LOGIN"ควงเก่งจริงไอสัส ไม่กลัวเป็นข่าวหรือไง?" กิตติธรถามเพื่อนอย่างหัวเสีย ช่วงเดือนมานี้เขตถกรควงลินินไปไหนมาไหนแทบจะทุกวันอย่างไม่สนอะไร กิตติธรกับนพดลนัดเจอกี่ครั้งก็ไม่ว่างมาเจอ มัวแต่อยู่กับเด็กทั้งวันทั้งคืน
"กูก็อยากจะรู้ว่าใครจะกล้าเขียนข่าวของเขตถกร พิพัฒตรามั่วๆ"
"ก็จริงของมัน" นพดลพูดอย่างเห็นด้วย ถ้าใครกล้าทำให้เขตถกรเสียหายก็ไม่ต่างอะไรจากการรนหาที่ตายเลยสักนิด
"ไม่พามาเจอเพื่อนมั่ง"
"มึงน่าไว้ใจมากมั้ง" กิตติธรถึงกลับอ้าปากค้างในคำที่เพื่อนสวนมา ปกติเขตถกรไม่ได้เป็นอย่างนี้แม้สักนิด หรือคนนี้จะจริงจัง แต่ว่ามันดันเสือกมาจริงจังกับน้องเมียในอนาคตเนี่ยนะ
"มันเป็นหวงเลยดิ หลงเด็กหรอว่ะ" เขตถกรคิดตามที่นพดลพูด เขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง ไม่รู้ว่าอย่างนี้เรียกว่าหลงไหม ก็แค่ชอบที่มีนิลินอยู่ข้างกาย กลิ่นหอมจากตัวเธอทำให้เขาผ่อนคลายมาก หรือไม่บางทีมันอาจเรียกว่าเขาติดกลิ่นเธอมากกว่า
"กูเปล่าหลง"
"เอ่อ มองจากดาวอังควรยังรู้เลยว่ามึงหลงเด็กมัน ใช่ไหมว่ะไอดล"
"เออ" ยิ่งเพื่อนสองคนพากันเห็นด้วย เขาก็ยิ่งรู้สึกตั้งคำถามกับตัวเอง แต่ว่าช่างเถอะ...จะหลงหรือไม่หลงก็ไม่เห็นจะสำคัญเลย มันสำคัญแค่ว่าจะทำยังไงให้นิลินอยู่กับเขาต่อไปแม้ว่าเขาจะแต่งงานกับพี่สาวเธอก็ตาม
โรงพยาบาล
เด็กสาวง่วนอยู่กับการล้างและปลอกผลไม้ใส่กล่องไว้ให้แม่เธอทานยามที่เธอไม่มีเวลาอยู่ดูแล ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างจนไม่รู้ตัวเลยว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาที่นี่ กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงแม่ร้องโวยวาย
นิลินก้าวออกไปก็เห็นว่าคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สาวต่างแม่กำลังบีบข้อมือแม่ของเธออยู่ ไวกว่าความคิดเด็กสาวพุ่งตรงเข้าไปผลักนิราล้มลงด้วยความโกรธ เธอกำลังจะเดินเข้าหาอีกครั้งเพื่อเอาคืนแต่ลูกน้องของพ่อก็จับเธอเอาไว้ซะก่อน
“ปล่อยนะ!! ฉันก็เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกันนะ!!”
“อยากจะขำให้ตาย พวกมันรู้กันทุกคนว่าพ่อไม่สนใจแกเลยสักนิด แล้วคิดว่ามันจะฟังคำสั่งแกหรอ” นิลินกัดฟันกอดเมื่อรู้ว่าไม่สามารถใช้วิธีนี้เอาตัวรอด คนตรงหน้าเดินเข้มาแล้วบีบที่แก้มของเธอเต็มแรง
“คุณพ่อให้เงินไปไม่กี่แสน แกเอาเงินที่ไหนย้ายแม่แกมาอยู่ที่นี่”
“มันก็ไม่ใช่เรื่องของพี่!” เพี๊ยะ!! ทันทีที่เด็กสาวแข็งข้อก็โดนตบเข้าที่หน้าเต็มแรง เสียงแม่ร้องขอความช่วยเหลือก่อนจะถูกพวกมันจับปิดปากไว้ แผลที่หน้าหรือมุมปากนี้ยังไม่เจ็บเท่าภาพที่เห็นแม่กำลังทรมาน
“มันจะไม่ใช่เรื่องของฉันได้ยังไง! ในเมื่อเงินที่แกใช้มันคือเงินของผัวฉัน!!” นิลินเบิกตากว้าง เธอไม่เคยกลัวเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพียงแค่อยากรู้ว่าอีกคนจะรู้เรื่องการใช้เงินของเขตถกรได้ยังไง…ถ้าเขาไม่ได้บอก ที่แท้แล้วเขาก็อาจจะเต็มใจแต่งงานกับนิราอย่างไม่มีข้อแม้อะไรเลย
“แต่มันก็ไม่ใช่เงินพี่สักหน่อย” เพี๊ยะ!!! เด็กสาวใบหน้าหันไปตามแรงตบอีกครั้งแต่เธอยังคงหันไปจ้องหน้าคนที่ทำร้ายเธอแล้วยิ้มมุมปากได้ ในชีวิตนี้ของนิลินไม่รู้จักคำว่าเจ็บปวดมานานแล้ว คนที่เกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่งจะไปกลัวอะไรกับการถูกทำร้ายร่างกายอีก
“ฉันเห็นแก่ว่าคุณพ่อขอไว้ว่าไม่ให้ฆ่าแก วันนี้ฉันจะปล่อยแกไปก่อน แต่ถ้าฉันรู้ว่าแกยุ่งกับผัวฉันอีกเมื่อไหร่ละก็ ฉันเอาแกตายแน่”
“แน่ใจหรอว่าเขาเป็นผัวพี่?” นิลินยังคงกัดฟันกรอดแล้วพูดขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ แม้ว่าในหัวใจเธอจะไม่มั่นคงนัก ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาเขตถกรจะดูแลเธออย่างดี ในแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน แต่นั่นก็ไม่ด้ารันตีว่าเขาจะปฏิบัติอย่างนี้ต่อเธอตลอดไป
“ถ้าแกยังไม่หยุดปากดี….” เด็กสาวมองกระบอกปืนที่คนตรงหน้าดึงออกมาขู่เธอด้วยการจ่อไปที่แม่ ลินินดิ้นเร่าด้วยความร้อนใจก่อนจะโดนกระบอกปืนตบที่หน้าของเธออีกครั้ง
“จำใส่กระโหลกของแกเอาไว้ด้วยว่าอย่ามาเก่งกับฉัน!!” นิราพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะเดินออกไป นิ้วเรียวเช็ดเลือดที่เปรอะมุมปากด้วยตัวเองก่อนจะลุกขึ้นไปหาแม่ที่เอาแต่เรียกหาเธอไม่หยุด
"นิลิน ลูกแม่ ฮึก เจ็บไหมลูก?”
“แม่ หนูไม่เป็นอะไร…แม่อย่าร้องนะ” คนตัวเล็กกอดแม่แน่นแล้วเอ่ยปลอบประโลมแม่อย่างเข้มแข็ง คนอย่างลินินไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว สิ่งเดียวในชีวิตนี้ที่เธฮไม่อาจสูญเสียได้คือแม่เท่านั้น
กว่าจะปลอบประโลมแม่ให้พักผ่อนได้สำเร็จก็ใช้เวลาอยู่นาน ดูนาฬิกาก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปทำงาน แต่พอมาถึงเธอก็ได้แต่หัวเสียแล้วนั่งหงุดหงิดอยู่ที่ร้านอาหาร เพราะแผลที่ใบหน้าทำให้ลูกค้าที่จ้างกินข้าวในวันนี้ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“เพราะนิราแท้ๆ ฉันถึงได้เสียเงินไป แล้วยังต้องมาเสียเงินจ่างค่าอาหารนี่อีก” เธอวางเงินลงจ่ายค่าอาหารแล้วลุกออกไปอย่างหัวเสีย ระหว่างที่กำลังเดินอย่างใช้ความคิดก็เจอเข้ากับเขตถกรและนพดลที่เดินมาด้วยกัน
เขตถกรเผยรอยยิ้มขึ้นมายามเห็นคนที่เขาพยายามโทรหามาหลายชั่วโมง แต่กลับรู้สึกได้ถึงรังสีความไม่พอใจแผ่ออกมา เพราะทันทีที่เจอเขาเด็กสาวก็หมุนตัวเตรียมเดินหนี เขตถกรไม่ปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้น เขารีบวิ่งไปดักหน้าอีกคนไว้
“จะเดินหนีไปไหน?”
“อย่ามายุ่งกับหนู” คิ้วหนายิ่งขมวดชนกันยามได้ยินประโยคนั้น ปกติไม่มีเลยสักครั้งที่นิลินจะพูดกับเขาอย่างนี้
“เป็นอะไร?” เอ่ยถามคำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องถามใครมาก่อน เพราะปกติเขตถกรไม่สนใจทั้งนั้นว่าใครจะเป็นอย่างไร ต่อให้ถูกใจแค่ไหน ถ้างี่เง่ากับเขา…เขาก็แค่ตัดทิ้ง
เขตถกรจับคางมลแล้วเชยขึ้นให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าเงยมามองกัน พอเห็นใบหน้าหวานที่เขาชอบในตอนนี้ก็ได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบใจ ลูบไปตามแก้มเนียนทั้งสองข้างที่มีทั้งรอยมือและรอยแผล ในจะมุมปากที่แตกนั่นอีก
“ไปโดนอะไรมา?”
“ก็เพราะคุณนั่นแหละ!!” เขตถกรมองคนที่เสียงดังใส่เขา ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงโกรธไปแล้ว แต่พอเป็นคนตรงหน้าเขากลับดึงมากอดเอาไว้แน่น แม้แต่นพดลเองก็ยังมองด้วยความแปลกใจ
เขามองเห็นความวูบไหวในดวงตาคู่นั้น แววตาวูบไหวที่ใครไม่เคยสังเกตเห็น มือหนาลูบหัวอีกคนแผ่วเบา แขนเรียวอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นกอดเขา ไม่เคยมีใครมอบสัมผัสแสนอบอุ่นนี้ให้เธอมาก่อน
“ไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่ามึง ไอกิตถึงร้านละ” นพดลเอ่ยบอกเพื่อนที่ยังกอดเด็กสาวอีกคนแน่น เขตถกรพยักหน้ารับแล้วจับมือของนิลินเดินนำหน้าไป นพดลได้แต่มองตามหลังอย่างครุ่นคิด ดูเหมือนเด็กสาวคนนี้จะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเพื่อนเขามากน่าดู ถ้าเป็นคนอื่นเสียงดังใส่ขนาดนั้น ไม่พ้นโดนมันตบไปสักทีแล้ว
“ฉันไม่ได้เป็นคนบอกนะ” กิตติธรแทบจะหลุดขำทันทีที่เห็นเพื่อนเอาแต่ยกมือแล้วเอ่ยปฏิเสธ อาการแบบนีถ้าแต่งงานมันเรียกว่าคนกลัวเมียหรือเปล่า เป็นบุญตาที่เห็นเขตถรในสถานการณ์อย่างนี้
“แต่ถ้าคุณไม่บอก พี่นิราจะรู้ได้ยังไง”
“น้องนิลินอย่าลืมนะครับ ว่านิราก็เป็นภัครวัตร เรื่องแค่นี้คงสืบไม่ยากหรอก”
“แล้วใครให้มึงเรียกนิลินว่าน้อง” เขตถกรพูดขัดขึ้นมาจนนพดลได้แต่กรอกตา มันใช่เวลามาหึงมาหวงเด็กไหม ไม่รู้ว่านิลินใส่ยาอะไรให้มันกินถึงหลงปานนี้
“แต่เรื่องของคุณเขตถกร พิพัตรตรา ก็ไม่น่าจะสืบง่ายขนาดนั้นไม่ใช่หรอคะ” ไม่รู้ทำไมเขตถกรถึงได้รู้สึกเสียวสันหลังในตอนที่ได้ยินอีกคนเรียกชื่อเขาซะเต็มยศ ดูเหมือนแฝงพลังงานอะไรสักอย่างในนั้นเลย
“จะให้ฉันพูดยังไงถึงจะเชื่อ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกนิราทำไม”
“หนูจะไปรู้ได้ยังไง คุณอาจจะรักพี่นิราจริงๆ แล้วอยากจะเขี่ยหนูทิ้งก็ได้”
“ฉันพึ่งโอนจ่ายค่าโรงพยาบาลแม่เธอเมื่อวาน ถ้าตั้งใจจะเขี่ยทิ้ง ฉันจะยอมเสียเงินทำไม” นพดลยกือเอ่ยปรามสองคนที่กำลังเถียงกันไปมา ภาพนี้ดูยังไงก็ดูเหมือนผัวเมียมากกว่าเขตถกรกับนิราที่กำลังจะแต่งงานกันอีก
เขตถกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่พูดออกไปแค่ไหนเด็กสาวข้างกายก็ดูเหมือนจะไม่เชื่อเขา พึ่งรู้ว่าตอนอีกคนงอแงก็เอาใจยากขนาดนี้เลย เขตถกรรั้งแขนเด็กสาวที่กำลังจะลุกหนีเขาแล้วดึงให้นั่งลงก่อนจะจับมือไว้ หยิบโทรศัพท์มากดโทรออกแล้วหลังจากนั้นไม่ถึงห้านาทีลูกน้องคนสนิทของเขาก็เข้ามาในร้าน
“ครับนาย”
“ไปเช็คดูว่าวันนี้เกิดอะไรที่โรงพยาบาล แล้วก็ตรวจสอบด้วยว่าใครเอาเรื่องของกูไปรายงานนิรา”
“ด่วนไหมครับ?”
“กูให้เวลามึงไม่เกินสองชั่วโมง” เก่งกาจพยักหน้ารับคำสั่งแล้ววิ่งออกไปทันที เรื่องแค่นี้เขตถกรรู้ดีว่าคนของเขาจะทำมันได้โดยใช้เวลาไม่ถึงสองชั่วโมงด้วยซ้ำ
“ยังเจ็บอยู่ไหม?”
“อย่ามายุ่งกับหนู” เขตถกรถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับเด็กดื้อในวันนี้ เขาไม่ใช่คนชอบพูดมาก ไวกว่าความคิดก็ลุกขึ้นยืนแล้วดึงอีกคนให้ลุกขึ้นด้วย ทั้งคนตัวเล็กทั้งเพื่อนพากันหน้าเหวอในตอนที่เขาแบกนิลินขึ้นบ่าออกไป
“ไอเขต! มึงจะไปไหน!” กิตติธรตะโกนถามแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา ก่อนจะหันไปมองนพดลที่ยังคงอึ้งไม่ต่างกัน
“ปล่อยหนูนะ! อย่ามายุ่งกับหนู!”
“ถ้าพูดแบบนั้นอีกแค่ครั้งเดียว ฉันจะยิงทิ้งให้ดู”
เขตถกรเดินเข้ามาในห้องนอนพร้อมกับถาดอาหารมื้อกลางวัน เขาได้ยินเสียงถอนหายใจของนิลินที่มองดูไอแพดก็พอจะรู้ว่าเธอถอนหายใจเรื่องอะไร เมื่อช่วงเช้าพึ่งมีข่าวใหญ่เกิดขึ้นที่ภัครวัตร นิราหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ด้วยคืนนั้นก็ถึงกลับฆ่าดนัยทิ้ง สุดท้ายแล้วก็ถูกตามตัวเจอและจะต้องติดคุกเขาดึงไอแพดในมือเธอออกมาเพราะไม่อยากให้เธออ่านข่าวมากนัก แผลของนิลินยังไม่หายสนิทและต้องการเวลาในการพักฟื้น เขตถกรวางถาดอาหารมื้อเที่ยงสำหรับสองคนลงบนเตียง เมนูส่วนใหญ่เป็นเมนูที่แม่เขาตั้งใจทำเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายของเธอ“ทานมื้อเที่ยงกันนะ”“คุณเขตก็ทานด้วยกันนะคะ”“แน่นอน ฉันเตรียมมานี่ไงมาทานพร้อมเธอ แต่เดี๋ยวจะป้อนเธอก่อนนะ” เขาตักอาหารขึ้นมาแล้วเป่าแผ่วเบาให้คลายความร้อนลงมือหนาประคองใต้ช้อนเพื่อกันอาหารหกเลอะเทอะแล้วป้อนเธอ เขาเห็นว่าเธอยิ้มรับกับรสชาติก็ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยเหมือนกัน“คุณเขตพอตะรู้ไหมคะว่าคุณพ่อหายไปไหน หนูเห็นในข่าวมีแต่เรื่องของพี่นิรา” เขตถกรวางมือที่ถือช้อนลงก่อนจะรอบถอนหายใจ เขาบอกกลับเธอถึงการหายไปของนภัทรอย่างตรงไปตรงมา เราะทันทีที่นิราเกิดเรื่องอื้อฉาว นภัทรก็ใช้เ
โกดังลับตระกูลพิพัตรตรา“ปล่อยกู!!!” เขตถกรแค่นยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของปราณตั้งแต่เขายังไม่เดินก้าวเข้าประตู เขาเดินไปนั่งลงด้วยใบหน้าเรียบแต่ดวงตากลับแฝงไปด้วยความแข็งกร้าว เขารับเอาขวดที่ให้คนหาไว้มาถือในมือแล้วแตะลงที่กรอบหน้าของปราณแทนการข่มขู่“มึงคิดจะทำอะไร!!?”“แล้วมึงทำอะไรไว้ละ!” เพล้ง!!! เขาไม่อธิบายอะไรเพียงแค่ฟาดขวดในมือลงบนหัวของคนตรงหน้าเต็มแรง เขตถกรไม่ได้สนใจมือที่มีรอยขีดข่วนจากการถูกบาดแม้สักนิด ก่อนเขาจะรับเอาขวดแก้วอีกใบจากกิตติธรมาแล้วตบลงกับมือตัวเองไม่แรงนักเพื่อเร้าให้คนตรงหน้ารู้สึกกลัวขึ้นมา“กูตีไปแค่ทีเดียวเองนะ” เพล้ง!!! เขาฟาดขวดในมือลงไปที่หัวของมันอีกครั้ง มือหนากระชากผมของคนตรงหน้าเต็มแรงจนปราณร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เขาไม่ได้สนใจเลือดที่ไหลนองเต็มกรอบหน้าของอีกคนแม้สักนิด“ไม่ว่ามึงจะทำไปเท่าไหร่ กูจะเอาคืนให้มากกว่านั้นอีก” น้ำเสียงเย็นยะเยือกของเขตถกรทำเอาปราณชาวาบไปทั้งตัว กิตติเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อจนคนที่นั่งอยู่ถูกลากไปกับพื้น เชือกสีดำในมือของกิตติธรมัดเป็นปากปราณเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้ส่งเสียง“หึ ตอนมึงทำนิลิน นิลินก็คงดิ้นขอร้องมึงแบบน
เขตถกรทิ้งให้สองพ่อลูกยืนโกรธตัวสั่นอยู่ในสถานที่จัดงาน เงินหลายล้านที่เขาลุงทุนไปไม่ได้ทำเสียเปล่า ครั้งก่อนนิราเคยทำลายชีวิตนิลินด้วยข่าวปลอมในโลกออนไลน์ ครั้งนี้เขาก็จะทำเหมือนก่อน แตกต่างกันตรงที่ทุกสิ่งที่เขาเปิดเผยเป็นสิ่งที่นิราทำด้วยตนเองจริงกิตติธรกับนพดลกเาวขึ้นรถไปก่อน ส่วนเขาแค่กำลังจะก้าวขาก็ถูกนิรากระชากให้หันไปเต็มแรง เขาถอนหายใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าพี่ทำกับนิแบบนี้ นิจะฟ้องหย่าพี่ พี่มีนังนิลินเป็นชู้ ยังไงนิก็ชนะ แล้วสุดท้ายของทั้งหมดที่เป็นสินสมรสก็ต้องแบ่งครึ่ง""ถ้าเธอฟ้อง ฉันก็จะฟ้องว่าเธอมีคนอื่น แถมยังมีลูกกับมันอีก อ่อ แล้วก็ก่อนจะฟ้องคิดให้ดีก่อนนะ เธอกำลังจะไม่เหลืออะไรอยู่แล้ว จะเอาเงินที่ไหนมาฟ้องฉัน" เขายื่นเอกสารอีกฉบับให้นิราดู มันเป็นเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืม และมีหลักฐานเป็นใบสลีปที่กิตติธรโอนเงินเข้าบัญชี"นี่พี่.... พี่คิดแผนมานานแล้วใช่ไหม!!""ความจริงฉันก็ไม่ได้จะเล่นแรงขนาดนี้หรอก แต่เพราะเธอยังคอยทำร้ายนิลิินอยู่เรื่อย ฉันก็เลยแค่อยากจะทำให้เธอรู้ว่าไม่ควรมาแตะคนของฉัน" เขาสะบัดนิราเต็มแรงจนนิราล้มลงที่พื้น แล้วก้าวขึ้นรถไป เขตถ
เขตถกรเดินออกมาที่หน้ากระจกแล้วดูความเรียบร้อยของตัวเอง สูทตัวหรูถูกเขากระชับเอาไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองดูคนตัวเล็กที่ผลอยหลับอยู่บนเตียง เขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยตอนเห็นว่าเธอนอนคุดคู้อย่างน่ารัก คนตัวสูงเดินลงไปนั่งที่เตียงแผ่วเบาอย่างระวังไม่ให้รบกวนการนอนของเธอเขากระชับผ้าห่มให้คลุมกายเธออย่างมิดชิด กดปรับอุณหภูมิของเคริ่องปรับอากาศให้เป็นไปแบบที่เธอชอบ เขาลูบแก้มเนียนแล้วไม่ลืมที่จะก้มลงไปหอมเธอฟอดใหญ่ ขยับไล้ปลายจมูกมาหอมลงที่หน้าผากมลอยู่ครู่หนึ่ง“พักผ่อนนะ อีกแค่นิดเดียว ทุกอย่างก็จะจบแล้ว” เขาก้าวเดินออกไปหน้าประตูแล้วกดปิดไฟให้เหลือเพียงแสงสลัวหัวเตียงเพื่อให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนทันทีที่ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกไปจากตระกูลพิพัตรตราสักพักใหญ่ ความเงียบก็ถูกปกคลุมรอบบริเวณ นิลินลืมตาตื่นขึ้นในทันที เธอก้าวเดินลงไปที่ชั้นล่างของตัวบ้านอย่างระวัง แม่กับพี่สาวของเขาบินไปที่มาเก๊าตั้งแต่เมื่อเช้า ตอนนี้ในบ้านมีเพียงแค่เธอกับคนของเขาเท่านั้นคนตัวเล็กค่อยๆ เดินหลบไปทางหลังบ้าน โชคดีที่ในบ้านเหลือคนไม่มากนัก เพราะเขาต้องพาคนไปจัดการเรื่องใหญ่ที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคในคืนนี้ ขาเรียวก
กระเป๋าเงินถูกวางลงก่อนกิตติธรและนพดลจะเปิดให้สองพ่อลูกตระกูลภัครวัตรได้ดู แววตาเป็นประกายยามมองเห็นเงินนั้นทำให้เขตถกรแค่นยิ้มเหยียดหยามแต่เพียงชั่วครู่เขาก็ทำสีหน้าเป็นปกติเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยเขตถกรยื่นเอกสารสองฉบับให้กับสองพ่อลูกแล้วรอดูปฏิกิริยา ทันทีที่เห็นว่าทั้งสองคนกำลังพยายามอ่านรายละเอียดของเอกสารอย่างรอบคอบเกินไปเขาก็พยักหน้าส่งสัญญาณกับเพื่อนทันที กิตติธรดึงเอกสารสองฉบับคืนมาแล้วนั่งไขว้ห่างก่อนจะตีหน้าเรียบเฉย“อ่านนานขนาดนี้ ไม่ไว้ใจพวกผมหรอครับ?”“เอ่อ…ไม่ใช่นะคะพี่กิต พอดีนิกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านให้แน่ใจ”“พวกพี่ชวนคนร่วมทุนมาก็เยอะนะครับน้องนิริน ไม่เคยมีใครอ่านเอกสารนานเหมือนกับไม่ไว้ใจกันขนาดนี้มาก่อนเลย” นพดลพูดเสริมเข้าไปอีกจนนภัทรกับนิราแทบหน้าเสีย เขตถกรมองดูทั้งสองคนอย่างพิจารณาความคิด ก่อนจะทำทีจับไปที่ไหล่ของนพดลแล้วตบแผ่วเบา“พวกมึงก็ใจเย็นดิว่ะ เมียกูกับคุณพ่อก็แค่อยากอ่านเอกสารนิดหน่อย กูก็ลืมบอกไปว่ามึงไม่ชอบให้ใครทำเหมือนไม่ไว้ใจแบบนี้” นิรากับนภัทรรีบพยักหน้าตามที่เขตถกรพูดราวกับว่าเขาแก้ต่างได้อย่างถูกต้อง กิตติธรหยิบเอาเงินปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้า“
ไออุ่นจากแสงดาดสาดกระทบผิวกายเร้าให้เขตถกรลืมตาตื่นขึ้นมาก่อน เขาหรี่ตาปรับการมองเห็นก่อนจะหันมองคนตัวเล็กที่นอนอยู่ในอ้อมกอดทั้งร่างกายเปลือยเปล่า ปลายจมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่มของคนหลับไหลอย่างรักใคร่ มือหนาลูบแก้มนิ่มแล้วขยับไปใกล้หูจนลมหายใจรกรินทำให้เธอเริ่มขยับตัว“ตื่นได้แล้วคนดี สายแล้วนะ ไปทานมื้อเช้ากันเถอะ”“อื้อ คุณเขต….หนูขอนอนอีกหน่อยนะคะ” เธอขยับมานอนทาบทับตรงอกเขา ใบหน้าหวานถูไปมาราวกับออดอ้อนของเวลานอนต่อเพิ่มขึ้นอีกหน่อย จนเขตถกรอดไม่ได้ที่จะยิ้มเอ็นดู“อ้อนแบบนี้ก็แย่สิ”“วันนี้ต้องไปหาพี่นิราอีกแล้วหรอคะ?”“ใช่ แต่ไปไม่นาน…แล้วจะรีบกลับมา เธอไม่ต้องกังวลนะ วันนั้นก็บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ” เขาย้ำคำแล้วหอมลงบนผมนุ่ม กลิ่นแชมพูกลิ่นโปรดของเขาที่ติดอยู่ที่ผมเธอมันทำให้เขาสูดดมความหอมนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าคนในอ้อมกอดเงยขึ้นมามองเขาก่อนจะขยับลุกขึ้นนั่งทั้งกระชับผ้าห่มให้ปกคลุมร่างกายเอาไว้ เขตถกรยังคงไล้มือไปตามแผ่นหลังเปลือยเปล่า มองดูใบหน้าง้ำงอนั้นด้วยความเอ็นดูที่มีเต็มอก“งอแงอะไร หืม?”“หนูรู้ค่ะว่าคุณคงไม่ทำอะไรแบบนั้นกับพี่นิรา แต่พอได้ยินคุณพูดหวานๆ แบ







