تسجيل الدخول
ไคเซอร์ อายุ28ปี สูง186cm
นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของอาณาจักร Kaiser Syndicate Group เย็นชาและเด็ดขาด มองทุกอย่างเป็นผลประโยชน์และการลงทุน ไม่เว้นแม้แต่ความสัมพันธ์ บ้าอำนาจและชอบควบคุม ใบเตย อายุ23ปี สูง162cm เป็นคนมองโลกในแง่ดีและรักครอบครัวมาก ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อปกป้องพ่อแม่ . . . . ตัวอย่าง “ใบเตยกำลังท้องค่ะ และเด็กคนนี้กำลังจะต้องเกิดมาในวันที่แม่ของเขาเจ็บปวดที่สุดเพราะพ่อของเขา!” คำว่า ‘ท้อง’ เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางห้องอาหาร ไคเซอร์ยืนนิ่งค้างไปราวกับถูกสาป “ลูก...เรากำลังจะมีลูก...” เสียงของเขาขาดห้วง เขาพยายามจะโน้มตัวลงกอดร่างบางไว้แนบอก ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะโอบกอดเธอ ใบเตยกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด “อย่าค่ะ อย่าเพิ่งแสดงความดีใจในตอนนี้เลยค่ะ เพราะลำพังตัวใบเตยเอง ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” ไคเซอร์ชะงักค้าง มือที่คว้าได้เพียงอากาศสั่นระริกอยู่ข้างกาย “ฉันมันเลว...ฉันทำให้เธอต้องเครียด ฉันทำให้ลูก...” “ฉันไม่รู้จริงๆ…ถ้าฉันรู้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นเด็ดขาด” . . . . . . . . . . . . . . . . . . . ห้องทำงานส่วนตัวของทนายความ ไคเซอร์ในวัย 28 ปี นั่งอยู่ในชุดสูทสีเข้ม ความสูงโปร่งและผิวขาวจัดของเขาทำให้ดูโดดเด่นและมีเสน่ห์ แต่ในเวลานี้คิ้วเข้มของเขากลับขมวดมุ่น ดวงตาคมกริบจ้องมองเอกสารตรงหน้า ไคเซอร์ทอดสายตามองแผ่นกระดาษในมือด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ความทรงจำเมื่อสามเดือนก่อนหวนกลับมา วันที่ทนายความประจำตระกูลอ่านพินัยกรรมของพ่อเขาต่อหน้าบอร์ดบริหารและคนในตระกูลที่รอจะจ้องเล่นงานเขาอยู่ ในพินัยกรรม พ่อของไคเซอร์ระบุเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่า ‘ไคเซอร์จะได้รับสิทธิ์ในการบริหารจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูล และการถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท ก็ต่อเมื่อเขาได้แต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับ ‘ใบเตย’ บุตรสาวเพียงคนเดียวของเพื่อนรัก โดยที่ทั้งสองต้องครองคู่กันอย่างสมบูรณ์แบบเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า3ปี หากมีการหย่าร้างหรือใบเตยได้รับอันตรายจากการกระทำของไคเซอร์ มรดกทั้งหมดจะถูกโอนย้ายไปยังองค์กรการกุศลและไคเซอร์จะถูกตัดออกจากกองมรดกทันที’ เสียงทนายความในวันนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวราวกับคำสาปแช่งที่ล่ามโซ่เขาเอาไว้ ไคเซอร์ไม่ได้รักบริษัทนี้เพียงเพราะมันเป็นมรดก แต่มันคือเลือดเนื้อและสิ่งที่เขาทุ่มเทสร้างมากับมือเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้พ่อเห็นมาตลอด แต่พ่อกลับตอบแทนเขาด้วยเงื่อนไขที่โหดร้ายที่สุดคือการเอาชีวิตที่เขาสร้างมาไปผูกติดไว้กับผู้หญิงที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างใบเตย เขามองใบเตยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ดูเหมือนผู้หญิงที่จะมาแย่งชิงสมบัติ แต่เธอดูเหมือนภาระที่พ่อหยิบยื่นมาให้เขาเพื่อเป็นบททดสอบสุดท้าย “เซ็นสิ ฉันไม่มีเวลาทั้งวันหรอกนะ” เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ความโกรธที่อัดอั้นเริ่มปะทุขึ้นในอก ใบเตยเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาเพียงเสี้ยววินาที แววตาของเธอสงบจนน่าประหลาดใจราวกับว่าเธอเองก็ถูกบีบให้ต้องยอมรับชะตากรรมนี้ไม่ต่างกัน เธอหยิบปากกาขึ้นมาด้วยมือที่มั่นคง เมื่อชื่อของเธอถูกเขียนลงไปข้างๆชื่อของเขา ไคเซอร์ก็รู้ทันทีว่าจากนี้ไป ชีวิตของเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก เขาไม่ได้แต่งงานเพราะความรัก เขาแต่งงานเพราะบริษัท และนั่นคือเหตุผลที่เขาสาบานกับตัวเองว่าแม้ทะเบียนสมรสจะผูกมัดเขาไว้ แต่เขาจะไม่มีวันมอบหัวใจให้ผู้หญิงที่เข้ามาทำลายอิสระของเขาเด็ดขาด ไคเซอร์หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมา เก็บทะเบียนสมรสใบนั้นลงไปอย่างไม่ไยดี ท่วงท่าของเขาดูรีบร้อนเหมือนต้องการจะสลัดสิ่งที่เพิ่งเซ็นลงไปให้หลุดพ้นไปจากสายตา “ฉันมีธุระต้องไปต่อ คนขับรถของฉันรออยู่ที่ชั้นล่าง เขาจะไปส่งเธอที่บ้านหรือที่ไหนก็ได้ที่เธออยากไป” ไคเซอร์เอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะมองหน้าภรรยาในนามที่เพิ่งเซ็นชื่อเคียงข้างเขาเมื่อครู่ ใบเตยขยับตัวลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉย แต่ในใจกลับเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก “ขอบคุณค่ะ แต่ใบเตยสามารถกลับเองได้ ไม่ต้องรบกวนคนขับรถของคุณหรอกค่ะ” ไคเซอร์ชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินออกจากห้อง เขาหันกลับมามองใบเตยด้วยสายตาที่เย็นเยียบเหมือนมองคนแปลกหน้า “อย่าทำตัวเป็นนางเอกผู้เสียสละให้มากนัก คนอย่างฉันไม่ชอบติดค้างใคร และการที่เธอต้องมาแต่งงานกับฉัน มันก็ถือว่าเธอเสียสละมากพอแล้วสำหรับครอบครัวเธอ การนั่งรถของฉันไป มันก็เป็นแค่สิทธิขั้นพื้นฐานที่เธอพึงได้รับ” คำพูดที่ดูเหมือนจะหวังดีแต่กลับเต็มไปด้วยการถากถางทำให้ใบเตยชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด แต่เธอก็เลือกที่จะพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี “ถ้าอย่างนั้น...ขอบคุณค่ะ” ไคเซอร์ไม่ตอบรับ เขาเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ใบเตยยืนอยู่กลางห้องที่เงียบเชียบเพียงลำพัง ในวินาทีนั้นเองที่หยดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้แทบตายเริ่มเอ่อล้นคลอหน่วยตา เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความรัก แต่เธอร้องไห้เพราะ ‘ความไร้ทางเลือก’ ของชีวิต เธอไม่ได้ต้องการเงินทองหรือคฤหาสน์หรูหรา เธอแค่ต้องการให้พ่อแม่ปลอดภัย และถ้าการต้องแต่งงานกับผู้ชายที่เกลียดชังเธอคือราคาที่ต้องจ่าย เธอก็พร้อมจะยอมรับมัน ใบเตยสูดหายใจลึก ปาดน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างรวดเร็ว เธอหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาก่อนจะเดินออกจากสำนักงานทนายความไป ด้านล่างตึก รถยนต์คันหรูของไคเซอร์จอดรออยู่ คนขับรถก้มหัวให้เธออย่างนอบน้อมตามคำสั่งของเจ้านาย ใบเตยเดินไปขึ้นรถด้วยท่าทางที่เจียมตัวที่สุด เธอมองออกไปนอกหน้าต่างรถในขณะที่ความคิดของเธอวนเวียนอยู่เพียงเรื่องเดียว ชีวิตหลังจากนี้ เธอควรจะทำตัวอย่างไรให้ไคเซอร์รู้สึกอึดอัดน้อยที่สุด คฤหาสน์ รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดลายวิจิตรเข้าสู่คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ ใบเตยที่นั่งเกร็งมาตลอดทางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก เมื่อรถจอดสนิท พ่อบ้านสูงวัยเดินมาเปิดประตูให้ ใบเตยลงจากรถพร้อมกับกระเป๋าเดินทางเพียงใบเดียว ในขณะที่ไคเซอร์ซึ่งมาถึงก่อนนานแล้วยืนกอดอกรออยู่หน้าทางเข้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย “นั่นคือทั้งหมดที่เธอมีเหรอ?” ไคเซอร์ถามพลางมองกระเป๋าเดินทางของเธอ สายตาของเขาไม่ได้มีความสงสัย มีเพียงความเฉยชาที่ส่งผ่านมาให้ราวกับว่าการมีตัวตนของเธอไม่ได้มีความหมายอะไรต่อชีวิตของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว “ค่ะ ใบเตยไม่ได้มีอะไรติดตัวมามากนัก” ใบเตยตอบเสียงแผ่ว พยายามก้มหน้าไม่ให้เขาเห็นความประหม่า “งั้นก็รีบๆเก็บของให้เรียบร้อย อย่ามาเพ่นพ่านให้รกหูรกตาฉันก็พอ” เขาพูดแล้วหันหลังเดินนำเข้าบ้าน “แม่บ้านจะพาเธอไปที่ห้อง อย่าคิดว่าการเข้ามาอยู่ที่นี่จะทำให้เธอได้สิทธิพิเศษอะไร ห้องของเธออยู่ปีกซ้ายของบ้าน ห่างจากห้องนอนของฉันมากพอที่ฉันจะไม่ต้องได้ยินเสียงเธอตอนกลางคืน” ใบเตยเดินตามแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าไปข้างใน ความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์นำเข้าและพื้นหินอ่อนที่เย็นเฉียบทำให้เธอรู้สึกถึงระยะห่างระหว่างเขากับเธอได้ชัดเจนขึ้นทุกก้าวที่เดิน “ถ้ามีแขกหรือมีงานสังคม...” ไคเซอร์หยุดกะทันหันแล้วหันกลับมามองเธอจนใบเตยเกือบเดินชน “ฉันจะบอกเธอเองว่าต้องทำตัวยังไง แต่ปกติก็แค่…ทำตัวให้เหมือนอากาศธาตุก็พอ” “ค่ะ ใบเตยเข้าใจ” ไคเซอร์จ้องมองใบหน้าที่ก้มต่ำนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก เขาเกลียดความนิ่งของเธอ เกลียดที่เธอไม่ยอมปริปากบ่นหรือแม้แต่จะโต้ตอบคำพูดร้ายๆของเขา “ตามแม่บ้านไปสิ” เขาสั่งแล้วเดินแยกไปทางห้องทำงานของเขา ทิ้งให้ใบเตยยืนเคว้งอยู่กลางห้องโถงกว้างใหญ่ แม่บ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาหาใบเตยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและดูแคลน แม่บ้านคงได้รับรู้เรื่องหนี้สินและการแต่งงานแลกเงินนี้มาบ้างแล้ว ใบเตยได้แต่สูดลมหายใจเข้าลึกๆและก้าวเดินตามแม่บ้านขึ้นไปยังห้องที่ไคเซอร์จัดเตรียมไว้ให้ ห้องนอน ใบเตยวางกระเป๋าลงบนพื้น เธอเดินไปที่หน้าต่างมองเห็นวิวสวนที่กว้างขวาง เธอไม่ได้ต้องการความหรูหราพวกนี้เลย สิ่งที่เธอต้องการมีเพียงแค่ความเงียบสงบและความมั่นใจว่าพ่อแม่ของเธอจะปลอดภัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กๆนั่น ใบเตยหยิบทะเบียนสมรสขึ้นมามองดู มันไม่ใช่แค่กระดาษ แต่เป็นหลักประกันว่าบ้านหลังเล็กๆที่พ่อกับแม่รักนักรักหนาจะไม่ถูกยึด เธอจึงต้องกลายเป็นเครื่องมือที่ใช้แลกอิสรภาพของครอบครัวคืนมาเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพัก ไคเซอร์ก็เริ่มปฏิบัติการทันที เขาดูเหมือนคนที่มีพลังงานล้นเหลือเกินความจำเป็นไปมากจนใบเตยต้องคอยกลั้นขำ “พี่ไคเซอร์คะ เสื้อผ้าส่วนนี้พับใส่กระเป๋าใบเล็กก็พอค่ะ ไม่ต้องใช้กล่องใบใหญ่ขนาดนั้น” ใบเตยเอ่ยเตือนขณะเห็นเขากำลังพยายามยัดเดรสตัวโปรดของเธอลงไปในกล่องกระดาษแข็งใบยักษ์ “อ้าวเหรอ? พี่นึกว่าต้องแยกประเภทแบบนี้เสียอีก” ไคเซอร์หยุดชะงักด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก มือข้างหนึ่งถือไม้แขวนเสื้อค้างไว้ ส่วนอีกข้างพยายามดึงเทปกาวให้แน่นจนมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด ใบเตยเดินเข้าไปใกล้แล้วช่วยแก้ปมเทปกาวให้พลางส่ายหัวเบาๆด้วยความเอ็นดู ความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตลอดเวลา ไคเซอร์พยายามจะยกกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งด้วยมือข้างเดียวเพื่อโชว์ความแข็งแรง แต่กลับเกือบทำของข้างในหกกระจายจนต้องรีบคว้าไว้แทบไม่ทัน แถมยังหยิบของใช้จุกจิกของใบเตยมาจัดเรียงผิดที่ผิดทางจนเธอต้องคอยเดินตามจัดระเบียบใหม่ “พี่ขอโทษ พี่แค่อยากทำให้เสร็จเร็วๆ” เขาหันมายิ้มแห้งๆให้เธอ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมเล็กน้อยเพราะความเร่งรีบและความตื่นเต้นที่ยังไม่จางหาย ใบเตยหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เธอเอื้อมมือไปซั
ใบเตยเดินเข้าห้องพักมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยของตัวเองอย่างเผลอไผล ความเงียบภายในห้องอพาร์ทเม้นท์ที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เธอรักกลับทำให้ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเด่นชัดขึ้นมาอย่างประหลาดในวันนี้ ใบเตยถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะทบทวนความรู้สึกของตัวเองตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่ไคเซอร์ทำหน้าที่ผู้ดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาไม่เคยแสดงท่าทีรำคาญ ไม่เคยบ่นเหนื่อย และทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยที่เธอหาไม่ได้จากการอยู่ลำพัง เขาเป็นดั่งที่พึ่งพิงที่อบอุ่นและมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจของเธออ่อนไหวแบบนี้ ใบเตยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จริงอย่างที่เขาว่า การอยู่คนเดียวมีความเสี่ยงมากมายโดยเฉพาะในยามที่เธอต้องดูแลอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโต แต่ลึกๆในใจเธอยังมีความกังวลบางอย่างที่ฝังใจอยู่ ภาพคืนนั้นที่แพรวาเข้าไปหอมแก้มเขา เธอหลับตาลงแล้วครุ่นคิดอย่างใจเย็น พยายามแยกแยะเหตุการณ์ในวันนั้นออกจากการกระทำของเขาในปัจจุบัน ความทรงจำเกี่ยวกับสายตาที่เขาใช้มองแพรวาในตอนนั้นมันไม่ได้มีความรู้สึกพึงพอใ
วันต่อมา Rrrr! เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นปลุกให้หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อ ‘ไคเซอร์’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็รีบกดรับทันที “อรุณสวัสดิ์ครับใบเตย” เสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความสดใสของไคเซอร์ดังลอดออกมาจากสาย “พี่มาถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ของใบเตยแล้ว ลงมารับของกินมื้อเช้าหน่อยไหม” ใบเตยขยี้ตาพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง (เช้าขนาดนี้เลยเหรอคะ) “ก็กลัวว่าใบเตยจะไม่ได้ทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์น่ะ” ไคเซอร์ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ลงมาเถอะ ของโปรดใบเตยทั้งนั้น” ไม่กี่นาทีต่อมา ใบเตยในชุดลำลองสวมเสื้อยืดตัวหลวมเดินลงมาที่โถงหน้าอพาร์ทเม้นท์ เธอเห็นไคเซอร์ยืนรออยู่ข้างรถคันหรูในชุดลำลองที่ดูสบายตากว่าปกติ ในมือของเขาถือถุงกระดาษเก็บอุณหภูมิใบใหญ่และแก้วโกโก้กลิ่นหอมกรุ่น เมื่อเห็นใบเตยเดินเข้ามา ไคเซอร์ก็คลี่ยิ้มกว้างก่อนจะส่งแก้วโกโก้แบบหวานน้อยและถุงอาหารเช้าให้ “มื้อนี้เน้นสารอาหารครบถ้วนครับ” ไคเซอร์เริ่มอธิบายขณะที่ใบเตยเปิดดูในถุง พบทั้งแซนวิชโฮลวีท หน้าอกไก่สลัดผักกรอบๆ ผลไม้สดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีค
ไคเซอร์ค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่มุมม้านั่งตัวเดิมที่ใบเตยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เขานั่งเว้นระยะห่างไว้พอสมควร ไม่กล้าขยับตัวเข้าใกล้จนเกินไปเพื่อไม่ให้เธออึดอัด ใบเตยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆนั่งลงตามด้วยท่าทีที่ระแวดระวังน้อยลงกว่าตอนแรก ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ใบเตยจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “สองเดือนที่ผ่านมา...” ใบเตยเริ่มพูด สายตาของเธอมองออกไปยังสนามหญ้ากว้าง “ใบเตยได้มีเวลาทบทวนอะไรหลายอย่างค่ะ ตอนอยู่ที่นั่น ใบเตยรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะสถานที่หรอกนะคะ แต่เพราะความกดดันที่พี่ไคเซอร์สร้างขึ้น” “…” ไคเซอร์ก้มหน้าลงฟัง มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก เขารู้สึกเจ็บจี๊ดในอกกับทุกคำพูด แต่เขาก็ไม่ขัดจังหวะ เขาปล่อยให้เธอได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บงำมานาน “พี่เอาแต่คิดว่าอะไรที่พี่ให้ได้คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่พี่ไม่เคยถามเลยว่าใบเตยต้องการมันไหม พี่ใช้เงิน ใช้คนของพี่ ใช้ความเด็ดขาดของพี่จัดการทุกอย่างจนใบเตยไม่เหลือความเป็นตัวเองเลย” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ใบเตยไม่ได้ต้องการคฤหาสน์หรูหรา ไม่ได้ต้องการให้พี่คอยสั
สองเดือนผ่านไป เวลาสองเดือนที่ไม่มีใบเตยอยู่ข้างกาย สำหรับไคเซอร์มันยาวนานราวกับสองปี ทุกก้าวย่างของเขาในตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงิน แต่ขับเคลื่อนด้วยความคิดถึงที่กัดกินหัวใจ ไคเซอร์สืบจนรู้ว่าใบเตยมีกำหนดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง เขาให้คนสนิทประสานงานกับทางโรงพยาบาลอย่างสุภาพที่สุดโดยกำชับว่า ‘ห้ามทำให้เธอตกใจ และห้ามให้เธอรู้ว่าผมเป็นคนถาม แค่บอกให้ผมรู้ว่าเธอปลอดภัย ผมก็พอใจแล้ว’ กระทั่งวันนี้ ไคเซอร์มาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดหมาย เขาไม่ได้สวมสูทหรูหรา แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีเรียบที่ดูผ่อนคลายที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกรงขามจนเกินไป เขานั่งรออยู่มุมหนึ่งของแผนกสูตินรีเวช หลบสายตาผู้คนโดยเลือกที่นั่งที่มองเห็นหน้าห้องตรวจได้ชัดเจนที่สุด และแล้ว...ภาพที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสองเดือนก็ปรากฏขึ้น ร่างบางของใบเตยเดินเข้ามาในแผนก เธอไม่ได้ดูโทรมลงอย่างที่เขาแอบกังวล แต่เธอกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้น แววตาของเธอสงบและมั่นคงแม้จะดูหม่นลงไปบ้าง แต่ก็ดูเป็นใบเตยที่เขารัก ไคเซอร์กลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาเห็นเธอนั่งรอคิว มือเรียวเล็กค
หลังจากที่ป้าแม่บ้านเห็นความซูบผอมและดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของไคเซอร์ เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาที่ห้องโถงด้านล่าง มือที่สั่นเทากดโทรศัพท์ต่อสายหาคุณหญิงปัทมาผู้เป็นแม่ของไคเซอร์ทันที ป้าแม่บ้านเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงสะอื้น ทั้งเรื่องที่ใบเตยหนีไปและสภาพความเป็นอยู่ของไคเซอร์ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ถึงสองชั่วโมงต่อมา รถหรูของตระกูลก็เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ คุณหญิงปัทมารีบก้าวลงจากรถด้วยท่าทีร้อนรน เธอตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของลูกชายทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาต้อนรับ เมื่อผลักประตูห้องนอนเข้าไป ภาพที่เห็นทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ถึงกับสั่นคลอน ลูกชายที่เคยสง่างามและเป็นที่พึ่งของทุกคน บัดนี้กลับนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในสภาพเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าคร้ามหนวดเคราและแววตาที่เลื่อนลอย “ไคเซอร์...” เสียงหวานของคุณหญิงปัทมาสั่นเครือ เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆแล้วเอื้อมมือไปจับใบหน้าของลูกชายที่ซูบตอบลงไปถนัดตา ไคเซอร์เงยหน้าขึ้นมองแม่ แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก “แม่ครับ...” เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “แม่ทราบเรื่องหมดแล้ว” คุณหญิงปัทม







![เมียช่างสัก [PWP] + [BDSM] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)