Masukรถ MPV คันหรูแล่นเข้าสู่โครงการบ้านจัดสรรระดับหรูที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ชุติมณณ์รู้ดีว่าราคาของบ้านในโครงการนี้เริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านบาท เพราะเป็นหนึ่งในโครงการของสว่างวงศ์กรุ๊ปที่เธอทำงานอยู่ แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรเมศก์ ระดับเจ้านายของเธอ จะเลือกใช้ชีวิตในแบบบ้านที่เล็กที่สุดของโครงการ ถึงที่ดินของหลังนี้จะกว้างถึงหนึ่งร้อยตารางวาก็ตาม
แม้จะเป็นแบบบ้านที่เล็กสุดในโครงการ แต่ก็ดูใหญ่โตเมื่อเทียบกับบ้านทั่วไป บ้านหลังนี้มีสี่ห้องนอนขนาดใหญ่ หนึ่งห้องสำหรับแม่บ้าน และห้องน้ำถึงหกห้อง เธอที่ทำงานฝ่ายการตลาด เคยเห็นแปลนบ้านของโครงการนี้มาหลายครั้งจากการร่วมงานกับทีมมีเดียในการทำโฆษณา ทำให้รู้รายละเอียดของบ้านทุกแบบในโครงการเป็นอย่างดี เมื่อรถจอดสนิทในโรงจอดรถข้างบ้าน สุทินรีบลงมาเปิดประตูให้เจ้านายด้วยความรวดเร็ว ชุติมณณ์ก้าวตามลงจากรถอย่างเงียบๆ ดวงตากลมโตของเธอมองปรเมศก์ด้วยท่าทีคล้ายลูกแมวที่รอคอยคำสั่งจากเจ้าของ “เอ่อ…ให้เจ้าขานอนห้องแม่บ้า—” เธอที่กำลังจะเอ่ยขอห้องแม่บ้านให้เป็นที่นอนของตนเอง แต่เสียงทุ้มของเขาก็ดังขัดขึ้นมาก่อน “สุทิน ไปบอกอนงค์ให้พาคุณเจ้าขาไปพักที่ห้องรับรองแขก” เขาเอ่ยเรียบๆ แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านไปก่อน “คุณเจ้าขารอสักครู่นะครับ” สุทินบอก ก่อนเดินเร็วๆ ไปข้างบ้าน เธอเดาว่าเขาน่าจะไปเรียกแม่บ้านที่อยู่ในห้องพักหลังบ้าน ไม่นาน หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินตามหลังมาด้วยท่าทีคล่องแคล่ว “สวัสดีค่ะ เดี๋ยวคุณตามมาทางนี้นะคะ” อนงค์ แม่บ้านอยู่ประจำ มาถึงก็ช่วยถือกระเป๋าใบเล็กของเธอ พาเดินนำเข้าตัวบ้าน ภายในบ้านถูกตกแต่งอย่างดีจากนักออกแบบภายใน ทุกอย่างถูกคุมโทนด้วยสีขาว ดำ และทอง ดูหรูหราและเคร่งขรึม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นแม้เธอจะไม่รู้จักแบรนด์ แต่ก็รู้ว่าราคาแต่ละชิ้นคงสูงจนเธอคงไม่มีปัญญาชดใช้หากทำมันเสียหาย อนงค์เดินนำขึ้นไปที่ชั้นสอง บริเวณปีกซ้ายของบ้าน ก่อนจะผลักประตูห้องหนึ่งเข้าไป “ห้องนี้เป็นห้องสำหรับรับรองแขกค่ะ ชุดยาสีฟัน เครื่องอาบน้ำอยู่ตรงนี้นะคะ ถ้ามีอะไรต้องการเพิ่มเติมโทรหาดิฉันได้ตลอดค่ะ” อนงค์แนะนำจุดต่างๆ ในห้องพักแขกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อนเพราะเป็นเวลาค่อนข้างดึกแล้ว “ขอบคุณมากนะคะพี่อนงค์” ชุติมณณ์ยกมือไหว้แม่บ้านอย่างน่ารัก คืนนี้ทั้งคืนเธอไม่อาจข่มตาหลับได้อีกต่อไป เมื่อตอนนี้เธอได้เข้าใกล้ชายในฝันอย่างไม่คาดฝัน และไม่คิดว่าเขาจะเก็บเธอมาไว้ที่บ้านเช่นนี้ สองมือเล็กหยิบหมอนมาปิดหน้า “กรี๊ดดดดดดดดดดด” เธอกรี๊ดเบาๆ ใส่หมอนหอมกรุ่นอีกครั้ง ชาตินี้ต่อให้ต้องตายเธอก็ตายตาหลับแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมาเธอได้แต่มองท่านรองจากที่ไกลๆ แต่เพราะความร่าเริงสดใสของเธอที่พอรู้ว่ามีกลุ่มแฟนคลับของท่านรองในบริษัท เธอก็ไม่รอช้าที่จะเข้าร่วมกลุ่ม ความน่ารัก น่าเอ็นดู และความมีน้ำใจของเธอทำให้ใครๆ ในบริษัทต่างเอ็นดูเธอไปตามๆ กัน ร่างเล็กกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง สุดท้ายฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังเหลืออยู่ทำให้เธอผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว ในขณะที่ คนที่เก็บลูกแมวกลับมาอย่างไม่รู้ตัวกลับนอนไม่หลับ ปรเมศก์พยายามทำความเข้าใจกับการกระทำของตัวเอง ซึ่งเขาไม่เคยเป็นมาก่อน คนอย่างเขาทุกการกระทำล้วนออกมาจากสมอง ผ่านการไตร่ตรองอย่างดีแล้ว ไม่เคยทำอะไรตามอารมณ์จนต้องมานั่งสับสนทีหลังเช่นนี้ เช้าวันถัดมา ชุติมณณ์ตื่นตามความเคยชิน ดวงตากลมโตลืมขึ้นมาสำรวจห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะเด้งตัวขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วเมื่อจำได้ว่าอยู่ที่ไหน เธอรีบล้างหน้าแปรงฟัน และลงมาช่วยอนงค์ แม่บ้าน เตรียมอาหารเช้า “เช้านี้ทำเมนูอะไรหรอคะ” “วันนี้เป็นข้าวต้มกุ้งทรงเครื่องค่ะ คุณเจ้าขา” ชุติมณณ์ช่วยอนงค์อย่างตั้งใจ แม้ว่าเธอจะแพ้กุ้งแต่ก็ไม่อยากบอกให้วุ่นวาย เพราะเห็นพี่อนงค์เตรียมของไว้เรียบร้อยแล้ว หลังจากเตรียมอาหารเสร็จ เธอก็ช่วยเหลืองานอื่นๆ อย่างเต็มที่ “คุณเจ้าขาไปพักผ่อนให้สบายก่อนก็ได้นะคะ วันนี้วันหยุด กว่าคุณเมฆจะลงมาก็ช่วงประมาณเก้าโมงสิบโมงนู่นค่ะ” อนงค์ที่เกรงใจชุติมณณ์ด้วยเข้าใจว่าเป็นแขกของเจ้านาย ก็ไม่อยากให้ต้องมาเหนื่อยช่วยงานบ้าน แต่ชุติมณณ์กลับยืนยันหลายครั้งว่าตัวเธอเองก็เป็นเพียงลูกน้องกินเงินเดือนของท่านรองเช่นเดียวกัน ปรเมศก์ตื่นเช้ากว่าปกติในวันหยุดเพราะเขานอนไม่หลับ เมื่อลงมาในเวลาแปดโมงครึ่งก็พบลูกแมวตัวโตของเขากำลังก้มๆ เงยๆ ใช้กรรไกรเล็มหญ้าช่วยแม่บ้านอย่างขะมักเขม้น เขาเดินเข้าไปหาและบอกให้อีกฝ่ายมากินข้าวเช้าด้วยกัน “เจ้าขา มาทานข้าวเช้าก่อน” ชุติมณณ์เดินกลับเข้ามาอย่างว่าง่าย เธอจัดการล้างไม้ล้างมือ ก่อนเข้าครัวไปชงโอวัลตินร้อนมาเพียงแก้วเดียว ปรเมศก์กลับขมวดคิ้ว มองร่างเล็กที่ปรกติก็ตัวเบาอยู่แล้วอย่างไม่พอใจที่เธอไม่ยอมกินข้าว น้ำเสียงนิ่งเรียบในแบบของเขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงกึ่งบังคับ “ทำไมไม่ตักข้าวต้มมาด้วย ข้าวเช้าสำคัญต่อสมองมากแค่ไหนรู้ไหม…” เมื่อเขาเทศน์จนชุติมณณ์ต้องทบทวนความจำว่านำยาแก้แพ้ติดมาด้วยหรือไม่ และคิดว่าไม่น่าจะลืม เธอจึงนั่งลงกินข้าวต้มกุ้งเป็นเพื่อนเจ้านายเพื่อบำรุงสมอง… หลังจากกินไปได้เพียงครึ่งถ้วย อาการแพ้ก็เริ่มปรากฏ เธอรีบขอตัวขึ้นไปหยิบของบนห้อง พอค้นในกระเป๋ากลับพบว่าไม่ได้เอายาแก้แพ้มาด้วย ซวยแล้วไง ยัยเจ้าขา ทำไมขี้ลืมขนาดนี้…มือเล็กค่อยๆ ยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดที่สี่ เผยให้เห็นอกอวบอิ่มดันขึ้นจนโผล่พ้นเสื้อออกมา ดวงตาคมของเขาจ้องมองด้วยความกระหาย“เจ้าขา ป้อนนมให้พี่เมฆดีไหมคะ?” เธอเอ่ยพลางยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอเขา พร้อมดึงเขาให้โน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากเล็กค่อยๆ ขบเม้มไปตามใบหูของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนไปตามซอกคอหอมสะอาด ลิ้นนุ่มสัมผัสอ้อยอิ่งไปทั่ว แม้แต่บริเวณลูกกระเดือกที่เคลื่อนไหวตามลมหายใจของเขาจนรู้สึกได้ ทำให้ลมหายใจเขาสะดุดวูบ เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู“พี่เมฆ… ดูดนมให้เจ้าขาหน่อยได้ไหมคะ”ประกายตาคมมืดลงด้วยแรงปรารถนาที่ชัดเจน เขาอยากได้เธอมากๆ อยากกระแทกร่างเล็กบนตักแรงๆ ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะโอบเธอเข้ามาแนบชิด คล้ายยินยอมให้เธอเป็นผู้ควบคุมทั้งหัวใจ และร่างกายของเขา“ตามคำบัญชาเมียครับ” เขากระซิบเบาๆใบหน้าคมคายโน้มลงไปแนบกับสองเ
พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดตัวสินค้าที่พวกเธอในฝ่ายการตลาดต่างเฝ้ารอ แม้จะไม่ได้ไปหน้างาน มีเพียงฝ่ายมีเดีย ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเท่านั้นที่ต้องเตรียมพร้อม แต่ชุติมณณ์ก็ตื่นเต้นที่จะได้ชมผลงานทั้งหมดผ่านสื่อออนไลน์งานจะจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของห้างบีเทน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าของบริษัท มีแขกสำคัญ ทั้งนักข่าว ดารา และอินฟลูเอนเซอร์สายแม่และเด็กเข้าร่วมมากมายเย็นวันนี้ที่โต๊ะอาหาร…“พรุ่งนี้ไปงานเปิดตัวสินค้าด้วยกันนะครับ” ปรเมศก์เอ่ยชวนระหว่างทานมื้อเย็นชุติมณณ์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ“อย่าเลยค่ะ เจ้าขารอชมผ่านสื่อออนไลน์ดีกว่า” ความมั่นใจที่ยังมีไม่มากพอ ทำให้เธอยังไม่กล้าก้าวออกไปเคียงข้างเขาต่อหน้าคนอื่นปรเมศก์พยักหน้าอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไร ถ้าพร้อมเมื่อไหร่บอกพี่ได้เสมอ” เขากุมมือเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ“พรุ่งนี้เสร็จงานเปิดตัว พี่ต้องไปสนามบิน รอบหน้าไปด้วยกันนะครับ พี่ให้อัมพรเตรียมเรื่องเอกสารสำหรับเจ้าขาไว้เรียบร้อยแล้ว” ตั้งแต่มีเธออยู่เคียงข้าง เขารู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็แทบไม่รู้ตัวร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบรับอย่างออดอ้อ
“เย็นนี้ไปลองชาบูร้านใหม่ที่ห้างกันเถอะ ร้านนี้กำลังฮิตอยู่เลย” ไปรยาพูดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่แผนกยังวุ่นวายอยู่กับงานชุติมณณ์เงยหน้าจากจอคอมฯ แวบหนึ่ง พลางพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว“เอาสิ ไม่ได้กินชาบูมานานแล้วเหมือนกัน”ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาช่วยดูแลเรื่องจัดการรายจ่ายของครอบครัว เธอก็รู้สึกเบาขึ้นมาก เหลือแค่หนี้บัตรเครดิตที่ยังผ่อนอยู่ ส่วนเงินเดือนก็สามารถใช้จ่ายและเก็บได้ตามใจบ้าง ทำให้รู้สึกสบายใจกับการออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มากขึ้นศรรัณย์ที่ได้ยินก็หันมาร่วมวงทันที“งั้นเจ๊ขอพาพี่น๊อตไปด้วยนะ สามีสุดเลิฟของเจ๊จะได้ไปสนุกกัน” พูดไปพลางทำหน้าอินเลิฟอย่างมีความสุขเธอยิ้มรับอย่างยินดี “เอาสิคะ ไปหลายคนยิ่งสนุก”ตกเย็นหลังเลิกงาน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ลานจอดรถ รอขึ้นรถของศรรัณย์ แต่พอเห็นว่านอกจากพี่น๊อตแล
ปรเมศก์หันไปเรียกสุทินที่ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างใจเย็น“สุทิน ขอเอกสารด้วย”ชลดา ซึ่งยืนมองสถานการณ์อยู่ใกล้ ๆ แสดงสีหน้าขุ่นเคืองและเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“เจ้าขา แฟนแกจะทำอะไร มายุ่งวุ่นวายกับบ้านเราแบบนี้ทำไม”ขณะที่เธอพยายามจะอธิบาย ปรเมศก์กลับพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ขอเวลาไม่นานครับ” เขารับเอกสารจากสุทิน และหันไปกล่าวต่อ“ขอใช้โต๊ะม้าหินหน้าบ้านสักครู่นะครับ”เขาจูงมือชุติมณณ์ไปนั่งด้วยกัน ขณะที่นพรัตน์ เจ้าของบ้านเช่าเดินตามมาด้วยท่าทีเงียบสงบ ส่วนชลดายืนมองจากระยะห่างด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ“นี่คือโฉนดบ้านหลังนี้ครับ” นพรัตน์วางโฉนดและเอกสารอื่น ๆ ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ปรเมศก์ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะหยิบเช็คมูลค่าหนึ่งล้านเก้าแสนบาทออก
เช้าวันถัดมา…“สวัสดีค่ะ วันนี้แม่กับเจ้านางอยู่บ้านไหมคะ” ชุติมณณ์กรอกเสียงลงไปในสายอย่างนุ่มนวลเสียงอารีจากปลายสายตอบกลับมาอย่างอบอุ่น“อยู่จ้า เจ้าขาจะกลับบ้านหรอลูก”“ค่ะ กำลังเดินทางอยู่ค่ะ วันนี้เจ้าขาจะพาคนสำคัญคนหนึ่งมาแนะนำให้แม่กับน้องรู้จักด้วยค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบาเสียงใสของชิชานันท์ดังแทรกขึ้นมา “ฮั่นแน่! พี่ขาพาแฟนมาแน่เลยแม่!”ดูเหมือนมารดาเธอจะเปิดลำโพง จึงได้ยินคำพูดนั้นเต็มสองหู“เจ้าขามีแฟนแล้วหรอลูก” ชลดาถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเธอเหลือบมองชายที่นั่งข้าง ๆ อย่างลังเล แม้ปรเมศก์จะเคยโพสต์บนโซเชียลว่าเป็นฝ่ายจีบเธอก่อน แต่เขาก็ยังไม่เคยพูดคุยถึงสถานะของพวกเขาอย่างชัดเจน เธออึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบ“ยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะ”มารดาเธอเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยเบาๆ “ถ้าอย่างนั้นก็อย่าพึ่งมีแฟนเลยนะลูก แม่ว่าเจ้าขายังเด็ก และยังต้องช่วยดูแลน้องอีกด้วย”ชุติมณณ์รู้สึกถึงก้อนสะอื้นที่ค้างในลำคอ แต่ก็ข่มกลั้นไว้“เดี๋ยวไปถึงแล้วค่อยคุยกันนะคะแม่” เธอตัดบทก่อนจะวางสาย และพยายามกลั้นน้ำตาที่เริ่มเอ่อล้นไม่ให้ไหลออกมาปรเมศก์สังเกตเห็นท่าทางของเธอ จึงกระตุกแขนเธอให้ขยับมานั่งบน
ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องแต่งตัวด้วยความไม่พอใจ เขาแบ่งพื้นที่ครึ่งหนึ่งของห้องให้ลูกแมวตัวโตทันทีหลังจากที่พาเธอกลับมาอยู่ด้วยกัน แต่เสื้อผ้าของเธอที่มีอยู่น้อยนิดกลับถูกจัดวางได้เพียงมุมเล็กๆ ของห้องเสื้อผ้าขนาดใหญ่มือหนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปยังปลายสายที่เป็นเลขาส่วนตัว รอเพียงครู่เดียว อัมพรก็กดรับสายด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ช่วยจัดการเรื่องเสื้อผ้าให้ลูกแมวของผมด้วยนะครับ ใช้บัตรเครดิตที่ผมให้ไว้ได้เลย งบไม่จำกัดเอาที่มองว่าเหมาะสม” เขาเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเสริมเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้ว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษ“เดี๋ยวสิ้นปี ผมมีโบนัสพิเศษให้”ภายในวันเดียว ห้องแต่งตัวที่เคยโล่งก็ถูกเติมเต็มไปด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงในสไตล์น่ารักสดใส กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ครีมบำรุง น้ำหอม และแม้กระทั่งชุดชั้นใน ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างพิถ
ผิดถูกไม่รู้ ขอโทษไว้ก่อนแล้วกันเรา…ปรเมศก์ขมวดคิ้วมองเธอ สายตาเข้มดุดัน “ครั้งหน้าใส่เสื้อคลุมออกไปด้วย”เธอพยักหน้าเร็ว “ค่ะ ท่านรอง”เมื่อตามอนงค์เข้าไปในครัว เธอก็โดนไล่ให้เธอไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวจะสาย ชุติมณณ์ก็รีบทำตามอย่างเชื่อฟ
ซวยแล้วไง ยัยเจ้าขา ทำไมขี้ลืมขนาดนี้…จึงตัดสินใจใส่แมสผ้าปิดบังใบหน้าที่เริ่มบวมลงมาจากชั้นบน ก่อนเดินเข้าครัวไปหาพี่อนงค์อีกครั้งเพื่อขอยาแก้แพ้“พี่อนงค์จ๋า ที่บ้านมียาแก้แพ้ไหมคะ”“ว๊าย คุณเจ้าขา ทำไมหน้าเป็นอย่างนี้คะ” เมื่ออนงค์เห็นดวงตากลมที่บวมจนใกล้จะปิดก็อ
เช้าวันสำคัญในชีวิต… “สวัสดีค่ะ คุณชุติมณณ์ใช่ไหมคะ” เสียงเรียบแต่เป็นทางการดังขึ้นจากหนึ่งในคณะกรรมการ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เผยความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย แม้เธอพยายามเก็บซ่อนมันไว้ วันนี้เป็นวันสัมภาษณ์งานของเธอที่ สว่างวงศ์กรุ๊ป บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงแ
“ไปซอยอินทามระนะคะ” เธอบอกสุทินแล้วถอยตัวกลับมานั่งเรียบร้อยปรเมศก์มองเธอเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง เขาทำเหมือนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ราวกับเป็นครั้งแรกที่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เช่นนี้ดวงตาคมมองตามเส้นทางที่รถเลี้ยวเข้าไปอย่างเงียบๆ ขณะสุทินขับไปตามที่อยู่ที่ชุติมณณ์บอก ในที่สุดก็ถึงหน้าหอพัก




![เด็กแสบของคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 3/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


