LOGINณ คอนโดหรู
เมสันยืนเหม่อมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ แสงไฟในเมืองที่ไม่เคยหลับใหลเหมือนแสงที่หลอกล่อฝูงแมลงเม่าให้บินเข้าไปเผาตัวเองจนกลายเป็นเถ้าธุลี
“ก๊อก ๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น
"นายครับ ผมเตรียมผู้หญิงไว้แล้วครับ" ร่างกายที่เหนื่อยล้าต้องการพักผ่อนเต็มที่ สิ่งเดียวที่จะทำให้เขากลับตาลงได้คือการได้นอนกอดร่างอุ่นๆ ของใครสักคน
เมสันเดินเข้าไปในห้องน้ำ ไวน์แดงตั้งอยู่บนขอบอ่าง ไวน์รสเลิศกับการได้นอนแช่น้ำอุ่นช่างเป็นอะไรที่ทำให้เขาผ่อนคลายเสียจริง แต่แล้วความรู้สึกเบาสบายกลับอัดแน่นอยู่ตรงหว่างขาในเวลานี้
"บัดซบ!" คำสบถดังออกมาจากห้องน้ำ ทำไมร่างกายของเขาถึงได้มีต้องการอะไรตอนนี้
"ฮัลโหล มอนเต วันนี้บอกเธอกลับไปก่อนฉันคงไม่ได้นอน เตรียมรถอีกห้านาที ฉันจะไปบาร์ของโลเลนส่วนผู้หญิงก็จ่ายค่าเสียเวลาไป"
บาร์ของโลเลน
เพื่อนสนิทของชายหนุ่มมีนิสัยเจ้าชู้ประตูดิน ขี้เล่น เขาคุมธุรกิจอู่ต่อเรือยอชต์ขนาดใหญ่ รวมถึงบาร์ดัง
“เชิญครับคุณเมสัน” พนักงานต้อนรับหน้าประตูผายมือเชื้อเชิญพร้อมรอยยิ้ม เพราะรู้จักเพื่อนสนิทของเจ้านายเป็นอย่างดี
“วันนี้คุณโลเลนยังไม่เข้ามานะครับ” คำรายงานของการ์ดในบาร์
“ไม่เป็นไร ฉันแค่มาดื่ม” เขากวาดสายตาไปรอบ ๆ บาร์ใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนของน้ำหอมปรับอากาศผสมกับกลิ่นบุหรี่ชวนหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
“เชิญข้างบนครับ คุณเมสัน” ห้อง VIP ประจำของชายหนุ่มที่สามารถมองเห็นครอบคลุมบาร์หรู จากที่เมสันเดินเข้ามาสายตาคมเก็บมาได้ถึงสามคนที่ส่งสายตาเชิงสวาท ยอมสยบให้แก่ชายหนุ่มแต่มีแค่สองคนที่เขาถูกใจ สำหรับเขาไม่ต้องสวยมาก ขอแค่หุ่นบาดใจเป็นพอ สาวสวยสองคนเดินนวยนาดตามคำเชิญของมอนเตขึ้นมาชั้นบน พร้อมส่งสายตาฟาดฟันซึ่งกันและกัน
“เธอก็แค่ดาราปลายแถว หน้าตาบ้าน ๆ” เอลลิซเอ่ยขึ้นทันทีที่เห็นหญิงสาวเดินตามมาอีกคน ความหึงหวงเกิดขึ้นทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกับคนเชิญเลยสักนิด หญิงสาวที่เดินตามมาทีหลังยิ้มเหยียด
“เธอคงไม่รู้สินะ ว่ามาเฟียเมสันเป็นปลื้มกับลูกครึ่งเอเชีย หึๆ” สิ้นคำของเอมี่ทำให้เอลลิซตัวแข็งทื่อ
“แก นางเลือดผสม นางดาราปลายแถว ฉันจะทำให้เมสันไล่แกออกจากห้องให้ได้คอยดู” สองสาวก้าวเข้ามาในห้องรับรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเพื่อดึงดูดความสนใจจากมาเฟียหนุ่ม พร้อมส่งสายตาฟาดฟันซึ่งกันและกันอยู่เป็นระยะ
เอลลิซส่งยิ้มหวานพร้อมขยับฉีกขาเว้นจังหวะเพื่อให้ชายหนุ่มมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้กระโปรงสั้นเพียงแวบ ๆ เพื่อเรียกน้ำย่อย เมสันคิ้วกระตุก สายตาเพ่งไปมองไฮโซสาวสวยสุดเย้ายวน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมสีน้ำตาลเข้มเป็นลอนสวยเข้ากับโครงหน้าสวยเฉี่ยว ชายหนุ่มยิ้มทักสองสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้า
“จะเป็นไรไหม ถ้าผมต้องการพวกคุณทั้งสองในเวลาเดียวกัน” คำพูดของเมสันทำให้หญิงสาวทั้งสองคนตกใจสุดขีด พวกเธอมองหน้ากันสลับกับมองเมสัน
เอลลิซกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหล่ตาไปดูคู่แข่งที่นั่งบนเก้าอี้ข้างๆ แต่ต้องตกใจยิ่งกว่าที่เห็นใบหน้าของเอมี่ยิ้มอย่างพอใจพร้อมส่งสายตาเชิญชาวนไปยังเมสัน
“ถ้าพวกคุณไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร” เขาเหล่ตามองไปทางเอลลิซ
“สบายมากค่ะ” เอลลิซรีบตอบรับ เพราะคิด ๆ ดูแล้วจะเสียหายอะไร เพราะชายหนุ่มก็คงต้องเลือกเธออยู่แล้ว ทั้งสวยกว่า ยิ่งถ้าเจอลีลาเร่าร้อนบนเตียงของเธอเข้าแล้วละก็ คงต้องเรียกหาเธอวันละสามรอบก่อนอาหารเป็นแน่แท้ ที่สำคัญใครจะไปนึกฝันว่าความฝันของเธอจะเป็นจริง ที่ได้ร่วมหลับนอนกับเมสัน มีผู้หญิงกว่าครึ่งค่อนประเทศต้องการเป็นเจ้าสาวของชายคนนี้ ทั้งรูปทรัพย์และสินทรัพย์ที่พร้อมให้ไปยกช่วงล่างของเธอมาใหม่อีกร้อยรอบขนหน้าแข้งของเขาก็คงไม่ร่วงหรอก อีกทั้งเธอจะได้ลบคำดูถูกที่พ่อของเธอเอาคนใช้มาทำเมียทั้งที่เป็นตระกูลผู้ดีเก่า เธอจึงค่อนข้างมีนิสัยทะเยอทะยานยิ่งได้เป็นเมียเมสัน ใครหน้าไหนจะกล้ามาแหย็มกับเธออีก
“แต่เราคงต้องย้ายที่ก่อน เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัว” เขาต้องการพื้นที่กว้างๆ ในกายโยกส่าย อากาศปลอดโปร่ง มีลมปะทะผิวกาย ยิ่งเวลาต้องออกกำลัง
คอนโดสุดหรูกลางเมืองของมาเฟียหนุ่มมีทั้งหมดสามสิบเจ็ดชั้น แม่บ้านเตรียมอ่างอาบน้ำพร้อมไวน์ชั้นดีรอพร้อมสรรพ ทั้งชั้นเป็นเหมือนบ้านหลังใหญ่ที่สามารถมองทะลุข้างนอกได้ทุกทิศทาง มีแค่ม่านสีทึบกั้นอยู่ บานประตูที่เชื่อมกับสระส่วนตัวถูกเปิดออก ม่านชั้นในสีขาวโปร่งพลิ้วพัดสะบัดล้อลม วิวแสงสีด้านนอกดูสวยงามจับใจ
เอมี่เดินตรงไปที่สระว่ายน้ำหลังอาบน้ำเสร็จ แต่ยังไม่ถึงประตูกลับมีมือใหญ่กระชากผ้าขนหนูให้หลุดจากการห่อหุ้มหุ่นสวย ผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดถูกปากใหญ่กดจูบลงผิวกายของเธอแรงๆ จากด้านหลัง เขาดันเธอไปที่บานกระจกใหญ่จนหน้าอกคับดีอัดเบียดเสียดกับกระจกบานใหญ่ ถ้ามีตึกสูงอยู่ใกล้ ๆ คงจะเห็นจุกชูชันที่เบียดอยู่กับกระจกบานใหญ่ของห้อง
บทที่ 12 จ่ายด้วยตัวคุณ“กรุณาเรียกผมให้ดี ๆ หน่อยสิ ผมเป็นประธานบริษัทนะ” ริชชี่พยายามสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ตามมาหลอกหลอนเธอไม่รู้จักจบจักสิ้น ตอนแรกเขาแค่อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับรษาว่าเธอมีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง เลยจะเรียกเพื่อนของเธอมาถามสักหน่อย แต่เขาต้องเปลี่ยนความคิดทันทีที่เห็นหน้าริชชี่“คุณเป็นลูกครึ่งเหรอ”“ค่ะ” ริชชี่เม้มริมฝีปาก“ฉันเป็นลูกครึ่งที่โตที่ไทย แต่มาเรียนที่นี่”“ความจริงผมจะเรียกคุณมาถามเรื่องรษา แต่ผมเปลี่ยนใจแล้ว เปลี่ยนเป้าหมายมาที่คุณก็ได้” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มราวกับเยาะเย้ยและถากถาง จนริชชี่อดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่เจ้านาย“อย่ายุ่งกับรษานะ เธอดีเกินกว่าจะเกลือกกลั้วกับผู้ชายอย่างคุณ”“ฮึ ฮึ” โลเลนดันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้“แล้วผมคู่ควรกับใคร ผู้หญิงร้ายกาจแบบคุณใช่ไหม” ริชชี่จ้องมองโลเลนอย่างเอาเรื่อง“หยุดนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน”“คุณสั่งใคร คุณสั่งผมเหรอ”“ใช่ ไอ้โรคจิต!” โลเลนยื่นห
บทที่ 11โลเลนเขาชอบผู้หญิงเซ็กซี่“ก็ได้ค่ะ” รษาเดินตามออกไปข้างบริษัท มีร้านกาแฟดังราคาแพงพอสมควร“ผมเลี้ยงนะครับ ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ผมชนคุณ”“ก็ได้ค่ะ” รษายิ้มรับเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นทันที“สวยหวานมาก ๆ ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าทะนุถนอมจริง” แต่สมองดันผุดภาพสาวเมื่อคืนขึ้นมา“บัดซบ! ยังไม่ลืมสาวสวยสุดเซ็กซี่ขยี้ใจเมื่อคืน ปากก็จัด มือก็หนัก หรือเราจะเสพติดความรุนแรงไปแล้ว”“ผมโลเลน” โลเลนยื่นมือทักทาย“ฉันรษาค่ะ” เธอพูดเบา ๆ เพราะเริ่มรู้สึกว่าคนในร้านมองมาที่เธอแปลก ๆ เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง“มีอะไรเหรอครับ” เขาถามขึ้น“เปล่าค่ะ”“รษา ชื่อของคุณจำยากจัง มีชื่อภาษาอังกฤษบ้างไหมครับ” โลเลนหัวเราะเบา ๆ เชิงหยอกเย้า ยามที่เขายิ้ม สายตาเปล่งประกายแววเจ้าชู้จนคนมองแทบถอนตัวไม่ขึ้น“ไม่มีค่ะ” เธอตอบออกไปอย่างเขิน ๆ“รษาขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”“ทางซ้ายมือนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” รษารู้สึกอึดอัดเวลาที่ผู้หญิงในร้านจ้
บทที่ 10 ชายหนุ่มแปลกหน้า“ป้าแก้วคะ” เสียงหวานเรียกหาเจ้าของบ้านริชชี่ที่กำลังกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในข่าวบอกว่าตำรวจจับพ่อค้าอาวุธเถื่อน “จอห์น มิสเลอร์คาร์ล”“ต้องใช่แน่ ๆ ต้องเป็นชื่อที่ชายคนนั้นสารภาพแน่นอน เมสันจัดการเป็นแน่แท้”“ถ้าหากเขารู้ว่าฉันเห็นทุกอย่าง เขาต้องฆ่าปิดปากฉันแน่นอน” ต้องรีบหาเงินให้เร็วที่สุด แค่ค่าเครื่องบินก็พอแล้วบินกลับไทยให้เร็วที่สุด ความกลัวกัดกินใจของริชชี่จนหมดสิ้น“ริชชี่ ริชชี่” รษาเดินมาเขย่าตัวเพื่อนสาว“ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ เราต้องรีบไปสมัครงานนะ เร็วสิ”“อ๋อ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”“เดี๋ยว” รษาเป็นฝ่ายดึงแขนริชชี่ไว้ เมื่อเห็นว่าที่คอของเพื่อนสาวนั้นมีรอยแดงเป็นจ้ำ“คอเธอไปโดนอะไรมา ถึงช้ำขนาดนั้น” สายตาคู่หวานจ้องหลี่ตรงซอกคอขาวที่มีรอยแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัดรษามองอย่างจับผิด เธอไม่ได้
บทที่ 9 ผ้าเช็ดหน้า“เดี๋ยวครับ” ผมไปด้วยครับเมสันก้าวเข้ามาในลิฟต์ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับยืนตัวตรงยิ้มหวานให้เจ้าของคอนโด สวนกับมอนเตและรษาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง รษาก็ก้าวออกมา กล่าวลามอนเตเพื่อกลับบ้าน“คุณมอนเตคะ คุณเมสันกลับมาแล้วค่ะ” พนักงานแจ้งแก่มอนเต“อ๋อ! ครับ ขอบคุณมากครับ” มอนเตรีบขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดทันที“ติ้ง!” ประตูลิฟต์เปิดออก เมสันก้าวเข้าห้อง ลมเย็นปะทะร่าง จมูกของเขาพลันทำงานอย่างรวดเร็ว“กลิ่นนี้…ฉันจำได้” เขารีบเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาเจ้าของกลิ่นที่ยังคงตรึงตราในใจไม่จางหายไป หรือว่าเขาจะคิดไปเอง“กลิ่นหอมนี้” แต่กลิ่นมันชัดเจนเหมือนจริง เขาเดินเข้าห้องน้ำ แต่ต้องสะดุดกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีหวาน ยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ มอนเตเดินเข้ามาพอดี“ใคร! นายพาใครเข้ามาในห้อง” เขาถามเสียงกร้าว“เอ่อ! คือว่าแก้วจำปาลื่นล้ม มาทำความสะอาดห้องไม่ได้
บทที่ 8 เจอนางแมวยั่วสวาท“อื้อ! หยุดนะ ไอ้บ้า! มันเป็นของสงวนไม่ใช่หน้าอกสาธารณะ” ริชชี่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ มือซุกซนดันบีบคลึงดอกบัวอย่างสนุกก่อนจะจูบประทับตราเป็นรอยแดงบนเนินอกหญิงสาว ก่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วถอนปากร้อนออกจากอกอันอวบอิ่ม“คืนนี้ผมคงต้องฝันดีแน่นอน หวังว่าคุณก็เช่นกันนะ” เขายิ้มร่าแล้วเดินจากไป ริชชี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ“ไอ้คนบ้า! ไอ้โรคจิต!” ริชชี่ขับรถมาจอดหน้าบ้านได้ยังw’ไม่รู้ในหัวมีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเต็มไปหมด“ไอ้โรคจิตนั่นเป็นใครกัน เกลียดที่สุดผู้ชายแบบนี้ อย่าให้เจออีกนะจะตบให้ตายคามือแน่” รอยนิ้วมือประทับบนใบหน้าของโลเลน“สี่” เมสันจ้องหน้าโลเลน“สี่อะไรวะ”“สี่นิ้วบนแก้มของนาย” โลเลนหัวเราะร่า“อ๋อ! ฉันเดินสะดุดล้มไม่มีอะไรหรอก”“รอยตบชัด สะดุดที่ไหนจะเป็นแบบนี้”“ช่างมันเถอะ ว่าแต่แกเถอะจะจัดการยังไงกับไอ้จอห์น”“ฮึ แกคอยดูฝีมือฉันก็แล้วกัน” เมสันยกแก้วขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์พร้อมรอยยิ้มร้ายปรากฏ
บทที่ 7รู้ความลับดำมืดขณะที่เมสันนั่งรถกลับไปเขาฟังรายงานจากลูกน้องจากโรงงานรายงานเป็นที่เรียบร้อย“เค้นความจริงจากปากมันออกมาให้ได้ว่ามันทำงานให้ใคร” ใครที่กล้ามากระตุ้นหนวดเสืออย่างเขา“ได้ตัวบงการแล้วโทรบอกฉันด่วน” เมสันวางโทรศัพท์ลงข้างเบาะที่นั่งณ โรงงาน“อ๊าก! โอ๊ย!” เสียงร้องโหยหวนของชายตรงหน้าที่สะบักสะบอม ใบหน้าบวมเขียวอาบเลือด ตาข้างหนึ่งปิดมิด ปากเจ่อแตกเลือดไหลออกมาตลอดเวลา มันเริ่มปริปากหลังจากที่โดนเมสันถอดเล็บไปสี่นิ“อย่าห่วงเรื่องเล็บแกเลย ไม่นานมันก็งอกออกมาใหม่แน่นอน ฉันรู้ดี ฉันเป็นหมอ” เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นอย่างเยือกเย็นจนลูกน้องที่ยืนคุมเชิงต้องเสียวหลัง น้อยนักที่เมสันจะลงมือเอง แต่หากเขาได้ลงมือขึ้นมาแล้วละก็ คนที่โดนเขาสอบต้องร้องเรียกหายมบาลแน่นอน เพราะเขาจะทรมานจนมันยอมเปิดปาก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกน้องเขายำเกรงในตัวของเมสันเป็นอย่างมาก“มอนเต” เขายื่นมือออกไปรออะไรบ







