Masukคฤหาสน์ยามค่ำคืน
ใบเตยเดินผ่านโถงทางเดินชั้นบนเพื่อจะกลับไปยังห้องนอนปีกซ้ายของเธอ เมื่อเดินผ่านหน้าห้องนอนใหญ่ของไคเซอร์ ประตูที่ปิดไม่สนิทนักเผยให้เห็นแสงไฟสลัวจากภายใน และเสียงทุ้มต่ำที่ดูผ่อนคลายกว่าทุกครั้งที่เธอเคยได้ยิน มันเป็นเสียงของไคเซอร์ที่กำลังคุยโทรศัพท์ ใบเตยชะงักฝีเท้าตั้งใจจะรีบเดินผ่านไป แต่ประโยคถัดมากลับรั้งเธอไว้กับที่จนขยับตัวไม่ได้ “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ สำหรับผม เธอคนนั้นก็แค่หุ่นยนต์ที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็นภาระเท่านั้นแหละ ผมไม่มีวันทำอะไรที่เกินเลยกับผู้หญิงที่น่าเบื่อแบบนั้นหรอก” หัวใจของใบเตยกระตุกวูบ เธอหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงเงามืดข้างประตู มือเล็กกำชายเสื้อของตัวเองแน่นจนยับย่น (แต่ว่า…เธอยังสาวนะคะไคเซอร์ ถ้าคุณเผลอใจไป เมดาจะทำยังไง) เสียงของผู้หญิงปลายสายดูออดอ้อนและหวาดหวั่น เสียงหัวเราะในลำคอของไคเซอร์ดังเล็ดลอดออกมา มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูอ่อนโยนเหลือเกินเมื่อเขาตอบกลับ “อย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบเทียบกับตัวเองเลย ต่อให้เธอจะนอนอยู่ในบ้านหลังนี้กี่ปี ตำแหน่งที่เธอยืนก็ไม่มีวันใกล้เคียงกับคุณแม้แต่นิดเดียว” ใบเตยหลับตาลงแน่น เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้ทุกอย่างที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมตัวเองพังทลายลงในพริบตา เธอไม่ได้รู้สึกโกรธที่เขาเรียกเธอว่า ‘หุ่นยนต์’ หรือ ‘น่าเบื่อ’ แต่เธอรู้สึกถึงความเย็นชาที่กัดกินไปถึงกระดูก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอกก่อนจะก้าวเดินอย่างแผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้คนในห้องรู้ตัวว่ามีใครผ่านมาได้ยินความลับนั้น ใบเตยเดินกลับเข้าสู่ห้องนอนปีกซ้ายของเธอ เธอยืนพิงประตูที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องที่เย็นเฉียบ ความเงียบงันในคฤหาสน์หลังใหญ่คืนนี้ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเท่ากับการได้รู้ว่า ‘ตำแหน่งที่เธอยืน’ ในชีวิตของเขามันช่างว่างเปล่าและไร้ความหมายเหลือเกิน วันต่อมา ใบเตยตื่นแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดทำงานแล้วออกมาจากห้องนอนก่อนจะสาวเท้าลงไปข้างล่าง เธอกดส่งข้อความด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ‘ใบเตยสบายดีค่ะแม่ ที่นี่เงียบสงบดี พ่อกับแม่ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ’ หลังจากที่ใบเตยส่งข้อความหาแม่เพื่อปกปิดความจริงและยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสวนที่หรูหราได้ไม่นาน เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลังพร้อมกับกลิ่นบุหรี่จางๆที่ลอยมาตามลม ใบเตยรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพาย เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมา เขาอยู่ในชุดสูทราคาแพง ทว่าแววตาที่มองมานั้นกลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด “ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับเดินเตร็ดเตร่เพื่อฆ่าเวลา ฉันต้องการความเป็นส่วนตัว และสวนนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นั้น” ไคเซอร์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ ใบเตยก้มหน้าลงเล็กน้อย พยายามควบคุมอารมณ์ “ใบเตยขอโทษค่ะ ใบเตยแค่จะออกมาสูดอากาศก่อนจะไปทำงาน” ไคเซอร์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองเครื่องแต่งกายธรรมดาๆของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเฉยชา ปราศจากความสนใจราวกับสิ่งที่เขากำลังมองอยู่นั้นเป็นเพียงอากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน “ไปทำงาน?” เขาพึมพำ คำนั้นราวกับเป็นเรื่องตลก “น่าขายหน้าจริงๆที่ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของไคเซอร์ต้องกระเสือกกระสนไปทำงานกินเงินเดือนกระจอกๆเพื่อประทังชีวิต เธอคงอยากให้คนอื่นเห็นว่าเธอเป็นนางเอกผู้ลำบากยากเข็ญสินะ” “ใบเตยไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ ใบเตยแค่ทำงานเพื่อเลี้ยงดูตัวเอง และเงินส่วนหนึ่งที่ใบเตยหามาได้ ก็จะเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อไม่ให้ต้องรบกวนเงินของคุณ ใบเตยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย” ใบเตยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวแต่แฝงด้วยความแน่วแน่ ไคเซอร์ก้าวเข้ามาใกล้เธอหนึ่งก้าวจนใบเตยต้องขยับถอยหลังไปชิดกับต้นไม้ใหญ่ในสวน รัศมีคุกคามจากชายหนุ่มทำให้เธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “ภูมิใจเหรอ?” เขาเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะเอื้อมมือไปจับปลายคางของเธอให้เงยขึ้น “จำไว้ให้ดี สิ่งเดียวที่ทำให้เธอยืนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้คือพินัยกรรมของพ่อฉัน ไม่ใช่เพราะความเก่งกาจหรือศักดิ์ศรีจอมปลอมที่เธอพยายามสร้างขึ้น อย่าได้สำคัญตัวผิดว่าเธอมีค่าพอที่จะเรียกร้องความเคารพจากฉัน” เขาปล่อยคางเธออย่างแรงจนใบเตยเซถอยหลังไปเล็กน้อย ไคเซอร์ยืนมองร่างเล็กที่เซถอยหลังไปเพราะแรงปล่อยของเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนที่ความอดทนสุดท้ายของเขาจะหมดลง เขาสาวเท้าเข้าหาร่างบางอีกครั้ง คราวนี้ใบเตยไม่มีที่ให้ถอยแล้วเพราะแผ่นหลังชิดติดกับลำต้นของต้นไม้ใหญ่ รัศมีคุกคามจากคนตัวสูงทำให้เธอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ “คำพูดสวยหรูที่พ่นออกมา มันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าเธอเป็นคนของฉัน” ไคเซอร์โน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆที่ปะทะข้างแก้มไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่มันกลับทำให้ใบเตยขนลุกชันด้วยความหวาดหวั่น “จากนี้ไป ห้ามเธอออกไปทำงานที่ไหนอีกเด็ดขาด” ใบเตยเบิกตากว้าง ความตกใจฉายชัดบนใบหน้า “คะ? แต่ใบเตย...” “ไม่มีคำว่าแต่!” ไคเซอร์ตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ฉันไม่อนุญาตให้ภรรยาในนามของฉันออกไปรับจ้างกินเงินเดือนกระจอกๆที่ไหนอีก ชื่อเสียงของตระกูลฉันสำคัญกว่าความทะเยอทะยานที่ไร้ค่าของเธอ ถ้าเงินของฉันมันไม่พอใช้ หรือมันไม่ถูกปากจนต้องดิ้นรนไปหาเองขนาดนั้นก็บอกมา แต่ต้องไม่ใช่การเอาตัวไปประจานให้คนนอกมองว่าฉันดูแลเธอไม่ได้!” “ใบเตยไม่ได้ต้องการให้คุณดูแลเรื่องเงิน! ใบเตยแค่ต้องการมีชีวิตของตัวเอง…” ใบเตยพยายามโต้ตอบ แม้เสียงจะสั่นเครือ “ชีวิตของเธออยู่ในบ้านหลังนี้” ไคเซอร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดราวกับประกาศิต “ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่ เธอไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น กฎของฉันมีอยู่ข้อเดียว คือทำตามที่ฉันสั่ง ส่วนเรื่องเงินค่างวดที่บ้านของเธอ ฉันจะจัดการให้เอง ถือว่าเป็นการจ่ายค่าจ้างให้เธอในฐานะที่ทำตัวเป็นภรรยาที่ดี โดยการอยู่เฉยๆภายในบ้านหลังนี้เท่านั้น” เขามองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าตัวคฤหาสน์ ทิ้งให้ใบเตยยืนเคว้งคว้างอยู่กลางสวนเพียงลำพัง คำสั่งนั้นเหมือนโซ่ตรวนที่ล่ามข้อมือเธอไว้โดยสมบูรณ์ ใบเตยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้าอย่างหมดแรง ความภูมิใจเพียงอย่างเดียวที่เธอมีถูกเขาริบคืนไปอย่างไม่ไยดี ในเมื่อเขาตัดทางเลือกทุกทางของเธอไปแล้ว นับจากนี้ชีวิตของเธอคงไม่ต่างอะไรกับนกที่ถูกขังอยู่ในกรงที่มีผู้คุมใจร้ายคนนี้คอยเฝ้ามองอยู่ตลอดเวลาเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพัก ไคเซอร์ก็เริ่มปฏิบัติการทันที เขาดูเหมือนคนที่มีพลังงานล้นเหลือเกินความจำเป็นไปมากจนใบเตยต้องคอยกลั้นขำ “พี่ไคเซอร์คะ เสื้อผ้าส่วนนี้พับใส่กระเป๋าใบเล็กก็พอค่ะ ไม่ต้องใช้กล่องใบใหญ่ขนาดนั้น” ใบเตยเอ่ยเตือนขณะเห็นเขากำลังพยายามยัดเดรสตัวโปรดของเธอลงไปในกล่องกระดาษแข็งใบยักษ์ “อ้าวเหรอ? พี่นึกว่าต้องแยกประเภทแบบนี้เสียอีก” ไคเซอร์หยุดชะงักด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก มือข้างหนึ่งถือไม้แขวนเสื้อค้างไว้ ส่วนอีกข้างพยายามดึงเทปกาวให้แน่นจนมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด ใบเตยเดินเข้าไปใกล้แล้วช่วยแก้ปมเทปกาวให้พลางส่ายหัวเบาๆด้วยความเอ็นดู ความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตลอดเวลา ไคเซอร์พยายามจะยกกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งด้วยมือข้างเดียวเพื่อโชว์ความแข็งแรง แต่กลับเกือบทำของข้างในหกกระจายจนต้องรีบคว้าไว้แทบไม่ทัน แถมยังหยิบของใช้จุกจิกของใบเตยมาจัดเรียงผิดที่ผิดทางจนเธอต้องคอยเดินตามจัดระเบียบใหม่ “พี่ขอโทษ พี่แค่อยากทำให้เสร็จเร็วๆ” เขาหันมายิ้มแห้งๆให้เธอ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมเล็กน้อยเพราะความเร่งรีบและความตื่นเต้นที่ยังไม่จางหาย ใบเตยหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เธอเอื้อมมือไปซั
ใบเตยเดินเข้าห้องพักมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยของตัวเองอย่างเผลอไผล ความเงียบภายในห้องอพาร์ทเม้นท์ที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เธอรักกลับทำให้ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเด่นชัดขึ้นมาอย่างประหลาดในวันนี้ ใบเตยถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะทบทวนความรู้สึกของตัวเองตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่ไคเซอร์ทำหน้าที่ผู้ดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาไม่เคยแสดงท่าทีรำคาญ ไม่เคยบ่นเหนื่อย และทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยที่เธอหาไม่ได้จากการอยู่ลำพัง เขาเป็นดั่งที่พึ่งพิงที่อบอุ่นและมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจของเธออ่อนไหวแบบนี้ ใบเตยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จริงอย่างที่เขาว่า การอยู่คนเดียวมีความเสี่ยงมากมายโดยเฉพาะในยามที่เธอต้องดูแลอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโต แต่ลึกๆในใจเธอยังมีความกังวลบางอย่างที่ฝังใจอยู่ ภาพคืนนั้นที่แพรวาเข้าไปหอมแก้มเขา เธอหลับตาลงแล้วครุ่นคิดอย่างใจเย็น พยายามแยกแยะเหตุการณ์ในวันนั้นออกจากการกระทำของเขาในปัจจุบัน ความทรงจำเกี่ยวกับสายตาที่เขาใช้มองแพรวาในตอนนั้นมันไม่ได้มีความรู้สึกพึงพอใ
วันต่อมา Rrrr! เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นปลุกให้หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อ ‘ไคเซอร์’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็รีบกดรับทันที “อรุณสวัสดิ์ครับใบเตย” เสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความสดใสของไคเซอร์ดังลอดออกมาจากสาย “พี่มาถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ของใบเตยแล้ว ลงมารับของกินมื้อเช้าหน่อยไหม” ใบเตยขยี้ตาพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง (เช้าขนาดนี้เลยเหรอคะ) “ก็กลัวว่าใบเตยจะไม่ได้ทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์น่ะ” ไคเซอร์ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ลงมาเถอะ ของโปรดใบเตยทั้งนั้น” ไม่กี่นาทีต่อมา ใบเตยในชุดลำลองสวมเสื้อยืดตัวหลวมเดินลงมาที่โถงหน้าอพาร์ทเม้นท์ เธอเห็นไคเซอร์ยืนรออยู่ข้างรถคันหรูในชุดลำลองที่ดูสบายตากว่าปกติ ในมือของเขาถือถุงกระดาษเก็บอุณหภูมิใบใหญ่และแก้วโกโก้กลิ่นหอมกรุ่น เมื่อเห็นใบเตยเดินเข้ามา ไคเซอร์ก็คลี่ยิ้มกว้างก่อนจะส่งแก้วโกโก้แบบหวานน้อยและถุงอาหารเช้าให้ “มื้อนี้เน้นสารอาหารครบถ้วนครับ” ไคเซอร์เริ่มอธิบายขณะที่ใบเตยเปิดดูในถุง พบทั้งแซนวิชโฮลวีท หน้าอกไก่สลัดผักกรอบๆ ผลไม้สดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีค
ไคเซอร์ค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่มุมม้านั่งตัวเดิมที่ใบเตยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เขานั่งเว้นระยะห่างไว้พอสมควร ไม่กล้าขยับตัวเข้าใกล้จนเกินไปเพื่อไม่ให้เธออึดอัด ใบเตยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆนั่งลงตามด้วยท่าทีที่ระแวดระวังน้อยลงกว่าตอนแรก ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ใบเตยจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “สองเดือนที่ผ่านมา...” ใบเตยเริ่มพูด สายตาของเธอมองออกไปยังสนามหญ้ากว้าง “ใบเตยได้มีเวลาทบทวนอะไรหลายอย่างค่ะ ตอนอยู่ที่นั่น ใบเตยรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะสถานที่หรอกนะคะ แต่เพราะความกดดันที่พี่ไคเซอร์สร้างขึ้น” “…” ไคเซอร์ก้มหน้าลงฟัง มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก เขารู้สึกเจ็บจี๊ดในอกกับทุกคำพูด แต่เขาก็ไม่ขัดจังหวะ เขาปล่อยให้เธอได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บงำมานาน “พี่เอาแต่คิดว่าอะไรที่พี่ให้ได้คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่พี่ไม่เคยถามเลยว่าใบเตยต้องการมันไหม พี่ใช้เงิน ใช้คนของพี่ ใช้ความเด็ดขาดของพี่จัดการทุกอย่างจนใบเตยไม่เหลือความเป็นตัวเองเลย” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ใบเตยไม่ได้ต้องการคฤหาสน์หรูหรา ไม่ได้ต้องการให้พี่คอยสั
สองเดือนผ่านไป เวลาสองเดือนที่ไม่มีใบเตยอยู่ข้างกาย สำหรับไคเซอร์มันยาวนานราวกับสองปี ทุกก้าวย่างของเขาในตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงิน แต่ขับเคลื่อนด้วยความคิดถึงที่กัดกินหัวใจ ไคเซอร์สืบจนรู้ว่าใบเตยมีกำหนดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง เขาให้คนสนิทประสานงานกับทางโรงพยาบาลอย่างสุภาพที่สุดโดยกำชับว่า ‘ห้ามทำให้เธอตกใจ และห้ามให้เธอรู้ว่าผมเป็นคนถาม แค่บอกให้ผมรู้ว่าเธอปลอดภัย ผมก็พอใจแล้ว’ กระทั่งวันนี้ ไคเซอร์มาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดหมาย เขาไม่ได้สวมสูทหรูหรา แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีเรียบที่ดูผ่อนคลายที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกรงขามจนเกินไป เขานั่งรออยู่มุมหนึ่งของแผนกสูตินรีเวช หลบสายตาผู้คนโดยเลือกที่นั่งที่มองเห็นหน้าห้องตรวจได้ชัดเจนที่สุด และแล้ว...ภาพที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสองเดือนก็ปรากฏขึ้น ร่างบางของใบเตยเดินเข้ามาในแผนก เธอไม่ได้ดูโทรมลงอย่างที่เขาแอบกังวล แต่เธอกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้น แววตาของเธอสงบและมั่นคงแม้จะดูหม่นลงไปบ้าง แต่ก็ดูเป็นใบเตยที่เขารัก ไคเซอร์กลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาเห็นเธอนั่งรอคิว มือเรียวเล็กค
หลังจากที่ป้าแม่บ้านเห็นความซูบผอมและดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของไคเซอร์ เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาที่ห้องโถงด้านล่าง มือที่สั่นเทากดโทรศัพท์ต่อสายหาคุณหญิงปัทมาผู้เป็นแม่ของไคเซอร์ทันที ป้าแม่บ้านเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงสะอื้น ทั้งเรื่องที่ใบเตยหนีไปและสภาพความเป็นอยู่ของไคเซอร์ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ถึงสองชั่วโมงต่อมา รถหรูของตระกูลก็เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ คุณหญิงปัทมารีบก้าวลงจากรถด้วยท่าทีร้อนรน เธอตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของลูกชายทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาต้อนรับ เมื่อผลักประตูห้องนอนเข้าไป ภาพที่เห็นทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ถึงกับสั่นคลอน ลูกชายที่เคยสง่างามและเป็นที่พึ่งของทุกคน บัดนี้กลับนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในสภาพเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าคร้ามหนวดเคราและแววตาที่เลื่อนลอย “ไคเซอร์...” เสียงหวานของคุณหญิงปัทมาสั่นเครือ เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆแล้วเอื้อมมือไปจับใบหน้าของลูกชายที่ซูบตอบลงไปถนัดตา ไคเซอร์เงยหน้าขึ้นมองแม่ แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก “แม่ครับ...” เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “แม่ทราบเรื่องหมดแล้ว” คุณหญิงปัทม







