LOGIN
Part เทล
บาร์เอโซน... วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นวันอะไรทำไมลูกค้าในบาร์ถึงดูเยอะเป็นกรณีพิเศษ ส่วนหนึ่งคงมาจากเจ้าของบาร์ด้วย เทล เจ้าของบาร์เอโซนที่เมื่อก่อนพวงตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ ทว่าตอนนี้เขาไม่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้แล้ว มีลูกน้องมาทำแทนเขาแล้ว แต่ถ้าสาวๆ คนไหนที่อยากลองชิมการชงเครื่องดื่มของเขา ถ้าเขาใจดีเขาก็จะดูแลชงเครื่องเดิมให้เป็นกรณีพิเศษส่วนตัวเลยก็ว่าได้ “คนนั้นน่ารักวะ” เสียงของโรมเอ่ยขึ้น ทำให้เทลหันไปมองตามสายตาของเพื่อน ก่อนที่จะเจอคนที่ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ “ไอริส!” “มึงรู้จักเหรอ?” โรมหันกลับมามองที่เทล ก่อนที่จะเลิกคิ้วสูงถามด้วยความสงสัย “คนนี้ห้ามยุ่ง” เทลเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์ “โค้ชลงสนามแล้วครับ” โรมเอ่ยทิ้งท้ายอย่างขำๆ ก่อนที่จะหันไปสนใจสาวคนอื่นๆ แทน ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาเธอทางด้านหลัง ยืนอยู่ทางด้านหลังของเธออยู่เงียบๆ ส่วนลูกน้องที่เห็นเจ้านายก็ทำหน้าตกใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยพูดอะไร ยังคงทำหน้าที่ต่อ ชงเครื่องดื่มเสิร์ฟให้กับไอริสต่อ คนตัวเล็กนั่งดื่มเครื่องดื่มแบบเอาเป็นเอาตาย “จะดื่มให้ตายเลยหรือยังไง” เทลเอื้อมมือหนาไปจับมือเล็กเอาไว้ ก่อนที่จะหยิบแก้วเครื่องดื่มออกจากมือเธอ แล้ววางลงที่เคาน์เตอร์ จ้องมองเธอด้วยสายตาดุๆ ไอริส เป็นลูกของเพื่อนสนิทแม่เขา จะเรียกได้ว่าเราโตมาด้วยกันเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากที่เขาย้ายออกมาจากบ้านใหญ่ เขาก็เจอเธอน้อยลง แต่ก็มีบางที่บังเอิญเจอกันโดยไม่ได้ตั้งใจ “เฮีย~ มาทำอะไรที่นี่” คนตัวเล็กเอ่ยถาม เสียงของเธอบ่งบอกแล้วว่าเมา “ยัยเด็กบ้านี่! ทำไมถึงกินเยอะขนาดนี้” เทลเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด ขมวดคิ้วเรียวเข้าหากันอย่างไม่พอใจ “ไม่เอา ไม่ขมวดคิ้วนะเฮีย” ไอริสเอ่ยขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะเอื้อมมือเล็กขึ้นไปแตะที่หัวคิ้วของชายหนุ่มเบาๆ “ขมวดคิ้วแล้วไม่หล่อเลย” “ลามปาม!” เทลปัดมือเล็กเบาๆ เขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับใบหน้าของเขาสักเท่าไหร่ “เจ็บนะ” คนตัวเล็กมุ้ยหน้า ทำท่าลูบหลังมือไปมา “กลับบ้าน จะไปส่ง” “ไม่! ไม่กลับ ไอไม่กลับนะเฮีย” “เบาๆ ลูกค้ามองกันหมดแล้ว” “ก็ไอไม่กลับ ไอไม่อยากกลับบ้าน” หญิงสาวเอ่ยตอบด้วยท่าทางที่งอแง ยืนเซซ้ายเซขวา “ทำไม?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ยกมือขึ้นมาจับที่หัวไหล่ของคนตัวเล็กเอาไว้ ประคองเธอให้ยืนนิ่งๆ ตรงๆ “แม่ TT” แค่ประโยคเดียวของคำว่าแม่ น้ำตาสีใสก็ไหลลงอาบแก้มจนชายหนุ่มตกใจทันที “อย่าร้อง อายคนอื่นมั้ย” เทลดึงร่างเล็กเข้าหาตัว ก่อนที่จะกดใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาให้ซบลงตรงไหลข้างซ้ายเบาๆ ยกมือขึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆ เป็นการปลอบใจเธอให้หยุดร้อง “หนูเมามากแล้วนะ กลับบ้านเฮียจะไปส่ง” “กลับก็ได้ แต่เฮียต้องดื่มกับไอก่อน” คนตัวเล็กแหงนหน้าขึ้นสบตากับเขา ส่งสายตาอ้อนๆ “อืมๆ” เทลเอ่ยตอบ ก่อนที่จะประคองเธอให้นั่งลงที่เก้าอี้ “เอาเบาๆ” “ขอแรงเหมือนเดิมค่ะ” หญิงสาวสวนขึ้นทันที ทำให้ไอ้ปลื้มเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะฟังคำสั่งไหนดี “อะไรก็ได้ มึงไปทำมาเถอะ” เทลเอ่ยตอบแบบปัดๆ ก่อนที่จะยกมือขึ้นไล่ลูกน้องให้ไปทำตามที่สั่ง “ทำไมถึงกินเมาขนาดนี้” ชายหนุ่มหันกลับมาเอ่ยถามกับคนข้างกาย “ไอ..เครียดค่ะ” เธอเอ่ยตอบ เอียงคอเท้าคางกับเคาน์เตอร์บาร์ ดวงตาของเธอเริ่มเบลอ “เรื่อง?” “แม่จะให้ไอแต่งงาน” “มีคู่ชีวิตไม่ดีเหรอ?” เทลจ้องมองใบหน้าหวาน เอื้อมมือหนามาจับปอยผมเธอทัดไว้ที่หลังหู “ดีค่ะ ถ้าไอเป็นคนเลือดเจ้าบ่าวเอง การแต่งงานมันคือทั้งชีวิตของไอ ไอก็อยากแต่งกับคนที่ไออยากอยู่ด้วยไปทั้งชีวิต” “แสดงว่าแม่บังคับ” “ค่ะ แม่บังคับไอ แม่จะให้ไอแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ พอถามแม่ก็ไม่บอกไอเลยสักคำ” “เฮียอยากแต่งงานมั้ย?” คนตัวเล็กเอ่ยถามเสียงใส “ถ้าคนนั้นเป็นคนที่เฮียเลือก เฮียก็อยากแต่ง” “ไอไม่มีทางเลือกแล้ว ไอขัดคำสั่งแม่ไม่ได้” หญิงสาวเอ่ยตอบ น้ำตาไหลลงอาบแก้ม “ให้เฮียช่วยพูดให้มั้ย” “ไม่มีใครเปลี่ยนใจแม่ได้” เธอเอ่ยตอบ ก่อนที่จะเอนตัวนั่งหลังตรง หันหน้ามาจ้องมองใบหน้าคม “ไอมีอะไรจะบอกเฮีย” “อะไร?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย “ไอชอบเฮีย” ไอริสเอ่ยจบพุ่งตัวเข้าไปประกบริมฝีปากหนาของชายหนุ่มทันที โดยที่เทลก็ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ “อื้อ~” เสียงร้องตกใจของเทลถูกกลืนหายเข้าไปในโพรงปากเช่นเดิม เทลตกใจ คนในร้านเองก็ตกใจ ก่อนที่จะส่งเสียงร้องแซว ทำให้ชายหนุ่มดึงสติกลับมาได้ รีบผละริมฝีปากออกทันที เทลถอยหลังออกจากร่างเล็กหลายก้าว “ไอไม่ต้องการอะไรจากเฮีย ไอแค่อยากบอกให้เฮียรู้ก็เท่านั้น” คนตัวเล็กคลี่ยิ้ม ก่อนที่จะหันหลังเดินออกจากบาร์ไป เทลยืนนิ่งอยู่สักพัก ไม่รู้จะตกใจกับตรงไหนก่อนดี ก่อนที่จะตั้งสติได้แล้วรีบวิ่งตามออกไปทันที ชายหนุ่มรีบวิ่งตามหลังคนตัวเล็กมาติดๆ ก่อนที่จะคว้าแขนเรียวเล็กเอาไว้ได้ทัน เมาขนาดนี้จะไปไหนรอด แค่เดินลงบันไดยังจะไม่รอดเลย “แค่เดินยังไม่รอดเลย” เทลเอ่ยทันทีหลังจากที่คว้าแขนของไอริสเอาไว้ได้ “ไอไม่เมานะเฮีย ไอเดินได้” คนตัวเล็กหันกลับมาสบตาตอบ “อวดเก่ง” เทลช้อนตัวคนตัวเล็กขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวก่อนที่จะพาเดินลงมาที่ชั้นล่างสุด เดินอุ้มหญิงสาวไปที่รถของตัวเองทันที “ไอเอารถมา” ร่างเล็กเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งสายตามองไปที่รถของตัวเอง “รู้ แต่คงให้ขับกลับไม่ได้หรอก” เทลปล่อยเธอให้ลงยืน ก่อนที่จะเปิดรถแล้วดันร่างเล็กให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนรถ ก่อนที่จะปิดประตูรถ แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับทันที “ไอไม่อยากกลับบ้าน” ไอริสเอ่ยขึ้นหลังจากที่รถแล่นเข้าสู่ท้องถนนแล้ว ทำให้คนขับอย่างเทลต้องหันไปมองที่คนข้างกายทันที “แล้วจะไปไหน” “ห้องเฮียได้มั้ย” “…” แล้วกูต้องตอบยังไง นั่นลูกสาวเพื่อนสนิทแม่ ถ้าทำอะไรพลาดไปแม่เล่นงานตาย “ถ้าไม่ได้ เฮียไปส่งไอบ้านเพื่อนก็ได้” “ได้ ห้องเฮียก็ได้” “^_^” คนตัวเล็กคลี่ยิ้มทันทีที่ชายหนุ่มตอบตกลงเนื้อหาต่อจากเดิม…‘ดึงดันไปก็เสียเปล่า เธอจะเจ็บเปล่าๆ’คำพูดนี้ของเฮียเทลดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลาที่นั่งรถมากับเขา แน่นอนว่าทุกคำพูดของเขามันมีผลต่อใจเธอเอามากๆ ถึงเธอจะดื้อแค่ไหน ปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่เธอเจอคำพูดแย่ๆ ของเฮียเทลในบางครั้ง เธอก็เจ็บใจอยู่ดี แต่แค่ไม่แสดงอาการแค่นั้นเอง“ต้องเดินขึ้นไปส่งถึงห้องทำงานป่ะ” เฮียเทลเอ่ยถามขึ้นทันทีที่รถหรูแล่นเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว“กล้าป่ะล่ะ” ไอริสเอ่ยยิ้มๆ เธอก็แค่ท้าเล่นๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเฮียเทลไม่กล้า แล้วก็ไม่วันนั้นแน่นอน“ลงดิ! เดี๋ยวไปส่ง” ถามจริง? พูดจริงพูดเล่นว่ะเนี่ย“?” ไอริสได้แต่ทำหน้างงๆ ก่อนที่จะยอมเดินลงจากรถแต่โดยดี“เดี๋ยวๆ อาบน้ำหรือยัง ทำไมยังอยู่ชุดเดิม” ชายหนุ่มลงมาจากรถเดินมาหยุดอยู่ข้างเธอ ก่อนที่จะเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ไอริสใส่เสื้อผ้าชุดเดิมอยู่“ในห้องทำงานมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ เดี๋ยวไออาบน้ำที่บริษัทก็ได้”“อืม งั้นรีบเดินดิ” เฮียเทลเอ่ยขึ้นพร้อมกับแย่งสิ่งของที่อยู่ในมือของเธอเอาไปถือไว้เองทั้งหมด ทั้งถุงอาหาร ถุงยา แก้วน้ำแล้วก็กระเป๋า คนตัวเล็กทำได้แค่เดินสวยๆ เข้าบริษัทอย่างเดียวก็พอแล้วทั้งคู่เด
เนื้อหาต่อจากเดิม…โคตรกวน กวนประสาท กวนตีน! คนตัวเล็กเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบอะไรเลยสักอย่าง เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเฮียเทล เพราะรู้ว่าถ้าต่อปากต่อคำกับเขามีหวังคืนนี้คงไม่จบแน่นอน วันนี้ก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ไม่อยากต้องมาทะเลาะกับเฮียเทลเลย“เป็นอะไรไป ทำไมเงียบปากไปแบบนั้น” เทลเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม“เหนื่อย แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไอไม่ต้องการมานั่งทะเลาะกับเฮียอีก” ไอริสเอ่ยตอบน้ำเสียงจริงจัง“ไม่อยากทะเลาะ ก็ยกเลิกงานแต่งดิ”“ไม่!” ไอริสยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะหันหลังเดินออก ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดินออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ เรือนร่างเล็กก็ถูกคนตัวใหญ่ประชิดตัวทันที ทำเอาเธอตกใจตั้งตัวไม่ทันเลย“เฮียทำบ้าอะไร!”“อยากแต่งมากนักใช่มั้ยงาน”“ถ้าเจ้าบ่าวเป็นเฮียก็อยากแต่งนะคะ” ไอริสเอ่ยตอบ ทว่าคำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิด เธอเองก็ตั้งใจที่จะกวนประสาทเขาเช่นกันทำไม? ก็ช่วยไม่ได้ เฮียอยากกวนประสาทไอเอง..“ได้! ได้!” เทลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะจับอุ้มเรือนร่างเล็กขึ้นพาดบ่าทันที ไอริสส่งเสียงร้องโวยวายทันทีที่ถูกคนตัวโตกว่าอุ้มขึ้นอย่างไม่ทั
เนื้อหาต่อจากเดิม…คนตัวเล็กนั่งทำงานจนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนบ่าย ตั้งแต่เช้ายันบ่ายคนตัวเล็กไม่พักเลยสักนิดเดียว เธอเอาแต่ทำงานเขียนแบบ ออกแบบ วาดรูปทั้งวันเลยจริงๆ เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสอง ไอริสจึงวางปากกาที่อยู่ในมือวาง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเฮียเทลทันที1 สายที่ไม่ได้รับ2 สายที่ไม่ได้รับ3 สายที่ไม่ได้รับเฮียเทลไม่ยอมรับสายเธอ แล้วยังไง? ไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ เธอก็จะดื้อโทรอยู่อย่างนี้จนเขารำคาญ เดี๋ยวเขารำคาญเมื่อไหร่เขาก็จะกดรับสายเธอเองนั่นแหละ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกับเขาใครจะมีความอดทนมากกว่ากันและแล้วเฮียเทลก็รับสายของเธอ ทันทีที่เฮียเทลกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันทีเลยเช่นกันหึ! แน่นอนว่าเฮียเทลแพ้..(โทรมาทำไม? รำคาญ!)(ว่างมากนักหรือไง?)“แม่โทรมาบอกว่าเย็นนี้มีนัดทานข้าวนะคะ”“แม่บอกว่าโทรหาเฮียแล้ว แต่เฮียไม่รับสาย”(เคยกินแล้ว เคยกินตั้งแต่เล็กจนโต) กวนตีน!“โทรมาแจ้งให้ทราบค่ะ ส่วนร้านอาหารอยู่ที่ไหนจะส่งโลเคชั่นให้อีกทีนะคะ”(อืม)“ค่ะ” สิ้นสุดคำว่าค่ะ เธอก็ตัดสายเขาทิ้งทันทีเลยเช่นกัน ก็บอกแล้วว่าไม่อยากคุยกับเฮียเทลเลยจ
หลังจากที่หมอรามิลกับดร.ซันเดินออกไปแล้ว ที่โต๊ะนี้ก็จะเหลือแค่โรมกับเทลที่ยังคงยืนอยู่กับที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน เช่นเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ยังคงจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง“บรรยากาศไม่ค่อยดีกูกลับดีกว่า” โรมเอ่ยขึ้นหลังที่เงียบอยู่นาน ดูท่าแล้วศึกระหว่างเธอกับมันอีกนานคงกว่าจะจบลง ดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ“กูไปด้วย” ธิเบศร์รีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับโรม ทำให้โต๊ะนี้เหลือแค่เฮียเทลแล้วก็ไอริสแค่นั้น“อยากคุยอะไรก็ว่ามา” เทลเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ไอริส“แม่ให้มาคุยกับเฮียเรื่องเรือนหอ” ไอริสเอ่ยขึ้นทันทีที่เฮียเทลเปิดโอกาสให้พูด“ใครอยากแต่งก็ออกแบบเอง”“แน่ใจ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม แน่ใจใช่มั้ย? แน่ใจในคำพูดตัวเองหรือเปล่า“อืม แน่ยิ่งกว่าแน่อีก” เฮียเทลเอ่ยตอบย้ำอีกครั้ง คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม“โอเค งั้นไอกลับก่อนนะคะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองเทลเลยสักนิด ทำเอาเฮียเทลนั่งเอ๋อ ทำหน้างงๆ ไปเลยด้วยซ้ำ“ลองสู้กับเฮียดูสักครั้ง ไออาจจ
ไอริสยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับไปไหน เธอรู้สึกปวดหัวกับกลิ่นบุหรี่ของเฮียเทลเมื่อครู่เอามากๆ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงครู่เดียว ก่อนที่จะขยับตัวแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน ทว่าพอเดินเข้ามาเธอก็ไม่เจอกับเฮียเทลแล้ว เธอเจอแค่ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ แล้วก็ปลื้มลูกน้องคนสนิทที่ยืนประจำเคาน์เตอร์บาร์อยู่ จะว่าไปลูกค้าหกลุ่มนั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเป็นพิเศษ เหมือนคุ้นๆ ว่าจะเป็นเพื่อนของเฮียเทล“เฮียไปไหนแล้วเหรอคะ” เธอเดินตรงเข้ามาถามปลื้มทันทีที่“เฮียขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วครับ”“ไอขอเข้มๆ แก้วหนึ่งค่ะพี่ปลื้ม”“เอ่อ..แต่ว่า”“ไอเป็นลูกค้านะคะ” ไอริสเอ่ยแทรกขึ้นทันทีที่ดูเหมือนว่าปลื้มตะกุกตะกัก ดูเหมือนว่าจะไม่อยากทำเครื่องดื่มให้เธอ ดูท่าทางแล้วเฮียเทลคงสั่งไว้แน่ๆ“แต่เฮียเทล..”“แต่ไอเป็นเมียในอนาคตเฮียเทลนะคะ” ไม่เมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟังกัน ก็ขู่ซะเลย จะได้ยอมทำให้กัน อยากกินเข้มๆ จะได้ใจกล้ามากขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องคุยกับเฮียให้รู้เรื่องแค่กๆ แค่กๆเสียงไอดังขึ้นทันที ฉุดให้ไอริสหันไปตามเสียงนั้น เสียงไอดังมาจากกลุ่มลูกค้าที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น เธอ
หลายวันผ่านไป…เป็นหลายวันผ่านไปที่โคตรเหนื่อยใจจริงๆ เรื่องงานแต่งไอริสไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล เธอรู้แค่ว่าเธอต้องแต่งงานเท่านั้น เธอรู้แค่ว่าแม่เตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล คือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เธอคงไม่เสียใจหรอก“เป็นอะไรไป หน้าตาไม่รับแขกเลย” ริต้า เพื่อนสนิทคนเดียวของไอริส เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ริต้าเป็นสาวสวย เซ็กซี่ ปากร้าย แถมเธอยังชอบเล่นชอบแกล้งอีกด้วย“อาการออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอริสเอ่ยถามกลับ เธอก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยๆ นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง“อืม มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย”“มึงก็พูดเกินไป”ก๊อกๆ ก๊อกๆเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดให้สองสาวหันมามองที่ประตูห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน“มีอะไร” ไอริสเอ่ยถามเลขาคนสนิททันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามาด้านในแล้ว“มีคนมาขอพบคุณไอค่ะ” แอน เลขาคนสนิทของไอริส เธอทำทุกอย่างที่ไอริสสั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีพลาดเลยสักครั้งเดียว“ใคร?”“คุณหญิงมณีค่ะ” แค่ได้ยินชื่อคนที่ขอเข้าพบ ไอริสก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าห







