจ้าชอบให้ข้าถักเปียไม่ใช่หรือ ช่วยนั่งนิ่ง ๆ สักครู่ได้หรือไม่”

“เพคะ” เจ้าตัวไม่คิดอะไรไปมากกว่าเสด็จอาขององค์หญิงนั้นใจดีนักจึงนั่งนิ่งอย่างที่อีกฝ่ายบอก ก่อนจะได้ยินเขาเกริ่นถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงรีบหนีมาหาเจ้า”

“…”

“เฮ้อ…” ผู้เป็นอาถอนหายใจเหมือนกลุ้มใจเป็นอย่างมากแล้วพูดต่อ “เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของเจ้าใจร้ายนัก ทิ้งขว้างเจ้าให้พบเจอความยากลำบาก ไม่คิดติดต่อเจ้าหลายปีแต่มาวันนี้กลับนึกถึงเจ้าขึ้นมาได้”

“…” เถียนเหม่ยหลินยังคงตั้งใจฟังสิ่งเขาพูด จับประเด็นเพื่อที่จะไม่พลาดจนคนตรงหน้าสงสัยว่านางไม่ใช่ตัวจริง

“พวกเขาคิดหมั้นหมายเจ้ากับเจิ้งอ๋อง”

“…” 

เถียนเหม่ยหลินเห็นสีหน้ากังวลของเขา กะพริบตาปริบ ๆ ราวกับครุ่นคิดจึงทำให้อีกฝ่ายเข้าใจว่านางไม่รู้ความหมายของคำว่าหมั้นหมายเพราะเพิ่งอายุสิบเอ็ดจึงอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

“ข้าไม่คิดเลยว่าต้องเป็นคนสอนเรื่องเช่นนี้แก่เจ้า” เถียนซีเย่ขยับเข้ามาใกล้หลานสาวอย่างมีนัย “หมั้นหมายคือสิ่งที่เจ้าควรทำยามพ้นวัยปักปิ่น แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น… การอภิเษกกับบุรุษที่อายุรุ่นราวคราวเดียวย่อมเหมาะสมยิ่งกว่า”

มือของเถียนซีเย่เอื้อมแตะต้นขาของเด็กน้อยข้างกายแล้วพูดต่อ “ปีนี้เจิ้งอ๋องอายุสามสิบสองแล้ว ห่างกับเจ้ามากนัก อีกทั้งเขายังเป็นพวกมักมากในกาม ชายาและสนมนับสิบยังไม่รู้จักพอ”

ดวงตาสีอำพันของหลานสาวเบิกโตเมื่อสัมผัสได้ว่ามือข้างนั้นเลื่อนขึ้นมาเรื่อย ๆ จึงรีบจับเอาไว้แล้วมองหน้าอีกฝ่าย ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจึงกระทำเช่นนี้

เถียนซีเย่ยิ้มมุมปากพลันกระซิบข้างหูพูดถึงสิ่งที่นางต้องทำหากตกเป็นชายาของเจิ้งอ๋องจนเถียนเหม่ยหลินขนลุกชัน

“เจ้าเข้าใจสิ่งที่ข้าพูดแล้วหรือไม่ เขาจะทำเช่นนี้กับเจ้าและทำมากกว่านี้เพราะเขาเป็นพวกหลงใหลในกามารมณ์ ทำเรื่องราวพิสดารจนใครต่อใครเล่าลือ กระนั้น... เสด็จพ่อกับเสด็จแม่ของเจ้ากลับปล่อยให้เขาคิดทำตามใจ ตกลงทำสัญญาให้เจ้าอภิเษกกับเขาโดยไม่สนความรู้สึกของเจ้าสักนิด”

แม้นางแสดงออกว่าเข้าใจสิ่งที่เขาพูดทุกคำแต่คนตรงหน้าไม่หยุดแค่เพียงเท่านั้นเพราะคิดว่าหลานสาวยังไร้เดียงสา มือข้างนั้นจึงค่อย ๆ ไล้มาที่ต้นขาด้านใน โน้มตัวเข้าใกล้จนลมหายใจร้อนเฉียดผ่านแก้มนวล

“เสด็จอา” นางพึมพำแล้วขยับหนี รู้สึกรังเกียจสัมผัสเช่นนั้นตามสัญชาตญาณของคนที่ใช้ชีวิตมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พยายามไม่เก็บมาใส่ใจคิดแค่ว่าเขาต้องการอธิบายให้นางเข้าใจเท่านั้น

ไม่ทันจะได้ทำสิ่งใดต่อ เถียนเหม่ยหลินรู้สึกได้ว่าลมในท้องกำลังตีขึ้นมา เวียนศีรษะจนแทบนั่งตัวตรงไม่ได้ ขณะที่มือของเถียนซีเย่โอบกอดไหล่ให้นางขยับมานั่งใกล้ ๆ

“เหม่ยหลิน เจ้าทำตัวห่างเหินเกินไปแล้ว” น้ำเสียงของเขาราวกับน้อยใจแต่อีกคนไม่ได้ฟังและพยายามขยับไปใกล้หน้าต่างรถม้า “จะไปที่ใดเล่า อยู่ใกล้ ๆ ข้าไม่ดีกว่าหรือ”

“อึก…” ดวงตาสีอำพันเบิกกว้างรู้สึกได้ว่าสาลี่ม่านโหรวที่กินไปก่อนหน้านั้นกำลังทำพิษ

“เหม่ยหลิน ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ บอกว่าอย่าขยับอย่างไรเล่า ตรงหน้าต่างนั่นมีอะไรดีไปกว่าข้าอีกรึ”

อึก ไม่ไหวแล้ว... 

เถียนเหม่ยหลินคิดในใจพะอืดพะอมจนไม่อาจกลั้น แทนที่จะได้โผล่ออกไปสูดอากาศสดชื่นนอกหน้าต่าง แต่ถูกดึงรั้งเช่นนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

“อึก… จะอ้วก…” 

สิ้นคำพูดของนางไม่เท่าไหร่สิ่งที่ตีขึ้นมาในท้องของเด็กหญิงก็พุ่งเข้าใส่เถียนซีเย่ทันใด ร่างกายตั้งแต่หน้าอกลามมาขากางเกงเปียกเปื้อนไปด้วยน้ำย่อยและชิ้นส่วนสาลี่ม่านโหรวจนเขาได้แต่ตะลึงงันไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นกับตนเอง

“เหม่ยหลิน เจ้า…”

“หม่อมฉันพยายามแล้วที่จะ… อึก… อึก…”

เถียนเหม่ยหลินอาเจียนโดยไม่มีอดกลั้น อาการหนักถึงขนาดที่ผู้เป็นอาสั่งให้คนติดตามเรียกหมอมาตรวจรักษาเป็นการด่วน ก่อนจะแวะเข้าพักในเรือนค้างแรมระหว่างทางไปจุดหมาย

เวลานี้สีหน้าของนางดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรง ท้องไส้ปวดมวนและยังเวียนหัวมากกว่าเดิมจนต้องดื่มยาแล้วพักผ่อนให้มาก

“แพ้พิษม่านโหรวหรอกหรือ” องค์ชายเก้าถามท่านหมอเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีคนแพ้ของดีเช่นนี้

“ของบางอย่างอาจไม่ถูกกับร่างกาย แต่พักอีกไม่กี่วัน อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นขอรับ” ท่านหมอกล่าวอย่างเป็นกันเองเพราะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเป็นผู้ใด นึกว่าเป็นแค่ขุนนางชั้นสูงเท่านั้น

“อืม…” เถียนซีเย่พยักหน้าแล้วกลับเข้ามาหาหลานสาวในห้องนอน นั่งลงข้าง ๆ พลางแตะหน้าผากวัดไข้ สีหน้าเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่าอาการของนางจะทรุดลงกว่าเดิม

“เสด็จอา…”

“ไม่เป็นอันใดหรอกนะ เดี๋ยวก็หายแล้ว” 

ท่าทีที่แสดงออกมาทำให้เถียนเหม่ยหลินสลัดความคิดนั้นออกไป บางทีนางอาจคิดมากไปเองจนทำให้มองคนที่แสนดีผิดพลาดไปหมด

หากแต่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าดวงความโชคดีได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว อาการของเถียนเหม่ยหลินดีขึ้นช้ากว่าปกติ ตลอดการเดินทางไปยังตำบลเซียวเหอ เถียนซีเย่จึงไม่คิดแตะต้องนางเลยเพราะเป็นห่วงอาการของนางมากกว่า ทำให้ครานี้รอดตัวจากการใกล้ชิดเกินขอบเขตของผู้เป็นอาไปโดยปริยาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 117 สัญญาร้อยปีไม่มีเปลี่ยนแปลง (ตอนจบ)

    หลายวันต่อมาซือหยางจัดการสะสางงานที่คั่งค้างไว้จนเสร็จสิ้นจึงฝากฝังเรื่องที่เหลือกับสวีซือหมิงและเถียนลู่คง ขอให้พวกเขาช่วยกันดูแลวังหลวงแห่งนี้เป็นการชั่วคราว อ้างว่าช่วงนี้ทำแต่งานหลวงจนไม่มีเวลาอยู่กับภรรยาแม้อยากเดินทางไปหมู่บ้านชิวหรงกับลู่ฟางเซียนเพียงลำพังมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่อาจหลบพ้นจากสายตาของหงเฟิ่ง หลิวกวางและองครักษ์ไท่หยางที่คอยอารักขาพวกเขาได้เลยแต่กระนั้น ทุกคนรู้ดีว่าคนทั้งคู่ต้องการสิ่งใดจึงคอยวางกำลังอารักขาอยู่ห่าง ๆ เท่าที่จะทำได้“เจ้าเคยนั่งพิงใต้ต้นไม้ตรงโน้นเพราะหมดแรงด้วย” ลู่ฟางเซียนชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ทางฝั่งซ้ายมือ “พอข้าเดินหนีเจ้าก็ตะโกนเรียกเสียงดัง”“เหตุใดจึงจำแต่เรื่องน่าอายของข้าเล่า” ซือหยางทำหน้ามุ่ย รู้แล้วว่าในอดีตที่เคยความจำเสื่อมทำตัวไม่ดีสักเท่าใด พลางยื่นมือให้นางจับแล้วพูดว่า “ตรงนี้มีตะไคร่น้ำขึ้นตั้งแต่เมื่อใดกัน เจ้าค่อย ๆ เดินจะได้ไม่ลื่นล้ม”ไม่ว่าจะเดินไปทางใด ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด นึกถึงคราใดก็อดหัวเราะขบขันไม่ได้เพราะใครเล่าจะรู้ว่าวันห

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 116 พระสนม...

    สามเดือนต่อมาบรรยากาศในท้องพระโรงวังหลวงแคว้นคุนหลันเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาผู้ปกครองบัลลังก์โดยมิได้นัดหมาย หากแต่ราชทูตแคว้นม่านเหลียนยังคงทำหน้าที่เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองดินแดนเป็นอย่างดีสวีซือหมิงรับตำแหน่งขุนนางฝ่ายบุ๋นคอยให้คำปรึกษาอยู่เคียงข้างผู้เป็นน้องชาย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มชำเลืองมองแวบหนึ่งแล้วอดกลั้นขำไม่ได้ขณะที่เหลียงซิ่วหรานกลายเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ประจำตัวฮ่องเต้ถอนหายใจเล็กน้อย รู้ว่าเหตุใดซือหยางจึงแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวใส่แขกผู้มาเยือน“ทูลฝ่าบาท… กระหม่อมเดินทางมาที่หนิงหวงครานี้เพื่อสานไมตรีกับราชวงศ์สกุลสวี” บุรุษผู้มีดวงตาสีแดงโกเมนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่แฝงความกดดันให้อีกฝ่ายรับข้อเสนอ“…” ดวงตาสองสีเย็นชา สีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะติดอยู่ในท้องพระโรงแห่งนี้เกินกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ในใจนึกถึงใบหน้าฮองเฮาผู้เป็นที่รัก พยายามประคองสติตนเองเอาไว้ให้มั่นเพราะกลัวว่าโวยวายเอาแต่ใจจะถูกนางเรียกไปตักเตือน“องค์หญิงซือคงเซียนเอ๋อร์เป็นถึงพระธิดาอง

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 115 ยามซวีที่รอคอย

    ยามซวีมาถึงท้องฟ้าค่ำคืนนี้มีดาวสองดวงเคียงข้างกันเหมือนอย่างที่ผู้อาวุโสบอกไม่มีผิดเพี้ยน สายลมเย็นพัดแผ่วเบาผ่านหน้าต่างตำหนักโอ่อ่าแห่งนี้ กลิ่นเทียนหอมจาง ๆ ลอยทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกภวังค์ฝันดีดวงตาสองสีมองหญิงสาวในชุดบางเบา ยิ้มมุมปากพึงพอใจที่ช่วงเวลาของการรอคอยสิ้นสุดลงเสียที ห้าปีหลังจากแต่งงานช่างเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกิน เกือบพลัดพรากกันหลายครั้งหลายครา แต่สุดท้ายโชคชะตาหวนพัดให้พวกเขาได้กลับมาพบกันนับเป็นสิ่งที่วิเศษยิ่งนักหญิงสาวอันเป็นที่รักเยื้องกรายเดินเข้ามาหาด้วยความเขินอาย ใบหน้างามแดงระเรื่อยามถูกจ้องไม่วางตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หากแต่มีความสงสัยอยู่หนึ่งอย่างที่ค้างคาใจจึงหยุดยืนนิ่งงันชั่วขณะ คิ้วเรียวขมวดมุ่นสบประสานสายตาคนตรงหน้าซือหยางหรี่ตาเล็กน้อยอยากรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือต้องการถ่วงเวลาแกล้งให้เขาอดใจไม่ไหว“ไม่ดีเลย… ข้ารอมาห้าปีแล้วยังใจร้ายกับข้าอีกหรือ” เขาไม่รอให้นางเดินมาหาถึงเตียงนอน แต่เป็นฝ่ายอุ้มร่างบางมาแทน ค่อย ๆ วางลงอย่างอ่อนโยนแล้วหอมแก้มเหมือนอย่างเคย

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 114 สามปีต่อมา

    สามปีต่อมาภัยอันตรายไม่กล้าย่างกรายเข้าใกล้ฮองเฮาแห่งคุนหลันแม้เพียงคืบ นับเป็นผลจากการที่ซือหยางร่วมมือกับหลิวกวางวางกองกำลังทั่วแผ่นดิน คอยจับตามองทุกพื้นที่ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเถียนลู่คงได้รับหน้าที่ดูแลวังหลวงเป็นการชั่วคราวร่วมกับสวีซือหมิงที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยงาน แต่ละวันภาวนาให้พี่เขยกลับมาเร็วไวเพื่อที่จะได้พักผ่อนนอนหลับเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ให้สมกับลำบากตรากตรำมาหลายปีร่างกายที่เคยต้องพิษหายดีเป็นปลิดทิ้งเพราะได้รับความช่วยเหลือจากเจียงจื่อซวนที่บัดนี้มีตำแหน่งเป็นถึงหมอหลวงประจำราชสำนัก ชื่อเสียงบารมีกว้างไกลจนถึงขั้นมีทุนเปิดร้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงและสร้างโรงหมอเพื่อคนอนาถาทั่วแคว้นคุนหลันเขตชายแดนทางตอนเหนือมีกองทัพเมืองฮุ่ยผิงของแม่ทัพหานหลี่ต้านทานผู้บุกรุกจากแคว้นม่านเหลียน ต่อให้เมืองเหอผิงและอวี่โจวถูกฝ่ายฉินหมิงยึดไปแล้วก็ไม่เกิดปัญหาขัดแย้งใด ๆในเมื่อฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ไม่อยากเห็นสองแคว้นรบราฆ่าฟันจนชาวเมืองเดือดร้อน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจึงตกลงร่วมกันปกครองสองเมือง

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 113 เงื่อนไขสุดท้าย

    หนึ่งเดือนต่อมาขบวนเสด็จของรัชทายาทได้มาถึงวังหลวงแคว้นคุนหลัน บรรยากาศยามนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง มองไปทางซ้ายมีตัวแทนแม่ทัพเมืองเทียนอวิ๋นมารออยู่ ทางด้านขวาเป็นแม่ทัพหลี่หมิงฮ่าวและหน่วยซิงอวี่แคว้นฉินหมิง ใกล้ ๆ กันนั้นคือผู้อาวุโสกับองครักษ์แคว้นไท่หยางอันเป็นดินแดนลึกลับทางตอนใต้ขุนนางคุนหลันที่รอดชีวิตต่างพากันดีใจที่องค์รัชทายาทยังไม่สิ้นพระชนม์ แต่กระนั้นกลับกังวลเพราะรู้ว่าร่างกายของเขาไม่แข็งแรงทว่า ดวงตาทุกคู่ได้เห็นองค์หญิงเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งว่านับจากนี้จะมีเชื้อพระวงศ์ของปฐมกษัตริย์ครองบัลลังก์แผ่นดินนี้อย่างแน่นอนหากแต่มองไปยังข้างกายของนางกลับพบชายหนุ่มรูปงามที่แฝงไอสังหารเหี้ยมโหด สีหน้าไม่สบอารมณ์ยามต้องพบเจอผู้คนมากมาย ดวงตาสองสีแข็งกร้าวราวกับประกาศศักดา ย้ำให้รู้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับสวีอันอวี่นั้นเป็นความจริงหงเฟิ่งก้าวออกมาสู่แสงสว่าง ไม่ยอมเป็นเงารับใช้ราชวงศ์สกุลเถียนอีกต่อไป ขุนนางน้อยใหญ่และข้าราชบริพารกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ทั้งหวาดกลัวและมองไม่เห

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 112 สัมผัสอบอุ่น

    ครั้นกอดแนบแน่นอยู่พักหนึ่งแล้วก็ถึงเวลาต้องสะสางความสงสัยอีกอย่างที่คิดไม่ตกมาตั้งแต่เมื่อครู่ซือหยางชี้ไปที่ไม้กระบองด้านหลังแล้วถามว่า “เหตุใดจึงถือมันไว้… เจ้าคิดทำสิ่งใดตอนข้าหลับอยู่หรือ”ลู่ฟางเซียนยิ้มกว้างเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนไว้ว่าอย่าประมาทจึงตอบไปตามตรง “เจ้าฟื้นมาคราใดชอบจำข้าไม่ได้… กันไว้ดีกว่าแก้”“…”ชายหนุ่มอมยิ้มเพราะพอจะคาดเดาคำตอบได้ เขายอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นเช่นนั้นจริง แต่นับจากนี้ไปคงไม่มีวันเกิดเรื่องวุ่นวายอย่างนั้นอีกแล้วครานี้จำได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนาง ไม่ว่าอดีตหรือยามนี้… ทุกเรื่องราวฝังลึกในใจไม่มีวันลืมเลือนอีกแล้ว หากแต่ไม่อาจบอกได้ว่าความทรงจำในอดีตตอนเป็นซือหยางวัยยี่สิบห้ากลับมาครบถ้วน นั่นเพราะตอนนั้นเขาปิดบังว่าดวงตาข้างสีน้ำเงินเข้มยังคงบอดสนิทเหมือนอีกข้างทั้งที่มองเห็นหญิงสาวนามว่าลู่ฟางเซียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กระจุดเล็ก ๆ บนใบหน้าแสนอ่อนโยน กระทั่งทุกสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนเร้นใต้อาภรณ์ พลันหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันใด“ซือหยาง… ยังปวดหัวตัวร้

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 9 อดทน

    ซ่งไป๋อวี้ บุตรสาวคนเดียวของใต้เท้าซ่งได้รับการเลี้ยงดูต่างจากคุณหนูสกุลอื่น ๆ ในเซียวเหอ บิดามารดาและบ่าวรับใช้ต่างคอยเอาใจ ต้องการสิ่งใดหาให้ไม่เคยขาดและไม่ว่าจะทำอันใดผิดพลาดไปก็คอยให้ท้ายจนนางมักทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ ดังนั้นการกระทำที่นางแสดงออกล้วนมีเหตุที่มา

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 8 ซ่อนตัว

    จวนสกุลซ่ง ตำบลเซียวเหอซ่งจินเหลียง ชายวัยกลางคนผู้มั่งคั่งพลิกชีวิตตัวเองจากยาจกกลายเป็นเศรษฐีเพราะมีเส้นสายค้าขายเทียนหอมคลายกังวลกับราชสำนักผ่านเถียนซีเย่ในช่วงที่เขาร่ำเรียนจริยธรรมอยู่ที่อารามอันจิ้งสองสามวันก่อน เขาได้รับจดหมายแจ้งว่าเถียนซีเย่จะเข้

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 6 พบพาน

    ลู่ฟางเซียน หลินอันเล่อหรือตอนนี้คือเถียนเหม่ยหลินวัยสิบเอ็ดกำลังนอนคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตใหม่ครั้งนี้ “คิดถึงท่านแม่ยิ่งนัก หากกลับมาอยู่ในร่างนี้เร็วขึ้นเพียงนิด ข้าคงมีโอกาสได้เจอท่านแม่อีกครั้ง” นางหวนนึกถึงชีวิตเก่าของตัวเองในตอนที่เป็นบุตรสาวเจ้าเมืองเหอผิง คนผู้เดียวที่รักนางก็คือม

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 5 ร่างของผู้ใด

    คืนเดียวกันจู่ ๆ พายุลูกใหญ่พัดถล่มเมืองเป่ยหลิงอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เม็ดฝนโปรยปรายลงมาเบื้องล่างราวกับฟ้ารั่ว สายลมหนาวพัดประตูหน้าต่างกระทบขอบเสียงดังปึงปังหากแต่เด็กหญิงที่นอนหลับใหลยังคงไม่รู้ตัวว่าเกิดอันใดขึ้น แม้ว่าฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างดังลั่นหรือน้ำฝนหยดผ่านรูหลังคาร่วงหล่นโดนใบหน้าจนเปี

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status