Masuk“คะ! มี เอ่อ มี...” มีอะไรดีล่ะเนี่ย เป็นคำถามที่เล่นเอาแก้วจำปาไม่รู้จะตอบยังไงให้มาเฟียคนนี้ถูกใจ แต่แล้วเมสันลุกขึ้นเดินผ่านเธอไปพร้อมยิ้มมุมปาก เขาเข้าห้องน้ำและปล่อยให้หญิงวัยกลางคนยืนงงหาคำตอบอยู่ที่เดิม การได้คุยกับคนที่ไม่รู้จักเขาเลยทำให้เขาผ่อนคลายลงไปบ้าง แต่เธอคงทำงานหนักมากดูออกจะผอมโซช่างน่าสงสาร
เมสันนุ่งผ้าขนหนูผืนใหญ่ออกมาจากห้องน้ำเขายกมือเสยผมเปียกแบบลวก ๆ
“ประเทศไทย” คำนั้นยังผุดขึ้นมาเต็มหัว
“หึ ๆ” เกิดมาไม่เคยสนใจสาวที่ไหนดันมาสะดุดใจกับสาวเหลือน้อยซะงั้น ความจริงก็ไม่ใช่แบบนั้น เขารู้สึกว่าแม่บ้านคนนี้ทำงานดีเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน รู้ว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร จัดหาเตรียมพร้อมไว้เสร็จสรรพและรีบมาทุกครั้งทันทีที่เรียกหา และไม่แสดงท่าทางเอาใจเขาเลยสักครั้ง สิ่งที่แก้วจำปาทำนั้นออกมาจากใจจริง ถ้าเจอผู้หญิงแบบนี้สักคนเขาคงจะลองศึกษาดูสักพักแต่ใครจะมาจริงใจกับเขากันเล่า ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็แค่ต้องการเงินทองทั้งนั้น สวยแต่เปลือก แต่งตัวเป็นอย่างเดียว ดีแค่ลีลาบนเตียงเขาก็คงไม่สนใจบางคนเข้ามาดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่พอถึงเรื่องบนเตียงกลับเป็นนางแมวยั่วสวาทซะงั้น สำหรับดาราหรือไฮโซที่คอยวิ่งเข้าหาเขาชิงดีชิงเด่น แย่งชิงเขาอย่างกับสุนัขล่าเนื้อ เขาขอบายดีกว่าเพราะมันทำให้เขาหงุดหงิดยิ่งกว่าการนอนไม่หลับซะอีก
“มอนเต” เสียงเรียกมีพลังดังขึ้น
“ครับนายรู้ไหมว่า แก้วพักอยู่แถวไหน”
“อะไรนะครับนาย แก้วเหรอครับ เอ่อ คือ...” ท่าทางของมือขวาตอนนี้เก็บอาการไม่อยู่ซะแล้วเมื่อเจ้านายผู้ที่ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวสนใจแม่บ้านวัยกลางคนขึ้นมา นี่เจ้านายเราหน้ามืดจับแม่บ้านมานอนด้วยงั้นเหรอ
“นายกำลังคิดอะไร” เสียงดังเรียกสติเขากลับมา
“เปล่าครับ เมื่อเช้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”
“มีอะไร” เมสันถามเป็นการถามกลับ
“นายหมายถึงฉันกับแม่บ้าน...” ใบหน้าของเมสันเหมือนบอกบุญไม่รับ
“เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่สงสัย เพราะนายไม่เคยที่จะสนใจแม่บ้านคนไหนเลยนี่ครับ”
“ฉันก็สนใจแม่บ้านทุกคนนั่นแหละ ยิ่งถ้ามีอายุมากหน่อยฉันยิ่งชอบ แต่นายไม่รู้เรื่องเอง”
“นาย!” มอนเตเรียกผู้เป็นนายเสียงหลง
“นายเคยได้ยินชื่อประเทศไทยไหม” เมสันถามอย่างจริงจัง
“นายครับ” นั่นมันประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของแก้วจำปานะครับ เพราะเขาเคยอ่านในใบสมัครงานเมื่อปีที่แล้ว เห็นชื่อประเทศแปลกดีเขาเลยจำได้
“นายคิดว่ามีอะไรดี...”
“เจ้านาย” มอนเตไม่คิดว่าเจ้านายของเขาจะหลงเสน่ห์ผู้หญิงอายุสี่สิบแปดอย่างหัวปักหัวปำ ฟังแล้วอยากจะเป็นบ้า นี่นายของเขาคงบ้าไปแล้ว พร่ำเพ้อถึงแต่แม่บ้าน
มอนเตยืนอยู่ไม่เป็นสุข ร่างกายกระตุก เหงื่อไหลพราก มือไม้ชุ่มเหงื่อเย็นเฉียบ
“นี่โลกมันกลับตาลปัตรไปแล้วเหรอเนี่ย” มอนเตทำหน้าเหมือนเจอผีหลังจากเจ้านายเที่ยวหาคำตอบเกี่ยวกับสาวรุ่นป้า เมสันยิ้มมุมปากหลังจากที่เห็นหน้าของมอนเตซีดเผือดขึ้นมา เสียงหัวเราะทุ้มดังออกมาจนคนอยู่ตรงหน้าเข้าใจว่าตัวเองโดนเจ้านายสับขาหลอกเข้าให้แล้ว
“โธ่! เจ้านาย ผมก็นึกว่าผมจะได้แม่บ้านรุ่นป้ามาเป็นนายหญิงอีกคนแล้วจริงๆ” วันนี้บรรยากาศแช่มใส เจ้านายอารมณ์ดีลูกน้องอย่างเขาก็พลอยมีความสุขไปด้วย
“ตอนบ่ายไม่มีประชุมหรือนัดคุยงานใช่ไหม”
“ไม่มีครับ”
“งั้นเราไปตลาดเอเชียกันไหม”
“นายจะไปทำไมครับ ให้ลูกน้องไปดูให้ก็ได้” เพราะมอนเตเกรงว่าเมสันจะพาลอารมณ์เสียจากกลิ่นอาหารหรือผักกลิ่นฉุนเข้าอีก มีหวังยันสว่างเขาคงต้องยืนเฝ้าเจ้านายตาค้างเหมือนครั้งก่อนๆ
“จะดีหรือครับนาย”
“ดีสิ”
ณ ตลาดเอเชีย
ที่นำเข้าผักผลไม้จากเอเชียละลานตา มีลูกค้ามากมายเข้ามาจับจ่ายซื้อของ สำหรับเวลาเช้าเขาก็ไม่มีปัญหากับกลิ่นสักเท่าไหร่ แต่อย่าให้ได้กลิ่นเวลาที่เขาจะหลับก็แล้วกัน เจ้ากลิ่นตัวปัญหาจะทำให้เขาตาค้างไปยันเช้า
ริชชี่สาวลูกครึ่งสุดเซ็กซี่หยุดชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นรุ่นรถและป้ายทะเบียนที่เธอพยายามเข้าใกล้ทุกวิถีทางในที่สุดก็มาเกยอยู่ข้างบ้านของเธอ อะไรกัน โชคช่างเข้าข้างเธอขนาดนั้น
“โอ้ย! หยุดเดินทำไมล่ะริชชี่” รษาถามขึ้นหลังจากเดินชนเพื่อนสาวด้วยความสงสัย
“รษา ฉันอยากซื้อของใช้สักหน่อย เธอกลับไปนะ”
บทที่ 12 จ่ายด้วยตัวคุณ“กรุณาเรียกผมให้ดี ๆ หน่อยสิ ผมเป็นประธานบริษัทนะ” ริชชี่พยายามสะกดอารมณ์โกรธเอาไว้ ทำไมเรื่องนี้ถึงได้ตามมาหลอกหลอนเธอไม่รู้จักจบจักสิ้น ตอนแรกเขาแค่อยากจะรู้เรื่องเกี่ยวกับรษาว่าเธอมีนิสัยใจคออย่างไรบ้าง เลยจะเรียกเพื่อนของเธอมาถามสักหน่อย แต่เขาต้องเปลี่ยนความคิดทันทีที่เห็นหน้าริชชี่“คุณเป็นลูกครึ่งเหรอ”“ค่ะ” ริชชี่เม้มริมฝีปาก“ฉันเป็นลูกครึ่งที่โตที่ไทย แต่มาเรียนที่นี่”“ความจริงผมจะเรียกคุณมาถามเรื่องรษา แต่ผมเปลี่ยนใจแล้ว เปลี่ยนเป้าหมายมาที่คุณก็ได้” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มราวกับเยาะเย้ยและถากถาง จนริชชี่อดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่เจ้านาย“อย่ายุ่งกับรษานะ เธอดีเกินกว่าจะเกลือกกลั้วกับผู้ชายอย่างคุณ”“ฮึ ฮึ” โลเลนดันตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้“แล้วผมคู่ควรกับใคร ผู้หญิงร้ายกาจแบบคุณใช่ไหม” ริชชี่จ้องมองโลเลนอย่างเอาเรื่อง“หยุดนะ! อย่าเข้ามาใกล้ฉัน”“คุณสั่งใคร คุณสั่งผมเหรอ”“ใช่ ไอ้โรคจิต!” โลเลนยื่นห
บทที่ 11โลเลนเขาชอบผู้หญิงเซ็กซี่“ก็ได้ค่ะ” รษาเดินตามออกไปข้างบริษัท มีร้านกาแฟดังราคาแพงพอสมควร“ผมเลี้ยงนะครับ ถือว่าเป็นคำขอโทษที่ผมชนคุณ”“ก็ได้ค่ะ” รษายิ้มรับเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นทันที“สวยหวานมาก ๆ ผู้หญิงคนนี้ช่างน่าทะนุถนอมจริง” แต่สมองดันผุดภาพสาวเมื่อคืนขึ้นมา“บัดซบ! ยังไม่ลืมสาวสวยสุดเซ็กซี่ขยี้ใจเมื่อคืน ปากก็จัด มือก็หนัก หรือเราจะเสพติดความรุนแรงไปแล้ว”“ผมโลเลน” โลเลนยื่นมือทักทาย“ฉันรษาค่ะ” เธอพูดเบา ๆ เพราะเริ่มรู้สึกว่าคนในร้านมองมาที่เธอแปลก ๆ เหมือนไม่พอใจอะไรสักอย่าง“มีอะไรเหรอครับ” เขาถามขึ้น“เปล่าค่ะ”“รษา ชื่อของคุณจำยากจัง มีชื่อภาษาอังกฤษบ้างไหมครับ” โลเลนหัวเราะเบา ๆ เชิงหยอกเย้า ยามที่เขายิ้ม สายตาเปล่งประกายแววเจ้าชู้จนคนมองแทบถอนตัวไม่ขึ้น“ไม่มีค่ะ” เธอตอบออกไปอย่างเขิน ๆ“รษาขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”“ทางซ้ายมือนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” รษารู้สึกอึดอัดเวลาที่ผู้หญิงในร้านจ้
บทที่ 10 ชายหนุ่มแปลกหน้า“ป้าแก้วคะ” เสียงหวานเรียกหาเจ้าของบ้านริชชี่ที่กำลังกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะในข่าวบอกว่าตำรวจจับพ่อค้าอาวุธเถื่อน “จอห์น มิสเลอร์คาร์ล”“ต้องใช่แน่ ๆ ต้องเป็นชื่อที่ชายคนนั้นสารภาพแน่นอน เมสันจัดการเป็นแน่แท้”“ถ้าหากเขารู้ว่าฉันเห็นทุกอย่าง เขาต้องฆ่าปิดปากฉันแน่นอน” ต้องรีบหาเงินให้เร็วที่สุด แค่ค่าเครื่องบินก็พอแล้วบินกลับไทยให้เร็วที่สุด ความกลัวกัดกินใจของริชชี่จนหมดสิ้น“ริชชี่ ริชชี่” รษาเดินมาเขย่าตัวเพื่อนสาว“ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ เราต้องรีบไปสมัครงานนะ เร็วสิ”“อ๋อ ๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ”“เดี๋ยว” รษาเป็นฝ่ายดึงแขนริชชี่ไว้ เมื่อเห็นว่าที่คอของเพื่อนสาวนั้นมีรอยแดงเป็นจ้ำ“คอเธอไปโดนอะไรมา ถึงช้ำขนาดนั้น” สายตาคู่หวานจ้องหลี่ตรงซอกคอขาวที่มีรอยแดงช้ำอย่างเห็นได้ชัดรษามองอย่างจับผิด เธอไม่ได้
บทที่ 9 ผ้าเช็ดหน้า“เดี๋ยวครับ” ผมไปด้วยครับเมสันก้าวเข้ามาในลิฟต์ผ่านหน้าเคาน์เตอร์ พนักงานต้อนรับยืนตัวตรงยิ้มหวานให้เจ้าของคอนโด สวนกับมอนเตและรษาเพียงเสี้ยววินาที เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง รษาก็ก้าวออกมา กล่าวลามอนเตเพื่อกลับบ้าน“คุณมอนเตคะ คุณเมสันกลับมาแล้วค่ะ” พนักงานแจ้งแก่มอนเต“อ๋อ! ครับ ขอบคุณมากครับ” มอนเตรีบขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดทันที“ติ้ง!” ประตูลิฟต์เปิดออก เมสันก้าวเข้าห้อง ลมเย็นปะทะร่าง จมูกของเขาพลันทำงานอย่างรวดเร็ว“กลิ่นนี้…ฉันจำได้” เขารีบเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาเจ้าของกลิ่นที่ยังคงตรึงตราในใจไม่จางหายไป หรือว่าเขาจะคิดไปเอง“กลิ่นหอมนี้” แต่กลิ่นมันชัดเจนเหมือนจริง เขาเดินเข้าห้องน้ำ แต่ต้องสะดุดกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีหวาน ยิ่งยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ มอนเตเดินเข้ามาพอดี“ใคร! นายพาใครเข้ามาในห้อง” เขาถามเสียงกร้าว“เอ่อ! คือว่าแก้วจำปาลื่นล้ม มาทำความสะอาดห้องไม่ได้
บทที่ 8 เจอนางแมวยั่วสวาท“อื้อ! หยุดนะ ไอ้บ้า! มันเป็นของสงวนไม่ใช่หน้าอกสาธารณะ” ริชชี่ยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ มือซุกซนดันบีบคลึงดอกบัวอย่างสนุกก่อนจะจูบประทับตราเป็นรอยแดงบนเนินอกหญิงสาว ก่อนยกมือทั้งสองข้างขึ้นแล้วถอนปากร้อนออกจากอกอันอวบอิ่ม“คืนนี้ผมคงต้องฝันดีแน่นอน หวังว่าคุณก็เช่นกันนะ” เขายิ้มร่าแล้วเดินจากไป ริชชี่โกรธจนหน้าแดงก่ำ“ไอ้คนบ้า! ไอ้โรคจิต!” ริชชี่ขับรถมาจอดหน้าบ้านได้ยังw’ไม่รู้ในหัวมีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นในหัวเต็มไปหมด“ไอ้โรคจิตนั่นเป็นใครกัน เกลียดที่สุดผู้ชายแบบนี้ อย่าให้เจออีกนะจะตบให้ตายคามือแน่” รอยนิ้วมือประทับบนใบหน้าของโลเลน“สี่” เมสันจ้องหน้าโลเลน“สี่อะไรวะ”“สี่นิ้วบนแก้มของนาย” โลเลนหัวเราะร่า“อ๋อ! ฉันเดินสะดุดล้มไม่มีอะไรหรอก”“รอยตบชัด สะดุดที่ไหนจะเป็นแบบนี้”“ช่างมันเถอะ ว่าแต่แกเถอะจะจัดการยังไงกับไอ้จอห์น”“ฮึ แกคอยดูฝีมือฉันก็แล้วกัน” เมสันยกแก้วขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์พร้อมรอยยิ้มร้ายปรากฏ
บทที่ 7รู้ความลับดำมืดขณะที่เมสันนั่งรถกลับไปเขาฟังรายงานจากลูกน้องจากโรงงานรายงานเป็นที่เรียบร้อย“เค้นความจริงจากปากมันออกมาให้ได้ว่ามันทำงานให้ใคร” ใครที่กล้ามากระตุ้นหนวดเสืออย่างเขา“ได้ตัวบงการแล้วโทรบอกฉันด่วน” เมสันวางโทรศัพท์ลงข้างเบาะที่นั่งณ โรงงาน“อ๊าก! โอ๊ย!” เสียงร้องโหยหวนของชายตรงหน้าที่สะบักสะบอม ใบหน้าบวมเขียวอาบเลือด ตาข้างหนึ่งปิดมิด ปากเจ่อแตกเลือดไหลออกมาตลอดเวลา มันเริ่มปริปากหลังจากที่โดนเมสันถอดเล็บไปสี่นิ“อย่าห่วงเรื่องเล็บแกเลย ไม่นานมันก็งอกออกมาใหม่แน่นอน ฉันรู้ดี ฉันเป็นหมอ” เสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นอย่างเยือกเย็นจนลูกน้องที่ยืนคุมเชิงต้องเสียวหลัง น้อยนักที่เมสันจะลงมือเอง แต่หากเขาได้ลงมือขึ้นมาแล้วละก็ คนที่โดนเขาสอบต้องร้องเรียกหายมบาลแน่นอน เพราะเขาจะทรมานจนมันยอมเปิดปาก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกน้องเขายำเกรงในตัวของเมสันเป็นอย่างมาก“มอนเต” เขายื่นมือออกไปรออะไรบ







