تسجيل الدخول
ม่านโปร่งสีเข้มพลิ้วไหวไปตามแรงลมยามค่ำคืน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้นอกระเบียงลอยเข้ามาพร้อมสายลมเย็น แต่สำหรับเมสันกลิ่นนั้นกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างน่าประหลาด
ร่างสูงใหญ่ยืนอยู่กลางห้องนอนอันกว้างใหญ่ท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ มีเพียงผ้าขนหนูสีเข้มที่พันรอบเอวสอบเพื่อปกปิดส่วนล่างอันกำยำ มือหนาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งเสียงเฉียบขาด
“พาผู้หญิงคนนี้ออกไป”
สาวสวยที่นั่งอยู่บนเตียงนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัว เธอรู้ดีว่าตัวเองทำให้มาเฟียหนุ่มไม่พอใจ เพราะแอบใช้น้ำหอมอ่อน ๆ ที่ตั้งใจจะใช้สะกดใจเขาโดยเฉพาะทั้งที่รู้ว่าเป็นกฎเหล็กข้อแรกของการนอนร่วมเตียงกับเมสันคือห้ามใช้น้ำหอม
ความหงุดหงิดทำให้เขานอนไม่หลับจนรุ่งสางและทำให้เขาหงุดหงิดไปตลอดทั้งวัน
ณ ห้องทำงานของเมสัน
ห้องทำงานสุดหรูถูกออกแบบอย่างเรียบหรู แต่กลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขามและทรงพลังสมกับเป็นห้องของเขา โทนสีขาวดำตัดกันยิ่งเพิ่มบารมีให้เจ้าของห้อง
“นายครับ” เสียงทุ้มของมอนเตลูกน้องคนสนิทเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ
“ลูกน้องรายงานว่ามีนายหน้าแอบขายอะไหล่ปลอมโดยใช้ชื่อของเราครับ” มอนเตรายงานเสียงทุ้มต่ำ เพราะคาดการณ์ได้ถึงภูเขาไฟลูกใหญ่ที่กำลังจะปะทุขึ้นในอีกไม่ช้า เมสันยังคงนิ่งเงียบจนคนรอฟังเริ่มมีสีหน้าแปลกใจ
“จัดการหรือยัง” เมสันเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เรียบร้อยแล้วครับ เราส่งจดหมายเรียกร้องค่าเสียหายไปถึงเจ้าของโรงงานแล้วอยู่ระหว่างการดำเนินการครับ”
“ฉันเหนื่อยอยากจะนอนหลับสักตื่น” จู่ ๆ เมสันก็เอ่ยออกมา
“คืนนี้นายช่วยหาใครสักคนมานอนข้างฉันได้ไหม”
มอนเตโล่งใจขึ้นมาไม่น้อย เขาคิดว่าเจ้านายจะหัวเสียจากเรื่องเมื่อคืนเสียอีก แต่สิ่งที่เขาต้องระวังคือน้ำหอม เมสันไม่สามารถข่มตาหลับได้เพราะกลิ่นน้ำหอมคือตัวปัญหาใหญ่ที่ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดจนนอนไม่หลับ
สายตาที่พร่ามัวและร่างกายที่เหนื่อยล้าบ่งบอกว่าเขาต้องการพักผ่อนมากแค่ไหน เมสันพยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของมอนเตได้เลย
“นายครับ นายขับรถกลับบ้านไหวไหมครับ” เขาขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“วันนี้ฉันจะนอนคอนโด”
เสียงเครื่องยนต์จากรถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียงสิบคันในโลกดังกระหึ่มก่อนจะพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่รถและชายหนุ่มที่อยู่ในนั้น แสงแดดที่ส่องกระทบกระจกรถทำให้เขามองเห็นภาพเบื้องหน้าเป็นสีขาวโพลน เพราะการอดนอนเป็นระยะเวลานานส่งผลกระทบต่อสายตาของเขาเป็นอย่างมาก เมื่อม่านตาของเมสันปรับแสงได้ไม่กี่วินาทีถัดไปก็เกิดเสียงดังขึ้น
“เอี๊ยด!” เสียงเบรกรถดังสนั่น มอนเตที่กำลังจะกลับเข้าไปเคลียร์งานถึงกับต้องหมุนตัวแล้ววิ่งสุดชีวิต เพราะรู้ทันทีว่าเจ้านายของเขาคงต้องการความช่วยเหลือจากเขา ร่างสูงของเมสันก้าวลงจากรถแล้วหรี่ตามองผู้หญิงสองคนที่ล้มลงกองอยู่กับพื้น
รษาหันหน้าไปมองชายหนุ่มที่เพิ่งลงจากรถ สายตาของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังตำหนิเขา
"ทำผิดแล้วยังไม่ขอโทษอีก” แม้จะเป็นแค่ความคิดในใจก็ตามถึงจะไม่โดนชนเต็มๆ แต่สองสาวก็ตกใจไม่น้อย ทั้งหมดเป็นเพราะ ริชชี่ ที่จู่ๆ ก็วิ่งออกมาตัดหน้ารถเอาดื้อๆ ถ้าเธอไม่ดึงไว้ก่อนหน้านี้ ริชชี่คงโดนชนไปแล้ว
ริชชี่ที่นั่งทำท่าทางเจ็บปวดอยู่กับพื้นทั้งที่ความจริงมีแค่แผลถลอกที่เท้าและหัวเข่าเล็กน้อย
"ริชชี่ เป็นไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เราจะพาไปหาหมอนะ" รษาถามอย่างร้อนใจ
"มอนเต" เมสันเรียกชื่อลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาแน่ใจแล้วว่ามอนเตจะเป็นคนจัดการปัญหานี้ให้แน่ เขาถอยรถแล้วขับออกไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้ริชชี่ที่กำลังนั่งเล่นละครอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง
"นี่เขาไม่สนใจฉันเลยสักนิด" เธอคิดแล้วก็หัวเสีย พลางหัวเราะอย่างสิ้นหวัง อุตส่าห์วางแผนมาตั้งนานเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาแท้ๆ
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" มอนเตเอ่ยถามหลังจากสังเกตปฏิกิริยาของหญิงสาวทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง
จู่ ๆ มอนเตยื่นเช็คเงินสดให้ริชชี่สาวลูกครึ่งอังกฤษ เขาเห็นแววตาไม่พอใจของเธอในทันที แต่สาวเจ้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"ไม่เป็นไรค่ะ" สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เงินในกระดาษแผ่นนั้น แต่เป็นเจ้าของลายเซ็นบนเช็คใบนั้นต่างหาก
มอนเตจ้องมองใบหน้าสวยรูปร่างเซ็กซี่ของริชชี่ที่ลุกขึ้นยืนคุยกับเขา เธอมีผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าได้รูป และหุ่นที่กลมกลึง ริชชี่เชิดหน้าสวยขึ้นพร้อมรอยยิ้มโปรยเสน่ห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ริชชี่เจ็บนิดหน่อย แค่ตกใจเท่านั้นเอง แล้วคนเมื่อกี้เป็นใครหรือคะ"
"เจ้านายผมเองครับ" มอนเตยิ้มตอบ เขารู้ว่าริชชี่ชอบเจ้านายของเขาเข้าแล้ว แต่เมื่อครู่ที่เขาแอบสังเกต เมสันไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิดเดียว
"ริชชี่" เสียงหวานของรษาเรียกสติเพื่อนสาวกลับมา
"มีอะไรรษา เรียกซะเสียงดังเลย"
"เธอจะไปอยากรู้อะไรกับผู้ชายแบบนั้น เกือบโดนรถชนยังจะยืนยิ้มอีก" รษาหันไปจ้องหน้ามอนเตอย่างเอาเรื่อง มอนเตถึงกับสะดุ้งกับสายตาคู่นั้นที่ดูหวานแต่กลับแฝงด้วยความไม่พอใจ
"เจ้านายคุณคิดว่ามีเงินแล้วจะซื้อทุกอย่างได้งั้นหรือ" รษาหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ
"หน้าตาดี มีรถหรูขับ แต่แล้งน้ำใจ อันธพาลในคราบคนรวยชัด ๆ" เธอพูดอย่างหัวเสีย ถึงแม้รษาจะมาเรียนที่อังกฤษและพยายามสงบเสงี่ยมระวังคำพูดของตัวเองตลอด แต่ครั้งนี้เธอฟิวส์ขาดจริง ๆ จนใบหน้าแดงก่ำ
"ให้ตายเถอะริชชี่ ทำไมวิ่งตัดหน้ารถแบบนั้น"
"ฉันก็แค่อยากไปดูรถคันสวยใกล้ ๆ ก็แค่นั้น ช่างมันเถอะ เธออย่าถามมากเลย" ริชชี่ตัดบทอย่างรำคาญ
บทที่ 38ภรรยาผู้อ่อนหวานจอห์นขับรถออกมาจากไนต์คลับ ด้วยอาการเมาที่ดื่มเพราะความสะใจที่สามารถล้างแค้นที่เมสันทำไว้กับเขา เสียงเพลงในวิทยุดังคลอเสียงร้องของคนขับรถสปอร์ต จอห์นมองนาฬิกาเรือนหรูฝังเพชรราคาสูง เสียงรถยนต์ขนาดใหญ่กำลังขับมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนรถหรูอย่างจัง“ตูม!” จนจอห์นไม่สามารถหักหลบได้ทัน ทุกอย่างเงียบสงบลง เท้าที่สาวเข้ามาใกล้รถหรูที่สภาพพังจนน่าเสียดาย จอห์นที่กำลังคลานออกมาจากรถคันนั้น สภาพไม่เหลือมาดของความเป็นมาเฟียอยู่แม้แต่น้อย เขาปวดที่หัวเพราะคงกระแทกเข้ากับรถอย่างจัง โชคดีที่วันนี้เขาใช้รถคันนี้ รถช่วยลดแรงกระแทกไปเยอะเลย ไม่งั้นเขาคงเหลือแต่ชื่อ ชายฉกรรจ์ลากจอห์นขึ้นรถที่จอดรออยู่แล้ว"ปลุกให้ตื่น" เมสันสั่งเสียงเฉียบ เขาต้องการจะจัดการจอห์นให้เด็ดขาดเพราะหากปล่อยไว้วันหนึ่งจอห์นก็แว้งกัดเขาอีกเช่นเคย ที่สำคัญความปลอดภัยของรษากับลูกเป็นเรื่องที่เขาจะปล่อยละเลยไม่ได้น้ำเกลือสาดเข้าหน้าของจอห์นที่ถูกมัดไว้กับเก้าอี้อย่างจัง ความแสบวิ่งพล่านไปทั่ว แผลที่เกิด
บทที่ 3712 กะรัตเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้เธอรู้สึกว่าเขาเป็นตัวอันตรายที่จ้องจะตามล่าเธอ แต่ตอนนี้เขากลับเป็นดั่งเทพบุตรที่เข้ามาดึงเธอออกจากความทุกข์ทั้งปวง มาชุบชีวิตใหม่แก่เธอ “เมสันคนนั้นหายไปไหน คนที่ไร้หัวใจ”"ฉันยังไม่พร้อม ฉันไม่แน่ใจ...” รษาท่าทางกังวลไม่น้อยไม่กล้าที่จะไว้ใจในตัวเมสัน เพราะสิ่งที่เขาทำกับเธอไว้นั้นยังฝังอยู่ในความทรงจำของเธอไม่จาง"ให้ผมพิสูจน์รักแท้ได้ไหม ผมขอเวลาทั้งชีวิต ผมสัญญาว่าจะทำให้คุณรักผมโดยปราศจากข้อกังขา"รษานั่งอยู่ริมระเบียงนานสองนาน มองน้ำที่ไหลพัดผ่านไปเรื่อย ๆ ทบทวนความรู้สึกและเหตุการณ์ที่ได้ประสบพบเจอมนชีวิต สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เธอรักเขา นี่คือความจริงแท้ แต่เธอยังไม่แน่ใจว่าเขาจะรักและพร้อมดูแลเธอกับลูกจริง ๆ หรือเปล่า เธอจะไว้ใจเขาได้แค่ไหนกัน จากคนที่ร้ายกาจกับเธอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ เสียงถอนหายใจดังขึ้นเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้จะกลับไปยังห้อง ริชชี่ที่ยืนยิ้มอยู่ด้านหลังนานแล้วแต่กลับไม่ส่งเสียงเพราะรู้
บทที่ 36เสือไม่มีลาย"รษา ผมว่าคุณเหนื่อยแล้วนะ คุณใจเย็น ๆ ก่อนนะ เดี๋ยวจะส่งผลกระทบกับลูกในท้อง"“เพี๊ยะ! ที่แท้ก็ห่วงลูกสินะ" รษาแผดเสียงดังกว่าเดิม จนเมสันอ่อนใจ เขาพยายามพูดทุกอย่างแล้ว ง้อก็แล้ว ทำไมเธอยังไม่เข้าใจและไม่ยอมฟังอะไรเลย เขาจับรษามัดมือมัดเท้าปิดปากเธอไว้บนที่นอนแล้วเปิดประตูเข้าไปอีกห้องนอนหนึ่ง"ไม่ไหวแล้ว" เมสันเดินดุ่ม ๆ เข้ามา โลเลนและมอนเตเมื่อเห็นหน้าเพื่อนก็อดหัวเราะไม่ได้"แกโดนเสือตะบบมาหรือวะ" โลเลนอดแหย่เพื่อนไม่ได้ เมสันเหงื่อไหลเต็มตัว แก้มก็แสบโมโหก็โมโห"นี่ถ้าไม่ท้องนะ จะจัดให้หนักเลย" โลเลนกับมอนเตมองหน้ากันหัวเราะคิกคัก เหมือนเป็นเรื่องตลกก็ไม่ปาน"ขำอะไรหนักหนา" เมสันหัวเสียใส่คนทั้งสอง"แล้วเรื่องโรงแรมว่าไง จัดการเรียบร้อยนะ" เมสันหันไปถามมอนเต"เรียบร้อยครับ ผมยื่น
บทที่ 35ตามเมียรษาเดินเข้าไปข้างในได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องชะงัก เพราะเห็นด้านหลังของชายชาวต่างชาติที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ระเบียงนอกห้อง ช่างคล้ายเมสันเหลือเกิน หัวใจเธอตกไปที่ตาตุ่มทันที"คงไม่หรอกมั้ง คงไม่ใช่เมสัน" เพราะถ้าใช่เธอคงจำเสียงเขาได้“ไม่ใช่เสียงของเมสันแน่ เขาจะมาทำไม” รษารู้สึกว่ามือทั้งสองข้างชุ่มเหงื่อ พยายามสลัดความคิดนั้นทิ้งต้องแก้สถานการณ์นี้ก่อน"ขอโทษนะคะ" รษาเดินออกไปริมระเบียงเพื่อที่จะสอบถามออร์เดอร์ที่ตกหล่นว่าลูกค้าสั่งอะไรไว้"ผมมีคำถาม" เขาไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ เอาแต่ยืนหันหลังให้เธออยู่นั่น"คะ เชิญค่ะ""คุณรู้ไหมว่าคนที่ทำให้ผมโกรธเขาจะเจอกับอะไรบ้าง" รษาหน้าซีดเผือด เขาคงโกรธเรื่องอาหารมากคงหิวน่าดู"ขอโทษด้วยนะคะ เรื่องออร์เดอร์ที่ตกหล่น เชิญคุณสั่งได้เลยค่ะ รอบนี้ฉันรับรองว่าคุณจะได้อาหารตามที่ต้องการและด่วนที่สุดค่ะ" รษารีบขอโทษขอโพยแล้วรอให้ชายหนุ่มสั่งอาหารอีกครั้ง"คุณจะเอาอะไรมาเป็นหลักประกันเด็
บทที่ 34ฝากครรภ์"เด็กคนนี้ตัวโตมากเลยนะครับ" หมอพูดคุยอย่างเป็นกันเอง"ฝากพิเศษต้องจ่ายเพิ่มเยอะไหมคะหมอ" รษาถามด้วยท่าทางเป็นกังวล เพราะยังไม่มีงานรองรับอีกทั้งเธอยังเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวหลังจากที่รษาจัดการเรื่องฝากท้องเสร็จแล้วก็เลยหางานทำที่โรงแรมที่ติดต่อไว้ เป็นโรงแรมค่อนข้างใหญ่เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ แต่รษารู้จักกับผู้จัดการเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ตอนที่เรียนอยู่ที่อังกฤษ"สวัสดีค่ะพี่แป๋ว" รษายกมือไหว้ แป๋ว รุ่นพี่ที่เคยเจอกันที่อังกฤษและเคยช่วยเหลือกันเมื่อครั้งที่แป๋วต้องไปเรียนภาษาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน"รษาเริ่มทำงานพรุ่งนี้นะแต่พี่จะให้รษาทำงานที่เคาน์เตอร์ไปก่อนค่อยรับสายแขกต่างชาติเพราะท้องเริ่มโตขนาดนี้คงทำงานอย่างอื่นไม่เหมาะหรอก"แรษาใส่ชุดคลุมท้องที่พี่แป๋วมอบให้ เป็นชุดเก่าตอนที่เธอท้อง ยังดีที่มีสามชุดณ บ้านของรษา“กริ่ง!”"รษา" ริชชี่ร้องเรียกเพื่อนสาวที่หน้าบ้านอยู่นานสองนาน"ใครกันล่ะ
บทที่ 33หนี"แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกต้องลำบากแบบนี้" รษาบ่นพึมพำกับตัวเอง ข้างในใจของเธอร้อนแทบไหม้เพราะกลัวว่าเมสันจะรู้ทันเกมของเธอ ประกาศเรียกครั้งสุดท้ายทำให้เธอใจชื้นขึ้นมา “จบสักทีกับเรื่องเลวร้ายที่นี่” เธอขอเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทยบ้านเกิดเมืองนอนของเธอณ สนามบินสุวรรณภูมิอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเมืองไทยทำให้รษาต้องถอดผ้าคลุมไหล่ออกเพราะเหงื่อไหลอาบจนเสื้อเธอเปียกไปหมดแล้ว รษาเลือกจองโรงแรมราคาถูกไปก่อนเพราะกลับมาที่บ้านของพ่อแม่ที่ถูกปิดตายตั้งแต่เธอไปเรียนอยู่ที่อังกฤษ ก็จะมีแค่ป้าหมายเพื่อนบ้านที่คอยสอดส่องดูแลให้บ้าง"อ้าว! หนูรษากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่" ป้าหมายกล่าวทักแล้วมองตรงหน้าท้องนูนของหญิงสาวที่คนอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมมองออก"เพิ่งมาถึงค่ะ ขอบคุณที่ดูแลบ้านให้นะคะป้า" รษาพูดจานอบน้อมอย่างที่เคยเป็น"แล้วแฟนไม่มาด้วยเหรอจ๊ะ" ป้าหมายถามแบบไม่อ้อมค้อม รษาก้มหน้าเงียบ ป้าหมายรู้ทันทีว่าตัวเองละลาบละล้วงเรื่องส่







