LOGINองค์ชายสามได้ยินก็ยิ่งชื่นชมทั้งยังคิดว่านางช่างกตัญญูยิ่ง เพราะส่วนมากอนุภรรยาจะไม่กลมเกลียวกับภรรยาเอกนักแต่ตระกูลนี้กลับไม่ใช่ นางรักท่านแม่ทั้งสองคน
ไม่ใช่แค่องค์ชายสามที่ชื่นชม ผู้คนที่ลอบสังเกตต่างก็พยักหน้ายกย่องนอกจากใบหน้างดงามแล้วแต่จิตใจก็งามไม่ต่างกัน รุ่ยอี๋ตึงเครียดเพราะมันไม่เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว ซินฉีที่ควรพูดให้นางอับอายเหตุใดถึงกลับชื่นชมเช่นนี้ คนรอบข้างไม่มีใครมองมาอย่างดูแคลนจนนางรู้สึกเจ็บปวดอับอายต้องวิ่งหายไปดั่งครานั้น เพราะอะไรกัน! “พี่รุ่ยอี๋คืนนี้เจ้าคงได้คู่ลอยโคมแล้ว ข้าไม่ขอรบกวน” นางก้มหัวแล้วทำท่าจะเดินจากไป อีกฝ่ายไม่รอช้ารีบรั้งไว้ “น้องซินฉีเดี๋ยวก่อน!” “มีอะไรหรือ” “คือ..ข้า..เพิ่งเคยมาและไม่คุ้นเคย…เจ้าจะทิ้งข้าไปรึ” “จะกลัวอะไรคุณชายท่านนี้จะดูแลเจ้าเอง ในเมื่อมาแล้วก็ต้องมีความกล้า” องค์ชายสามมองซินฉีแล้วรู้สึกใจสั่นแปลก ๆ แม้จะมีผ้าบังใบหน้าครึ่งหนึ่งแต่รับรู้ความงามสะท้านใจ แต่สิ่งที่ทำให้สนใจกว่าคือความรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคยทว่าสุดท้ายก็ละสายตาแล้วหันมามองรุ่ยอี๋ “เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง” “เอ่อ…” “คุณชายขอฝากพี่สาวข้าด้วยข้ารักนางมาก” เขาก้มหัวจากนั้นก็เดินจากไปแม้จะรู้สึกว่ามีสายตาทิ่มแทงมองมา นางคงแปลกใจไม่น้อยแต่นี่คือสิ่งที่ซินฉีวางแผนไว้และกำลังไปได้ดี ที่ทำให้คนอื่นมองนางว่ากตัญญูก็เพื่อไม่ให้กลับมาทำร้ายครอบครัวตนในอนาคตอันใกล้แม้จะเป็นสิ่งกันภัยชั่วคราวแต่ก็ยังพอมีเวลาให้ตอบโต้ ซินฉียืดเส้นยืดสายรู้สึกปลอดโปร่งชั่วคราว พยายามเดินออกจากงาน ตอนนี้ไม่พร้อมที่จะหาคู่อะไรทั้งนั้นแม้จะมีคนเข้าหาก็ถูกปฏิเสธทันที นางเดินออกไปนอกงานจากนั้นก็หาสถานที่ท่องเที่ยว แม้จะมีรถม้ามาส่งแต่ก็หลบหลีกเพราะไม่เช่นนั้นหากมีคนไปรายงานท่านแม่จะต้องแย่แน่นอน ตอนนี้จึงหาอะไรทำฆ่าเวลา ใช้เสื้อคลุมตัวนอกถอดออกมาคลุมศีรษะ ในช่วงกลางคืนแบบนี้สตรีจะเป็นจุดสนใจจึงต้องปิดบังใบหน้าไว้ให้มิดชิดกว่าเดิม “ขโมย! ขโมย!” เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่วิ่งมาทางนี้ เป็นเด็กผู้ชายหน้าตามอมแมมคนหนึ่งคงเป็นพวกยาจกขอทาน พอเด็กวิ่งมานางจึงหลีกทางให้ไม่นานก็เห็นหญิงวัยกลางคนที่เพิ่งวิ่งถือไม้กระบองมา ท่าทางจะขายขนมเพราะมีกลิ่นหอมของหวานเจือจาง “ท่านป้า ท่านวิ่งตามอะไรมาหรือ” “เจ้าเห็นเด็กบ้ามันวิ่งมาทางนี้หรือไม่ มันขโมยขนมข้ามา” “ข้าเห็นว่าวิ่งไปทางนั้น” “งั้นรึ ขอบใจมาก” “เดี๋ยวก่อน” ซินฉีใช้มือจับแขนรั้ง “ท่านป้า วันนี้ข้าอารมณ์ดี ถ้าอย่างไรให้ข้าชดใช้แทนดีหรือไม่” “เอ๊ะจะจ่ายเงินให้รึ” “ใช่” “จะดีรึเจ้าไม่ได้ซื้อทั้งยังเป็นไอ้เด็กขี้ขโมยที่เอาไป จะมันให้กินโดยไม่ต้องจ่ายเงินเองรึ” “ไม่เป็นไรท่านป้าถือว่าเป็นของขวัญให้ ท่านคิดดูสิเด็กที่หิวโหยวันหนึ่งแทบไม่ได้กินอะไร เห็นขนมน่ากินของท่านที่น่าอร่อยคงอดใจไม่ไหวอยากลิ้มลองสักครั้งในชีวิต” นางขมวดคิ้วคิดตามจนเริ่มอ่อนลง “เอาเป็นว่าข้าขอซื้อแทนไม่ทราบว่าเท่าไรหรือ” “เจ้าจะจ่ายจริง ๆ นะ” “แน่นอน” “สองเหรียญเงิน” ซินฉีหน้าชาไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้สอง เหรียญเงินนั้นไม่อาจบอกว่ามากได้เมื่อเทียบกับเงินที่ตระกูลนางมีแต่ก็ทำให้ครอบครัวธรรมดามีกินไปครึ่งเดือน “เจ้าเด็กนั่นมันขโมยมากรึ” “เจ้าคงสงสัยว่าเหตุใดถึงมาก ที่จริงมันและพรรคพวกเวียนกันมาขโมยหลายสิบรอบแล้ว” คนฟังรู้สึกจะเป็นลมแต่สุดท้ายก็จ่ายให้ด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง เมื่อป้าคนขายจากไปคนที่เสียเงินก็ได้แต่ย่ำเท้าเจ็บใจ “เจ้าเด็กบ้าอย่าให้ข้าเจอนะ ฮึ่ม!” พูดแล้วก็เดินไปที่อื่นทันที การลองทำความดีนั้นยากเย็นจริง ๆ ขณะนั้นเองในมุมมืดมีชายคนหนึ่งที่บังเอิญผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้า ริมฝีปากยกยิ้ม ดวงตาจ้องมองซินฉีที่เดินไปด้วยท่าทางความหงุดหงิด ใบหน้าของชายผู้นี้ไม่มีส่วนคล้ายองค์ชายสามมากนักเพราะคมคายกว่าแต่ความองอาจกลับคล้ายคลึงคงเพราะมีสายเลือดเดียวกันองค์ชายสามได้ยินก็ยิ่งชื่นชมทั้งยังคิดว่านางช่างกตัญญูยิ่ง เพราะส่วนมากอนุภรรยาจะไม่กลมเกลียวกับภรรยาเอกนักแต่ตระกูลนี้กลับไม่ใช่ นางรักท่านแม่ทั้งสองคนไม่ใช่แค่องค์ชายสามที่ชื่นชม ผู้คนที่ลอบสังเกตต่างก็พยักหน้ายกย่องนอกจากใบหน้างดงามแล้วแต่จิตใจก็งามไม่ต่างกันรุ่ยอี๋ตึงเครียดเพราะมันไม่เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อชาติที่แล้ว ซินฉีที่ควรพูดให้นางอับอายเหตุใดถึงกลับชื่นชมเช่นนี้ คนรอบข้างไม่มีใครมองมาอย่างดูแคลนจนนางรู้สึกเจ็บปวดอับอายต้องวิ่งหายไปดั่งครานั้นเพราะอะไรกัน!“พี่รุ่ยอี๋คืนนี้เจ้าคงได้คู่ลอยโคมแล้ว ข้าไม่ขอรบกวน”นางก้มหัวแล้วทำท่าจะเดินจากไป อีกฝ่ายไม่รอช้ารีบรั้งไว้“น้องซินฉีเดี๋ยวก่อน!”“มีอะไรหรือ”“คือ..ข้า..เพิ่งเคยมาและไม่คุ้นเคย…เจ้าจะทิ้งข้าไปรึ”“จะกลัวอะไรคุณชายท่านนี้จะดูแลเจ้าเอง ในเมื่อมาแล้วก็ต้องมีความกล้า”องค์ชายสามมองซินฉีแล้วรู้สึกใจสั่นแปลก ๆ แม้จะมีผ้าบังใบหน้าครึ่งหนึ่งแต่รับรู้ความงามสะท้านใจ แต่สิ่งที่ทำให้สนใจกว่าคือความรู้สึกคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคยทว่าสุดท้ายก็ละสายตาแล้วหันมามองรุ่ยอี๋“เจ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง”“เอ่อ…”“คุณชายขอฝ
ทั้งสองต่างไม่คาดคิดว่าจะได้เจอองค์ชายสามเร็วขนาดนี้ใบหน้าของรุ่ยอี๋ซีดเผือด ริมฝีปากสีแดงฉ่ำเม้มเข้าหากันอย่างลืมตัว ดวงตาทั้งสองสบกันมีเพียงองค์ชายสามที่มองอย่างลึกซึ้งและพอใจพลางพิจารณาใบหน้างามที่สะท้านความรู้สึกเกินกว่าจะปล่อยมือส่วนนางมองชายตรงหน้าด้วยความ เกลียดชังแต่ก็พยายามซ่อนไว้ จะไม่ให้โกรธแค้นได้อย่างไรเพราะในอนาคตชายคนนี้จะกลายเป็นศัตรูและเป็นสามีของซินฉีทั้งสองยังอยู่ในท่าทางโอบกอดครู่หนึ่ง สุดท้ายรุ่ยอี๋จึงแสร้งสงวนท่าทีขัดขืนอย่างสุภาพ“เจ้าไม่เป็นอะไรนะ”“เจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นอะไร”“เจ้าชื่ออะไรหรือ เป็นบุตรีของตระกูลใด”“หม่อมฉันมาจากตระกูลหลิน ชื่อรุ่ยอี๋เพคะ”คำพูดของนางทำให้สีหน้าขององค์ชายสามและองครักษ์เปลี่ยน แม้งานปล่อยโคมลอยนี้จะมีเหล่าองค์ชายหรือเชื้อพระวงศ์มาร่วมแต่ตอนนี้องค์ชายสามยังไม่เผยตัวตนแต่นางรู้ได้อย่างไรหรือจะเคยพบเจอกันมาก่อนจนทั้งสองเกิดความระแวงส่วนซินฉีที่เงียบมานานก็แสร้งทำสีหน้าตกใจว่านางกำลังพูดกับองค์ชายอย่างนั้นหรือ ท่าทางที่แสดงออกจึงค่อนข้างตลกแต่ก็น่าเอ็นดูตอนแรกนางยังไม่เข้าใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีระวังตัวแต่พอนึกได้ว่าพูดอะไรผิดจึง
ทุกคนที่ได้ยินต่างงุนงง“พรหมลิขิต!” เจียเหวินแค่นหัวเราะพลางหยิบพัดขึ้นโบก ส่ายหน้าเหมือนมองคนโง่“รุ่ยอี๋เจ้าพูดอะไรน่าตลกอย่างยิ่ง...ท่านพ่อในเมื่อนางไม่อยากเข้าร่วมงานก็หาบุตรชายของใครสักคนให้เลยจะดีกว่า”ทันทีที่เอ่ยพูดนางก็ลอบมองตาขวางทันที ปากเม้มจนสั่น“ท่านพ่อ...ข้าไม่ต้องการ”“อะไรเจ้าก็ไม่ต้องการข้าอุตส่าห์หาพรหมลิขิตให้เจ้าแล้วนะยังจะเรื่องมากอีก…ท่านพ่อบุตรชายของพ่อค้าปลาก็ดีนะ”“ทะ...ท่านพ่อ...ข้าไม่...”“ลูกข้าอุตส่าห์หาคู่ให้เจ้ายังคิดจะปฏิเสธ อีกรึ โน่นก็ไม่เอานี่ก็ไม่เอาเจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครทั้งที่เป็นแค่ลูกของอนุใกล้ตายยังจะมาเลือกได้อีก!”มือทั้งสองของรุ่ยอี๋สั่นเมื่อได้ยินคำของ เจียเหวินที่พูดจาถึงมารดา นางกัดฟันและสัญญาว่าจะต้องฆ่าหญิงนางนี้ให้ได้แน่นอนว่าพฤติกรรมของนางล้วนอยู่ในสายตาของซินฉี พลางลอบหัวเราะทว่าตอนนี้ต้องปิดกั้นนางทุกทางเพื่อไม่ให้หนีงานไปได้เพราะเกรงว่าจะไปหาจุดนัดพบที่เจอองค์ชายสามเหมือนชาติที่แล้ว“เอาละ พอก่อน…รุ่ยอี๋ข้าถามเจ้าอีกครั้งเจ้าจะเข้าร่วมงานหรือไม่”นางแม้ลังเลแต่พอนึกถึงสภาพคนหาปลาจึงต้องยินยอมไป“ข้าขอเข้าร่วมงานเจ้าค่ะ”สุดท้าย
ซินฉีคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรต่อไปนางต้องหาวิธีสกัดกั้นรุ่ยอี๋ไม่ให้กลายเป็นฮองเฮาเหมือนชาติที่แล้วแม้จะถูกฆ่าตายก่อนแต่ซินฉีได้เห็นและรับรู้ว่าฮ่องเต้นั้นแต่งตั้งนางเป็นฮองเฮาด้วยความรักที่มอบให้อย่างมากล้นส่วนตนที่ฆ่าหญิงอันเป็นที่รักตายย่อมต้องถูกฆ่าตายแต่ว่ามันช่างโหดร้ายจนไม่อยากจะนึกภาพนั้นทั้งที่ซินฉีเพียงอ่านเรื่องราวในนิยายแต่ยังขนลุกและหายใจยากลำบากการถูกประหารชีวิตให้เฉือนเนื้อทีละชั้นไม่ให้ตายทันทีเป็นการตายที่ทรมานอย่างมากจนไม่อยากจะเจอหน้าฮ่องเต้ในชาตินี้ชั่วชีวิตดังนั้นต้องขัดขวางนางไม่ให้ถูกรักจากคนคลั่งรักผู้นี้ฮ่องเต้ของแคว้นเจียงหนานหรือก็คือพระเอก เดิมทีเป็นโอรสองค์ที่เจ็ดแต่ด้วยความที่เกิดจากสนมไม่มีตระกูลใหญ่อยู่เบื้องหลังคอยผลักดันจึงไร้อำนาจใด ๆ เหล่าองค์ชายที่ขับเคี่ยวต่างหมางเมินเขาเหมือนมองคนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีค่าให้หวาดระแวงแต่ใครจะรู้ว่าเขาคือองค์ชายที่อำมหิตและซุกซ่อนขุมกำลังไว้แท้จริงสนมที่ไร้ปากเสียงไร้อำนาจนางกลับเป็นถึงองค์หญิงของชนเผ่าขนาดใหญ่ที่สามารถรุกรานแคว้นเจียงหนานได้อย่างสบายแต่เป็นเพราะข้อตกลงที่มีมาแต่ช้านานระหว่างชนเผ่าและฮ่องเต้ผู้ก่อต
ทันทีที่หญิงสาวคนดังกล่าวเดินเข้ามาทั้งสามต่างจับจ้อง อี้เฉินและเจียเหวินฉงนใจไม่คาดคิดว่าเด็กหญิงในครานั้นจะเติบโตมางดงามขนาดนี้แต่เมื่อมองดี ๆ จะพบว่านางคล้ายกับผู้เป็นแม่ ดังนั้นไม่แปลกที่จะเติบโตมาเช่นนี้ เจียเหวินหยิบพัดมาโบกเพื่อดับความไม่พอใจให้คลายลงแต่พอมองบุตรสาวก็เริ่มสบายใจเพราะงดงามกว่ารุ่ยอี๋ยิ้มอ่อนโยนแล้วทำความเคารพพวกเขาทั้งสามอย่างนอบน้อม“คำนับ ท่านพ่อ ท่านแม่ เจ้าค่ะ”“อืม..ไม่เจอกันนานเลยเจ้าเติบโตขึ้นมาก” อี้เฉินพยักหน้าพลางพิจารณามองบุตรีที่งดงามคล้ายมารดา“ฮึ! ข้าลืมไปแล้วว่าท่านพี่ยังมีเจ้าเป็นลูกอีกคน”รุ่ยอี๋เพียงยิ้มจากนั้นหันมามองน้องสาวที่นั่งอยู่ ดวงตาของนางเปลี่ยนมาแข็งกร้าว มือทั้งสองกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ คนตรงหน้าคือศัตรูที่นางอยากฆ่าให้ตายมากที่สุดแม้จะแค้นเพียงไรแต่ก็เปลี่ยนท่าทีฉับพลันเหมือนกับว่าเมื่อครู่ไม่มีความแค้นใด ๆแต่ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของซินฉีที่สังเกตการณ์แต่แรกตอนที่เห็นนางเกือบจะคลั่งก็เตรียมรับมือ ที่จริงซ่อนมีดสั้นเอาไว้หากนางพุ่งเข้ามาเมื่อไรก็เตรียมตายเมื่อนั้น แต่ยังดีที่อีกฝ่ายครองสติไว้ได้ทันเห็นทีบทคนดีต่อนางเอกไม่มีทางถูกงั
หลายวันต่อจากนั้นรถม้าคันหนึ่งได้เดินทางจากหมู่บ้านห่างไกลใกล้มาถึงเมืองหลวงซึ่งในรถม้ามีสตรีนงคราญงดงามนางหนึ่งนั่งอยู่ภายใน สีหน้าเย็นชาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่ต้องการแก้แค้นอย่างแรงกล้าไม่เข้ากับนัยน์ตาหวานแม้แต่น้อยมือทั้งสองกำแน่นจนสั่น“รอข้าก่อนเถอะ ข้าจะแก้แค้นพวกเจ้าทุกคน โดยเฉพาะเจ้าซินฉี!”รุ่ยอี๋บุตรสาวของอนุภรรยาตระกูลหลินเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด นางโกรธแค้นจนอยากฆ่าให้ตายแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้ความแค้นนี้ทำให้เสียแผนแม้นางจะอยากเอาร่างกายพวกมันมาหั่นเป็นหมื่นชิ้นทันทีที่พบเจอเพียงไรแต่เมื่อไร้อำนาจก็ย่อมพ่ายแพ้อยู่ดี“ในเมื่อสวรรค์ให้ชีวิตข้าอีกครั้งข้าก็จะทำให้พวกมันเจ็บยิ่งกว่าเดิม”แท้จริงนางนั้นได้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงย้อนเวลามาได้เมื่อชาติที่แล้วชะตาชีวิตอาภัพอย่างยิ่งเป็นลูกของอนุภรรยาที่พ่อไม่รักถูกภรรยาเอกรังแกตั้งแต่ยังเด็กก็ถูกใส่ร้ายว่านางนั้นจะนำโชคร้ายมาให้แก่ตระกูลต้องส่งนางออกไปอยู่ข้างนอกจนกว่าจะอายุสิบเจ็ดเด็กหญิงอายุไม่ถึงเจ็ดขวบกลับต้องมาพลัดพรากจากมารดาไปอยู่บ้านเดิมตระกูลลู่ที่ห่างไกลความเจริญไร้ทรัพย์สินใช้ชีวิต







