INICIAR SESIÓNเด็กสาวตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาเกือบช่วงบ่ายของวัน เรียวแขนเล็กยกขึ้นยืดเส้นยืดสายให้คลายอาการเมื่อยล้าจากที่โดนเขตภกรรังแกมาทั้งคืน ทันทีที่ไม่เห็นว่าข้างกายมีเขานอนอยู่ด้วยก็หย่อนขาลงจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป เมื่อคืนชุลมุนก็เลยไม่ทันได้มองดูคอนโดหรูนี้อย่างละเอียด แม้จะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่แต่ก็มีทุกอย่างครบครัน บางทีแล้วห้องนี้อาจจะใหญ่กว่าบ้านที่พ่อบังเกิดเกล้าซื้อให้เธอกับแม่ด้วยซ้ำ “ถ้ามันเล่นตุกติกก็แค่ฆ่าทิ้ง” เธอได้ยินเสียงที่คุ้นหูเอ่ยพูดอยู่จะกับลูกน้องของเขาในห้องนั่งเล่น เด็กสาวยืนหลบหลงกำแพงแล้วรอฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น โดยไม่รู้เลยว่าเขตถกรรู้แล้ว เพราะเก่งกาจเป็นคนส่งสัญญาณบอกเขา คนอย่างเขตถกรผ่านอะไรมามาก เพราะฉะนั้นทุกบทสนทนาของเขาจะพูดออกมาอย่างระมัดระวังรอบข้างเสมอ เขตถกรยิ้มมุมปากทันทีที่หันไปแล้วเห็นขอบเสื้อเชิ๊ตของเขาที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจากหลังกำแพง พยักเพยิดหน้าให้เก่งกาจออกไปก่อน อีกคนก็ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เขาเดินไปอีกฝั่งอย่างเงียบเชียบไม่ให้เด็กสอดรู้สอดเห็นรับรู้การเคลื่อนไหว “อ้าว หายไปไหนแล้ว” เด็กสาวเอ่ยพูดกับตัวเองในตอนที่ขยับออกมาดูเพราะเห็นว่าเสียงเงียบไป เธอถอนหายใจที่ยังไม่ได้ยินอะไรมากกว่านั้นก่อนจะหันมาประจันหน้ากับเขตถกรเข้าเต็มๆ “ตกใจหมดเลยค่ะ” “แมวเด็กขี้สงสัยแล้วก็ยังขี้ตกใจอีกหรอ” เขตถกรโอบรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิด อีกคนใส่ชุดของเขาเพราะเสื้อผ้าของเธอถูกส่งซัก ภายใต้เสื้อเชิ้ตนั้นมีเพียงกางเกงชั้นในที่ยังจำเป็นต้องใส่ไว้ จุกอมชมพูตรงหน้าอกดันเสื้อออกมาพอให้ได้มองเห็น ภาพนี้ยิ่งเร้าให้เขาต้องกอดรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่น ก้มลงครองครองริมฝีปากบางที่ยังบวมเจ่ออยู่เล็กน้อยด้วยฝีมือเขา สิ่งที่เขตถกรหลงที่สุดก็คือท่าทีไม่ปฏิเสธยามที่เขาจูบเธอนี่แหละ คนอะไรทำให้หลงจนจะบ้า ถ้าภัครวัตรให้แต่งกับคนตรงหน้า ต่อให้เขาทวงคืนทุกอย่างมาได้จนหมดแล้วก็ไม่มีทางหย่าเด็ดขาดเลย “อื้อ พอล้วค่ะ หนูต้องไปโรงพยาบาลแล้ว” “ไปโรงพยาบาลหรอ? ไปทำอะไร? หรือว่าไม่สบาย? เดี๋ยวฉันพาไป” จุ๊บ เขตถกรหยุดพูดก็ตอนเด็กสาวเขย่งมาจูบเขาแล้วยิ้มหวาน ดูเหมือนว่าเธอจะบอกเป็นนัยว่าเขาถามมากเกินไปแล้ว คนอะไรจะน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้ “คุณถามหลายคำถามจังเลยค่ะ หนูตอบไม่ทันแล้ว” เขตถกรคิดอเอาไว้อยู่แล้วเชียว เขายิ้มทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น “หึ งั้นก็แค่ตอบว่าจะไปทำอะไร?” “วันนี้จะไปเฝ้าแม่ค่ะ พรุ่งนี้แม่มีผ่าตัด” “คุณแม่ป่วยหรอ?” เขาไม่ปล่อยให้บทสนนาจบลงแล้วถามด้วยความใส่ใจ เมื่อคืนที่งานก็พอจะได้ยิน แต่ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสก็ต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้นหน่อย “ค่ะ แม่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ครั้งนี้ผ่าตัดรอบที่สี่แล้ว” “แล้วคุณลุงนภัทร….” “อย่าพูดถึงเลยค่ะ เขาไม่สนใจหนูกับแม่หรอก” เขตถกรเงียบลงทันทีเมื่อคนตรงหน้าพูดขัด ถึงแม้คำพูดนั้นของคนตัวเล็กจะแสนเย็นชาราวกับไม่ใส่ใจ แต่นัยน์ตากับวูบไหวจนเขาเองรู้สึกถึงมัน “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?” “คุณจะไปกับหนูหรอคะ? ไม่กลัวเป็นข่าวหรอ?” เด็กสาวถามเขาตาแป๋ว ดูก็รู้ว่าเธอก็ไม่ได้กลัวที่จะเป็นข่าวกับเขาหรอก แค่ถามลองใจเขาก็เท่านั้น แล้วคนอย่างเขตถกรก็ไม่เคยกลัวการเป็นข่าวเหมือนกันซะด้วยสิ ปกติแล้วถ้าเป็นข่าวจริงก็แค่ดูแล้วนึกขำ ต่อให้คนวิพากษ์วิจารณ์แค่ไหน นั่นก็ไม่มีผลกับชีวิตของเขาหรอก แต่ถ้าเป็นข่าวปลอกก็แค่เล่นงานกลับ ถ้าจบไม่ได้ที่ศาล ก็แค่ใช้ศาลเตี้ยที่มือชื่อว่าเขตถกรก็แค่นั้น “ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวฉันให้คนหาชุดใหม่มาให้แทน” “แต่ว่าหนู…..” “เสื้อในกับกางเกงในก็ด้วย” เด็กสาวพยักหน้ารับแล้วยิ้ม ทันทีที่เธอหมุนตัวก้าวเดินก็ร้องโอดโอยจนเกือบเซถลาแต่เขตถกรโอบเอวเอาไว้ซะก่อน “เป็นอะไร?” “เจ็บจังเลยค่ะ” ดูสีหน้ากับแววตาออดอ้อนนั่นก็รู้แล้วว่าไม่ได้เจ็บจริง ก่อนหน้านี้ยังเดินออกมาได้ปกติ ตอนนี้ก็แค่อยากทำเพื่อยั่วเขาก็เท่านั้นเอง แต่ถึงจะรู้ว่ากำลังโดนเด็กหลอก เขตถกรก็ดูจะเต็มใจให้หลอก เพราะเขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มทันทีที่นิลินบอกว่าเจ็บ “ยั่วมากๆ ระวังจะไม่ได้ไปโรงพยาบาล” “หนูเปล่ายั่วนะคะ หนูเจ็บจริงๆ คุณทำหนูเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ” “งั้นจะรับผิดชอบด้วยการไปอยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลทั้งคืนเลยดีไหม?” “จริงหรอคะ?" เด็กสาวในอ้อมแขนถามย้ำกับเขา เขมตถกรกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นดูคาดหวังจนเขาแปลกใจ หรือว่าคนที่ภัครวัตรจะไม่มีใครสนใจเธอกับแม่เธอเลยจริงๆ "ถ้าเธอต้องการก็ได้ทั้งนั้น" "งั้นคุณอยู่กับหนูนะคะ" เขตถกรชอบที่นิิลินบอกเขาอย่างเปิดเผย เธอดูเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้เสแสร้งเหมือนกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นเขา แค่นึกถึงก็หงุดหงิดแล้ว โรงพยาบาล เขตถกรเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลรัฐ เขามองไปโดยรอบห้องที่มีผู้ป่วยแออัดเต็มไปหมด ภัครวัตรไมไ่ด้รวยเท่าพิพัฒตรา แต่ก็ไม่ได้ยากจนค่นแค้นขนาดนั้น ทำไมถึงไม่หาโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ เขารั้งแขนของคนตัวเล็กเอาไว้ก่อน เด็กสาวมองเขาทั้งเลิ่กคิ้วถามอย่างสงสัย ความสัมพันธ์ของนิลินกับภัควัตรไม่ค่อยดี แต่เขตถกรไม่ได้คิดว่าจะไม่ดีขนาดนี้ แม้แต่กับคนป่วยก็ยังไม่เห็นใจหรอ ต่อให้เป็นลูกนอกสมรสก็ยังเป็นสายเลือด และต่อให้ไม่ใช่เมียที่ได้แต่ง ก็ยังถือว่าเป็นเมียอยู่ดี "ทำไมให้แม่อยู่โรงพยาบาลนี้ละ เมื่อคืนได้ยินเหมือนว่ามีข้อตกเรื่องค่ารักษา...." "ค่ารักษาที่พ่อให้ แค่ค่าผ่าตัดหรือค่ายาในแต่ละเดือนยังแทบไม่พอเลยค่ะ หนูต้องเลือกโรงพยาบาลนี้ เพื่อให้เงินพอจ่ายในแต่ละเดือน" "เปลี่ยนโรงพยาบาล" เขตถกรพูดออกมาทันทีอย่างไม่ต้องคิด เขาไม่สนใจเด็กสาวที่ยืนงงแต่เลือกจะเดินไปหาพยาบาลเพื่อแจ้งเรื่องนี้แทน ก่อนจะหันมามองนิลินที่เดินมาจับแขนเขาแล้วส่ายหัว "แต่หนู..." "ไม่ต้องห่วง ค่าใช้จ่ายฉันจะจัดการเอง" "แต่พรุ่งนี้แม่จะผ่าตัด" "แม่เธอจะได้ผ่าตัดพรุ่งนี้ตามเดิม และได้หมอที่เก่งที่สุด" จู่ๆเขาก็รู้สึกอยากลูบหัวอีกคนแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม พึ่งจะเจอกันสองครั้งแต่ไม่รู้อะไรทำให้เขายอมจ่ายเงินหลักล้านเพียงเพื่อให้เด็กสาวที่แท้แต่ถัครวัตรยังไม่สนใจยิ้มออกมาอย่างตอนนี้ เขตถกรกำลังจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ หลังจากจัดการเรื่องย้ายโรงพยาบาลไม่นานก็ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลใหม่ เป็นเพราะการจัดการของเขตถกร ทุกอย่างถึงได้ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว เขานั่งมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขากำลังกินเค้กอย่างอร่อย ทันทีที่อีกคนดื่มนมอุ่นเสร็จเขาก็แอบยิ้มออกมา ขยับไปข้างหน้าแล้วใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดฟองนมที่เปื้อนอยู่ออกให้ "คุณไม่ทานหรอคะ?" "คิดว่าผู้ชายอย่างฉันเหมาะกับการกินเค้กนี่หรอ?" เขตถกรชี้ไปที่มินิเค้กแสนน่ารักที่คนตรงหน้าสั่งมา เธอหัวเราะร่ากับคำพูดเขาก่อนจะสนใจเค้กต่อ เขตถกรรอบมองใบหน้าน่ารักที่บัดนี้มีแว่นตาสวมปกปิดเอาไว้ แต่สำหรับเขาแล้วแว่นตาพวกนี้บดบังความสวยของเธอในสายตาเขาไม่ได้สักนิด ภาพลักษณ์ภายนอกที่อีกคนแสดงออก มัันต่างกันโดยสิ้นเชิงยามที่อยู่บนเตียง แล้วมันก็คือความเป็นนิลินที่เขาไม่สามารถละความสนใจได้ "แล้วตอนนั้นไปทำอะไรที่มาเก๊า?" เขาตั้งคำถามอย่างสงสัย ถ้าคุณนภัทรไม่สนใจสองแม่ลูกนี้ขนาดนั้น แล้วคนตรงหน้าเอาเงินที่ไหนบินไปถึงที่นั่น "ก็แค่โดนบังคับค่ะ เพราะพวกเขากลัวว่าหนูจะไปป่วน" "ป่วน?" "ช่วงนั้นไม่ใช่ว่าพ่อนัดให้คุณไปเจอกับพี่นิราหรอคะ? แล้วคุณก็หนีไปมาเก๊าเหมือนกัน บังเอิญจังเลย" เขตถกรขมวดคิ้วนิดหน่อยยามที่อีกคนพูดถึงความบังเอิญแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาขำหึในลำคอแล้วพยักหน้าเข้าใจอย่างไม่ต้องอธิบาย คนตรงหน้าไม่ได้อ่อนต่อโลกขนาดนั้น ทั้งฉลาดคิดและฉลาดพูด คนที่น่าสนใจขนาดนี้แต่ภัครวัตรกลับไม่สนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็ยไร เขาจะเป็นคนสนใจเธอเอง "อยากกินอะไรอีกไหม? ไม่งั้นฉันจะได้จ่ายเงิน" เอ่ยปากถามเด็กสาวที่กินเค้กจนหมดเกลี้ยงแล้วกำลังจะดึงเอาบัตรเครดิตส่วนตัวออกมาแต่กลับถูกเธอจับเอาไว้แล้วส่ายหัวปฏิเสธ "วันนี้คุณจ่ายให้หนูเยอะแล้ว เดี๋ยวหนูจ่ายเองค่ะ กาแฟแก้วนี้หนูเลี้ยงคุณนะคะ" เขตถกรมองเด็กสาวที่พูดด้วยรอยยิ้ม ทำไมถึงได้ดูจริงใจขนาดนั้น ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธการจ่ายเงินให้ของเขาเลยสักคน แต่คนตรงหน้ากลับทำและจะเลี้ยงกาแฟเขา "เก็บเงินไว้ใช้เถอะ" "แต่ว่าหนูอยาก..." "เอาไว้ตอบแทนด้วยอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน ฉันว่ามันน่าสนใจกว่าการเลี้ยงกาแฟเยอะเลย" "ก็ได้ค่ะ" "เด็กดี"
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







