Beranda / รักโบราณ / น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว / ข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่ขาดทุน

Share

ข้อแลกเปลี่ยนที่ไม่ขาดทุน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-19 13:12:57

เฉียวฟงเจ้าเมืองเปี้ยนเหลียงนั่งสวดมนต์พลางนับลูกประคำในมืออย่างเคร่งเครียด เขาย่างกายเข้ามาหาสตรีผู้มั่งมีที่สุดในเมืองเปี้ยนเหลียงอีกครั้ง หลังจากครั้งนั้นนางทำเขาขวัญกระเจิงจนหาทางกลับจวนแทบไม่ถูก แต่กระนั้นสิ่งที่เขาได้รับมอบหมายมาก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะปฏิเสธได้

จะให้ปฏิเสธได้อย่างไรในเมื่อเบื้องบนสั่งลงมาแบบนั้นแล้วผู้น้อยอย่างเขาเล่าจะไปทำอะไรได้ บัดนี้เฉียวฟงจึงตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฝั่งหนึ่งก็ทางการอีกฝั่งหนึ่งก็สตรีปากร้ายผู้ไม่เคยยอมคน ไม่ว่าจะทางไหนหากเขาพลาดพลั้งก็อาจถึงแก่ชีวิต

เฉียวฟงช่างเป็นคนโชคร้ายอะไรขนาดนี้...

นั่งปลงตกสลดในโชคชะตาได้ครู่หนึ่งสตรีงามผู้มั่งคั่งก็เข้ามาทักทายตามประสาเจ้าบ้าน ใบหน้างามงดประดับรอยยิ้มไว้ตามมารยาท และไม่ทันจะได้เอ่ยปากสิ่งใด นายหญิงใหญ่แห่งเปี้ยนเหลียงก็เอ่ยชัดถึงเรื่องเขาบากหน้ามาขอร้อง

“ข้าจะช่วยท่านก็ได้แต่ต้องมีข้าแลกเปลี่ยน”

เฉียวฟงกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก “นายหญิงบอกข้ามาเถิดหากช่วยเหลือได้ข้าจะไม่ขัด”

“ไม่มีอาจารย์คนใดที่จะรับบุตรข้าเป็นศิษย์เลย เพียงเพราะเขาเป็นบุตรของข้าที่ไร้การศึกษาไม่ได้เกิดมาในชาติตระกูลของบัณฑิต ข้าไม่ได้อยากให้เขากลายเป็นคนไร้การศึกษาอย่างที่ข้าเป็น ท่านเจ้าเมืองพอจะเป็นธุระให้ข้าได้หรือไม่”

เฉียวฟงนิ่งงัน ใช่ว่าเรื่องที่เหยียนหรานของจะยากเสียจนเขาคิดไม่ตก แต่เพราะความเป็นจริงที่โหดร้ายกับสองแม่ลูกนี้ต่างหากที่ทำให้เขาพูดไม่ออก

ทั้ง ๆ ที่ได้ครอบครองการค้าของเมืองนี้เอาไว้ ทั้ง ๆ ที่มั่งคั่งจนยากจะหาใครเทียม แต่สุดท้ายนางก็ยังเป็นเพียงสตรีไร้ชาติตระกูลที่คนทั้งเมืองคอยนินทาว่าร้าย

“ได้ข้ารับปาก นายหญิงวางใจเถิด”

“ข้าพยายามติดต่ออาจารย์หลายต่อหลายคนพวกเขาก็ปฏิเสธ จะใช้เงินเท่าใดข้าไม่เกี่ยงเลยแต่อาจารย์เหล่านั้นกลับไม่สนใจ”

“หากไม่มีใครสอนเขาจริง ๆ ข้าจะสอนเขาเอง”

เหยียนหรานมองบุรุษที่พูดอาสาทั้ง ๆ ที่นางไม่ได้ร้องขอ สตรีผู้มั่งคั่งลอบยิ้มแม้ว่าใบหน้าจะทุกข์ตรม สิ่งที่นางพูดนั้นล้วนเป็นเรื่องจริงจนนางเริ่มจนปัญญา แต่กระนั้นจะเรียกว่าจนปัญญาเสียทีเดียวก็ไม่ได้ เพราะในเมืองนี้ยังมีขุนนางอีกมากที่มีความรู้จนสอบผ่านอะไรต่อมิอะไรมามากมาย และคนที่เก่งกาจที่สุดก็คงหนีไม่พ้นท่านเจ้าเมืองที่ผ่านการสอบอย่างเคี่ยวกรำจนได้ดิบได้ดีจนทุกวันนี้

นับว่าเหยียนหรานใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสได้เป็นอย่างดี เพราะต่อให้นางจะหัวแข็งเพียงใดแต่ก็เข้าใจได้ว่านางไม่อาจขัดสิ่งที่ทางการต้องการได้ แต่กระนั้นนางก็ยังฉกฉวยเอาโอกาสตรงนี้มาสร้างประโยชน์ให้กับบุตรชายได้...

และนางไม่ได้บีบบังคับเฉียวฟงเลย เขาเสนอตัวเองทั้งนั้น นับว่าเป็นบุรุษที่ใช้ได้ทีเดียว

น่านับถือ น่านับถือจริง ๆ

แต่ในขณะที่สตรีงามยิ้มย่องในใจ เฉียวฟงก็เศร้าสลดจนน้ำตาแทบไหลอาบแก้ม เรื่องของมารดาที่ทำทุกอย่างเพื่อบุตรชายช่างลึกซึ้งและน่าเลื่อมใส ท่านเจ้าเมืองที่อ่อนไหวประหนึ่งสตรีสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดข่มน้ำตาแห่งความประทับใจเอาไว้ และเอ่ยเรื่องสำคัญต่อ

“เช่นนั้นเรื่องที่ทางการร้องขอมา…”

“ในเมื่อท่านรับปากเรื่องการศึกษาของเหยียนเฟิงข้าก็จะรับปากว่าจะจัดหาดูแลทุกอย่างให้กับคนของทางการไม่ให้ขาดตกบกพร่อง”

“ขอบคุณนายหญิง ขอบคุณจริง ๆ ”

***

“เหลียนฮวาขายเนื้อ

หมู่ตานขายยา

เหมยกุ้ยขายเครื่องประดับ

ไป๋หลานขายผ้า

หวงหลานขายข้าวสาร

หลันฮวาโรงร้ำชา

เหม่ยฮว่ขายซาลาเปา! ”

เหยียนเฟิงท่องชื่อร้านค้าเจ็ดแห่งที่ตั้งตามชื่อดอกไม้ตามที่มารดาชมชอบ ใบหน้ากลมยิ้มร่าก่อนจะรับรางวัลเป็นน้ำตาลปั้นจากผู้ดูแลร้านไป๋หลาน

คนทั้งถนนต่างเอ็นดูเด็กชายคนนี้เพราะสอนง่ายว่าง่าย แค่มีขนมติดมือให้ทำอะไรก็ยอมทำไปหมด ในชีวิตเรื่องที่ยากลำบากของเหยียนเฟิงคงเป็นการตัดสินเลือกระหว่างกินหมูกับไก่ นอกนั้นล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อยทั้งสิ้น

เป็นเด็กก็ดีเช่นนี้แหละหนา...

“เจ้าปีศาจน้อย”

เสียงเรียกที่คุ้นเคยทำให้ผู้ดูแลร้านไป๋หลานรีบลุกขึ้นต้องรับนายหญิงของตนที่เดินเข้ามาหาบุตรชาย

“อาเหนียง ข้าตอบชื่อร้านค้าของอาเหนียงได้ถูกต้องท่านอาเลยให้น้ำตาลปั้นข้า” เด็กน้อยชูน้ำตาลปั้นให้กับผู้เป็นมารดาที่ยืนถอนหายใจอย่างปลงตก

“กินทั้งวันยังไม่อิ่มอีกหรืออย่างไร” เหยียนหรานพูดอย่างปลงตกเดินไปลูบศีรษะของบุตรชายที่ละเลียดน้ำตาลปั้น ก่อนะจับจูงมือบุตรชายออกมาจากร้านกลับไปยังบ้านพักเพราะตกเย็นแล้ว

“อีกครึ่งเดือนจะมีคนมาพักที่นี่ เจ้ามีหน้าที่ดูแลพวกเขาเข้าใจไหม”

“ใครขอรับ”

“แม่ทัพอะไรสักอย่าง ข้าเองก็ไม่ได้ถามชื่อ”

“เขามาทำอะไรหรือขอรับ”

“มาดูแลเมืองเปี้ยนเหลียง แต่บ้านพักของเขายังสร้างไม่เสร็จเราเลยต้องอำนวยความสะดวกให้แก่เขาก่อนในระยะเวลาหนึ่ง เข้าใจที่อาเหนียงพูดไหม”

เหยียนเฟิงพยักหน้าหงึกหงักโดยที่ผู้เป็นมารดาก็ไม่รู้ว่าบุตรชายเข้าใจมากน้อยเพียงใด

“แล้วก็หลังจากวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าต้องไปเรียนหนังสือที่จวนท่านเจ้าเมือง”

“เรียนหรือขอรับ คนอย่างข้าต้องเรียนหนังสือด้วยหรือขอรับ”

คำพูดของบุตรชายทำให้เหยียนหรานขมวดคิ้วฉับ ปกติเจ้าปีศาจน้อยไม่เคยพูดอะไรแบบนี้เว้นเสียแต่จะไปได้ยินใครเขาพูดแล้วจำมาพูดต่อ

“ไปได้ยินใครเขาพูดอะไร เหตุใดจึงพูดเช่นนี้ออกมาได้”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เตรียมของกลับเมืองหลวง

    “เลี้ยงมาดีจริง ๆ น้องหญิงเลี้ยงลูกมาดีจริง ๆ ” สรรพนามดั่งเช่นในวันวานเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความตั้งใจของหลานหลินอ๋อง แต่กระนั้นมารดาของบุตรคงไม่คิดเช่นเดียวกัน หลานหลินอ๋องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงของภรรยา“...อยากตายหรือ บอกกี่ครั้งว่าอย่าเรียก”หลานหลินอ๋องหันซ้ายแลขวาพินิจว่ามีแจกันหรือถ้วยชามใกล้มือเหยียนหรานหรือไม่ พอไม่เห็นก็ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจแต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยความขมขื่นให้ตายเถอะ นี่ตั้งกี่เดือนเข้าไปแล้วเขายังไม่ได้แม้แต่จะแตะเนื้อต้องตัวนางเลยด้วยซ้ำ!ช่างน่าสงสาร...จางต้าเหลียนผู้นี้ช่างน่าสงสารจริง ๆ ....เย็นวันนั้นเกาอี้ชิงก็เข้ามารับทราบสัญญาว่าจ้างดั่งที่ได้กล่าวเอาไว้ เขาไม่มีท่าทีโต้แย้งใด ๆ กับข้อตกลงที่ได้รับ แต่สิ่งที่ตะขิดตะขวงใจก็คงหนีไม่พ้นสายตาของหลานหลินอ๋องที่เอาแต่จับจ้องมายังตนเสียมากกว่า บุรุษด้วยกันมีหรือจะไม่รู้ว่าท่าทีเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่ก็เอาเถิดเกาอี้ชิงผู้นี้ยอมรับความพ่ายแพ้ก็แล้วกัน สู้ไปอย่างไรก็ไม่เห็นทางที่จะชนะ สู้ก้มหน้ารับความพ่ายแพ้เสียยังดีกว่าดั

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เกาอี้ชิงที่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ

    “หากเรื่องร้านเสร็จเจ้าจะกลับไปร่วมขบวนพ่อค้าต่อหรือไม่” เหยียนหรานเอ่ยถามบุรุษที่ช่วยเหลือนางเรื่องร้านค้าใหม่มาโดยตลอดจนตอนนี้ที่ทุกอย่างใกล้จะเข้าที่แล้ว“ไม่หรอกขอรับ พวกเขามองว่าข้าประหลาด ให้ร่วมทางมาด้วยก็เพราะเห็นว่าใช้แซ่เดียวกันก็เท่านั้น หากให้พูดตามจริงการที่ข้าอยู่ที่นี่นอกเหนือจากช่วยเหลือนายหญิงแล้วพวกเขาก็คงหวังสลัดข้าให้พ้นทางเสียมากกว่า” เกาอี้ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสลด ฝืนยิ้มออกมาด้วยความเศร้าหมองแต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคือความจริงความจริงที่ว่าเขาไม่ได้เป็นเป็นประโยชน์สำหรับพ่อค้าพวกนั้นมากมายนัก และความจริงที่ว่าสุดท้ายแล้วคนที่ไร้ประโยชน์ย่อมโดนสลัดทิ้ง“ทำบัญชีเป็นไหม”“เป็นขอรับ” เกาอี้ชิงตอบรับแม้จะสงสัยว่านายหญิงใหญ่จะถามทำไมก็ตาม“เช่นนั้นหากร้านนี้เสร็จเมื่อใดข้าจะจ้างให้ท่านเป็นผู้ดูแลที่นี่และคอยทำบัญชีส่งให้ข้า”“นายหญิง...แต่... เรื่องแบบนี้นายหญิงจัดการเองไม่ดีกว่าหรือขอรับ”“ข้าต้องเดินทางไปเมืองหลวงพร้อมกับหลานหลินอ๋อง ร้านนี่ก็จะเสร็จแล้วหากประวิงเวลาไปก็คิดว่าไม่คุ้ม เลยอยากหาคนที่พอจะชำนาญมาดูแลให้ เจ้าเองก็ไม่ได้มีแผนจะทำอะไ

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   เพื่อความปลอดภัยของอาเฟิง

    “อาเหนียง! ”เหยียนหรานสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ ร่างป้อมของบุตรชายก็วิ่งเข้ามาในห้องพร้อมทั้งกอดนางเอาไว้แน่นอย่างออดอ้อนเหลือประมาณ แม้ไม่ผิดวิสัยขี้อ้อนของเหยียนเฟิงแต่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ฉายชัดจนนางทราบได้ทันทีว่าการออดอ้อนนี้อาเฟิงย่อมหวังผลบางประการ“มีอะไรร้องเสียงดังเชียวเจ้าปีศาจน้อย”เจ้าปีศาจน้อยยู่หน้า ซบหน้ากับหน้าท้องของมารดาครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อนเอ่ยที่มาของการเอะอะเสียงดังจนมารดาตกใจ “อาเตี่ยมาหาขอรับ... มีของกินเยอะแยะเลย แต่เฟิงเฟิงกินไม่ได้ถ้าอาเหนียงไม่ลงไป อาเตี่ยบอกว่าต้องกินพร้อมกัน เฟิงเฟิงกินก่อนไม่ได้”เหยียนหรานร้องอ๋อเมื่อทราบที่มีของความกระตือรือร้นของลูกชาย จะมีสักกี่เรื่องกันเล่าที่จะทำให้เจ้าปีศาจน้อยที่แสนจะเอื่อยเฉื่อยมาตาลุกวาวได้หากไม่ใช่เรื่องของกิน เหยียนหรานจึงจับมือป้อม ๆ ของเหยียนเฟิงลงไปด้านล่างเพื่อพบกับ ‘อาเตี่ย’ ที่อีกฝ่ากล่าวถึงจางต้าเหลียนจัดแจงอาหารนานาเสร็จสรรพ บัดนี้นั่งรอให้นางและเหยียนเฟิงมาร่วมโต๊ะด้วยสีหน้ายินดีปรีดาเท่านั้น“ไปค่ายทหารแต่กลับได

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   น่าเสียดายที่เหยียนหรานสนใจแต่การค้า

    “อาเฟิงเหมือนบิดาไม่มีผิด” เกาอี้ชิงคล้ายจะพูดประจบประแจง แต่ทว่านั่นคือความจริง เด็กตัวกลมที่เดินไปทั่วเมืองเปี้ยนเหลียงเพื่อกินอาหารตามท้องถนนนั้นช่างคล้ายกับหลานหลินอ๋องเหลือเกิน“ก็ภาวนาว่าอย่าให้เหมือนมากเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าคงได้ปวดหัวไม่เว้นวัน”“อาเฟิงฉลาด ย่อมไม่สร้างเรื่องปวดหัวให้นายหญิงเป็นแน่”“เอาเถอะ ว่าแต่ร้านค้านี่ไม่ใหญ่ไปหน่อยหรือ ข้าวของตอนนี้ใช่ว่าจะมีขายมากมาย”เหยียนหรานปล่อยเรื่องของพ่อลูกที่นับวันยิ่งเหมือนกันจนน่าปวดหัว และหันมาสนใจเรื่องร้านค้าที่กำลังก่อสร้าง และดูเหมือนว่าจะใหญ่โตกว่าร้านค้าทั้งหมดที่นางเคยมี“ร้านค้าเช่นนี้จำต้องใหญ่ เพราะจะได้ให้คนมาเลือกดูได้สะดวก อีกอย่างต้องคอยตุนสินค้าเอาไว้ไม่ให้ขาด เลยต้องสร้างห้องเก็บของเอาไว้ต่างหากเลยใหญ่โตแบบนี้” เกาอี้ชิงอธิบาย ส่วนสตรีที่ได้รับคำตอบก็พยักหน้ารับอย่างไม่ท้วงติง จะสร้างเล็กสร้างใหญ่นางก็ไม่เกี่ยงหากแต่ต้องรู้ว่าเงินที่เสียไปนั้นเสียไปเพื่ออะไร หากเสียไปในเรื่องไม่ใช่เรื่องนางคงต้องระงับทุกอย่างเอาไว

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   ไหน้ำส้มของหลานหลินอ๋อง

    “แต่งตั้งแม่ทัพใหญ่... ทรงเลือกแล้วจริง ๆ ” หลานหลินอ๋องกล่าวหลังจากรับข่าวจากม้าเร็วที่เข้าไปสอดแนมเรื่องต่าง ๆ ภายในเมืองหลวง เรื่องการแต่งตั้งแม่ทัพใหญ่เป็นข่าวครึกโครมจนคนทั้งแคว้นต่างนั่งไม่ติดที่ แน่นอนว่าการแต่งตั้งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับกองทัพย่อมเป็นเรื่องใหญ่ และหวงตี้ก็ทรงเลือกแล้วว่าจะให้ใครดูแลเรื่องใหญ่นี้ และพระองค์ไม่ได้เลือกหลานหลินอ๋อง...ความชัดเจนของการตัดสินใจในครั้งนี้ช่างแน่วแน่นักว่าพระองค์จะกำลังกำจัดหลานหลินอ๋อง และแสดงให้ขุนนางทั้งหลายได้เห็นถึงพระราชอำนาจของพระองค์...อำนาจมารดาเจ้าเถอะ!คนพรรค์นั้นจะต่างอะไรจากหมากตัวหนึ่งที่ถูกหลอกใช้และกำลังหาทางรอดอยู่เล่า ทุกครั้งที่หลานหลินอ๋องยื่นมือเข้าไปช่วยก็เพราะเห็นว่าเป็นพี่น้องร่วมโลหิต ดิ้นรนทำทุกอย่างเอาชีวิตไปขวางทางคนที่คิดร้าย แต่สุดท้ายในเมื่อพระองค์ไม่เห็นแก่ความดีที่ทำมาก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ หากครั้งนี้พระองค์จะเดินไปหาจุดจบของตัวเอง เพราะหลานหลินอ๋องพยายามยื้อทุกอย่างไว้แล้วอย่างสุดความสามารถแล้วจริง ๆหลานหลินอ๋องไม่ได้เร่ง

  • น่าเสียดายสามีข้าตายไปนานแล้ว   ความพ่ายแพ้ต่อสกุลกัว

    “เช่นนั้นหรือเพคะ ความจริงหม่อมฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะเป็นหญิงหรือชาย... แต่หม่อมฉันเพิ่งจะได้ข่าวว่าหลานหลินอ๋องมีบุตรชายคนหนึ่งอยู่ที่เปี้ยนเหลียงน่ารักน่าเอ็นดู หม่อมฉันก็พลอยอยากมีลูกชายเหมือนหลานหลินอ๋องไปด้วย หม่อมฉันช่างเป็นคนโลภมากเหลือเกินว่าหรือไม่เพคะ”สตรีงามเหยียดยิ้มเย้ยหยันบุรุษตรงเบื้องหน้า หากไม่โง่เขลาจนเกินไปหวงตี้คงจะตระหนักได้ว่าการที่นางพูดออกไปเช่นนี้นั้นหมายความว่าอย่างไร และพระพักตร์ของโอรสสวรรค์ในบัดนี้ก็ชัดเจนว่าพระองค์ไม่ได้โง่เขลากลับกันพระองค์เข้าใจสิ่งที่นางต้องการจะสื่อเช่นเดียวกับที่นางเข้าใจว่าพระองค์ต้องการสิ่งใด“จะหญิงหรือชาย อย่างไรก็ลูกเรา” กัวอิ่งหรงอยากจะหัวเราะให้กับโอรสสวรรค์ ที่เอ่ยราวกับว่าเป็นบิดาที่รักบุตรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มรับ กลั้นก้อนความไม่เห็นด้วยลงคอและเอ่ยรับอย่างเสียไม่ได้“เพคะ หม่อมฉันดีใจที่ฝ่าบาทคิดได้เช่นนั้น”“แต่เราไม่ได้มีลูกคนเดียว เขาเกิดมาท่ามกลางพี่น้องมากมาย และนั่นคือความเป็นจริงของชีวิต”“อย่าก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status