LOGINเด็กสาวตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงนอนนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาเกือบช่วงบ่ายของวัน เรียวแขนเล็กยกขึ้นยืดเส้นยืดสายให้คลายอาการเมื่อยล้าจากที่โดนเขตภกรรังแกมาทั้งคืน ทันทีที่ไม่เห็นว่าข้างกายมีเขานอนอยู่ด้วยก็หย่อนขาลงจากเตียงแล้วเปิดประตูห้องนอนออกไป เมื่อคืนชุลมุนก็เลยไม่ทันได้มองดูคอนโดหรูนี้อย่างละเอียด แม้จะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่แต่ก็มีทุกอย่างครบครัน บางทีแล้วห้องนี้อาจจะใหญ่กว่าบ้านที่พ่อบังเกิดเกล้าซื้อให้เธอกับแม่ด้วยซ้ำ “ถ้ามันเล่นตุกติกก็แค่ฆ่าทิ้ง” เธอได้ยินเสียงที่คุ้นหูเอ่ยพูดอยู่จะกับลูกน้องของเขาในห้องนั่งเล่น เด็กสาวยืนหลบหลงกำแพงแล้วรอฟังอย่างอยากรู้อยากเห็น โดยไม่รู้เลยว่าเขตถกรรู้แล้ว เพราะเก่งกาจเป็นคนส่งสัญญาณบอกเขา คนอย่างเขตถกรผ่านอะไรมามาก เพราะฉะนั้นทุกบทสนทนาของเขาจะพูดออกมาอย่างระมัดระวังรอบข้างเสมอ เขตถกรยิ้มมุมปากทันทีที่หันไปแล้วเห็นขอบเสื้อเชิ๊ตของเขาที่โผล่ออกมาเล็กน้อยจากหลังกำแพง พยักเพยิดหน้าให้เก่งกาจออกไปก่อน อีกคนก็ทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย เขาเดินไปอีกฝั่งอย่างเงียบเชียบไม่ให้เด็กสอดรู้สอดเห็นรับรู้การเคลื่อนไหว “อ้าว หายไปไหนแล้ว” เด็กสาวเอ่ยพูดกับตัวเองในตอนที่ขยับออกมาดูเพราะเห็นว่าเสียงเงียบไป เธอถอนหายใจที่ยังไม่ได้ยินอะไรมากกว่านั้นก่อนจะหันมาประจันหน้ากับเขตถกรเข้าเต็มๆ “ตกใจหมดเลยค่ะ” “แมวเด็กขี้สงสัยแล้วก็ยังขี้ตกใจอีกหรอ” เขตถกรโอบรั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิด อีกคนใส่ชุดของเขาเพราะเสื้อผ้าของเธอถูกส่งซัก ภายใต้เสื้อเชิ้ตนั้นมีเพียงกางเกงชั้นในที่ยังจำเป็นต้องใส่ไว้ จุกอมชมพูตรงหน้าอกดันเสื้อออกมาพอให้ได้มองเห็น ภาพนี้ยิ่งเร้าให้เขาต้องกอดรัดรอบเอวบางเอาไว้แน่น ก้มลงครองครองริมฝีปากบางที่ยังบวมเจ่ออยู่เล็กน้อยด้วยฝีมือเขา สิ่งที่เขตถกรหลงที่สุดก็คือท่าทีไม่ปฏิเสธยามที่เขาจูบเธอนี่แหละ คนอะไรทำให้หลงจนจะบ้า ถ้าภัครวัตรให้แต่งกับคนตรงหน้า ต่อให้เขาทวงคืนทุกอย่างมาได้จนหมดแล้วก็ไม่มีทางหย่าเด็ดขาดเลย “อื้อ พอล้วค่ะ หนูต้องไปโรงพยาบาลแล้ว” “ไปโรงพยาบาลหรอ? ไปทำอะไร? หรือว่าไม่สบาย? เดี๋ยวฉันพาไป” จุ๊บ เขตถกรหยุดพูดก็ตอนเด็กสาวเขย่งมาจูบเขาแล้วยิ้มหวาน ดูเหมือนว่าเธอจะบอกเป็นนัยว่าเขาถามมากเกินไปแล้ว คนอะไรจะน่าเอ็นดูได้ขนาดนี้ “คุณถามหลายคำถามจังเลยค่ะ หนูตอบไม่ทันแล้ว” เขตถกรคิดอเอาไว้อยู่แล้วเชียว เขายิ้มทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น “หึ งั้นก็แค่ตอบว่าจะไปทำอะไร?” “วันนี้จะไปเฝ้าแม่ค่ะ พรุ่งนี้แม่มีผ่าตัด” “คุณแม่ป่วยหรอ?” เขาไม่ปล่อยให้บทสนนาจบลงแล้วถามด้วยความใส่ใจ เมื่อคืนที่งานก็พอจะได้ยิน แต่ไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก ในเมื่อตอนนี้มีโอกาสก็ต้องทำความรู้จักกันให้มากขึ้นหน่อย “ค่ะ แม่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ครั้งนี้ผ่าตัดรอบที่สี่แล้ว” “แล้วคุณลุงนภัทร….” “อย่าพูดถึงเลยค่ะ เขาไม่สนใจหนูกับแม่หรอก” เขตถกรเงียบลงทันทีเมื่อคนตรงหน้าพูดขัด ถึงแม้คำพูดนั้นของคนตัวเล็กจะแสนเย็นชาราวกับไม่ใส่ใจ แต่นัยน์ตากับวูบไหวจนเขาเองรู้สึกถึงมัน “ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม?” “คุณจะไปกับหนูหรอคะ? ไม่กลัวเป็นข่าวหรอ?” เด็กสาวถามเขาตาแป๋ว ดูก็รู้ว่าเธอก็ไม่ได้กลัวที่จะเป็นข่าวกับเขาหรอก แค่ถามลองใจเขาก็เท่านั้น แล้วคนอย่างเขตถกรก็ไม่เคยกลัวการเป็นข่าวเหมือนกันซะด้วยสิ ปกติแล้วถ้าเป็นข่าวจริงก็แค่ดูแล้วนึกขำ ต่อให้คนวิพากษ์วิจารณ์แค่ไหน นั่นก็ไม่มีผลกับชีวิตของเขาหรอก แต่ถ้าเป็นข่าวปลอกก็แค่เล่นงานกลับ ถ้าจบไม่ได้ที่ศาล ก็แค่ใช้ศาลเตี้ยที่มือชื่อว่าเขตถกรก็แค่นั้น “ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวฉันให้คนหาชุดใหม่มาให้แทน” “แต่ว่าหนู…..” “เสื้อในกับกางเกงในก็ด้วย” เด็กสาวพยักหน้ารับแล้วยิ้ม ทันทีที่เธอหมุนตัวก้าวเดินก็ร้องโอดโอยจนเกือบเซถลาแต่เขตถกรโอบเอวเอาไว้ซะก่อน “เป็นอะไร?” “เจ็บจังเลยค่ะ” ดูสีหน้ากับแววตาออดอ้อนนั่นก็รู้แล้วว่าไม่ได้เจ็บจริง ก่อนหน้านี้ยังเดินออกมาได้ปกติ ตอนนี้ก็แค่อยากทำเพื่อยั่วเขาก็เท่านั้นเอง แต่ถึงจะรู้ว่ากำลังโดนเด็กหลอก เขตถกรก็ดูจะเต็มใจให้หลอก เพราะเขาช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มทันทีที่นิลินบอกว่าเจ็บ “ยั่วมากๆ ระวังจะไม่ได้ไปโรงพยาบาล” “หนูเปล่ายั่วนะคะ หนูเจ็บจริงๆ คุณทำหนูเจ็บก็ต้องรับผิดชอบ” “งั้นจะรับผิดชอบด้วยการไปอยู่เป็นเพื่อนที่โรงพยาบาลทั้งคืนเลยดีไหม?” “จริงหรอคะ?" เด็กสาวในอ้อมแขนถามย้ำกับเขา เขมตถกรกลับรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นดูคาดหวังจนเขาแปลกใจ หรือว่าคนที่ภัครวัตรจะไม่มีใครสนใจเธอกับแม่เธอเลยจริงๆ "ถ้าเธอต้องการก็ได้ทั้งนั้น" "งั้นคุณอยู่กับหนูนะคะ" เขตถกรชอบที่นิิลินบอกเขาอย่างเปิดเผย เธอดูเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่ได้เสแสร้งเหมือนกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นเขา แค่นึกถึงก็หงุดหงิดแล้ว โรงพยาบาล เขตถกรเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยรวมของโรงพยาบาลรัฐ เขามองไปโดยรอบห้องที่มีผู้ป่วยแออัดเต็มไปหมด ภัครวัตรไมไ่ด้รวยเท่าพิพัฒตรา แต่ก็ไม่ได้ยากจนค่นแค้นขนาดนั้น ทำไมถึงไม่หาโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ เขารั้งแขนของคนตัวเล็กเอาไว้ก่อน เด็กสาวมองเขาทั้งเลิ่กคิ้วถามอย่างสงสัย ความสัมพันธ์ของนิลินกับภัควัตรไม่ค่อยดี แต่เขตถกรไม่ได้คิดว่าจะไม่ดีขนาดนี้ แม้แต่กับคนป่วยก็ยังไม่เห็นใจหรอ ต่อให้เป็นลูกนอกสมรสก็ยังเป็นสายเลือด และต่อให้ไม่ใช่เมียที่ได้แต่ง ก็ยังถือว่าเป็นเมียอยู่ดี "ทำไมให้แม่อยู่โรงพยาบาลนี้ละ เมื่อคืนได้ยินเหมือนว่ามีข้อตกเรื่องค่ารักษา...." "ค่ารักษาที่พ่อให้ แค่ค่าผ่าตัดหรือค่ายาในแต่ละเดือนยังแทบไม่พอเลยค่ะ หนูต้องเลือกโรงพยาบาลนี้ เพื่อให้เงินพอจ่ายในแต่ละเดือน" "เปลี่ยนโรงพยาบาล" เขตถกรพูดออกมาทันทีอย่างไม่ต้องคิด เขาไม่สนใจเด็กสาวที่ยืนงงแต่เลือกจะเดินไปหาพยาบาลเพื่อแจ้งเรื่องนี้แทน ก่อนจะหันมามองนิลินที่เดินมาจับแขนเขาแล้วส่ายหัว "แต่หนู..." "ไม่ต้องห่วง ค่าใช้จ่ายฉันจะจัดการเอง" "แต่พรุ่งนี้แม่จะผ่าตัด" "แม่เธอจะได้ผ่าตัดพรุ่งนี้ตามเดิม และได้หมอที่เก่งที่สุด" จู่ๆเขาก็รู้สึกอยากลูบหัวอีกคนแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม พึ่งจะเจอกันสองครั้งแต่ไม่รู้อะไรทำให้เขายอมจ่ายเงินหลักล้านเพียงเพื่อให้เด็กสาวที่แท้แต่ถัครวัตรยังไม่สนใจยิ้มออกมาอย่างตอนนี้ เขตถกรกำลังจะเป็นบ้าไปแล้วจริงๆ หลังจากจัดการเรื่องย้ายโรงพยาบาลไม่นานก็ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลใหม่ เป็นเพราะการจัดการของเขตถกร ทุกอย่างถึงได้ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว เขานั่งมองเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขากำลังกินเค้กอย่างอร่อย ทันทีที่อีกคนดื่มนมอุ่นเสร็จเขาก็แอบยิ้มออกมา ขยับไปข้างหน้าแล้วใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดฟองนมที่เปื้อนอยู่ออกให้ "คุณไม่ทานหรอคะ?" "คิดว่าผู้ชายอย่างฉันเหมาะกับการกินเค้กนี่หรอ?" เขตถกรชี้ไปที่มินิเค้กแสนน่ารักที่คนตรงหน้าสั่งมา เธอหัวเราะร่ากับคำพูดเขาก่อนจะสนใจเค้กต่อ เขตถกรรอบมองใบหน้าน่ารักที่บัดนี้มีแว่นตาสวมปกปิดเอาไว้ แต่สำหรับเขาแล้วแว่นตาพวกนี้บดบังความสวยของเธอในสายตาเขาไม่ได้สักนิด ภาพลักษณ์ภายนอกที่อีกคนแสดงออก มัันต่างกันโดยสิ้นเชิงยามที่อยู่บนเตียง แล้วมันก็คือความเป็นนิลินที่เขาไม่สามารถละความสนใจได้ "แล้วตอนนั้นไปทำอะไรที่มาเก๊า?" เขาตั้งคำถามอย่างสงสัย ถ้าคุณนภัทรไม่สนใจสองแม่ลูกนี้ขนาดนั้น แล้วคนตรงหน้าเอาเงินที่ไหนบินไปถึงที่นั่น "ก็แค่โดนบังคับค่ะ เพราะพวกเขากลัวว่าหนูจะไปป่วน" "ป่วน?" "ช่วงนั้นไม่ใช่ว่าพ่อนัดให้คุณไปเจอกับพี่นิราหรอคะ? แล้วคุณก็หนีไปมาเก๊าเหมือนกัน บังเอิญจังเลย" เขตถกรขมวดคิ้วนิดหน่อยยามที่อีกคนพูดถึงความบังเอิญแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาขำหึในลำคอแล้วพยักหน้าเข้าใจอย่างไม่ต้องอธิบาย คนตรงหน้าไม่ได้อ่อนต่อโลกขนาดนั้น ทั้งฉลาดคิดและฉลาดพูด คนที่น่าสนใจขนาดนี้แต่ภัครวัตรกลับไม่สนใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็ยไร เขาจะเป็นคนสนใจเธอเอง "อยากกินอะไรอีกไหม? ไม่งั้นฉันจะได้จ่ายเงิน" เอ่ยปากถามเด็กสาวที่กินเค้กจนหมดเกลี้ยงแล้วกำลังจะดึงเอาบัตรเครดิตส่วนตัวออกมาแต่กลับถูกเธอจับเอาไว้แล้วส่ายหัวปฏิเสธ "วันนี้คุณจ่ายให้หนูเยอะแล้ว เดี๋ยวหนูจ่ายเองค่ะ กาแฟแก้วนี้หนูเลี้ยงคุณนะคะ" เขตถกรมองเด็กสาวที่พูดด้วยรอยยิ้ม ทำไมถึงได้ดูจริงใจขนาดนั้น ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธการจ่ายเงินให้ของเขาเลยสักคน แต่คนตรงหน้ากลับทำและจะเลี้ยงกาแฟเขา "เก็บเงินไว้ใช้เถอะ" "แต่ว่าหนูอยาก..." "เอาไว้ตอบแทนด้วยอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน ฉันว่ามันน่าสนใจกว่าการเลี้ยงกาแฟเยอะเลย" "ก็ได้ค่ะ" "เด็กดี"
เขตถกรเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารมื้อกลางวัน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของนิลินที่มองดูไอแพดก็พอจะรู้ว่าเธอถอนหายใจเรื่องอะไร เมื่อช่วงเช้าพึ่งมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่ภัครวัตร นิราหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นก็ถึงกลับฆ่าดนัยทิ้ง สุดท้ายแล้วก็ถูกตามตัวเจอและจะต้องติดคุกเขาดึงไอแพดในมือเธอออกมาเพราะไม่อยากให้เธออ่านข่าวมากนัก แผลของนิลินยังไม่หายสนิทและต้องการเวลาในการพักฟื้น เขตถกรวางถาดอาหารมื้อเที่ยงสำหรับสองคนลงบนเตียง เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่แม่เขาตั้งใจทำเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเธอ“ทานมื้อเที่ยงกันนะ”“คุณเขตก็ทานด้วยกันนะคะ”“แน่นอน ฉันเตรียมมานี่ไงมาทานพร้อมเธอ แต่เดี๋ยวจะป้อนเธอก่อนนะ” เขาตักอาหารขึ้นมาแล้วเป่าแผ่วเบาให้คลายความร้อนลงมือหนาประคองใต้ช้อนเพื่อกันอาหารหกเลอะเทอะแล้วป้อนเธอ เขาเห็นว่าเธอยิ้มรับกับรสชาติก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเหมือนกัน“คุณเขตพอตะรู้ไหมคะว่าคุณพ่อหายไปไหน หนูเห็นในข่าวมีแต่เรื่องของพี่นิรา” เขตถกรวางมือที่ถือช้อนลงก่อนจะรอบถอนหายใจ เขาบอกกลับเธอถึงการหายไปของนภัทรอย่างตรงไปตรงมา เราะทันทีที่นิราเกิดเรื่องอื้อฉาว นภัทรก็ใช้เ
โกดังลับตระกูลพิพัตรตรา“ปล่อยกู!!!” เขตถกรแค่นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของปราณตั้งแต่เขายังไม่เดินก้าวเข้าประตู เขาเดินไปนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขารับเอาขวดที่ให้คนหาไว้มาถือในมือแล้วแตะลงที่กรอบหน้าของปราณแทนการข่มขู่“มึงคิดจะทำอะไร!!?”“แล้วมึงทำอะไรไว้ละ!” เพล้ง!!! เขาไม่อธิบายอะไรเพียงแค่ฟาดขวดในมือลงบนหัวของคนตรงหน้าเต็มแรง เขตถกรไม่ได้สนใจมือที่มีรอยขีดข่วนจากการถูกบาดแม้สักนิด ก่อนเขาจะรับเอาขวดแก้วอีกใบจากกิตติธรมาแล้วตบลงกับมือตัวเองไม่แรงนักเพื่อเร้าให้คนตรงหน้ารู้สึกกลัวขึ้นมา“กูตีไปแค่ทีเดียวเองนะ” เพล้ง!!! เขาฟาดขวดในมือลงไปที่หัวของมันอีกครั้ง มือหนากระชากผมของคนตรงหน้าเต็มแรงจนปราณร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มกรอบหน้าของอีกคนแม้สักนิด“ไม่ว่ามึงจะทำไปเท่าไหร่ กูจะเอาคืนให้มากกว่านั้นอีก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขตถกรทำเอาปราณชาวาบไปทั้งตัว กิตติเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจนคนที่นั่งอยู่ถูกลากไปกับพื้น เชือกสีดำในมือของกิตติธรมัดเป็นปากปราณเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียง“หึ ตอนมึงทำนิลิน นิลินก็คงดิ้นขอร้องมึงแบบน
เขตถกรทิ้งให้สองพ่อลูกยืนโกรธตัวสั่นอยู่ในสถานที่จัดงาน เงินหลายล้านที่เขาลุงทุนไปไม่ได้ทำเสียเปล่า ครั้งก่อนนิราเคยทำลายชีวิตนิลินด้วยข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ครั้งนี้เขาก็จะทำเหมือนก่อน แตกต่างกันตรงที่ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยเป็นสิ่งที่นิราทำด้วยตนเองจริงกิตติธรกับนพดลกเาวขึ้นรถไปก่อน ส่วนเขาแค่กำลังจะก้าวขาก็ถูกนิรากระชากให้หันไปเต็มแรง เขาถอนหายใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าพี่ทำกับนิแบบนี้ นิจะฟ้องหย่าพี่ พี่มีนังนิลินเป็นชู้ ยังไงนิก็ชนะ แล้วสุดท้ายของทั้งหมดที่เป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งครึ่ง""ถ้าเธอฟ้อง ฉันก็จะฟ้องว่าเธอมีคนอื่น แถมยังมีลูกกับมันอีก อ่อ แล้วก็ก่อนจะฟ้องคิดให้ดีก่อนนะ เธอกำลังจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาฟ้องฉัน" เขายื่นเอกสารอีกฉบับให้นิราดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืม และมีหลักฐานเป็นใบสลีปที่กิตติธรโอนเงินเข้าบัญชี"นี่พี่.... พี่คิดแผนมานานแล้วใช่ไหม!!""ความจริงฉันก็ไม่ได้จะเล่นแรงขนาดนี้หรอก แต่เพราะเธอยังคอยทำร้ายนิลิินอยู่เรื่อย ฉันก็เลยแค่อยากจะทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรมาแตะคนของฉัน" เขาสะบัดนิราเต็มแรงจนนิราล้มลงที่พื้น แล้วก้าวขึ้นรถไป เขตถ
เขตถกรเดินออกมาที่หน้ากระจกแล้วดูความเรียบร้อยของตัวเอง สูทตัวหรูถูกเขากระชับเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองดูคนตัวเล็กที่ผลอยหลับอยู่บนเตียง เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นว่าเธอนอนคุดคู้อย่างน่ารัก คนตัวสูงเดินลงไปนั่งที่เตียงแผ่วเบาอย่างระวังไม่ให้รบกวนการนอนของเธอเขากระชับผ้าห่มให้คลุมกายเธออย่างมิดชิด กดปรับอุณหภูมิของเคริ่องปรับอากาศให้เป็นไปแบบที่เธอชอบ เขาลูบแก้มเนียนแล้วไม่ลืมที่จะก้มลงไปหอมเธอฟอดใหญ่ ขยับไล้ปลายจมูกมาหอมลงที่หน้าผากมลอยู่ครู่หนึ่ง“พักผ่อนนะ อีกแค่นิดเดียว ทุกอย่างก็จะจบแล้ว” เขาก้าวเดินออกไปหน้าประตูแล้วกดปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสลัวหัวเตียงเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปจากตระกูลพิพัตรตราสักพักใหญ่ ความเงียบก็ถูกปกคลุมรอบบริเวณ นิลินลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอก้าวเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านอย่างระวัง แม่กับพี่สาวของเขาบินไปที่มาเก๊าตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่เธอกับคนของเขาเท่านั้นคนตัวเล็กค่อยๆ เดินหลบไปทางหลังบ้าน โชคดีที่ในบ้านเหลือคนไม่มากนัก เพราะเขาต้องพาคนไปจัดการเรื่องใหญ่ที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคในคืนนี้ ขาเรียวก
กระเป๋าเงินถูกวางลงก่อนกิตติธรและนพดลจะเปิดให้สองพ่อลูกตระกูลภัครวัตรได้ดู แววตาเป็นประกายยามมองเห็นเงินนั้นทำให้เขตถกรแค่นยิ้มเหยียดหยามแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเขตถกรยื่นเอกสารสองฉบับให้กับสองพ่อลูกแล้วรอดูปฏิกิริยา ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอ่านรายละเอียดของเอกสารอย่างรอบคอบเกินไปเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณกับเพื่อนทันที กิตติธรดึงเอกสารสองฉบับคืนมาแล้วนั่งไขว้ห่างก่อนจะตีหน้าเรียบเฉย“อ่านนานขนาดนี้ ไม่ไว้ใจพวกผมหรอครับ?”“เอ่อ…ไม่ใช่นะคะพี่กิต พอดีนิกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านให้แน่ใจ”“พวกพี่ชวนคนร่วมทุนมาก็เยอะนะครับน้องนิริน ไม่เคยมีใครอ่านเอกสารนานเหมือนกับไม่ไว้ใจกันขนาดนี้มาก่อนเลย” นพดลพูดเสริมเข้าไปอีกจนนภัทรกับนิราแทบหน้าเสีย เขตถกรมองดูทั้งสองคนอย่างพิจารณาความคิด ก่อนจะทำทีจับไปที่ไหล่ของนพดลแล้วตบแผ่วเบา“พวกมึงก็ใจเย็นดิว่ะ เมียกูกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านเอกสารนิดหน่อย กูก็ลืมบอกไปว่ามึงไม่ชอบให้ใครทำเหมือนไม่ไว้ใจแบบนี้” นิรากับนภัทรรีบพยักหน้าตามที่เขตถกรพูดราวกับว่าเขาแก้ต่างได้อย่างถูกต้อง กิตติธรหยิบเอาเงินปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า“
ไออุ่นจากแสงดาดสาดกระทบผิวกายเร้าให้เขตถกรลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เขาหรี่ตาปรับการมองเห็นก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดทั้งร่างกายเปลือยเปล่า ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนหลับไหลอย่างรักใคร่ มือหนาลูบแก้มนิ่มแล้วขยับไปใกล้หูจนลมหายใจรกรินทำให้เธอเริ่มขยับตัว“ตื่นได้แล้วคนดี สายแล้วนะ ไปทานมื้อเช้ากันเถอะ”“อื้อ คุณเขต….หนูขอนอนอีกหน่อยนะคะ” เธอขยับมานอนทาบทับตรงอกเขา ใบหน้าหวานถูไปมาราวกับออดอ้อนของเวลานอนต่อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนเขตถกรอดไม่ได้ที่จะยิ้มเอ็นดู“อ้อนแบบนี้ก็แย่สิ”“วันนี้ต้องไปหาพี่นิราอีกแล้วหรอคะ?”“ใช่ แต่ไปไม่นาน…แล้วจะรีบกลับมา เธอไม่ต้องกังวลนะ วันนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” เขาย้ำคำแล้วหอมลงบนผมนุ่ม กลิ่นแชมพูกลิ่นโปรดของเขาที่ติดอยู่ที่ผมเธอมันทำให้เขาสูดดมความหอมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนในอ้อมกอดเงยขึ้นมามองเขาก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งทั้งกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมร่างกายเอาไว้ เขตถกรยังคงไล้มือไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า มองดูใบหน้าง้ำงอนั้นด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มอก“งอแงอะไร หืม?”“หนูรู้ค่ะว่าคุณคงไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพี่นิรา แต่พอได้ยินคุณพูดหวานๆ แบ







