LOGINบทที่ 2.1 อยากแทรกไปที่ไหน
จ้าวเหวยหรงเอ่ยเสียงหวานก่อนพรมจูบเหนือทรวงอกแล้วใช้ลิ้นตวัดรอบยอดปทุมถัน ไม่ปล่อยให้ฮูหยินสาวได้เตรียมใจกับอารมณ์พลุ่งพล่านที่ควบคุมไม่อยู่นี้ หรือเป็นตัวเขาต่างหากที่เริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่
ไหนใครว่าไม่อยากเป็นสัตว์ร้ายหื่นกระหายกันเล่า
นี่ยิ่งเสียกว่าสัตว์ร้ายพวกนั้นอีก
ปลายนิ้วเรียวยาวสอดใส่รูรักขยับเข้าออก พร้อมบดเบียดเหนือเม็ดละมุด ยิ่งเขาออกแรงขยับมากเพียงใด น้ำหวานสีใสยิ่งรินไหลจนอาบนิ้วเรียวทั้งสอง
“อ๊ะ! ท่านพี่รุนแรงเกินไปแล้ว” ซือเฟยบ่นอุบ แหงนหน้าหลีกหนีความแปรปรวนภายในกายสาว
“เจ้าอยากแทรกแผ่นดินหนีมิใช่หรือ เอาสิ!ข้าเองก็อยากรู้นักว่าเจ้าจะหนีไปที่ใด” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ แล้วดันต้นขางามให้แยกออก ก่อนเคลื่อนตัวลงต่ำตามเรือนร่างบางแ
“สวยยิ่งนัก” เขาเอ่ยอีกครั้งพร้อมช้อนตามองหญิงงามที่หน้าขึ้นสีแดงระรื่น
“แล้วยามปกติข้าไม่สวยหรือ” ซือเฟยเอ่ย หลุบตาไปอีกทาง
“ยามปกติเจ้าก็สวย แต่ยามนี้ที่ร่างกายเจ้าเปลือยเปล่า มันวิเศษยิ่งกว่า”
“ท่าน! อ๊า!” หญิงงามร้องลั่นเมื่อเขาโน้มใบหน้าใช้ลิ้นตวัดผ่านร่องบุปผางาม
ร่างกายเล็กแทบสั่นสะท้านจนสิ้นเรี่ยวแรง ทว่าเขายังคงตวัดใบลิ้นเรียวยาวช่วงชิมน้ำหวานหนักมากขึ้น จนหญิงสาวเอนตัวไปข้างหลัง พร้อมอ้าขาออกกว้างยิ่งให้เขาเข้าชิมได้สะดวกนัก
เมื่อเขายิ่งสอดนิ้วเข้าขยับขยายภายในรูสวาท นางยิ่งต้องหาที่ถ่ายทอดความหวิวภายในช่วงท้อง ถึงกระนั้นต่อให้อยากหุบขาเพื่อหลีกหนีคนหน้ามึน แต่นางก็ยังคงอ้าออกจนแนบไปกับฟูกที่นอน
“อ๊า อ๊า” เสียงครางหวานร้องระงม ส่งให้คนที่เฝ้าข้างนอกหน้าแดงผ่าวไปตาม ๆ กัน
คืนนี้นายหญิงของพวกนางคงได้เสพสมตามความต้องการเสียแล้ว
“คนดีของพี่ ข้าอยากชิมภายในกายเจ้ายิ่งนัก” เหวยหรงเอ่ยเสียงหวาน แล้วใช้ปลายจมูกถูวนรอบเนินรัก
“อึก! ท่านยังชิมไม่พออีกหรือ” นางเอ่ยเสียงสั่น รู้สึกเหมือนเครื่องในกายละลายหายไปจนหมดสิ้น
“ถ้าเจ้าอยากมีลูก ข้าก็ต้องเข้าไปภายในกายของเจ้าสิ เจ้าไม่รู้หรือ” ชายหนุ่มหัวเราะมองหญิงสาวหน้าแดงหนักมากกว่าทุกครั้งที่เอื้อนวาจาหวานหยด
“วันนี้ไม่เอาแล้ว ข้าแฉะขนาดนี้ มันอาจทำให้ท่านสกปรกได้” สาวงามเอ่ย นางแทบอยากมุดหน้าเข้ากับหมอนใบโต หลบสายตาเจ้าชู้ของอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด
“คนงามให้ข้าได้ชิมหน่อยเถอะ รับรองว่าเจ้าจะยิ่งมีความสุขมากกว่ายามนี้เป็นไหน ๆ” เหวยหรงเอ่ย พร้อมใช้ปลายนิ้วเขี่ยเม็ดแข็ง
“อื้อออ ไหนท่านบอกว่าไม่อยากเป็นสัตว์ป่าหื่นกระหายอย่างไรเล่า”
“ทำอย่างไรได้ เจ้าน่ากินขนาดนี้ ข้าจะอดใจไหวได้อย่างไร” เมื่อเขาเอ่ยจบ เขาเคลื่อนตัวมาเหนือร่างงาม ปลดเปลื้องพันธนาการบนร่างจนเผยให้เห็นท่อนเอ็นแข็งชูชัน
“ใหญ่โตเพียงนั้น จะเข้ามาได้อย่างไร” หญิงสาวอ้าปากค้าง มองสิ่งใหญ่โตที่แทบกระแทกใบหน้าเล็ก
“หรือเจ้าอยากชิมมันก่อนดี” เหวยหรงยกยิ้มมุมปาก พลางกุมท่อนเอ็นให้เข้าใกล้ใบหน้างามมากขึ้นกว่าเดิม “ข้าเองก็อยากรู้นักว่าภายในปากหวาน ๆ ของเจ้า มันจะคับแน่นหรือไม่”
“คับแน่นแน่นอนอยู่แล้ว” นางบ่นอุบ ถ้าให้นางอมมันละก็ นางยอมให้เขาเข้ามาภายในรูสวาทยังดีเสียกว่า
“เช่นนั้นทำอย่างไรดี เจ้าเหวยหรงน้อยเองก็อยากปลดปล่อยนะ”
“อย่างงั้นก็เข้ามาในตัวข้ายังดีเสียกว่า” นางพึมพำเสียงเบา แต่อีกฝ่ายกลับหูดีได้ยินทุกประโยค
เหวยหรงยกยิ้มกว้าง เขายกมือกุมไหล่มนเปลือยเปล่าออกแรงกดให้นางนอนราบไปกับที่นอน สาวงามแม้ไม่รู้ว่าต้องวางตัวเช่นไร แต่นางยอมเอนกายไปตามแรงเสียโดยดี
จนกระทั่งเขาดันต้นขาขาวให้แบออกกว้างบนต้นขาแกร่ง สาวงามรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการสอดใส่เข้าไป
“มันจะเจ็บหรือไม่” นางพึมพำเสียงหลง ทว่าไม่ต้องรอให้เขาตอบ
ชายหนุ่มจับท่อนเอ็นถูอาบน้ำหวานให้ชุ่มฉ่ำแล้วดันปลายมนเข้าช่องรักอย่างช้า ๆ ภายในทั้งคับแน่นและตอดรัดจนเขาแทรกเข้าไปได้ยาก เช่นนั้นเหวยหรงจึงโน้มหน้าดูดยอดเต้าคู่เล้าโลมให้นางผ่อนคลาย
บทที่ 12.4 ลาก่อน“ไม่เอามี่ฮวา มี่ฮวา!!! / พี่สะใภ้!!!” ไม่ทันขาดคำที่ชายหนุ่มจะกล่าวออกไปร่างบางค่อยๆ ทิ้งตัวเองลงไปทางด้านหลัง จนบนกำแพงนั้นเหลือเพียงความว่างเปล่า ชายร่างสูงในอาภรณ์สีดำสนิทอ้าปากค้างเบิกตากว้าง ขาทั้งสองข้างแข็งเกินกว่าจะวิ่งไปฉุดรั้งนางเอาไว้ได้ นางยอมจากเขาไปเสียอย่างงั้น ไม่สนแล้วแม้ว่าเขากำลังอ้อนวอนอย่างไร“ข้าขอโทษมี่ฮวา! ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษ! ข้าไม่ได้รังเกียจเจ้าเลย ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีเอง! ได้โปรด ได้โปรดเถอะ ข้าขอร้อง นี่มันไม่ใช่เรื่องจริง หลังจากนี้ข้าจะยอมเจ้าทุกอย่างเลย เจ้าปรารถนาสิ่งใดข้าจะหามาให้ทุกสิ่ง ขอร้องเจ้าอย่าไปจากข้าทั้งอย่างงี้” โม๋ว์ฟูเฉิงคร่ำครวญ ลากร่างแข็งค้างของตนไปยังขอบกำแพงเมืองส่วนโม๋ว์อิงฉินที่ตกใจกับความผิดของตนเอง แทบยืนไม่ไหว เพียงเพราะเขาแค่อยากขู่นางเล่นๆ เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ เขารีบเดินไปยังขอบกำแพงเมือง เพื่อหวังว่าเรื่องตรงหน้าจะไม่ใช่เรื่องจริง “พี่สะใภ้ข้าขอโทษท่านจริงๆ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่โทษพี่สะใภ้ ท่านอย่าเป็นอะไรไปเลยนะ”ทว่าเมื่อสองหนุ่มก้มมองลงไปยังพื้นเบื้องล่าง กลับเห็นโม๋
บทที่ 12.3 ลาก่อนบนกำแพงเมืองสูงชะลู่ท่ามกลางความมืดมิดที่แสงจันทร์ส่องมาไม่ถึง บนส่วนบนที่สุดกลับมีร่างบางในอาภรณ์แดงดำยืนเด่นเป็นสง่า นางจ้องมองไปยังพื้นที่เบื้องหน้า ปล่อยให้ก้อนเมฆาขับเคลื่อนไปช้าๆ นับจังหวะเวลาในใจ จนได้ยินเสียงฝีเท้าอย่างรีบเร่งถึงสองสายเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงกับน้องชายของเขา...“มี่ฮวาลงมาเดี๋ยวนี้!” โม๋ว์ฟูเฉิงเมื่อมาถึงรีบส่งเสียงสั่งหญิงสาวอย่างร้อนรน ทว่านางเพียงแค่ปรายตาหันมามองเขาเท่านั้น“รีบลงมานะ! เจ้าโง่หรือไง!” โม๋ว์อิงฉินสั่งบ้าง ครานี้นางเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ“พวกท่านใครคนไหนคือสามีข้ากันแน่” โฉมสะคราญกล่าวเสียงเรียบ ก่อนหันกลับมเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน ก่อนเป็นโม๋ว์ฟูเฉิงหันกลับมาสบตากับนาง “เป็นข้า”สิ้นคำพูดของเขา หญิงงามหัวเราะดังลั่น เล่นเอาชายหนุ่มทั้งคู่หันมองหน้ากันอีกครั้ง“เป็นบ้าอะไรของเจ้า! รีบลงมาได้แล้ว!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง หัวใจเต้นโครมครามไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องราวจะใหญ่โตถึงเพียงนี้“เจ้าอยากให้ข้าตายไม่ใช่เหรอน้องสามี” โม๋ว์มี่ฮวากล่าวเสียงแข็ง “อยากให้ข้าตายเพื่อสังเวยความสุขให้เจ้ามิใช่หรือ?”“ขะ ข้าไม
บทที่ 12.2 ลาก่อน“พี่ชายเจ้า?” นางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ท่าทีดูไม่ได้ประหลาดใจมากนัก“เฮอะ!”บรรยากาศเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง นางชำเลืองสายตาไปทางด้านหลังของร่างสูง มองเห็นเป็นเงาตะคุ่มๆ ไม่ไกลจากที่แห่งนี้ พลันในหัวบังเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา“แต่สุดท้ายพวกเจ้าก็ตลบหลังข้า ให้ข้าแต่งงานกับน้องชายซึ่งก็คือเจ้า นั่นก็หมายความว่าอำนาจภายในสกุลโม๋ว์ก็ยังไม่ตกถึงข้านี่”“...”โฉมสะคราญจ้องมองคนตรงหน้าตรงๆ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แถมยังหลบเลี่ยงสายตาไปจากนางเพียงชั่วครู่ นางอดไม่ได้ที่จะยกมือกอดอก เดินสำรวจหมุนรอบตัวเขา พยายามมองหาจุดให้จับผิด“งั้นพี่ชายเจ้าก็คือนักพรตขาว ส่วนเจ้าคือเกราะสีชาดหรือ? แล้วไหนเล่าตราสัญลักษณ์แห่งเกราะสีชาด ช่วยแสดงให้ข้าเห็นหน่อยได้หรือไม่”“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ!” โม๋ว์อิงฉินตวาดก้อง พร้อมทั้งถอยหลังให้ห่างจากนางไปอีกก้าว “เจ้าจะมาเฉไฉเปลี่ยนความผิดของตนเองงั้นรึ!”“ข้าไม่ได้ฆ่าท่านตาเจ้า ข้าได้ตำแหน่งมาด้วยความสามารถของข้าเอง”ข้อนั้นโม๋ว์อิงฉินรู้ดีว่านางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของท่านตาของเขา เพียงแต่ว่าครอบครัวของนางอย่างไร ก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข
บทที่ 12.1 ลาก่อนภายในงานรื่นเริงของเหล่าขุนนางที่มาร่วมฉลองความยินดีกับงานหมั้นหมายระหว่างสองแคว้น โม๋ว์มี่ฮวากลายเป็นดาวเด่นให้เหล่าบุรุษต่างวัยทั้งหลายเข้ามาชนจอกเหล้า จุดประสงค์ของพวกเขามีหลากหลายนัก หากแต่ความหลงใหลที่มีให้นางก็ไม่แตกต่างกันเสียเท่าไหร่อีกทั้งโหย่วหลิงเซียสืบทอดตำแหน่งธิดาสวรรค์ จึงมิอาจร่วมดื่มสุราเมรัยกับทุกคนได้ ทั้งยังมีโม๋ว์อิงฉินยืนประกบข้างกาย จึงทำให้ทุกคนไม่คิดไปยุ่งเกี่ยวถึงกระนั้นตัวโม๋ว์มี่ฮวาก็หาได้สนใจพวกเขาทั้งสอง นางยกจอกเหล้าดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับว่ามันคือน้ำเปล่าที่ไม่ได้มีฤทธิ์มึนเมาใดๆเพียงชั่วอึดใจกับจอกที่เท่าไหร่ไม่รู้ จู่ๆ โม๋ว์อิงฉินเดินเข้ามาหานาง ฉวยจอกเหล้าไว้ ก่อนมองด้วยสายตาขับไล่พวกขุนนางให้เลิกเกะกะสตรีอาภรณ์แดงดำ“มาแย่งจอกเหล้าข้าทำไม” โม๋ว์มี่ฮวาช้อนตามองอีกฝ่าย นัยน์ตาหวานฉ่ำของนางไม่ได้เจือปนความยินดีมากนัก“ข้าก็ไม่อยากมาหรอก” โม๋ว์อิงฉินสบถในคอ มองไปทางฝั่งเงาสายหนึ่ง ที่แอบส่งสายตามาจากไกลๆ“งั้นก็กลับไปหาฮูหยินของเจ้าซะ” นางพึมพำอีกครั้ง ก่อนหยิบจอกเปล่าใบหนึ่งมารินเหล้ารสหวานทว่าโม๋ว์อิงฉินกลับฉวยจอกเหล้ามาอีกครั้
บทที่ 11.2 การเจรจาในยามเซิน[1]ระหว่างที่โม๋ว์มี่ฮวากำลังจัดเตรียมตนเองให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงต้อนรับ ช่วงเวลาที่นางกำลังจะก้าวขาลงอ่างอาบน้ำใบใหญ่ จู่ๆ ผ้าปิดทางเข้ากลับถูกเปิดออกด้วยฝีมือชายร่างหนา วันนี้เขาไม่ได้สวมเกราะสีเงินทับไว้ สวมเพียงชุดนอกสีดำที่ปักริ้นด้วยด้ายเงินเท่านั้น หญิงสาวหันไปมองเขา สีหน้านางออกแววไม่พอใจอยู่บ้าง“ข้ากำลังจะอาบน้ำ” โม๋ว์มี่ฮวากล่าวเสียงเข้ม“ก็ข้าจะอาบน้ำด้วยไง” โม๋ว์ฟูเฉิงกล่าวจบ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าจนเผยผิวเข้มที่มีรอยแผลเป็นทางยาวตรงหน้าอกให้เห็นอย่างชัดเจน“เราจะหย่ากันแล้ว ท่านไม่ควรทำเช่นนี้” นางเอ่ยลอดไรฟัน“แล้วอย่างไร” เขาว่าจบเดินดุ่มๆ แล้วก้าวขาลงอ่าง ยึดถือครองพื้นที่ส่วนใหญ่ จนไม่มีแม้แต่ที่ให้หญิงสาวได้ผ่อนคลาย“ท่านบอกว่าไม่เคยคิดรักข้า และไม่มีวันที่จะรักด้วยซ้ำ”“ลงมา” ทว่าเขากลับไม่โต้ตอบกลับไป ทำเป็นเมินเฉยในคำพูดของนาง พร้อมทั้งยังออกคำสั่งอย่างกับพวกบ้าอำนาจในท้องพระโรง“ข้าไม่ลง ว้าย!” ท้ายที่สุดนางกลับถูกฉุดให้ลงไปกอดก่ายกับเขาภายในอ่างไม้น้ำร้อนส่งไออุ่นลอยคละคลุ้งเต็มอากาศ และเพราะน้ำอุ่นถึงทำให้ดวงหน้าเล็กกับทั่วกายสาวแดงซ
บทที่ 11.1 การเจรจาวันต่อมาขบวนสินสอดถูกจัดเตรียมเอาให้อลังการยิ่งใหญ่สมฐานะโหย่วหลิงเซีย โดยผู้นำขบวนนั้นคือโม๋ว์มี่ฮวา หญิงสาวผู้ที่สามารถยืนอยู่ท่ามกลางไฟสงครามได้อย่างองอาจ เหมาะสมกับการเป็นทูตของธิดาสวรรค์ วันนี้นางได้สวมชุดสีดำแดงปักริ้นสีเงิน สวมผ้าคลุมนัยน์ตาผืนโปร่งสีเข้ม ซึ่งประดับด้วยลูกปัดสีแดงและไข่มุกเม็ดสีขาว ท่วงท่านางยามก้าวเดินดูสงบเงียบ แผ่นหลังตั้งตรงของนางก็ดูยึดมั่นในสิ่งที่ตัดสินเลือกก่อนหน้าจะไปพบกับโม๋ว์ฟูเฉิง โฉมสะคราญได้ส่งจดหมายไปหาโหย่วหลิงเซียเรื่องที่ตกลงกันเอาไว้ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตกลงยอมรับในข้อเสนอทันทีก็คงดูน่าสนุกสำหรับนางส่วนคนที่มาด้วยกันกับนางหาใช่โม๋ว์ฟูเฉิงไม่ หากแต่เป็นโม๋ว์อิงฉินที่กำลังเดินท่องน่องผ่อนคลายอย่างสบายอุรา เขาชื่นชมนางนิดหน่อยเรื่องความเด็ดขาด ในการตัดสินใจหย่ากับท่านพี่ของเขา อย่างน้อยก็ไม่ได้โง่เสียทีเดียวภายในท้องพระโรงอันโอ่อ่านั้น หลังจากคณะทูตทำความเครพฮ่องเต้แคว้นอิงโจวกันเรียบร้อยแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของโม๋ว์มี่ฮวาที่จะกล่าวคำทักทาย“ข้าน้อยโม๋ว์มี่ฮวาตัวแทนคณะทูตจากแคว้นลู่เจิน ขอคารวะฮ่องเต้อิงโจว ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ







