นายใหญ่ปราบเด็ก [Mafia Pandorica]

นายใหญ่ปราบเด็ก [Mafia Pandorica]

last update최신 업데이트 : 2024-11-16
에:  Fortune_289참여
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
10
1 평가. 1 리뷰
46챕터
3.9K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ยอมเสียความบริสุทธิ์เพื่อแลกกับเงิน และของมีค่าเกือบ 20 ล้านบาทกะว่าถึงฝั่งจะชิ่งหนี ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกผลักให้เธอกลับมาเจอเขาอีกครั้ง "ว่าไงเมียจ๋า มาหาผัวถึงที่เลยเหรอ" 'ซวยแล้วไง...โอ๊ยยยยย!'

더 보기

1화

บทนำ สายลับสาวสวย

สวี่เพียวเพียวไม่เคยคิดเลยว่า เจ้านายคนใหม่ที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบคนนั้น จะเป็นพ่อแท้ ๆ ของลูกสาวเธอ

หากรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องมาเจอฮั่วจี้เซินที่นี่ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไร เธอก็จะไม่มีวันย่างกรายเข้ามาในบริษัทนี้เด็ดขาด

เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งแผนกวุ่นวายกันยกใหญ่เรื่องเจ้านายหนุ่มผู้มีอนาคตไกลจะถูกส่งลงมา

ได้ยินมาว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลประธานกลุ่มบริษัทที่คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด

ชีวประวัติแต่ละบรรทัดยาวเหยียดเกินกว่าที่มนุษย์เงินเดือนทั่วไปอย่างพวกเขาจะไล่ตามทัน

ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ในห้องประชุมล้วงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ชุดสูทสั่งตัดอย่างประณีตช่วยเสริมบุคลิกที่สง่างามและภูมิฐาน ขับเน้นให้เห็นถึงรูปร่างสูงโปร่งของเขาอย่างชัดเจน ความอ่อนวัยในอดีตถูกขัดเกลาจนกลายเป็นความเฉียบคม แม้อายุยังน้อยแต่กลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่น่าเกรงขาม

มือที่เห็นข้อกระดูกชัดเจนถือรีโมตคอนโทรลขณะอธิบายข้อมูลบน PPT อย่างคล่องแคล่ว

เสียงทุ้มกังวานสะท้อนไปทั่วห้องประชุม

ทุกคนต่างพากันกลั้นหายใจ เพราะกลัวว่าจะทำอะไรให้เจ้านายคนใหม่เสียความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรก

สวี่เพียวเพียวแทบอยากจะก้มหัวให้จมดิน

แต่น่าเสียดายที่พื้นห้องประชุมถูกขัดจนเงาวับ นอกจากจะไม่มีซอกหลืบให้เธอซ่อนตัวแล้ว มันยังสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกระอักกระอวนของเธอออกมาอย่างชัดเจน

เธอรู้ว่าเครือบริษัทนี้แซ่ฮั่ว แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็น “ฮั่ว” เดียวกับฮั่วจี้เซิน

สวี่เพียวเพียวเกร็งจนปลายเท้าจิกพื้น เหงื่อเย็น ๆ ซึมเต็มแผ่นหลัง

ความรู้สึกอึดอัดโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก

สามปีแล้ว

สามปีที่ไม่ได้เจอกัน และสามปีแล้วที่เลิกรากันไป

“ใครเป็นคนดูแลโปรเจกต์นี้?”

เสียงทุ้มที่เย็นชาและห่างเหินดังมาจากบนเวที สายตาของชายหนุ่มจ้องมองลงมายังพนักงานทุกคน ทันใดนั้นบรรยากาศพลันเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไม่มีใครกล้าส่งเสียง

ฮั่วจี้เซินขมวดคิ้วมุ่นแล้วเร่งเสียงให้ดังขึ้น

“แม้แต่โปรเจกต์ที่ตัวเองรับผิดชอบก็จำไม่ได้งั้นเหรอ?”

เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้าง ๆ สวี่เพียวเพียวลุกขึ้นยืนด้วยอาการสั่นเทา แล้วเอ่ยอย่างหวาดกลัวสุดขีด “ผะ...ผมเองครับ คุณฮั่ว”

ไม่รู้ว่าเข้าใจผิดไปเองไหม แต่วินาทีที่สวี่เพียวเพียวเงยหน้าขึ้น ดูเหมือนสายตาของเธอจะประสานเข้ากับสายตาของฮั่วจี้เซิน

ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวพลันจับตัวเป็นน้ำแข็งจนเธอลืมหายใจไปชั่วขณะ

ฮั่วจี้เซินละสายตาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เนื้อหาพวกนี้ต้องไปปรับปรุงใหม่ ทำออกมาแบบนี้ กล้าส่งมาได้ยังไง?”

จากนั้นสวี่เพียวเพียวจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่

เขาคงไม่ได้สังเกตเห็นเธอหรอก

สวี่เพียวเพียวในตอนนี้แตกต่างกันกับเมื่อสามปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง

เธอก้มหน้าลงและพยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเพื่อไม่ให้เขาสังเกตเห็น

แต่แล้วจู่ ๆ สายตาที่จดจ้องอยู่ที่พื้น กลับเห็นรองเท้าหนังแบรนด์เนมขัดเงาวับคู่หนึ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ

สวี่เพียวเพียวพลันรู้สึกเหมือนถูกโยนลงกลางทะเลลึก น้ำเค็มซัดสาดกลืนกินลมหายใจจนมือเท้าชาหนึบ

ฮั่วจี้เซินมายืนอยู่ข้างเธอแล้ว

เพื่อนร่วมงานพยายามอธิบาย “คุณฮั่วครับ โปรเจกต์นี้ผ่านการตอบรับจากลูกค้าแล้ว...”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นพร้อมกับโยนรีโมตในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาดำขลับจ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานคนนั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือกและกล่าวเน้นทีละคำว่า “แผนงานที่ไม่สมบูรณ์ก็คือไม่สมบูรณ์ การเอาลูกค้ามาเป็นข้ออ้างคือมาตรฐานของคุณเหรอ?”

“หรือคุณคิดว่าการทำงานคือการเล่นขายของ?”

สายตาคู่นั้นในเวลานี้เต็มไปด้วยความดูถูกและกดดันอย่างยิ่ง

ทว่ามันไม่ได้จ้องมองไปที่เพื่อนร่วมงานที่กำลังรายงานอยู่ของสวี่เพียวเพียว แต่มัน... กำลังจ้องมองมาที่เธอ

ทุกคนต่างก้มหน้ามองหลังเท้าตัวเองด้วยความกลัวว่าความโกรธของคุณฮั่วจะลามมาถึงพวกกระจอก ๆ อย่างพวกเขา

สวี่เพียวเพียวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ

พยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด

จนกระทั่งฮั่วจี้เซินพูดทิ้งท้ายว่า “ไปแก้มาใหม่แล้วค่อยส่งมา”

“ครับ/ค่ะ คุณฮั่ว”

ในขณะที่ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก สายตาของฮั่วจี้เซินก็เลื่อนมาหยุดที่สวี่เพียวเพียว

ใบหน้านั้นยังคงสวยงามเหมือนเดิม เพียงแต่ซูบผอมลงไปมาก

ตอนนี้เธออยู่ในชุดทำงานรัดกุม ผมทัดหูอย่างเรียบร้อย ผิวพรรณยังคงขาวผ่องเหมือนแต่ก่อน แต่รอยหมองคล้ำใต้ตาและความเหนื่อยล้านั้นไม่อาจซ่อนเร้นได้

เธอยังคงไม่มองเขา

ฮั่วจี้เซินยกยิ้มอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ถ้าคราวหน้ายังเอาแผนงานชุ่ย ๆ แบบนี้มาส่งอีก ก็เตรียมรับผลที่ตามมาด้วย”

นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าสวี่เพียวเพียวอย่างไม่เป็นจังหวะ

ซึ่งเธอรู้ดีว่ามันหมายถึงเขากำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก

นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นซ่อนเร้นอารมณ์บางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เพียงแค่ปรายตามองมาแวบเดียว ก็ทำเอาสวี่เพียวเพียวถึงกับมือไม้สั่นและมีเหงื่อซึมเต็มฝ่ามือ

โชคดีที่เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ และเปลี่ยนไปซักถามความคืบหน้าของโครงการอื่นแทน

สวี่เพียวเพียวรู้สึกได้ว่าขาสั่นพั่บ ๆ จนแทบจะยืนไม่อยู่

หลังจบการประชุม

สวี่เพียวเพียวเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เธอต้องดื่มน้ำไปครึ่งแก้วถึงสงบสติอารมณ์ลงได้

เพราะโปรเจกต์ของทีมสวี่เพียวเพียวก็โดนฮั่วจี้เซินจับผิดเช่นกัน

คราวนี้ดูเหมือนพนักงานแทบทั้งแผนกจะต้องอยู่ทำโอทีกันถ้วนหน้า

เพื่อนร่วมงานที่อยู่ข้าง ๆ โอดครวญขึ้นมาว่า “เจ้านายใหม่ไฟแรงจริง ๆ สงสัยพวกเราจะโดนเชือดไก่ให้ลิงดูซะแล้ว เพียวเพียว เธอรู้ไหมว่าทำไมคุณฮั่วถึงมายืนกดดันอยู่ข้างพวกเราตลอดเลย? ฉันนี่แทบหัวใจวายตาย!”

สวี่เพียวเพียวชะงักงันไปครู่หนึ่ง

ตอนแรกเธอคิดว่าเขามายืนตรงนั้นเพื่อจะได้ยินคำตอบของเพื่อนร่วมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

แต่พอถึงคิวทีมอื่นรายงาน เขาก็ยังไม่ไปไหน

ยังคงยืนนิ่งอยู่ข้างกายสวี่เพียวเพียวตลอดเวลา

สวี่เพียวเพียวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า พอเลิกประชุมก็รีบหนีออกมาทันที ไม่กล้าแม้แต่จะปรายตาไปมองเขา

แต่ดูจากท่าทีของฮั่วจี้เซินแล้ว เขาคงจะลืมอดีตที่แสนสั้นและบ้าบอระหว่างพวกเขาไปแล้วล่ะมั้ง

เพราะไม่อย่างนั้น เขาจะมายืนอยู่ข้างเธอเฉย ๆ แบบนั้นทำไม

มีแต่คนที่ไม่แคร์แล้วเท่านั้นที่จะทำตัวเป็นปกติราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ขนาดนี้

ในอดีต ฮั่วจี้เซินเป็นดั่งดอกไม้บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้าของคณะเศรษฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเอ เขาได้ครองตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยติดต่อกันถึงสี่ปี

และเรื่องราวความรักของเขากับสวี่เพียวเพียว ซึ่งเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลสวี่ก็สร้างความตกตะลึงไปทั่ว

ในตอนนั้น ใคร ๆ ต่างก็ลือกันว่าเธอเลี้ยงฮั่วจี้เซิน โดยใช้เงินฟาดหัวเพื่อให้เขามาขายตัวขายใจให้เธอ

แม้แต่สวี่เพียวเพียวเองก็คิดแบบนั้น

เพราะในตอนนั้นฮั่วจี้เซินดูเหมือนนักศึกษาที่ยากจนข้นแค้น แต่เขาก็ไม่เคยรับเงินที่เธอให้เลยสักครั้ง

จนกระทั่งวันเกิดของเขา สวี่เพียวเพียวแอบล็อกอินเข้าบัญชีแอปฯ ชอปปิ้งของเขา เพราะอยากรู้ว่าเขากดสินค้าชิ้นไหนใส่ตะกร้าทิ้งไว้บ้าง ถ้าเป็นของที่หรูหรา แต่เขาไม่กล้าซื้อ เธอก็จะเป็นคนเปย์ให้เขาเอง

แต่ผลปรากฏว่า เธอเห็นแชทส่วนตัวระหว่างเขากับคนอื่น

ซึ่งอีกฝ่ายเรียกเขาอย่างสนิทสนมว่าพี่เซิน

แถมยังบอกว่าเขาดูไม่เหมือนคนที่จะไปชอบคนอย่างสวี่เพียวเพียวได้เลย

วินาทีนั้นสวี่เพียวเพียวรู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็งเย็นจัดจนชาไปทั้งตัว

แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฮั่วจี้เซินไม่ได้ตอบแชทนั้น เธอจึงยังคงซื้อของขวัญให้เขาต่อไป

เมื่อฮั่วจี้เซินได้รับของขวัญในงานวันเกิด เขากลับไม่รู้สึกประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่พูดคำว่าขอบคุณด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ คำเดียว

ในระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำ สวี่เพียวเพียวก็ถือโอกาสไปเช็คบิลทั้งหมด

แต่เมื่อเดินกลับมา เธอก็ได้ยินเสียงเหน็บแนมถากถางดังออกมาจากในห้องวีไอพี

“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหนูสวี่หน้าด้าน คอยวิ่งตามตื้อพี่เซิน พี่เซินจะยอมทนอยู่กับผู้หญิงที่รสนิยมต่ำแบบนั้นได้ยังไง”

“นั่นสิ นึกว่ามีเงินไม่กี่บาทแล้วจะทำตัวกร่างยังไงก็ได้เหรอ”

แล้วเธอก็ได้ยินประโยคหนึ่งจากปากฮั่วจี้เซินดังเข้าหูอย่างชัดเจน “ฉันก็ไม่ได้เห็นสวี่เพียวเพียวสำคัญอะไรขนาดนั้น”

ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะโห่ฮารอบข้างดังกลบปลายเสียงของเขาไปจนหมด

“นั่นไง! ฉันบอกแล้วว่าพี่เซินไม่มีทางชายตามองพวกเศรษฐีใหม่แบบนั้นหรอก!”

สวี่เพียวเพียวไม่มีวันลืมความรู้สึกในตอนนั้นได้เลย เธอเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก มือเท้าชาหนึบเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตอย่างไงอย่างงั้น

ประจวบเหมาะกับที่บ้านเกิดเรื่องพอดี พ่อของเธอจึงส่งเธอไปต่างประเทศ

และไปนานถึงสามปี

แต่ใครจะไปคิดว่าสามปีให้หลัง เจ้านายที่ถูกส่งตัวมาแบบสายฟ้าแลบจะเป็นฮั่วจี้เซิน?

ต่อให้ตายเธอก็คิดไม่ถึงว่า ฮั่วจี้เซินที่เคยต้องทำงานพาร์ทไทม์และอาศัยเงินทุนการศึกษาเพื่อประทังชีวิต จะกลายเป็นทายาทเพียงคนเดียวของฮั่วซื่อกรุ๊ป

แต่ดูจากท่าทางของเขาเมื่อครู่แล้ว บางที เขาคงตั้งใจจะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากับเธอ

แบบนี้ก็ดี ดีแล้วจริง ๆ

ฮั่วจี้เซินนั่งบนโซฟาหนังนุ่มราคาแพง นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์ไล่ดูข้อมูลพนักงานทุกคน

ซึ่งมีชื่อของสวี่เพียวเพียวอยู่ในนั้น

เธอมาทำงานที่นี่ได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยประวัติที่โดดเด่นและความสามารถในการทำงานทำให้เธอได้บรรจุเป็นพนักงานประจำและเลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าทีมโปรเจกต์ในเวลาเพียงปีเดียว

ฮั่วจี้เซินเคาะนิ้วมือที่เห็นข้อชัดลงบนหน้าโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เซ่ามู่ ผู้เป็นเลขาฯ ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยสังเกตสีหน้าของเจ้านายท่านนี้ “คุณฮั่วมีอะไรจะสั่งไหมครับ?”

ฮั่วจี้เซินยกถ้วยกาแฟข้างมือขึ้นแล้วจิบอย่างสง่างาม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ฉันเพิ่งมาใหม่ ยังไม่คุ้นกับโปรเจกต์เท่าไหร่ ช่วยแนะนำหัวหน้าทีมเหล่านี้หน่อย”

เซ่ามู่เข้าใจและแนะนำไปทีละคน

จนถึงคนสุดท้ายคือสวี่เพียวเพียว

“เสี่ยวสวี่ อายุยังน้อย เพิ่งย้ายมาสำนักงานใหญ่ได้ปีเดียว ก่อนหน้านี้ทำที่สาขาต่างประเทศ ผลงานยอดเยี่ยมมากครับ”

ยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?

ฮั่วจี้เซินเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน

คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ในความทรงจำของเขาจะยอมลดตัวลงมาทำงานอย่างนั้นหรือ?

ยากจะเชื่อว่าผลงานที่เรียกกันว่ายอดเยี่ยมเหล่านั้นจะไม่ได้ใช้เงินของตระกูลสวี่ซื้อมา

เพราะเธอชอบใช้เงินดูหมิ่นคนอื่นอยู่แล้ว

และยิ่งชอบที่สุดคือ เมื่อความรู้สึกถึงจุดสูงสุดก็จากไปโดยไม่กล่าวคำอำลา

เมื่อเห็นฮั่วจี้เซินไม่พูดอะไร เซ่ามู่จึงอ่านสีหน้าต่อและพูดต่อว่า “โปรเจกต์นี้เสี่ยวสวี่เป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด คณะกรรมการก็ให้ความสำคัญมากครับ”

เซ่ามู่ลอบถอนหายใจเบา ๆ

ก่อนหน้านี้ตอนที่สวี่เพียวเพียวมาฝึกงาน เธออยู่ภายใต้การดูแลของเซ่ามู่มาตลอด และเขาก็นับว่าเป็นคนปั้นเธอขึ้นมาด้วยตัวเอง

เขาชื่นชมคนหนุ่มสาวแบบสวี่เพียวเพียวที่ไม่พูดมาก ไม่สร้างปัญหา ทำงานเป็นระบบและมีความสามารถ

ก็เลยอดไม่ได้ที่จะพูดแทนเธอสองสามประโยค

“ถ้าเธอทำได้ไม่ดี คุณฮั่วก็ดุเธอได้เต็มที่เลยนะครับ แต่แค่ให้โอกาสเธอสักครั้งก็พอครับ”

ฮั่วจี้เซินเงยหน้าขึ้นอย่างเย็นชาพร้อมยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ในแววตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกที่ใครเห็นก็รู้สึกหนาวสะท้าน

เพิ่งมาได้แค่ปีเดียว ก็มีคนออกหน้าพูดแทนเธอแล้วหรือ?

ดูเหมือนว่าเธอยังคงเก่งเรื่องการกุมใจคนเหมือนเดิมไม่มีผิด

เซ่ามู่ไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าของฮั่วจี้เซิน

ถอนหายใจแล้วพูดต่อว่า “ฐานะทางบ้านของเสี่ยวสวี่ไม่ดี พ่อเสียแล้ว แม่ยังมาป่วยหนัก แถมยังมีลูกสาวตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเลี้ยงดู และเด็กก็สุขภาพไม่ค่อยดี แถมสามีของเธอยัง…”

ฮั่วจี้เซินขัดขึ้นอย่างเย็นชา ปรายตามองด้วยสายตาคมกริบหนึ่งที

“เซ่ามู่ ฉันจ่ายเงินเดือนให้นายมาเพื่อให้นายนินทาคนอื่นเหรอ?”

เซ่ามู่สะดุ้งเฮือกใหญ่และรีบขอโทษซ้ำ ๆ เมื่อเห็นว่าฮั่วจี้เซินไม่ได้คิดจะเอาเรื่อง จึงโค้งตัวแล้วออกจากห้องทำงานไป

ตอนนี้เขายังจับอารมณ์ของคุณฮั่วคนนี้ไม่ถูก ดูท่าหลังจากนี้ต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง

ฮั่วจี้เซินเช็ดคราบกาแฟที่เผลอหกออกไปเมื่อครู่ จากนั้นเลื่อนเมาส์ลากหน้าจอลงมา

แล้วคลิกเข้าไปที่แฟ้มข้อมูลพนักงานของสวี่เพียวเพียว

รูปถ่ายติดบัตรยังเป็นตอนสมัยมหาวิทยาลัย ตอนที่เธอคะยั้นคะยอลากเขาไปถ่ายด้วยกัน

เขาเลื่อนลงไปเรื่อย ๆ จนถึงช่องสถานภาพการสมรส...

สถานภาพ: สมรส
펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기

리뷰

Tuiza Gasoline
Tuiza Gasoline
อายุเกิน 28 แล้วจะเปิดให้อ่านได้ยังค่ะ
2024-12-29 23:51:22
0
0
46 챕터
บทนำ สายลับสาวสวย
ใบหน้าสวยจ้องมองไปยังชายตรงหน้าด้วยแววตายั่วยวน ริมฝีปากเล็กเอื้อนเอ่ยคำหวานออกมาพร้อมกับส่งแก้วไวน์ไปให้ชายหนุ่มตรงหน้า"ดื่มก่อนสิคะ เดี๋ยวเราจะได้ไปสนุกกันต่อ""หึ... ฉันอดใจไม่ไหวแล้วนะ"เจ้าพ่อมาเฟียร่างหนาดูกำยำยื่นมือไปโอบเอวของผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วยใบหน้าหื่นกระหาย เขาอยากจะเชยชิมผู้หญิงตรงหน้าจะแย่แล้ว แต่ทว่าเธอยังคงเล่นตัวไม่ยอมให้เขาจัดการสักที"ใจเย็นก่อนสิคะ คุณจะรีบไปไหนล่ะ เราจะอยู่ด้วยกันทั้งคืนอยู่แล้วนี่คะ"หญิงสาวเอ่ยออกมาพร้อมกับส่งแก้วไวน์ไปให้เขายกขึ้นดื่มจนหมด ดูเหมือนว่าเจ้าพ่อมาเฟียจะดื่มแอลกอฮอล์ไปเยอะพอสมควร จึงทำให้ตอนนี้รู้สึกร้อนรุ่มเปลือกตาเริ่มหย่อน ปฏิกิริยาภายนอกเริ่มแสดงอาการง่วงซึมอย่างเห็นได้ชัดเจน เขาสะบัดหน้าไล่ความง่วงออกไป หันไปจ้องมองหญิงสาวที่ยิ้มมุมปากออกมาอย่างหื่นกระหาย และก่อนที่จะได้พูดอะไรเขาก็ล้มลงสลบเหมือดบนโซฟาเป็นที่เรียบร้อย"ปิดดีล..."หญิงสาวยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ เธอขยับตัวลุกขึ้นล็อคประตูห้องให้แน่นหนา ก่อนจะเดินไปอีกฝั่ง ออกไปยังระเบียงห้อง จากนั้นพยายามปีนข้ามไปห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องที่เธอจะต้องเข้าไปเอาความลับบ
더 보기
บทที่ 1 เหนื่อย ท้อ
น้ำเสียงที่ดูแสนจะผิดหวังดังเล็ดลอดเข้ามาทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่อยู่ภายในบ้านเผลอได้ยิน ก่อนจะเบิกตากว้างจ้องมองใบหน้าของกัน และกันด้วยความตกใจ"ใบพัด! แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่""กลับมาตั้งแต่ที่ได้ยินพ่อกับแม่คุยกัน เรื่องที่เอาบ้านไปจำนอง หนูเพิ่งเอาบ้านออกมาจากธนาคารโดยใช้เงินไปเป็นล้าน ไม่ว่าหนูจะทำงานหาเงินมาได้มากมายขนาดไหน มันก็ไม่เพียงพอที่จะใช้หนี้ให้กับที่บ้าน"มือเล็กกำซองเงิน 200,000 บาทที่เพิ่งได้มาเอาไว้แน่น ทั้งชีวิตหาเงินได้ไม่รู้กี่ล้านบาท เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจนเอาตัวเองแทบไม่รอด แต่ทว่ากลับไม่เคยได้ใช้มันซื้อความสุขให้กับตัวเองเลย ต้องเอามาใช้หนี้ให้กับความไม่รู้จักพอของครอบครัว ติดหนี้การพนันมีอะไรก็เอาไปขายหมด ไม่รู้ว่าเวรกรรมตั้งแต่ชาติปางไหนถึงทำให้เธอตกอยู่ในชีวิตที่ลำบากมากมายขนาดนี้"แกฟังพ่อกับแม่ก่อนนะ พ่อแกนั่นแหละเอาบ้านไปจำนองแล้วก็ไปเล่นพนัน แม่ไม่รู้เรื่องเลยนะ""แต่แกก็เอาเงินส่วนหนึ่งไปกินเหล้ากับเพื่อนนะ จะมาโทษฉันฝ่ายเดียวได้ยังไง"สองสามีภรรยาหันไปทะเลาะกันต่อหน้าลูกสาว พวกเขาควรจะนึกถึงลูกให้มาก อาชีพของเธอเป็นงานที่เสี่ยงต่อชีวิตของตัวเอง และถ้าว
더 보기
บทที่ 2 งานใหม่
ใบพัดขับรถออกมาที่บ้านของรุ่นพี่ที่สนิทสนมกัน และเขาเป็นคนคอยป้อนงานให้เธอทุกอย่าง เมื่อก่อนหญิงสาวเป็นตำรวจที่เก่งมาก แต่ทว่ารายได้กลับไม่เพียงพอที่จะดูแลครอบครัวได้ เธอจึงเลือกที่จะลาออก และผันตัวมาทำงานเป็นสายลับ แน่นอนว่าเป็นอาชีพพิเศษแต่ได้เงินเยอะมาก นึกสภาพถ้าเกิดว่าครอบครัวของเธอไม่ทำตัวแบบนี้ ป่านนี้เธอคงมีเงินมากพอที่จะตั้งตัว หาอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่งได้โดยที่ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงินกริ่ง!หญิงสาวกดกริ่งอยู่ที่หน้าบ้านของรุ่นพี่ แค่เพียงไม่นานเขาก็เดินออกมาพร้อมกับใบหน้างัวเงีย หัวฟูเนื่องจากว่ายังไม่ได้หวีผมเลยด้วยซ้ำ เพราะ ณ เวลานี้เป็นเวลาเช้าตรู่ ซึ่งโดยปกติเธอจะไม่มาหาเขาที่นี่"อะไรของแกเนี่ยไอ้ใบ นี่มันเพิ่งจะกี่โมงกี่ยามทำไมแกมาแล้ว ปกติตื่นสายไม่ใช่เหรอ ทำไมสภาพเป็นแบบนั้นล่ะเกิดอะไรขึ้น อย่าบอกนะว่าพ่อแม่สร้างเรื่องอีกแล้ว"และเมื่อรุ่นพี่เห็นสภาพของรุ่นน้องก็รีบเอ่ยทักทายด้วยความเป็นห่วง เขารู้ว่าครอบครัวของหญิงสาวเป็นอย่างไร แต่ทว่ากลับช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงแค่หางานดี ๆ ให้ทำ เธอจะได้มีเงินไปใช้จ่ายเกี่ยวกับครอบครัว แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะไม่คิดสงสารลูกเลยแ
더 보기
บทที่ 3 เด็กเสิร์ฟบนเรือสำราญ
ใบพัดขับรถมาถึงที่ท่าเรือของ Pandorica หญิงสาวฝากไว้กับโกดังรับฝากรถ จากนั้นก็หิ้วกระเป๋าเดินออกมายังท่าเรือ จ้องมองไปยังเรือสำราญลำใหญ่ที่จอดอยู่ตรงท่า ซึ่งตอนนี้กำลังลำเลียงขนของลงไปใต้ท้องเรือ โดยที่บรรดาลูกค้าทั้งหลายก็ขึ้นไปเชยชมบรรยากาศภายในนั้น หรูหราสมกับเป็นเรือราคาหลักหมื่นล้าน สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในนั้นมีพร้อมทุกอย่าง ไม่รู้ว่าชาตินี้เธอจะมีโอกาสได้เป็นเจ้าของท่าเรือ และก็เรือสำราญแบบนี้หรือเปล่า ต้องทำบุญมามากมายขนาดไหนถึงได้เป็นเจ้าของสถานที่แบบนี้ได้"เฮ้อ!"เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความ แล้วตอนนี้คนรู้จักของพี่ชายคนสนิทให้เธอไปหาข้างในเรือสำราญ เธอเดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเจอผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งตัวชุดเดรสสีขาวดูเซ็กซี่ ยืนรออยู่ตรงหน้าทางเข้า"สวัสดีค่ะ ใช่พี่ปีโป้หรือเปล่าคะ"น้องชื่อใบพัดใช่ไหม"หญิงสาวพยักหน้าทันทีก่อนจะยกมือไหว้พี่ปีโป้ ซึ่งคนนี้คือคนที่รุ่นพี่ของเธอได้บอกไว้ ว่าเป็นคนรู้จักที่สนิทกัน และถ้าเธอจะเข้ามาทำงานที่นี่ก็ต้องผ่านผู้หญิงคนนี้ เพราะว่าเธอเป็นผู้จัดการที่บาร์ในเรือสำราญแห่งนี้"ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ""สวัสดีจ้ะ สวยใช้ได้เลยนะเนี่ยเรา ไปอยู
더 보기
บทที่ 4 เล็งมาสักพักใหญ่
นายใหญ่แห่ง Pandorica หรือว่า ไมลส์ เวลลีย์ เจ้าของเรือสำราญแห่งนี้ นั่งอยู่ตรงโซฟาใหญ่ใจกลางบาร์สุดหรู เป็นที่นั่งโซน VIP ที่สามารถมองเห็นไปโดยรอบได้ชัดเจน และตั้งแต่ที่เขาเข้ามานั่งอยู่ข้างในนี้ สายตาก็ยังจ้องมองเด็กเสิร์ฟคนหนึ่งไม่มีหยุด อาจจะด้วยสีชุดที่ดูโดดเด่น ไหนจะผิวขาวผ่องใบหน้าจิ้มลิ้มดูสดใส บอกเลยว่าเขาถูกใจมากแต่ที่แปลกใจคือไม่เคยเห็นมาก่อน"โรเจอร์เด็กคนนั้นเป็นใคร พนักงานใหม่เหรอทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน""ดูเหมือนว่าจะมาทำพาร์ทไทม์แค่ครั้งนี้ น่าจะเป็นเด็กของปีโป้""อย่างนั้นเหรอ นายไปพามาดูแลฉันสิ ฉันชอบคนนี้"เขาจะได้ยินแบบนั้นก็โค้งตัวเล็กน้อย จากนั้นก็เดินเข้าไปยังโต๊ะที่มีปีโป้ ผู้หญิงอีกคนกำลังยืนอยู่คุยกับลูกค้าอยู่ และเมื่อเขาเข้าไปถึงก็ได้ยินผู้จัดการกำลังต่อรองกับลูกค้าเกี่ยวกับการซื้อดริงก์จากเด็กคนนั้นอยู่ และด้วยไหวพริบอันชาญฉลาดของลูกน้องคนสนิท จึงทำให้เขารีบเอ่ยออกมาทันที"ต้องขอโทษคุณลูกค้าด้วยนะครับ สำหรับน้องใบพัดในคืนนี้มีคนเหมาดริงก์ไปแล้ว 500ดริงก์ ถ้าคุณลูกค้าอยากจะซื้อดริงก์กับน้อง รอเป็นวันอื่นแล้วกันนะครับ"และดูเหมือนว่าคนที่ตกใจคนแรกน่าจะเป็นผู
더 보기
บทที่ 5 หนึ่งล้านบาท
หญิงสาวรู้สึกได้เลยว่าผู้ชายตรงหน้าดูอันตรายเหลือเกิน แถมผู้คนที่นี่ยังดูเกรงใจเขาเป็นพิเศษ รวมถึงผู้จัดการ เพราะว่าเธอดูเหมือนจะมีใบหน้าเป็นกังวลตอนที่ใบพัดยินดีที่จะมาดูแลเจ้านายของคุณโรเจอร์ แต่ทว่าตอนนี้หญิงสาวกลับรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้เขา และดูท่าทางจะอันตรายพอสมควร"ที่นี่เขามีกฎว่าแขกทำได้เพียงแค่จับมือแล้วก็โอบเดียวเท่านั้นนะคะ ใบคิดว่าน่าจะไม่ได้ค่ะ""ทำไมจะไม่ได้"ไม่พูดเปล่าเขายังยื่นมือมาเชยปลายทางของเธอเอาไว้ จ้องมองสบตาด้วยความกดดันคนอย่างไมลส์ ผู้ซึ่งอยากได้อะไรก็ต้องได้ โดยเฉพาะบรรดาผู้หญิงทั้งหลายที่เขาเล็งไว้ ไม่มีใครที่รอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้ และผู้หญิงตรงหน้าก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่ปล่อยไปเธอก็จะไปไหนไม่รอด"คุณต้องทำตามกฎนะคะ เป็นลูกค้าก็ต้องเคารพกฎของที่นี่ด้วย"เธอเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีลูกค้าประเภทที่ดื้อหัวชนฝา ไม่ยอมทำตามกฎระเบียบของสถานที่ แต่เธอมั่นใจว่าทุกคนจะสามารถปกป้องได้ เพราะลูกค้าเป็นคนทำผิดกฎเอง"หึ... โรเจอร์ไปเรียกผู้จัดการมาสิ"เขาตะโกนออกไปให้ลูกน้องคนสนิทได้ยิน โรเจอร์ที่ได้ยินเจ้านายตะโกนบอกให้ไปเรียกผู้จัดการมา เขาก็โ
더 보기
บทที่ 6 ฤทธิ์แอลกอฮอล์
ชายหนุ่มใช้มือหนาโอบรอบเอวหญิงสาวเอาไว้ มือข้างที่ว่างยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มจนหมด ในตอนนี้เขากำลังซึมซับความหอมจากร่างกายของคนตัวเล็ก สัดส่วนน่าค้นหาส่วนเว้าโค้งดูดีทุกสัดส่วนส่วนจนเขาเริ่มจะอดทนไม่ไหว ยกไวน์ขึ้นดื่มจนหมดอีกแก้ว ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น และดึงหญิงสาวให้ลุกตามขึ้นด้วย"นายใหญ่จะกลับห้องแล้วเหรอครับ""อืม... เธอไปกับฉัน"เขาโอบรอบเอวหญิงสาวเอาไว้ จากนั้นก็พาเดินควงกลับไปยังห้องพักโซน VIP ที่อยู่ชั้นบนสุดของเรือสำราญ ที่ห้องนั้นเป็นมุมสูงสุดซึ่งบนระเบียงสามารถมองเห็นวิวเป็นมุมกว้าง และแน่นอนว่าสำหรับลูกค้าที่เงินถึงเท่านั้น จะมีโอกาสได้ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนนั้น"คุณจะให้หนูค้างด้วยคืนนี้เลยเหรอคะ"ถึงแม้หญิงสาวจะยินยอมมีอะไรกับเขา แต่ก็ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกกลัวอะไร ด้วยความที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์กับชายใดมาก่อน จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกกลัวแต่ทว่าเพื่อเงิน 1 ล้านบาท เธอจะยอมหลับหูหลับตาทำให้เสร็จ หลังจากที่เธอไถ่บ้านคืนได้แล้ว จะหนีไปให้ไกลที่สุด จะเริ่มต้นใหม่ และลืมเรื่องราวเลวร้ายในคืนนี้"ตั้งแต่คืนนี้จนกว่าที่เรือสำราญจะจอดที่ท่าเรือ เธอจะต้องอยู่กับฉันตลอด 24 ชั่วโมง ให้โอกาสในการ
더 보기
บทที่ 7 พาทัวร์ห้อง VIP เรือสำราญ
ชายหนุ่มบังคับให้ใบพัดหันมามองเรือนร่างของตัวเอง เขามั่นใจว่าเป็นคนที่สุขภาพดีมาก ซิกแพคเป็นลอนใครเห็นเป็นต้องอิจฉา และการที่หญิงสาวทำเหมือนไม่อยากมอง เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิดจึงอุ้มเธอมานั่งอยู่บนตักโดยที่หันหน้าเข้ามาหาตัว"ห้ามหันหน้าหนี"ไม่พูดเปล่าสายตาของเขายังจ้องมองเนินปทุมถันที่มียอดทับทิมสีชมพูตั้งตระหง่านชี้โด่อยู่ตรงหน้า เลียริมฝีปากของตัวเองก่อนจะโอบรอบเอวเธอ ดึงรั้งเข้ามาแนบชิดก่อนจะใช้ริมฝีปากดูดเม้มเม็ดทับทิมสีชมพูด้วยใบหน้าหื่นกระหาย"อ้าส์~ ยะ...อย่า"หญิงสาวไม่เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อน มันให้ความรู้สึกที่เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก แต่อีกใจก็ยังรู้สึกเขิน ใบหน้าแดงก่ำค่อย ๆ หลับตาลง มือเล็กจับท้ายทอยของเขาเอาไว้สอดเข้าไปกำเส้นผมก่อนจะค่อย ๆ ร้องครางออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า"อื้อ เสียว... อ๊ะ~"เสียงดูดเม็ดทับทิมยังคงดังขึ้นไม่ขาดสาย และยิ่งหญิงสาวร้องครางเสียงดังมากเท่าไหร่ ชายหนุ่มก็ยิ่งดูดแรงมากขึ้นเท่านั้น แถมยังระรัวลิ้นใส่จนคนตัวเล็กร่างกายเกร็งสั่นสะท้าน สลับไปมาทั้งสองข้างก่อนจะลากไล่ริมฝีปากไปตามตามเนินอก"อ้า~""ไม่ไหวแล้ว เอาตรงนี้นี่แหละ"ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบจับสะโ
더 보기
บทที่ 8 รอวันเอาคืน
ในตอนนี้ใบพัดนอนซมอยู่บนเตียงนอนในสภาพเปลือยเปล่า หญิงสาวหายใจอย่างเหนื่อยหอบ เหมือนไปออกรบมาทั้งวันทั้งคืน สภาพของเธอในตอนนี้ไม่ต่างจากซอมบี้ เหมือนร่างไร้วิญญาณนอนหายใจรวยรินรอความตาย ไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนเอาดุขนาดนี้ ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 ชั่วโมง เขาพาเธอไปมีเซ็กซ์ด้วยกันทั่วห้อง ได้พักเพียงแค่แป๊บเดียวก็โดนอีกเรื่อยๆ ไม่คิดจะสงสารคนที่พึ่งมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเลย"เธอทำดีมากสาวน้อย เดี๋ยวฉันจะให้ทิปเพิ่ม"ชายหนุ่มเดินมานั่งลงข้างเตียง บนตัวมีผ้าขนหนู 1 ผืนพันโดยรอบ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาว ใช้นิ้วเรียวเชยปลายคางของเธอขึ้นมาจ้องมอง ก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาอย่างเจ้าเล่ห์"หิวไหม""ค่ะ"หญิงสาวเอ่ยออกไปเสียงสั่น มือเล็กกำแน่นด้วยความเคียดแค้นชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เขาทำกับเธอขนาดนี้เงินเพียงแค่ล้านเดียวยังน้อยไปด้วยซ้ำ คอยดูเถอะถ้ามีโอกาสเธอจะเอาคืนให้สาสมเลย"หึ... เธอจะมาแค้นอะไรฉันล่ะ ยอมเองนิ""หนูก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ""งั้นเหรอ... เดี๋ยวให้ที่ร้านอาหารเอากับข้าวมาส่งให้ นอนพักผ่อนไปก่อนแล้วกัน ฉันจะออกไปอยู่ข้างนอกสักพักจะกลับมา"เขายื่นมือไปจับศีรษะหญิงสาวเอาไว้ ลูบไล้ไ
더 보기
บทที่ 9 ผู้หญิงหน้าเงิน
และในที่สุดเขาก็ต้องยอมโอนเงินไปให้เธอ 5,000 บาทตามที่ร้องขอ ใบหน้าสวยในตอนนี้ยิ้มออกมาได้บ้าง ถึงแม้ว่าจะเสียความบริสุทธิ์ไปแต่ได้เงินมาเป็นล้านก็ถือว่าคุ้มอยู่ ส่วนเรื่องศักดิ์ศรีวางมันทิ้งลงก่อนแล้วกัน ท้ายที่สุดชีวิตก็ต้องดำเนินด้วยเงินไม่ใช่ศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้น"จะให้หนูทำอะไรให้อีกไหมคะ""ไม่เอาเว้ย นั่งอยู่เฉย ๆ เลยไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ปล้นเงินเก่งชิบหายผู้หญิงอะไร"ชายหนุ่มทำหน้าเซ็ง ๆ ก่อนจะโอบรอบเอวเธอเข้ามานั่งชิดใกล้ หยิบรีโมทเปิด netflix ดูหนังในระหว่างที่ไม่รู้จะทำอะไร อีกอย่างเธอเพิ่งจะกินข้าวอิ่ม จับปล้ำตอนนี้เดี๋ยวจะช็อกตายเอา"กอดเอวหนูคิดเงินนะคะ""จะให้ฉันกอดดี ๆ หรือจะให้ขึ้นเตียงแล้วก็กระแทกแรง ๆ จนเช้าดี"และเมื่อถูกชายหนุ่มขู่แบบนั้นหญิงสาวก็เงียบเสียงลงทันที และนั่นทำให้นายใหญ่แห่ง Pandorica ยิ้มออกมาได้บ้าง ไม่มีอะไรจะไปต่อรองยัยนี่ได้นอกจากลากขึ้นเตียงอย่างเดียว คงเป็นวิธีลงโทษที่เธอน่าจะกลัวที่สุดแล้ว"ทำไมถึงมาทำงานที่นี่ได้""หนูเหรอคะ... ช่วงนี้ว่างค่ะก็เลยมาหาอะไรทำ รุ่นพี่แนะนำมาอีกทีหนึ่งบอกว่าเงินดี"เธอเอ่ยออกไปตามความเป็นจริง แต่ที่ไม่บอกชายหนุ่ม
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status